เดือนหนึ่งผ่านไปและแล้ววันงานต้อนรับคุณหนูนิดาก็มาถึง ทุกคนใส่สูทราคาแพงไปร่วมงานบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยชายหญิงในชุดราตรีสุดหรู และคนรวยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็คุณหญิง คุณชาย คนดัง สื่อมวลชน คุณหนู รวมถึงริว พี่ริน และป้าอั๋นครอบครัวของคุณหนูนิดา ออกมาต้อนรับครอบครัวของริวอย่างอบอุ่นภายในงานตกแต่งไปด้วยความหรูหรา มีอาหารค็อกเทลมากมายให้เลือกรับประทาน ทั้งบริกรเหล่าบรรดาเชฟฝีมือชั้นยอด ไวน์ราคาแพงครอบครัวของคุณหนูนิดาเช่าคฤหาสน์สุดหรูที่มีห้องโถงใหญ่ จุคนได้เป็ร้อยเป็พันเป็สถานที่จัดงาน
ด้านนอกงานมีเหล่าบอดี้การ์ดและรปภ.คอยดูแลความปลอดภัย ซึ่งรปภ.ที่มาก็มีคิมรวมอยู่ด้วยงานนี้เป็งานของนิดาซึ่งเป็เสมือนรุ่นน้องคนสนิทของริวริวจีงดึงรปภ.ของบริษัทตนมาช่วยในงานนี้ด้วย
แต่รปภ.ต้องรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านนอกเท่านั้นไม่มีสิทธิเข้าไปในงาน เว้นแต่จะมีเหตุฉุกเฉิน
ป้าอั๋น:ตื่นเต้นจังเลยจะได้เจอหนูนิแล้ว
พี่ริน:ต้องสวยมากแน่ๆเลยว่าไหมน้องริว
ริว: ครับ(ริวตอบแล้วยิ้มแบบเขิลๆนิดๆ)
พี่ริน: นิ่รู้ไหมวันนี้จินก็มาด้วยนะ
ริว: จริงหรอพี่ เขาอยู่ไหน
จิน: อยู่นี้ครับพี่ริว
จินลูกพี่ลูกน้องของริวเดินเข้ามาทักทาย
จิน: สวัสดีครับพี่ริว พี่ริน ป้าอั๋น
ป้าอั๋น: จ้า... โห่ว..ตาจินไม่เจอกันนาน โตเป็หนุ่มหล่อแล้วนะเรา
ริน: ใช่
จิน:แต่ก็หล่อสู้พี่ริวไม่ได้หรอกครับ
ริว: แหม..พูดได้ดีมากไอ่น้องมาให้กอดซะดีๆ ไอ่เด็กแสบ
ริวและจินกอดกันตามประสาพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันนาน
ป้าอั๋น: อ้อจิน แล้วพ่อแม่จินล่ะลูก
จิน: อยู่ตรงนู้นน่ะครับกำลังคุยกับพ่อแม่ของนิเขา
คิมที่เฝ้ายามอยู่ด้านนอกไม่เคยเห็นงานใหญ่มาก่อน ก็อยากเห็นภายในงานคิมจึงแอบไปด้านหลังของงานและส่องมองไปด้านใน ที่ประดับตกแต่งไปด้วยโคมไฟสุดหรูผู้คนแต่งตัวสวยงามมากมาย รวมถึงโซนอาหารที่มีมากมายแถมยังหรูหราและดูน่ากินซึ่งริวยืนอยู่แถวนั้นพอดี
คิม: ริว.. ไอ่ริว
คิมแอบะโเรียกริวเบาๆริวได้ยินเสียงเรียกก็หันกลับไปมอง เมื่อเห็นคิมริวก็แอบเดินไปที่หลังงานแบบเนียนๆเพื่อไปคุยกับคิมที่ไม่สามารถเข้ามาในงานได้
คิม: ไงไอ่ริว งานสนุกไหมว้ะ
ริว: ก็เรื่อยๆมึงงานยังไม่เริ่มเลยเนี่ย มีแต่เ้าขุน คุณนาย คุยกัน
คิมแอบส่องดูข้างในงาน
