ตอนที่ 3 ใต้หน้าผา (3)
ซูโหรวแผดเสียงเกรี้ยวกราดเปี่ยมล้นด้วยเพลิงโทสะ สายตาของนางแน่วแน่ดุดัน ในมือข้างหนึ่งถือกระบี่ยาวสลักลวดลายั นางหรือจะทนรับไหว บุญคุณที่ติดค้างต่อแพทย์เทวะชาตินี้ก็มิอาจชดใช้ได้หมด โรคร้ายที่ยากจะรักษาได้เพียงรอคอยความตาย นางที่ถูกช่วยเหลือมาจากขอบเหวมรณะย่อมมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะทดแทนบุญคุณต่อผู้มีพระคุณ ยิ่งซูโหรวคือองค์หญิงหนึ่งเดียวแห่งราชวงศ์ั บุตรีของจักรพรรดิัโดยชอบธรรม หญิงสาวยึดถือคติธรรมประจำใจ “บุญคุณต้องทดแทนหนี้แค้นต้องชำระสะสาง”
ทุกผู้คนที่นี่ราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่อย่างจัง ถ้อยคำของนางประหนึ่งประกาศิต์ ใบหน้าของฝูงชนราวกับเป็ตะคริวกะทันหัน พวกเขาทราบกระจ่างแจ้งว่าซูโหรวนั้นมีที่มาไม่ธรรมดา ผู้ติดตามของนางทั้งสองคนมีวรยุทธล้ำลึกสุดหยั่งถึง ข่าวลือแพร่งพรายกันว่า เคยเห็นผู้ติดตามของนางเหาะเหินข้ามูเา ซึ่งไม่ทราบว่าจริงหรือเท็จเพียงใด ผนวกกับเื่ราวของนางที่ทวีความสูงส่งขึ้นเรื่อยๆ ั้แ่ผู้ติดตามที่เก่งกาจราวกับปรมาจารย์ยุทธ พร์ที่ฉายแววั้แ่เก้าขวบดั่งัในกลุ่มคน ครั้นตอนนี้ผ่านพิธีกรรมทดสอบพร์ได้ระดับขั้นต่ำขั้นหกที่ทัดเทียมกับจักรพรรดิั
เช่นนี้เอง การที่นางอวดอ้างถึงฐานะตนที่เป็ “องค์หญิง” ถ้าคนอื่นพูดคงเป็เื่น่าหัวร่ออย่างยิ่ง แต่ทว่า นี่คือซูโหรวเป็ผู้เอื้อนเอ่ย มันกลับมีน้ำหนักมากจนรู้สึกขวัญผวา เมื่อนายหญิงน้อยเผยฐานันดรศักดิ์ ผู้เฒ่ามินิ่งเฉยพลันขับเคลื่อนพลังยุทธ ชั่วพริบตาก็ยืนเคียงข้างซูโหรว ท่วงท่าดูนอบน้อมเคารพ ผู้เฒ่าก้มศีีรษะลงเล็กน้อย อย่างไรเสีย ฐานะของผู้เฒ่าภายในวังย่อมไม่ต่ำ ไม่ถึงกับต้องคุกเข่าเคารพ
เพียงสามลมหายใจ คนสองคนพุ่งทะยานมาตรงหน้าซูโหรวและผู้าุโทะยานฟ้า พวกเขากล่าวเสียงดังกึกก้อง “นายหญิงน้อย” เรียกขานผู้เป็นายเหนือหัวก่อนเรียกขานผู้มีลำดับขั้นสูงกว่าอย่างให้เกียรติ “ท่านผู้าุโหลงฝาน”
ชาวบ้านต่างจดจำสองคนที่กำลังคุกเข่าได้ขึ้นใจ พวกเขาทั้งคู่คือผู้ติดตามของซูโหรวตอนเข้าเมืองบงกชขาว หลายครั้งคราวที่แลกเปลี่ยนการสนทนากันอย่างออกรสกับชาวบ้านธรรมดา ค่อนข้างเป็ที่รักของชาวบ้านที่นี่ด้วยความที่มีมนุษยสัมพันธ์ดี พวกเขาต่างเป็ผู้ฝึกตนขั้นหก---ทะยานฟ้า ส่วนผู้าุโหลงฝานที่ยืนเคียงข้างซูโหรวคือราชครูแห่งราชวงศ์ั สมญานามเหี้ยมหาญชาญชัย “จ้าวั”
ัมหาธรณีเป็ใต้จักรพรรดิั หากจักรพรรดิัผู้นี้ก็ถูกอบรมสั่งสอนมาจากจ้าวั ลำดับขั้นภายในล้วนเป็เช่นนี้ พลังฝีมือของผู้เฒ่า ถึงจะแก่แล้วก็ยังเก่งกาจไร้้คู่เปรียบ ผู้บรรลุวรยุทธขั้นแปด เป็หนึ่งในตัวตนที่เข้าใกล้ขั้นเก้า---ทะยาน์ในตำนาน!!
