นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้ เพราะรักของฉัน.. คือเธอ เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๒๔
รัก
เสียงเตโชเล่าเื่ต่อ “เมื่อองค์หญิงดารารายพิลาศตื่นขึ้น ก็พบว่าตัวเองอยู่ในกองทัพมคธนคร ศัตรูแห่งพระบิดาของนาง แล้ว.. ที่ใอย่างที่สุด.. วิพาหะคือ.. องค์อริยวรรตจอมกษัตริย์แห่งมคธ”
“หม่อมฉันเกลียดองค์อริยวรรตแต่หม่อมฉันรักวิพาหะ วิพาหะท่านเป็ศัตรูของใครก็ช่าง แต่คือยอดดวงใจของดาราราย” ดารารายพิลาศพร่ำพรอดถึงความรักความหลง
“ข้ารักดารารายและจะรักแต่ดารารายคนเดียวตลอดไปจนกว่าจะหมดลม” อริยวรรตปฏิญาณชัดเจน
เสียงเตโชเล่าเื่ “เพราะหลงในรัก หลงในตนเองทั้งสองก็มีปากมีเสียงกัน และประชดประชันกัน เอาชนะคะคานกัน”
“อริยวรรตใจร้าย ข้ายอมตกแต่งก็ใครก็ได้ ดีกว่าที่จะอยู่กับพระองค์ ผู้คิดจะทำลายกาสีนคร มาตุภูมิของข้า” ดารารายพิลาศต่อว่าชายผู้เป็ที่รัก
“ดารารายเ้าเป็ของพี่คนเดียว”
“ดารารายเป็ของชาวกาสีมิใช่ของศัตรูนะเพคะ”
“หมายความว่าหากกาสีจะรบ เ้าจะรบกับพี่” เพราะความโกรธ จึงโยงความรักกับา
“หากฝ่าาปรารถนาาก็จะเป็ไรมีเล่าเพคะ” เพราะความอยากเอาชนะจึงท้าทายชายคนรัก
เสียงเตโชบรรยายเื่ “องค์อริยวรรตจึงให้ทหารส่งเ้าหญิงดารารายพิลาศคืนสู่กาสีนคร แล้วองค์อริยวรรตก็สั่งให้ขัตติยะราเชนทร์อนุชากลับไปราชวังมคธ เพื่อเชิญองค์หญิงอาภัศราพระคู่หมั้นของพระองค์มาอภิเษก แล้วพระองค์ก็จะยกทัพเข้าตีกาสีนคร”
อ้อยในชุดองค์อาภัศราเดินเข้าเวทีมาด้วยความเศร้าโศก เตโชในชุดองค์ขัตติยะราเชนทร์เดินตามมาไม่ห่าง “อาภัศรา.. ลืมพี่เสียเถิด.. สิ่งที่ผ่านมา..เป็เพียงแค่เพ้อฝัน”
“ลืมกระนั้นหรือ?อนิจจา.. ขัตติยะ.. เธอคิดว่าอาภัศรานี้จะลืมความรักไปเสียได้ เหมือนเช่นเธอ”
“พี่สลักรักเราไว้ในใจไม่มีวันเสื่อมคลาย แต่บุญพี่น้อยนักคนรักจึงหลุดลอย”
อาภัศรามองขัตติยะ น้ำตานองหน้า ....... โอ.. มลุลีร่มนี้มืดมน.. ช้ำเหลือทน..อับจนหัวใจ.. ต้องพรากรักไป.. ภายใต้ร่มไม้ของเ้านี้..
ขัตติยะปลอบประโลมอาภัศราทั้งที่ตนเองก็หัวใจสลาย ....... ลืม.. รักที่หลั่งลงฝังกับใจ.. ฝังฝากให้ใต้ร่มมลุลี..จงลืมรักพี่.. อย่ามีฤดีอาลัยต่อกัน..
อาภัศรามองหน้าขัตติยะความเศร้าฉายชัดในแววตาเธอ ....... ยากเย็น.. กรรมหรือเวรอันใด.. นำชักให้.. ดวงฤทัยโศกศัลย์..
ความเศร้าก็จับใจขัตติยะเช่นกัน....... พี่ตรม.. สุดภิรมย์รำพัน.. บุญไม่เปรียบเทียบทัน.. ร้าวรานฤทัย..
อาภัศราน้ำตานองหน้า....... โอ.. รักที่ผ่าน.. ดังฝันชั่วคืน.. ครั้นพอตื่น.. กลับคืนหายไป..