คิม: โห้วว.. ข้างในอย่างหรูอ่ะมีแต่คนสวยๆหล่อๆทั้งนั้นเลย มึงได้สาวกลับบ้านแน่วันนี้
ริว: ฮ่าๆๆๆ (ริวหัวเราะ)ส่วนใหญ่ก็ลูกคุณหนูทั้งนั้น เอาแต่ใจจะตาย มึงก็ระวังด้วยล่ะ ถึงจะอยู่ด้านนอกแต่ก็อาจจะโดนวีนใส่ก็ได้
คิม: เออมึง ไอ่ขนมที่อยู่ตรงนั้นเขาเอาไว้ให้แขกกินใช่ไหมว้ะ
คิมชี้ไปที่โต๊ะอาหารค็อกเทลให้ริวดู
ริว: ใช่.. มึงอยากกินไหม
คิมทำหน้าตะลึงเล็กน้อยแล้วตามด้วยการกลืนน้ำลายอาหารนั้นน่ากินมาก แต่ไม่รู้ว่ายามอย่างเขาจะได้รับอนุญาติหรือไม่
คิม: ได้หรอว่ะ? เขาให้เฉพาะแขกในงานกินไม่ใช่หรอ
ริว: ได้สิ เดี๋ยวกูแอบเอามาให้มึงรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวกูมา
ว่าแล้วริวก็เดินไปหยิบจานแล้วหยิบอาหารแต่ละชิ้นใส่จานแบบเนียนๆคิมได้แต่ยืนดูและลุ้นอยู่ในใจ ภาวนาไม่ให้โดนจับได้แต่ริวหยิบเยอะเต็มจานจนคนที่มาหยิบอาหารด้านข้างหันมาถามแซว
คนด้านข้าง: กินเยอะจังนะครับ
ริว: อ๋อ พอดีหิวน่ะครับยังไม่ได้กินข้าวเย็นมาเลย อาหารที่นี้อร่อยนะครับ
พูดเสร็จคนข้างๆก็ยิ้มๆแล้วก็หันหน้าไปหยิบอาหารต่อริวแอบย่องมาทางหลังงาน แล้วแอบส่งจานให้คิมที่อยู่ด้านนอกแบบเนียนๆและใจเย็น
คิม: ใจมากมึง
คิมรีบหยิบจานแล้วรีบหันหลังวิ่งกลับไปโดยมีริวดูลู่ทางให้เมื่อคิมได้อาหารมาก็นำไปแบ่งยามคนอื่นด้วย
่เวลาสำคัญของงานมาถึงคุณหนูนิดาปรากฏตัว้าของคฤหาสน์ ทุกคนหันไปมองความสง่างามและน่ารักของนิดารวมถึงจินที่จ้องมองนิดาด้วยสายตาเป็ประกาย คุณหนูนิดาค่อยๆเดินลงบันไดมายังด้านล่างอย่างสง่างามท่าทางที่สวยงามของเธอทำให้ทุกคนมองอย่างละสายตาไม่ได้ แม้แต่ริว พี่รินและป้าอั๋น ที่กำลังยืนคุยกันอยู่นั้น ก็ต้องเหลียวหลังหันมามอง
ทุกคนปรบมือต้อนรับคุณหนูอย่างกึกก้อง
ป้าอั๋น: ริว หนูนิมาแล้วน่ารักมากเลยใช่ไหม เข้าไปทักทายน้องหน่อยสิ
ริว: ครับ( ริวตอบแบบยิ้มๆ)
เมื่อริวเดินเข้าไปหาคุณหนูนิดาทุกคนก็แหวกทางให้ริว เพราะทั้งสองงดงามเหมือนนางฟ้าและเทพบุตรมาจุดติ
ริว: ไงไอ่ตัวเล็กไม่ได้เจอกันนานเลยนะ โตเป็สาวแล้วนะเราเนี่ย
นิดดา: ค่ะ พี่ริวพี่ก็หล่อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ
ทั้งสองหัวเราะและคุยสารทุกข์สุกดิบกันต่อ
ตัดมาที่คิมที่อยู่ด้านนอกงาน
คิม: ลุงๆลุงเคยเห็นน่าตาของคุณหนูเขาไหม
คิมถามลุงทุนยามที่มารวมทีมเฝ้ายามด้วยวันนี้ เพราะได้ยินเสียงปรบมือจึงเกิดความสงสัย
ลุงยาม: เคยเห็นแต่ตอนเด็กๆได้ยินว่าตอนนี้คุณหนูโตแล้ว สวยน่ารักมากด้วย