ยามนามของหลงฝานแพร่งพรายออกไป อาจารย์ทั้งหกของสถาบันบงกชขาวรุดหน้าเข้ามาทำความเคารพอย่างเร็วรี่ พวกเขาเป็คนของทางการต้องทราบฐานะของราชครูอยู่แล้ว มันทั้งหกอดหวาดสะพรึงกลัวมิได้ พวกเขามองตัวตนของผู้เฒ่าไม่ออกและมองตัวตนขององค์หญิงหนึ่งเดียวของัมหาธรณีแห่งนี้ไม่ออกด้วย อาศัยอยู่กับองค์หญิงนานหลายปี ได้แต่สำนึกดีใจที่พวกเขาไม่ได้กระทำการล่วงเกินใดๆเอาไว้ ไม่อย่างนั้น หัวคงหลุดจากบ่าในวันนี้
สีหน้าของฝูงชนต่างซีดขาวราวกับกระดาษ ทั่วทั้งร่างสั่นระรัวก่อนพากันคุกเข่าลงตัวสั่นเทา เหงื่อเปียกท่วมจนผ้าสวมใส่ชุ่มน้ำ กระทั่ง กลุ่มคนนับพันคุกเข่าเคารพ ท่ามกลางฝูงชน ซูโหรวยืนโดดเด่นเป็สง่าทอดมองคนนับพันอย่างไร้อารมณ์ สถานที่แห่งนี้คงเป็ครั้งแรกที่พระนามธิดาัพร่างพรายสู่สาธารณชน…
หลงฝานเอ่ยแนะนำนางอย่างเป็ทางการ “นายหญิงน้อยทรงมีพระนามว่า ‘หลงซูโหรว’ ธิดาัหนึ่งเดียวแห่งราชวงศ์ั” การยืนยันของผู้าุโราวกับสุรเสียงป่าวประกาศจากสรวง์ ในหน่วยข่าวทั่วไป จักรพรรดิัมีลูกอยู่ทั้งสิ้นสิบสองคน สิบเอ็ดคนแรกล้วนเป็บุรุษเพศ คนสุดท้องหนึ่งเดียวเป็อิสตรี ด้วยเคล็ดวิชาของจักรพรรดิัจึงให้กำเนิดอิสตรีได้ยาก ธิดาหนึ่งเดียวคนนี้จึงเป็ดั่งหัวแก้วหัวแหวนและเป็เกล็ดย้อนที่รุนแรงที่สุดของจักรพรรดิั
จักรพรรดิัถึงไม่เคยให้ธิดาผู้นี้ออกไปข้างนอก หรือเปิดเผยข้อมูลใดเกี่ยวกับนาง ขนาดคนในวังส่วนใหญ่ยังไม่เคยเจอหน้านางหรือล่วงรู้ชื่อแซ่นาง นับประสาอะไรกับชาวบ้านแถบชนบท…
หลงซูโหรวนั้นเป็โรคร้ายที่บันทึกราชวงศ์ัระบุไว้ว่าไม่มีทางรักษาต้องตกตายสถานเดียว จักรพรรดิัเฟ้นหาแพทย์ทั่วทั้งัมหาธรณี ยอมแบกหน้าลดศักดิ์ศรีไปขอให้ทั้งสามแดนสัตว์เทพมหาธรณีช่วยเหลือ ค้นหาแพทย์ผู้มีความสามารถ ผลลัพธ์นั้นล้มเหลวไม่เป็ท่า จักรพรรดิัสิ้นหวังสุดขีด ถึงกับปิดด่านฝึกตนและออกคำสั่งเด็ดขาดให้ผู้ฝึกตนระดับทะยานฟ้าซึ่งเป็ยอดฝีมือฉกาจสองคนตามอารักขาหลงซูโหรว นางที่ตระเวนใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ไปวันๆ ใครเล่าจะรู้ว่าปาฏิหาริย์มันจะเกิดขึ้นถึงพานางมาสู่จุดนี้
