
แวะไปอ่านฉบับ WEBTOON กันได้นะครับ อย่าลืมไปกดเรตติ้งเต็มสิบ กดปุ่มหัวใจและเข้ามาพูดคุยกันได้นะครับ

___________________________________________________
ในความฝันคิดได้เห็นร่างตัวเองในวัยเด็กวิ่งเล่นกับครอบครัวพ่อแม่ของนักเขียนหนุ่มยังคงเหมือนในภาพความทรงจำแสนสุขฉับพลันภาพก็ตัดภาพไปในรถยนต์ คิดนั่งอยู่ที่เบาะหลัง งอแงว่าไม่อยากไปโรงเรียนมารดาหันมาปลอบ บอกกับเจ้าตัวว่าไม่เป็นไร โรงเรียนยังมีหลายสิ่งหลายอย่างให้เด็กน้อยเรียนรู้ ด้านบิดาก็เอ่ยบอกแซวว่าถ้าคิดเหงาก็ให้หาเพื่อนหรือหาแฟนดูสิ ก่อนแม่จะเอามือตีแขนสักที แล้วหัวเราะกันยกใหญ่ภาพความสุขยังคงแจ่มชัดในความทรงจำรวมถึงรถบรรทุกคันหนึ่งที่พุ่งหักศอกเข้ามาด้านหน้ารถพวกเขา“ทั้งหมดคือความผิดของแก!!! เป็นความผิดของแกคนเดียว!!!” เสียงแหบคำรามเกรี้ยวกราดดังขึ้นพร้อมเศษกระจกรถแตกละเอียดพุ่งเข้าใส่ เด็กชายดวงตาเบิกกว้าง กรีดร้องหวาดกลัวตกใจก่อนภาพทั้งหมดพุ่งเข้ามายังคิด
คิดตื่นขึ้นมาในรถ หอบ เหงื่อกาฬยังคงไหลอยู่บนเรือนร่างเจ้าตัว“เป็นอะไรหรือเปล่าคุณคิด สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ” นายสองกล่าวเบาดังกระซิบ “ไม่สบายหรือเปล่าครับ?” “เปล่าครับ…ผมโอเค” เป็นแค่ความฝัน คิดพึมพำในใจพลางลูบดวงตากับใบหน้าเล็กน้อยคุณชายชำเลืองมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่อย่างนิ่งงัน ไม่พูดหรืออกความเห็นอะไรระหว่างนั้นรถยนต์ก็หยุดจอด…พวกเขามาถึงตำหนักเจ้าพ่อตามภารกิจแล้ว“ไปกันทุกคน ตากล้องเตรียมตัว” ทีมงานเอ่ย“ไปขอพรกันทุกคน!” ต่ายพูดปลุกใจ “ลงรถกัน!” “เรามาทำงานน่ะต่าย ไม่ได้มาเที่ยวเล่น” เสืออบรม ด้านต่ายทำเป็นหูทวนลม เรื่องสนุกเช่นนี้เขาหรือจะพลาด เจ้าตัวเป็นคนแรกที่กระโดดโลดเต้นลงจากรถ ตามด้วยคิดและคุณชาย พวกเขาเดินดุ่ยไปยังป้าย แต่สิ่งที่สายตาต่ายคิดเหลือบไปเห็นคือป้ายแขวนที่ปริ้วอยู่ด้านหน้า“เอ๊ะ ป้ายนั้นมัน…” ป้ายสี่เหลี่ยมเขียนว่า Close พร้อมกับประกาศเรื่องไวรัสโคโรน่าระบาด ไม่ให้คนเข้าเขตสถานความเชื่อโดย กทม.! “ไม่จริงน่า มาถึงแท้ๆ” อปป้าผมฟ้าอ่อนร้องครวญ“เฮ้ย ทีมงานคนไหนฝ่ายติดต่อประสานงานเนี่ย ทำไมไม่แจ้งว่าตำหนักปิด! แล้วเราจะถามยังไงล่ะเฮ้ย!!” เสียงทีมงานกับตากล้องคำรามถามอย่างหัวเสีย มองหาความรับผิดชอบอย่างเกรี้ยวกราด“เราก็เพิ่งมาเห็นเหมือนกันนี่แหละครับพี่” ทีมงานอีกคนชี้แจ้ง “เดี๋ยวจะติดต่อพี่ป่องก็นะครับ” ในระหว่างที่ด้านนอกชุลมุนกันอยู่ สายตาของคิดก็เหลือบไปเห็นเงาร่างคนผู้หนึ่งอยู่ภายในตำหนัก เดินไปมาอยู่แวบ ๆ มีคนอยู่? ชายหนุ่มนักเขียนนึกก่อนเดินเข้าไปผ่านป้ายที่เขียนว่าปิดอย่างที่ไม่มีคนทันสังเกตยกเว้นผีเช่นคุณชายเพียงตนเดียวเท่านั้นที่เดินตามคิดไปต้อย ๆ “จะไปไหนกันเจ้านักเขียนนี่ เขาก็บอกอยู่ว่าปิด!” คิดเดินเข้าไปพลันเจอชายผมดำผู้หนึ่ง อายุราวยี่สิบกว่าๆ รูปร่างสูง ใบหน้านั้นเข้าขั้นระดับดาราชายสักช่อง เขาคือคนที่คิดเห็นจากด้านนอกเจ้าตัวก็กำลังมองมาที่เขาเช่นกันด้วยสีหน้างง ๆ คิดยกมือไหว้อีกฝ่ายพร้อมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วจึงเอ่ยถาม“ขอโทษนะครับ ที่นี่ใช่ตำหนักศาลเจ้าพ่อสี่แยกไฟแดงหรือเปล่าครับ?” คิดถามเสียงใส“ใช่ คุณเป็นใคร” ชายหนุ่มอีกฝ่ายถาม“ผมชื่อคิด ผมเป็นนักเขียนนิยายสยองขวัญ มาที่นี่เพราะมีเรื่องอยากจะมาขอพรน่ะครับ คือว่าผมอยากเห็นวิญญาณเฮี้ยนในห้องของผมน่ะครับ” เจ้าตัวพูดพลางพนมมือสีหน้าของฝ่ายตรงข้ามทำหน้างุนงงในทันทีที่ได้ยินด้านคุณชายก็เช่นกันเพราะในสายตาคุณชายไม่ได้เห็นเพียงชายหนุ่มอยู่ในศาลตามลำพังอย่างคิดเห็นเท่านั้น! หากแต่มีร่างของเจ้าที่สวมชุดไทยอยู่ด้วยอีกหนึ่งตนอยู่ด้วยเช่นกันในตำหนักแห่งนี้ และสายตาของเจ้าที่ผู้นั้นก็จ้องมายังคิดกับคุณชาย! ศาลตำหนักนี้มีเจ้าพ่ออยู่จริง ๆ ด้วย คุณชายนึกในใจ