คิม: อ๋อ แล้วเขาสนิทกับริว เอ้ย!..กับท่านประธานมากเลยหรอลุง
ลุงยาม: ลุงก็ไม่รู้อะไรมากนะรู้แค่ว่าเป็เพื่อนสมัยเด็กกันตอนลุงยังหนุ่มแล้วมาทำงานที่บริษัทสมัยพ่อแม่ของประธานลุงก็เห็นคุณหนูกับคุณริวมาเล่นด้วยกันที่บริษัทบ่อยๆ แต่ไม่นานคุณหนูแกก็ย้ายไปอยู่เมืองนอกั้แ่นั้นลุงก็ไม่เห็นแกอีกเลยจนตอนนี้นี่แหล่ะ ไม่แน่นะคุณริวกับคุณหนูอนาคตอาจจะหมั้นกันก็ได้ เขาสองคนเหมาะสมกันมากเลยทางผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็เหมือนจะดูๆกันอยู่
ได้ฟังเช่นนั้นคิมก็หันไปที่งานมองผ่านกระจกจากไกลๆนึกในใจอยากจะเห็นน่าคร่าตาของคุณหนู แต่อีกใจก็ไม่อยากยุ่งเื่ของเ้านาย
่เวลาสำคัญของงานมาถึงมันคือการเต้นรำนั้นเอง เสียงดนตรีเริ่มบรรเลง กึกก้องไปทั่วคฤหาสน์ริวทำท่าโค้งคำนับขอคุณหนูเต้นรำ ทั้งสองเต้นรำกันอย่างสวยงามท่ามกลางสายตาผู้คนและคู่เต้นรำคู่อื่นๆที่รายล้อมทั้งสองภาพของทั้งสองที่กำลังเต้นรำตามจังหวะเพลงงดงามเหมือนอยู่ในเทพนิยายจินมองด้วยสายตาสลดเล็กน้อยเพราะตนนั้นแอบชอบคุณหนูและอยากจะเต้นรำกับคุณหนูเหมือนกัน แต่ก็ได้แค่มองเพราะคิดว่าพี่ชายของตนคงจะเหมาะสมกว่า
ขณะที่ทุกคนกำลังเต้นรำอยู่นั้นคิมที่อยู่ด้านนอกก็เดินมาตรวจตราบริเวณใกล้ๆกับงานพอดีทำให้สายตาของคิมนั้นมองผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่และมองเข้าไปเห็นด้านในงานพอดิบพอดีเห็นริวกำลังเต้นรำด้วยท่าทางที่สวยงามกับคุณหนู ตนจึงหยุดดูครู่หนึ่งเป็ครั้งแรกที่คิมเห็นริวเต้นรำ (อารมณ์ประมาณไม่เคยเห็นเพื่อนเต้นมาก่อนเลยยืนดูด้วยความอยากรู้)แต่ขณะที่คิมกำลังยืนดูอยู่นั้นสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งที่อยู่ในงานคิมจำหน้าชายคนนั้นได้ว่าเป็หนึ่งในห้าชายฉกรรจ์ที่ตามไล่ล่าริวเมื่อวันก่อนแม้ชายคนนั้นจะใส่หมวกอยู่ แต่คิมก็จำเขาได้ พร้อมกับเห็นชายคนนั้นทำท่าแปลกๆเหมือนทำท่ากอดอกแล้วหันข้างมาทางริวเหมือนจะเลงปืนจิ๋วที่ซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อไปที่ริว คิมใมากเมื่อเห็นดังนั้นก็รู้ทันทีว่าริวตกอยู่ในอันตรายคิมจึงรีบเดินเข้าไปในงานโดยลืมไปว่ามีบอดี้การ์ดเฝ้าอยู่หน้าประตูซึ่งบอดี้การ์ดก็ขวางคิมเอาไว้
บอดี้การ์ด : เข้าไม่ได้ครับน้อง
คิม : ผมขอเถอะพี่ มีคนจะลอบยิงเพื่อนผม ผมต้องรีบเข้าไปช่วย
คิมพูดด้วยท่าทีที่รีบร้อน
บอดี้การ์ด : เพื่อนน้อง คนไหนหรอ?