เช่นนี้แล้ว คิดว่าจักรพรรดิัจะตอบแทนแก่จูเก้อผู้นี้อย่างไร? ยิ่งไม่น่าแปลกใจเลยที่หลงซูโหรวจะให้ความสำคัญกับชูฉินมากเพียงนี้ แม้จะไม่ใช่บุตรสืบสันดานของแพทย์เทวะ อย่างไรเสีย ผู้มีพระคุณของนางก็นับเขาเป็ลูกบุญธรรม หลงฝานกล่าวชี้แจงแก่ฝูงชนหนักแน่น “การกระทำอันโง่เขลาของพวกเ้าเกือบจะทำให้เมืองบงกชขาวกลายเป็เมืองร้างไร้ผู้คน”
ในส่วนนี้ หลงฝานยังไม่ทราบว่าหลงซูโหรวนั้นหายจากโรคร้ายได้เพราะใครหรือเพราะอะไร ผู้ชราเพียงทราบว่านางหายดีแล้วเท่านั้น และนี่เป็สาเหตุที่เขามีอาการผิดปกติยามเห็นหลงซูโหรวครั้งแรก จนอยากจะเหาะลงมาไต่ถามให้ละเอียดถี่ถ้วน แน่นอนว่า ผู้ชราฉลาดปราดเปรื่อง มองการกระทำของหลงซูโหรวออกกระจ่างแจ้ง “ชายหนุ่มธรรมดาคนนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับผู้ช่วยชีวิตของนายหญิงน้อยเป็แน่แท้” ผู้เฒ่าครุ่นคิด
หลงฝานกล่าวสร้างปราการป้องกันชีวิตให้กับชูฉิน “ใครกล้าแตะต้องชูฉินด้วยเจตนาร้าย ในนามของราชวงศ์ั ชื่อแซ่ตระกูลของมันจะหายสาบสูญไปจากัมหาธรณี!!” อำนาจของจ้าวัมีสิทธิ์กล่าวอ้างในฐานะตัวแทนของราชวงศ์ั
ชูฉินค่อยๆผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง หากจิตใจจะเหลวแหลกละเอียดเป็ผุยผง ภาพฝันที่จินตนาการพังทลายไม่เหลือชิ้นดี เขาไม่ใช่แม้แต่จะเป็ผู้เดินบนเส้นทางสู่ชีวิตะ ไม่มีแม้คุณสมบัติจะเหยียบย่ำสู่มรรคายุทธ สิ่งที่ยังค้ำจุนจิตใจของเขาไว้ได้ มันย่อมเป็บิดาของตนเอง “แพทย์เทวะจูเก้อ”
นกบินบนที่สูงครั้นตกลงมาไม่ตายก็สาหัสยิ่ง เสียงนุ่มลึกอันเป็คำสอนของบิดาดังข้างใบหู
“ชูฉิน เ้าเห็นูเาลูกนั้นหรือไม่?” จูเก้อชี้ขึ้นไปบนยอดเขาเขียวขจีที่สูงหลายพันเมตร ชูฉินพยักศีรษะรับเบาบาง ก่อนจูเก้อจะกล่าวต่อว่า “มดเดินเท้าไม่หยุดพักถึงยอดเขาหนึ่งร้อยปี คนเดินเท้าไม่หยุดพักถึงยอดเขาเจ็ดวัน นกโบยบินไม่หยุดพักถึงยอดเขาหนึ่งวัน เทพเซียนขยับกายถึงยอดเขาชั่วพริบตา หากทั้งนี้คือผู้มีองค์ประกอบหลักครบทั้งปวงจากธรรมชาติย่อมเข้าเงื่อนไข ถึงองค์ประกอบหลักจากธรรมชาติจะไม่ครบสมบูรณ์ หากยังสามารถขึ้นยอดเขาย่อมเข้าเงื่อนไข ผู้ไม่เข้าเงื่อนไขคือผู้ไม่สามารถขึ้นยอดเขาเพราะขาดองค์ประกอบหลักจากธรรมชาติสำหรับขึ้นเขานี้”
ใบหน้าของเด็กน้อยไร้เดียงสา “ท่านพ่อ ท่านหมายความว่าอย่างไร?”