ขัตติยะเช็ดน้ำตาให้อ้อย....... โธ่อย่าร้องไห้.. ปล่อยให้ดวงใจ.. ร้าวระทม..
ทั้งสองบอกรักกันบอกลารักจากกัน ... ร่ม.. มลุลี.. เป็ที่สุดท้าย.. แห่งจุดหมายน้องพี่.. มลุลีเห็นใจน้องพี่..ว่าสิ้นคืนนี้.. น้องพี่สิ้นกัน..
เสียงวินนี่เล่าเื่ “เมื่อดารารายคืนสู่กาสีนคร ก็พบว่า..เธอมิอาจอยู่โดยปราศจากชายคนรักได้ .. รักในอกเรียกร้องให้เธอ..คืนสู่อ้อมกอดชายคนรัก.. เธอทรมานเพราะหลงในรัก.. จนทนไม่ไหว”
เสียงไม้เล่าต่อ “เมื่อพิธีอภิเษกขององค์อริยวรรตกับอาภัสราเสร็จสิ้นลง ดารารายพิลาศก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ค่ายทหารขององค์อริยวรรต”
ดารารายวิ่งเข้าไปกอดองค์อริยวรรต “หม่อมฉันกลับมาหาพระองค์แล้ว ..หม่อมฉันหนีทุกอย่าง .. เพื่อมาหารัก .. ไม่นึกเลยว่า..จะรอดตายจนได้มาพบกับพระองค์ .. กอดหม่อมฉันให้แน่นๆ สิเพคะ ..ไฉนจึงประทับนิ่งเช่นนั้น .. หม่อมฉันเลือกแล้วว่า .. จะเป็ราชินีแห่งองค์อริยวรรตคนเดียวเท่านั้น.. กลับมคธนครนะเพคะ .. แล้วประกาศแก่ชาวมคธว่า.. ดารารายนี้ คือราชินีของเขา”
องค์อาภัศราปรากฏตัวขึ้นเธอมองดารารายพิลาศด้วยสายตาที่ทำให้ดารารายหวั่นไหวเป็ที่สุด
“เทวะ!! สตรีผู้นี่คือใครกัน อริยวรรต อริยวรรต เธอผู้นี้คือใคร” ดารารายถามอริยวรรต
“อาภัศราราชินีแห่งองค์อริยวรรต” อาภัศราตอบเสียงดังฟังชัด
ดารารายใ..“ราชินีแห่งองค์อริยวรรต .. อริยวรรตผู้ทรยศ .. ดวงใจทรยศต่อข้า”
วินนี่แสดงได้อย่างยอดเยี่ยมเธอทำให้ทุกคนมองเธอเป็ตาเดียว
“เทวะ!!.. แม้แต่รักอันบริสุทธิ์ของข้าก็หวนมาพิฆาตข้า .. จุฬาตรีคูณ .. รอข้าก่อนนะ .. ข้ากำลังจะกลับคืนสู่เ้า..ลาก่อน.. อริยวรรตผู้ทรยศ .. ดารารายพิลาศขอลาจากท่าน .. ตราบชั่วกัลปาวสาน”
เสียงเตโชเล่าเื่ “ดารารายพิลาศก็จากไป เธอกลับคืนสู่บ้านเมืองของเธอ โดยไม่ต้องรอให้ชาวเมืองบังคับ ดารารายพิลาศะโลงสู่จุฬาตรีคูณดังเช่นชนนีของเธอ
เสียงไม้เล่าเื่ “องค์อริยวรรตมองเหม่ออยู่ริมแม่น้ำคงคา..แสงสลัวของเดือนครึ่งดวง .. ลอยคว้างอยู่กลางหาว .. นี่เราทำอะไรลงไปนี่!! .. เพราะความอยากเอาชนะ ..เราถึงกับทำลายรักที่แสนงดงาม..”