คิม : ขอโทษครับ ผมหมายถึง ท่านประธานน่ะครับ มีคนจะลอบยิงท่านประธานตอนนี้เขาอยู่ในอันตราย เราต้องรีบเข้าไปช่วย ผมจำหน้าไอ่โจรนั้นได้
คิมพยายามอธิบายให้เหล่าบอดี้การ์ดฟังว่ามีคนปองร้ายริวพวกบอดี้การ์ดทำท่าเหมือนจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ปล่อยคิมให้เข้าไปในงานส่วนบอดี้การ์ดก็เดินตามคิมไปด้วย เพราะสงสัยว่าเื่ที่คิมพูดนั้นจริงไหมคิมพยายามฝ่าฝูงชนที่กำลังล้อมวงดูการเต้นรำอยู่ จนไปถึงด้านหน้าสุดซึ่งเพลงที่กำลังบรรเลงนั้นได้จบลงพอดี การเต้นรำสิ้นสุด คุณหนูนิดาปล่อยมือจากริวคำนับ แล้วเดินจากไปตามธรรมเนียมเมื่อเต้นรำเสร็จ ทุกคนเดินออกไปเข้ากับกลุ่มคนเหลือริวที่กำลังยืนเป็เป้านิ่ง โจรพยายามเลงเป้า แต่ติดฝูงชน เมื่อได้จังหวะขณะที่ริวกำลังจะเดินกลับ คิมก็โผลหน้าออกมาจากฝูงชนแล้วะโให้ริวรู้ตัว
คิม: ไอ่ริว! ระวัง! หมอบ!!
ริวเมื่อได้ยินดังนั้นก็หันไปดูด้านหลังตัวเองเห็นชายปริศนากำลังเลงปืนมาที่ตน ด้วยสัญชาตญาณ ริวก็หมอบลงทันทีเสียงะุปืนดัง ปัง!!มาที่ริวซึ่งหมอบทันทำให้ะุพลาดไปโดนขอบโต๊ะแทน
สิ้นเสียงปืน ความโกลาหกก็เกิดขึ้นทุกคนที่อยู่ในงานต่างพากันวิ่งหนีตายจินรีบดึงตัวคุณหนูนิดาได้และคอยป้องกันนิดาไว้พร้อมกับพาวิ่งหนีออกทางประตูบอดี้การ์ดดึงตัวป้าอั๋น และพี่รินออกไปจากงานเพื่อรักษาความปลอดภัยส่วนคิมรีบวิ่งฝ่าฟูงชนไปดึงตัวริวที่หมอบอยู่ตรงกลางไปหลบใต้โต๊ะด้วยความรวดเร็วเพื่อไม่ให้โจรเห็นตัว เมื่อทุกคนวิ่งออกไปโจรก็วิ่งตรงไปที่โต๊ะที่ริวและคิมซ่อนตัวอยู่ริวกับคิมตัดสินใจเผชิญหน้าสู้กับโจร คิมผลักโต๊ะใส่โจรทำให้โจรเสียจังหวะแต่มันไม่ได้มาคนเดียว ยังมีพวกอีกสองคนมาสมทบ โชคดีบอดี้การ์ดและยามที่อยู่ด้านนอกเข้ามาช่วยริวและคิมสู้กับโจร ขณะที่สู้กันอยู่นั้นคิมก็เหลือบไปเห็นโจรคนหนึ่งอยู่ด้านหลังริว กำลังชักปืนออกมาจะยิงริวด้วยไหวพริบและความเป็ห่วงเพื่อน คิมจึงรีบะโเข้าไปขวางและรับะุแทนริว ทำให้คิมถูกยิงที่ท้อง จังหวะนั้นริวหันมาพอดีเขาแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อเห็นเพื่อนของตัวเองถูกยิงต่อหน้าต่อตา คิมหงายหลังจะล้มลงริวที่อยู่ด้านหลังรีบรับพยุงตัวคิมไว้ทันที พวกโจรใเมื่อยิงผิดตัวจึงรีบหนีไปแต่ก็ไม่พ้น เพราะตำรวจมาดักไว้พอดี พวกโจรจึงถูกจับตัว