จูเก้อหัวเราะเบาๆ “ชูฉิน คำสอนบิดาจดจำให้ขึ้นใจ”
ไม่เพียงคำสอนนี้ ยามชูฉินหยัดกายขึ้นสังเกตเห็นอิสตรีผู้เลอโฉมจากข้างหลัง ความงามของหลงซูโหรวแค่เห็นข้างหลัง ผู้คนต่างกล้าเดิมพันด้วยชีวิตว่านางเป็โฉมงามสะคราญล้างเมือง แผ่นหลังของหญิงสาวนั้นบอบบางน่าทะนุถนอม หากในสายตาของชายหนุ่ม แผ่นหลังที่งดงามไร้ตำหนิกลับเปรียบดั่งกำแพงสูงเสียดฟ้าที่นานวันยิ่งทวีความสูงขึ้นเรื่อยๆ
ในวันนั้นหลังจากที่ชูฉินกลับจากสถาบันบงกชขาว เขาได้ทราบความเก่งกาจของหลงซูโหรวตอนเก้าขวบ เด็กสาวเป็สุดยอดในทุกด้าน พร์ของนางถึงกับทำให้อาจารย์ทั้งหกเอ่ยชมไม่ขาดปาก เด็กชายคราวแรกย่อมไม่คิดสิ่งใด กาลเวลาผันผ่านจากวันสู่เดือนจากเดือนสู่ปี เด็กชายที่ผ่านโลกมากขึ้นย่อมตระหนักรู้หลายอย่าง ความรักในวัยเด็็กคือเื่สามัญธรรมดา
ชูฉินประทับใจชื่นชอบในตัวหลงซูโหรวมาก ด้วยธรรมเนียมที่ว่าบุรุษที่ด้อยกว่าสตรี หญิงใดเล่าเขาจะยินยอม… ธรรมเนียมที่ปรากฏมาช้านานจะว่าหัวโบราณก็ไม่เชิง มันกลับถูกสืบทอดมายังรุ่นของชูฉิน ฝังรากลึกในจิตใต้สำนึก
“ท่านพ่อ” ชูฉินที่เดินทางไกลช่วยขนของบิดากล่าวสำเนียงเศร้าสร้อย จูเก้อเผยรอยยิ้มน้อยนิด ไม่ทันที่บุตรชายจะได้เอ่ยปากบอกเล่า ผู้เป็พ่อร่ายคำ “หากความงามดำรงชั่วนิรันดร์ ไฉนเลยจะไม่ได้”
คำสอนของบิดาได้ปลุกสติของชูฉินขึ้น ความโศกศัลย์ในแววตาอันตรธานหายไป ชายหนุ่มประสานฝ่ามือคำนับไปทางผู้าุโหลงฝาน “ท่านผู้าุโ คนธรรมดาสามารถฝึกวรยุทธได้หรือไม่…”
หลงฝานย่อมหันหลัง หากเสียงแห่งคำถามดังขึ้น การที่ผู้เฒ่าต้องเป็ฝ่ายเปลี่ยนอากัปกิริยาถือว่าเป็การิ่เกียรติมาก อย่างไรเสีย ผู้เฒ่ามองออกว่าเขาผู้นี้คือคนสำคัญของหลงซูโหรว หลงฝานวางทิฐิลง หันกายมาหาชูฉินกล่าวตอบอย่างนุ่มนวล “ใช่ว่าคนธรรมดาจะข้ามผ่านประตูมิได้ เพียงยากเย็นแสนเข็ญดั่งปีนป่าย์ ต้องอาศัยโชควาสนาเพื่อรอคอย่เวลาการหยั่งรู้กฎเกณฑ์ฟ้าดิน เช่นนั้นถือว่าข้ามผ่านบานประตูสู่เส้นทางะ อย่างไวที่สุดที่ข้าเคยพบคือสิบปีบรรลุขั้นหนึ่ง อย่างนานที่สุดคือจนคนผู้นั้นตายด้วยโรคชราก็ไม่ข้ามผ่านบานประตูยุทธ”