เสียงเตโชเล่าเื่ “กษัตริย์หนุ่มกุมพระเศียร ..แสงดาวสลดเศร้าหม่น .. พระสติเลือนลางคล้ายฝัน .. ม่านหมอกมาแผ้วพานพระองค์ ..จนหนาตา .. บรรยากาศเยือกเย็นสะท้านทรวงใน”
เสียงวินนี่เล่าเื่ “ดวงจิตดารารายพิลาศ ..กลับมาพานพบกับดวงใจของเธอ .. เพื่อจะบอกชายคนรักว่า ..เธอรู้สึกอย่างไรกับเขา”
“ดาราราย.. ดารารายของพี่ .. เ้ายกโทษให้พี่แล้วหรือ”
“ความรักย่อมอภัยให้ได้ในทุกสิ่งทุกอย่าง”
“แต่..อริยวรรตคนนี้.. ทรยศต่อเ้า”
“แต่ดวงใจของอริยวรรตมิได้ทรยศต่อดารารายพิลาศ มิใช่หรือเพคะ” แล้วเธอก็เริ่มเกริ่นถึงความรัก ....... โอ้ความรักเอย.. สุดชื่นสุดเชย.. สุดจะเฉลยรำพัน
อริยวรรตแสนเ็ปเพราะรักได้เพียงในฝัน ....... รักเ้าเฝ้าแต่ฝัน.. ผูกพัน.. รักพี่กระสันต์คอยหา..
ดารารายปลอบประโลม....... พี่คอยน้องคอย.. ต่างคนต่างคอย.. แต่บุญเราน้อยหนักหนา..
วินนี่ร้องได้ดีเยี่ยมและต่างจากวันนั้นเหลือเกิน อาจเป็เพราะเธอเข้าใจความรักมากขึ้นกระมัง
แต่อริยวรรตยังคงโหยหาคนรัก....... คอยเ้า เ้าไม่มา.. เ้าหนีหน้า.. แก้วตาหนีพี่ไป..
ดารารายยิ้มเศร้าๆ....... รักพี่.. สุดที่อาวรณ์.. รักจรจำไกล..
อริยวรรตคุกเข่าขอร้อง....... อย่าเลย.. อย่าไป.. พี่หวงดวงใจ.. ขอให้พี่ได้เคียงครอง..
ดารารายยิ้มเศร้าๆหวานบาดลึก ....... พี่ปองน้องปองห้องหอ.. น้องจะไปรอคู่ครอง.. หอห้อง
อริยวรรตบอกรัก....... พี่ปอง
ดารารายก็บอกรัก....... น้องปอง
ทั้งสองบอกรักกันและกัน....... ต่างคนต่างปอง.. แล้วเราจะครองคู่เอย..
ไม้เล่าเื่ในความรู้สึกของอริยวรรต “อริยวรรตรู้ใจตนแล้ว .. เขาปรารถนาจะออกตามหาดารารายพิลาศด้วยตัวเอง.. ก่อนไป.. อริยวรรตยกบัลลังก์มคธให้ขัตติยะอนุชา แล้วบุกเข้ากาสีนครเพียงคนเดียว อริยวรรตตามหาดารารายพิลาศไปจนถึงหน้าผาจุฬาตรีคูณ ก็ถูกทหารปลงพระชนม์ที่หน้าผาแห่งรักนั่นเอง”
เตโชบรรยายเื่ “ขัตติยะและอาภัศรา นำทัพมคธนครเข้าโจมตีแคว้นกาสี กาสีพ่ายมคธในที่สุด เมื่อขัตติยะทราบว่า..องค์ดารารายพิลาศเสด็จสู่มหาจุฬาตรีคูณไปก่อนหน้าแล้ว พระองค์จึงนำพระศพองค์อริยวรรตลงสู่มหาจุฬาตรีคูณ ตามดารารายพิลาศไป”
..
เมื่อละครจบ คนดูนิ่งอึ้งกันไปพักใหญ่..!!
สักครู่.. จึงเริ่มมีเสียงตบมือดังขึ้นเปาะแปะและดังขึ้น แล้วดังขึ้นจนกระหึ่มหอประชุมที่จัดงาน
เสียงตบมือเป่าปากดังกระหึ่มจนนักแสดงทุกคนยิ้มแก้มแทบปริ ไม้เดินไปกอดเตโชด้วยความปีติ “เราทำได้ โช.. เราทำได้”
เตโชกอดไม้น้ำตาอย่างปลาบปลื้ม
วินนี่มองทั้งสอง เธอรับรู้และเข้าใจความรู้สึกของไม้และโช เธอจึงเลือกมองอยู่ห่างๆ แบบนี้ และเลือกที่จะรักไม้ไปอย่างนี้ เหมือนที่ดารารายพิลาศรักอริยวรรต จนกระทั่งดวงจิตสุดท้ายก็ยังกลับมาอยู่กับอริยวรรต
อ้อยเองแม้จะรู้สึกดีกับเตโช แต่ก็ยังมิได้ถลำใจไปมากนัก เมื่อมีทีมาดูแลหัวใจแทน ก็ไม่ได้รู้สึกย่ำแย่อะไร อ้อยคงเก็บความรู้สึกดีๆที่มีกับโชไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ ดังเช่นอาภัศรา ที่เก็บความรู้สึกทั้งมวลที่มีต่อขัตติยะไว้ในใจและเข้าพิธีแต่งงานกับชายอีกคน
..
