บทที่ 4
ศึกชี้ชะตา
ปราณมีแค่สองทางเลือกคือ เป็บ่าวตลอดชีวิตกับอิสระในการใช้ชีวิตไม่ใช่เื่ตัดสินใจยากเพราะปราณย่อมรู้ดีว่าถ้าเขาปลดปล่อยพลังฝีมืออย่างแท้จริงเด็กสามัญชนธรรมดาที่ไร้พลังฌานยุทธ์ย่อมมิอาจต้านทานพลังพิเศษเหล่านี้ได้ ไม่ใช่เพื่อเงิน1,000 เหรียญทอง ถ้ามีโอกาสที่ดีกว่าหรือแข็งแกร่งมากกว่าทุกคนย่อมอยากมีอิสระในการใช้ชีวิต
บ่ายของวันรุ่งเวทีขนาด8 x 10 เมตร จัดบริเวณเดิมกับที่ตั้งเวทีเปิดผนึกฌานยุทธ์ผู้คนต่างห้อมล้อมเตรียมชมการประลองของปราณและเทวาโดยมีท่านเ้าเมืองมาร่วมนั่งชมการประลองในครั้งนี้ด้วย
“สวัสดีครับทุกท่านวันนี้เป็วันพิเศษท่านเ้าเมืองปรารถนาให้มีการประลองระหว่างปราณและคุณหนูเทวาท่านเ้าเมืองไม่เชื่อว่าปราณมีพลังฌานสัมบูรณ์เพราะที่ผ่านมาปราณได้รับฉายาว่าไอ้ขี้แพ้ และในครั้งนี้ท่านก็จะให้ลูกชายของท่านมาพิสูจน์โดยเดิมพันว่า...ถ้าคุณหนูเทวาชนะ ปราณจะต้องเป็บ่าวให้กับคุณหนูตลอดไปและหากปราณชนะนอกจากเขาจะได้ไปเรียนต่อแล้วท่านเ้าเมืองยังจะมอบเงินรางวัลเป็ทุนไปเรียนต่ออีก 1,000เหรียญทอง”
พิธีกรในงานพยายามชักจูงเรียกผู้ชมให้เข้ามาดูกันมากๆ แน่นอนว่างานนี้มีการพนันเล็กน้อยเพื่อความสนุกคนที่ลงพนันข้างคุณหนูเทวาก็เพราะเกิดอิจฉาริษยาพลังฌานสัมบูรณ์ของปราณจึงหมั่นไส้และงานนี้ก็หวังจะให้แพ้
“มันจะกล้าหรือ? ไอ้เด็กปราณนั่นน่ะ เทวาเป็ลูกชายท่านเ้าเมืองมันก็น่าจะรู้ดีถ้าชนะจะเป็ยังไง?”
“ข้าก็ว่าอย่างนั้น มันคงไม่กล้าหรอก แล้วข้าว่านะไอ้เื่พลังฌานสัมบูรณ์อะไรนั่นน่ะ มันต้องเป็เื่โกหกทั้งเพคนเราจะมีความสามารถขนาดนั้นได้ยังไง ข้าไม่เชื่อหรอก”
“ข้าก็ไม่เชื่อหรอกเหมือนกัน! ไอ้เ้าเด็กปราณนั่นยังไงก็ต้องแพ้คุณหนูโว้ย ข้าจะสะใจมากถ้ามันเป็บ่าวให้คุณหนูตลอดไป...ฮะฮะฮะฮ่า”
พิธีกรมองรอบด้านสำรวจความพร้อม แล้วมองบนลานประลอง “ณบัดนี้ได้เวลาแล้ว...ขอเปิดการประลองระหว่างคุณหนูเทวาและปราณ”
เสียงปรบมือกึกก้องทุกสายตาจับจ้องเด็กชายสองคนบนเวที
“ฮะฮะฮ่า ว่ายังไงล่ะ? ไอ้ขี้แพ้ ไม่กล้าหรือ? แกก็รู้นะถ้าแกทำข้าเจ็บตัว แกจะเจออะไร? ยังไงแกมันก็เป็ไอ้ขี้แพ้อยู่แล้วพลังฌานสัมบูรณ์อะไรนั่น มันไม่มีจริงหรอก ฮะฮะฮ่า”
เทวาะโเย้ยยั่วอารมณ์ปราณแต่เด็กน้อยปราณก็ยังนิ่ง ไม่ขยับร่างกายใดๆ ‘ทำไมข้าต้องมาทำอะไรไร้สาระแบบนี้ด้วย’
“เอ้า...กล้าๆ หน่อย...ต่อยข้าสิ...ต่อยเลย” เทวาพุ่งร่างเข้าใส่ปราณเหมือนทุกครั้งหมัดขวาปล่อยเข้าเต็มหน้าปราณจนเซถลาล้มลงก้นจ้ำเบ้า
เสียงผู้คนที่เข้าข้างเทวาพร้อมเด็กๆที่เป็เพื่อนๆ ลูกหลานอำมาตย์ทั้งหลายต่างก็ส่งเสียงเฮกันลั่น เมื่อเห็นเทวาอัดปราณล้มลงไป
“จัดการมันเลยคุณหนู”
“เอาให้มันหลาบจำเลยคุณหนู คุณหนูต้องชนะอยู่แล้ว”
ปราณพยุงร่างขึ้นมายืนไม่แสดงอาการสะทกสะท้านแต่อย่างใด
“ทำไมไม่สู้ล่ะ? ไอ้ขี้แพ้ ฮะฮะฮ่า!!!” เทวาพุ่งหมัดซ้ายใส่ปราณอีกหนหมายจะให้กระแทกใบหน้า แต่ปราณหลบหมัดได้ เทวาหัวเสียหน้างอ เพราะทุกครั้งปราณไม่เคยหลบมีแต่อยู่นิ่งๆให้เทวาชกแล้วชกเล่าจนกว่าจะพอใจ
เมื่อไม่สามารถทำได้ดั่งที่เคยมาก็โกรธจัดโถมหมัดซ้ายขวารัวเข้าใส่ไม่ยั้ง แต่ปราณก็มองเห็นทุกหมัดและปัดป้องจนเทวาเหนื่อยอ่อน“ไอ้เ้าบ้านี่!!! แกกล้าลองดีกับข้าจริงๆ หรือ?”