ริว: คิม... ไอ่คิม.. มึงมองกูมึงมองกูไว้
ริวพยายามดึงสติคิมที่กำลังจะสลบ
ริว: คิม มึงต้องรอดนะ มึงต้องรอดมึงตายไม่ได้ กูไม่ให้มึงไปไหนทั้งนั้น ฟังกูไว้นะเพื่อน ฟังเสียงกูไว้
ริวพูดะโพร้อมน้ำตาคลอเบ้าเขาจับมือของคิมที่เต็มได้ด้วยเืไว้แน่น คิมเกรงไปทั้งตัวด้วยความเ็ปก่อนที่สติของเขาจะค่อยๆเลือนลางหายไปและดับวูบลงพร้อมกับเสียงเรียกของริวที่ดังก้องกังวาลอยู่ในหัว
หลังจากนั้นคิมถูกหามส่งโรงพยาบาลโดยมีริววิ่งตามเตียงเข็นผู้ป่วยอยู่ข้างๆสายออกซิเจนห้อยระยงรยางค์ หมอและพยาบาลวิ่งกันวุ่น เมื่อเข้าห้องผ่าตัด ริวก็ถูกกันออกมาเขารออยู่หน้าห้องผ่าตัดอย่างใจเสีย ภาวะนาให้เพื่อนของตนรอด ทั้งรู้สึกผิดเสียใจและโกรธแค้นพวกที่มาดักยิงตนรินและป้าอั๋นเข้ามาปลอบริวทั้งๆที่ตนก็เป็ห่วงคิมไม่ต่างจากริว
หลังผ่าตัดเสร็จหมอก็ออกมาแจ้งข่าวว่าคิมปลอดภัยดี แต่ยังไม่อนุญาติให้เยี่ยมคนไข้
ริวตรงดิ่งไปที่สถานีตำรวจด้วยความโมโหเมื่อเห็นหน้าชายที่บุกมาทำร้ายตนและคิม ริวก็พุ่งเข้าไปจะต่อยไอ่โจรชั่วพวกนั้นแต่ตำรวจมาห้ามไว้ พวกโจรไม่ยอมบอกว่าใครเป็ผู้ว่าจ้าง ทำให้พวกมันติดคุกในที่สุด
ขณะที่รอคิมพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลริวได้เดินทางไปที่หอพักของคิม เพื่อนำของใช้ส่วนตัวไปให้คิมที่โรงพยาบาลริวเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเก่าๆของคิม เขาก็พบกับชุดยูนิฟรอมของอาชีพต่างๆไม่ว่าจะเป็ชุดพนักงานเซเว่น พนักงานทำความสะอาด เด็กปั๊ม กางเกงที่เปื้อนสีทาบ้านในตอนที่คิมทำงานเป็กรรมกรก่อสร้างและล่าสุดคือชุดยาม นั้นทำให้ริวได้รู้ว่าคิมนั้นสู้ชีวิตขนาดไหนเขาทำงานและผ่านมาหลายอาชีพมากๆ ก่อนที่จะมาเจอริว
จากนั้นริวก็เดินไปที่หลังห้องตรงระเบียงเขาพบกับรองเท้าคู่เก่าที่เปื้อนสีทาบ้าน ตากห้อยอยู่บนราวระเบียง รองเท้าคู่นั้นมีรอยขัดซึ่งคิมนั้นพยายามซัก และล้างสีออก แต่ซักเท่าไหร่ก็ซักไม่ออกเขาจึงปล่อยไว้แบบนั้น เมื่อเดินลงมาชั้นล่างของหอริวก็เห็นซากรถมอไซร์ที่พังแล้วของคิม จอดทิ้งไว้อยู่ มีร่องรอยของการซ่อมมากมายแต่ดูเหมือนว่าคิมจะไม่มีเงินเอามอไซร์ไปซ่อม เขาจึงต้องพยายามซ่อมมันด้วยตัวเองแต่ก็ซ่อมไม่เสร็จสักที