สิ้นคำกล่าวของหลงฝาน สายตาของชูฉินเปล่งประกายดุจดารา ตราบใดที่โอกาสไม่ดับสนิท แม้จะเป็เพียงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ชายหนุ่มก็พร้อมจะอุทิศตนมุ่งสู่มรรคายุทธ ถึงหลักๆจะเป็เื่ของหลงซูโหรวก็ตาม
ชูฉินเกือบจะกล่าวเรียกหลงซูโหรวเพื่อเอ่ย “ช่วยรอข้าก่อน” หากชายหนุ่มกลับต้องเก็บกลืนถ้อยคำลงคอ สำหรับชายหนุ่มอายุสิบห้าปี วาจาสวยหรูล้วนดูดีอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งเมื่อพินิจดูอย่างละเอียด เขาคงเข้าข้างตัวเองจนเกินไป เหตุใดนางจะต้องเฝ้ารอเขากัน พร์และความงามของซูโหรวจะต้องเป็ที่หมายปองของยอดบุรุษทั่วหล้า นี่เขาคิดว่าตนเองมีคุณสมบัตินั้นหรืออย่างไร? ใช่… ชูฉินคิดว่าตนไม่มีจึงไม่กล่าวโอ้อวดออกไป
“องค์หญิงหลงซูโหรว ข้าซาบซึ้งบุญคุณนี้จริงๆ! ข้าขอตัวก่อน!” ชูฉินกล่าวขอบคุณ โดยมิได้คำนับหรือก้มหัวเฉกเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ เหล่าผู้ติดตามหรือผู้าุโหลงฝานต่างเมินเฉยในความโอหังนี้ หลงซูโหรวไม่ได้หันกายมาประสานสายตาหรือรับการขอบคุณ นางยังยืนสง่าไม่ไหวติงต่อเสียงเรียกขาน
ความรู้สึกของหลงซูโหรวที่มีต่อชูฉินย่อมเป็เพียงความรู้สึกติดค้างในบุญคุณเท่านั้น อีกทั้งมันยังเป็เพียงความรู้สึกติดหนี้บุญคุณของบิดาเขามิใช่เขาโดยแท้จริง สำหรับชูฉิน หลงซูโหรวเพียงรู้สึกเป็หนี้น้ำใจที่ตอนนอนรักษาอาการมีชูฉินคอยปฏิบัติดูแลอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่อง นางไม่ได้มีความรู้สึกทางเชิงสัมพันธ์ชู้สาวแม้แต่น้อย ถ้าจะมีก็คงเป็เพียงความผูกพันเล็กน้อยในตลอดระยะเวลาเจ็ดปีนี้ ถูกต้อง ระยะเวลาเจ็ดปีสั้นอย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตน แม้หลงซูโหรวจะเกิดมาบนโลกได้สิบห้าปี มุมมองต่อโลกของนางกลับกว้างไกล
กลับกัน มันเป็ฝ่ายของชูฉินผู้เดียวที่คิดในเชิงนั้น และหญิงสาวรับรู้ในเื่นี้เป็อย่างดี เมื่อชูฉินเดินลับหายออกไปจากพื้นที่ “หลงอี หลงเอ้อ” หลงซูโหรวเอ่ยชื่อผู้ติดตามทั้งสองคน ก่อนนางจะหันขวับเดินออกไป คอยมีองครักษ์ติดตามใกล้ชิด ผู้าุโหลงฝานจะปล่อยให้นางเที่ยวเล่นต่อได้อย่างไร กล่าวอย่างขึงขัง “อาการของนายหญิงน้อยหายดีแล้ว ข่าวสารสำคัญควรค่าแก่การเฉลิมฉลองทั้งแผ่นดิน ข้าจะไปหาท่าน โปรดเล่าให้ผู้เฒ่าทราบโดยละเอียด”