เทวาะโเตะแต่กลับเป็ตัวเองที่โดนปราณเตะตัดขาอย่างรวดเร็วจนกระแทกพื้นก้นจ้ำเบ้า!
“โอ้ยยยย”
สีหน้าเ็ปบิดเบี้ยวมือกุมตรงที่เจ็บแล้วค่อยๆ ลุกขึ้น แววตาแสดงความโกรธเกรี้ยวหันมองรายรอบก็รู้สึกเสียหน้า ะโด่าปราณ
“แกกล้าทำข้าหรือ? ไอ้ขี้แพ้...วันนี้ข้าจะให้แกแพ้และต้องมาเป็บ่าวให้ข้าตลอดไป...หนอยยยยย!!!!”
พลันคำสอนเมื่อเย็นวานของท่านลุงก็ผุดขึ้นมาในความคิดของปราณ
‘อนาคตของเ้า เ้าต้องกำหนดด้วยตัวเอง คนเราความอดทนย่อมมีขีดจำกัดและเมื่อถึงเวลาที่เ้าต้องโบยบิน จงโบยบินอย่างสง่าผ่าเผยถ้ามั่นใจว่าเ้าจะกำหนดอนาคตแบบใด ให้มุ่งมั่นไปในทางนั้นไม่ต้องสนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะความมุ่งมั่นในใจของเ้าจะเอาชนะทุกอย่าง’
ปราณเกิดแรงฮึดไม่ยอมหลบหรือปัดป้องอีกต่อไปเมื่อเลือกเส้นทางนักฌานยุทธ์ ก็ต้องเดินต่อให้สุด ปราณกำหมัดขวาแน่นแล้วปล่อยสวนออกไปในจังหวะเดียวกับที่เทวาพุ่งหมัดขวาเข้ามาพอดี...
ปราณเบี่ยงตัวหลบหมัดของเทวาได้อย่างสบายในขณะที่หมัดของเขาพุ่งเข้าเต็มใบหน้าของเทวาแรงหมัดที่ไม่ธรรมดาส่งให้ร่างเทวาลอยละล่องตามความแรง เืกำเดาไหลทะลักสาดกระเซ็นทันที
เสียงฮือฮาลั่นบริเวณไม่มีใครเชื่อสายตาว่าปราณจะกล้าโต้ตอบและซัดเทวาเพียงหมัดเดียวถึงกับเืกำเดาไหล
ปราณพุ่งเข้าไปตวัดปลายเท้าดีดปลายคางเทวาอย่างต่อเนื่องจนเทวาตีลังกาหน้าหงายแล้วเสียหลักล้มตึงกับลานประลองกองเชียร์เบ้หน้าแสดงอาการเจ็บแทน ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กปราณจะมีพลังมากจนถึงกับทำให้เทวาตีลังกาลงมานอนแอ้งแม้งที่พื้น!
เทวาเบิกตาโตด้วยความโมโหยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ทุกครั้งเขาสามารถทำร้ายปราณได้จนลำพองใจพอวันนี้ถูกตอบโต้เข้าบ้าง ก็ย่อมรับไม่ได้ความเ็ปที่ได้รับเทวารู้สึกว่ามันรุนแรงกว่าหมัดของเด็กทั่วไปจิตใจเริ่มหวั่นไหวกับเด็กชายเบื้องหน้าบ้างแล้วแต่เมื่อมองเห็นสายตาผู้ชมพุ่งมาบนเวทีอย่างมากมายความหยิ่งทะนงในกายก็เอ่อล้นดับความกลัวนั้นจนมลายไป แล้วะโเสียงดังขจัดความกลัวในจิตใจ
“แก...โอ้ย! แกกล้ามาก” เทวาปาดจมูกเห็นเืกำเดาไหลก็กัดกรามแน่นะโบอกลูกไล่ลูกหลานอำมาตย์ในทันที
“พวกเรามาช่วยกันจัดการไอ้ขี้แพ้นี่หน่อยเอาให้มันหยอดน้ำข้าวต้มไปเลย...อูยยย!!!”