ริวรู้สึกสงสารคิมมาก ที่ผ่านมาคิมนั้นลำบากขนาดไหนที่ต้องทำงานหาเงินใช้หนี้ ต่างจากเขาที่มีพร้อมแทบจะทุกอย่าง
ริวกลับมาเยี่ยมคิมที่โรงพยาบาลพร้อมกับจ้องมองคิมที่นอนสลบอยู่บนเตียงด้วยความเป็ห่วงเขาค่อยๆใช้มือข้างหนึ่งจับไปที่มือของคิม ส่วนมืออีกข้างค่อยๆลูบไปบนใบหน้าของคิมด้วยความเสียใจรู้สึกผิด และเป็ห่วง
เวลาผ่านไป คิมฟื้นจากอาการาเ็แต่เขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะตื่นมาก็เห็นริวนั่งหลับอยู่ข้างๆตน
คิมค่อยๆยื่นมือจะไปลูบหัวของริวเบาๆด้วยความอ่อนโยนแต่ขณะที่มือจะถึงหัวและเส้นผมของริวนั้น ริวเกิดขยับตัวเล็กน้อยทำให้คิมใยื่นมือกลับเข้าที่เดิม คิมหิวน้ำ แต่ริวยังไม่ตื่นคิมจึงพยายามเอื้อมมือจะไปหยิบน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆอย่างยากลำบากแต่ด้วยความเจ็บแผลจึงเอื้อมมือไม่ถึงแก้วสักที ขณะนั้นริวตื่นมาเห็นพอดีริวจึงรีบลุกไปหยิบแก้วน้ำให้คิม
ริว: หิวน้ำทำไมไม่บอกกูว้ะ
คิมไม่ตอบอะไรเพราะรู้สึกเพลียริวค่อยๆใช้สำลีจุ่มน้ำแล้วแตะไปที่ปากที่แห้งของคิมอย่างอ่อนโยนคิมมองริวด้วยสายตาอันอ่อนโยน และรู้ว่าริวนั้นกังวลเื่ที่เกิดขึ้นกับตนเขาจึงกระซิบบอกริวให้เอาหูมาใกล้ๆ ริวจึงยื่นหน้าเข้าไปเงี้ยหูฟัง
คิม: เื่แค่นี้กูไม่ตายหรอกเว้ยยายกูเคยดูดวงให้ ท่านบอกว่าถ้าจะจัดการกูอ่ะ ต้องใช้ปืนใหญ่เท่านั้น
ริว: เจ็บขนาดนี้ยังจะปากดีอีก
ริวหัวเราะเบาๆพร้อมกับใช้สำรีแตะไปที่ปากคิมต่อ แล้วใช้มือเช็ดน้ำที่หยดออกมาจากปากของคิมคิมยิ้มเบาๆเพราะดีใจที่เห็นริวยิ้มแล้ว บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบครู่หนึ่ง
ริว: มึง กูขอโทษนะ
คิม: ไม่เป็ไรหรอกมึงแค่มึงปลอดภัยก็ดีแล้ว
ริว: กูโครตกลัวเลยเว้ยตอนที่มึงถูกยิง กูกลัวว่าจะเสียมึงไป กูไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตยังไงถ้ามึงไม่ฟื้นขึ้นมา
คิม: กูก็อยู่กับมึงแล้วนี่ไง...อย่าคิดมาก นะ
ริวหยุดนิ่งไปชั่วขณะแล้วมองหน้าคิมจากนั้นน้ำตาของริวที่เขาพยายามกลั้นเอาไว้ก็ค่อยๆไหลออกมาเล็กน้อยคิมเห็นเช่นนั้นจึงยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้กับริวริววางสำลีแล้วเปลี่ยนมาจับมือของคิมไว้แน่น แทนคำว่าขอบคุณ