หลงซูโหรวไม่กล่าวตอบใดๆ ความแข็งกร้าวเด่นชัดไม่หวาดหวั่นเกรงกลัว เมื่อเดินห่างออกไปพอประมาณจนเหลืออยู่กับแค่ “หลงอี หลงเอ้อ” ผู้ติดตามทั้งสองล้วนเป็อิสตรีทั้งคู่ พวกนางขานรับคำเรียก “เ้าค่ะนายหญิงน้อย”
“แววตาของเขากลับเป็เช่นเดิม ข้าองค์หญิงประหลาดใจยิ่ง ถึงข้าจะคาดไม่ถึงที่เขาไร้พร์ หากนั่นกลายเป็บททดสอบใหญ่ ต่อหน้าแรงกดดันของผู้คน ต่อหน้าความเกลียดชังผู้คน แววตาของเขากลับบริสุทธิ์ไร้มลทิน ไม่มีความเคียดแค้นใดในสายคู่นั้น” หลงซูโหรวกล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์
“ยุทธภพกว้างไกลไพศาลเ้าค่ะ” หญิงสาวทั้งสองขานตอบพร้อมเพรียง
หลงซูโหรวค่อนข้างชอบสายตาของชูฉินมากๆ นางผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็โฉมงามล้างเมืองงามพิสุทธิ์เหนือคน เมื่อนางเห็นสายตาของชูฉิน มันกลับก่อเกิดความรู้สึกด้อยกว่าแจ่มชัด ความรู้สึกที่นางไม่เคยรู้สึกเลยชั่วชีวิตนี้ บนความงามสูงสุดั้แ่เกิดมา นี่เป็ครั้งแรกที่นางรู้สึกว่า ความงามของนางในด้านใดด้านหนึ่งเป็รองผู้อื่น อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกของหลงซูโหรวมิใช่ความอิจฉาริษยา นางเพียงอยากเฝ้ามอง ราวกับเฝ้ามองบุปผางามที่รอวันร่วงโรย
เพราะนางเข้าใจอารมณ์เื่นี้ยิ่งกว่าผู้ใด เนื่องจากครั้งหนึ่ง สายตาของนางเคยงดงามเพียงนั้นเช่นกัน สายตาที่ไร้เดียงสาบริสุทธิ์โดยแท้จริง ครั้งเติบโตในยุทธภพที่ผู้คนมากเล่ห์เพทุบาย ครั้งค้นพบความจริงเื่โรคร้าย สรรพสิ่งได้หล่อหลอมให้เด็กสาวคนหนึ่งมีวุฒิภาวะทางความคิดที่อยู่เหนือเด็กรุ่นเดียวกันไปไกลอักโข
นางจึงอยากรู้อย่างยิ่งยวด สายตาที่งดงามคู่นี้จะพังทลายลงด้วยความโหดร้ายรูปแบบใดจากยุทธภพ ถ้าถามว่านางอยากรู้เื่นี้ไปเพราะสิ่งใด… หญิงสาวกำลังสร้างเหตุแห่งการหยั่งรู้ เพื่อบรรลุเคล็ดวิชาที่สืบทอดกันมาของราชวงศ์ัให้ลึกซึ้งอย่างถึงที่สุด