แก๊งค์ลูกไล่ของเทวา8คน เดินอาดๆ ขึ้นมาบนเวที ด้วยสายตาหงุดหงิด ต่างขยับแขนขา คงอยากจะจัดการซ้อมปราณเต็มแก่แล้วรอเพียงคำสั่งของเทวาเท่านั้น!
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงท่านเ้าเมืองตวาดลั่นทุกเสียงบริเวณนั้นเงียบทันที “ใครบอกให้เ้าใช้วิธีสกปรกแบบนี้หา!!!ข้าจัดให้เ้าประลองกับปราณโดยไม่มีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง”
“ก็ท่านพ่อ...ท่านไม่เห็นมันทำลูกหรือ?” เทวากุมจมูกแล้วฟ้องเสียงอ่อย
“ข้าเห็นทุกอย่างนั่นแหละ แต่นี่เป็การต่อสู้ของลูกผู้ชายเ้าเป็ลูกชายของข้า อย่าทำให้ข้าขายหน้าไปยิ่งกว่านี้อีกเลย...คนอื่นๆลงไปจากเวทีซะ ถ้ายังดื้อด้านกันข้านี่แหละจะลงโทษพ่อแม่ของพวกเ้าโทษฐานไม่อบรมสั่งสอนลูกให้เป็คนดี”
ท่านเ้าเมืองชี้หน้าเด็กๆลูกไล่ทั้งหลาย จนทั้งหมดต้องถอยลงจากเวทีด้วยสีหน้าหวาดกลัวเพราะขืนดื้อดึงคนที่จะถูกเล่นงานไปด้วยคือพ่อแม่ของพวกเขาเอง
เทวากัดกรามแน่นมองหน้าท่านพ่อไม่สบอารมณ์‘ท่านพ่อนะ...ข้าเป็ลูกท่าน แต่ท่านไม่ห่วงใยข้า กลับให้ท้ายไอ้ขี้แพ้’
“ถึงยังไงวันนี้แกก็ต้องแพ้ให้ข้าเหมือนทุกๆ ครั้งนั่นแหละ!” เทวาะโลั่นพร้อมวิ่งเข้าหาปราณแบบลืมตายหวังจะทำร้ายปราณให้ได้เหมือนอย่างเคย แต่คราวนี้มันไม่เหมือนเดิมไปตลอดกาล
ปราณยืนนิ่งทิ้งน้ำหนักลงบนเท้าทั้งสองข้างเขาสูดหายใจลึกๆ จากนั้นประสานพลังสู่มือทั้งสองรอจังหวะที่เทวาพุ่งเข้ามาจนได้ระยะหมัด แล้วปล่อยหมัดคู่ออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเทวาพุ่งเข้ามาแบบไม่คิดย่อมหลบไม่พ้นวิถีหมัดคู่ที่รุนแรงท้องที่ไร้การป้องกันก็ถูกพลังหมัดกระแทกเต็มที่จนตัวงอไอโขลกๆ น้ำหูน้ำตาไหลพราก...
ได้เวลาที่ปราณจะปิดบัญชีงานนี้แล้วเขารวบรวมพลังกำหมัดซ้ายแน่นแล้วเสยเข้าปลายคางของเทวาอย่างรวดเร็วรุนแรงจนร่างลอยละลิ่วขึ้นไปบนอากาศท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่เบิกถลนเมื่อเห็นภาพหมัดที่ส่งเข้าปลายคางคุณหนูแห่งเมืองเชียงคลอง
ร่างน้อยๆลอยละลิ่วสูงเกือบ 4 เมตร ก่อนที่จะร่วงลงมา ปราณรีบวิ่งเข้าไปรับได้ทันก่อนที่จะกระทบพื้น...
หมัดเสยหมัดเดียวของปราณทำเอาเงียบทั้งบริเวณ ไม่เคยมีใครเห็นพลังหมัดที่สามารถซัดเด็กอีกคนให้ลอยขึ้นบนอากาศสูงขนาดนั้นย่อมไม่ใช่พลังของเด็กธรรมดาแล้ว หรือแม้แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถใช้หมัดเสยส่งให้คู่ต่อสู้ลอยขึ้นกลางอากาศได้ง่ายๆ
ความเชื่อเื่ของฌานสัมบูรณ์กับเหตุการณ์ที่เห็นเบื้องหน้าทำให้ทุกคนเริ่มเชื่อว่าเป็เื่จริงไม่ใช่มายากล