“เห็นมั้ยโช.. เราทำละครได้ เรายังไม่รู้อะไรจริงจังเลยเรายังทำได้ขนาดนี้แล้ว” ไม้ยังกระซิบกับเตโชไม่เลิก “ถ้าเราได้เรียนนะ เราทำเป็อาชีพได้เลยนะโช”
เตโชได้แต่พยักหน้ารับทั้งที่เขาก็อยู่ในอ้อมแขนไม้อยู่
“ไม้จะไม่มีวันทำแบบอริยวรรตแน่ๆ ”
“โชจะมีแต่ความหวังดี ความปรารถนาดีให้อย่างที่ขัตติยะมีให้อริยวรรตเสมอ”
ไม้คลายวงแขนลง เพื่อที่เขาจะมองหน้าเตโชได้อย่างเต็มตา ดวงตาไม้เปิดผยแทบทุกความรู้สึกที่เขามีให้โช
อาจารย์แก้วเข้ามาแสดงความชื่นชมลูกศิษย์ทั้งหมด “หลังจากนี้ ก็อ่านหนังสือกันให้เต็มที่นะอีกไม่กี่วันก็สอบปลายภาคแล้ว ครูขออวยพรให้ทุกคนโชคดี ทำสอบได้ ได้เรียนต่อในคณะฯที่ตนไฝ่ฝันนะ ครูรอฟังข่าวดีของพวกเธออยู่ที่โรงเรียนนี่นะ”
ทุกคนไหว้ขอบคุณอาจารย์แก้วแล้วก็ร่ำลากันด้วยคำพูด สายตา และการโอบกอด
..
คืนนี้.. ไม้ได้นอนกอดเตโชอีกครั้งอย่างที่เขาตั้งใจ แต่ครั้งนี้มิใช่แค่โอบกอดกันเพื่อคลายหนาวอย่างที่พวกเขาเคยทำบนภูกระดึง หากคือการนอนกอดกัน.. ในภาวะที่ความรักในใจของทั้งสองสุขงอม แม้จะมิได้เอื้อนเอ่ยคำรักแต่ก็เข้าใจตรงกันได้
ไม่แปลกที่จมูกของไม้จะคลอเคลียไปรอบๆใบหน้าของโช
ไม่แปลกที่ฝ่ามือของโชจะลูบไล้ไปทั่วลำตัวของไม้
ไม่แปลกที่ดำฤษณา (อ่านว่า ดำ-ริด-สะ-หนา /แปลว่าความใคร่,ความอยาก) จะคุกรุ่นในความรู้สึกของทั้งคู่
ริมฝีปากคลอเคลียผิวพรรณที่นวลเนียนไปทั่วทั้งใบหน้า..จนมาััริมฝีปากของกันและกัน.. จนลองประกบริมฝีกันกัน.. พลัน..ดำฤษณาก็ยิ่งพลุ่งพล่านในใจ จนฝ่ามือทั้งสองคู่จะเคลื่อนไปััตามเรือนร่างของกันและกัน
เมื่อผละจากการประกบริมฝีปากกัน ทั้งสองก็สบตากันอีกครั้ง ในใจทั้งคู่รู้สึกได้ว่า..บางอย่างได้เปลี่ยนขนาด.. อุ่นขึ้น.. แข็งกร้าวขึ้น..
ทั้งสองลองใช้มือของแต่ละฝ่ายไปัักับของสงวนของกันและกัน แล้วช่วยกันสรรสร้างความสุขสันต์ให้กันและกันไปจนสุขสม
แต่ละคนต่างก็ทำข้อสอบปลายภาคอย่างสุดฝีมือ อะไรที่อ่านหนังสือมาก็เป็พื้นฐานแล้วประยุกต์ให้เป็คำตอบด้วยการอธิบายได้ลงตัว อะไรที่ใครช่วยติวให้กันใน่ไม่กี่วันมานี้ ผุดขึ้นในความจำมาเป็คำตอบอย่างดี
เมื่อการสอบวิชาสุดท้ายสิ้นสุดลง.. เด็ก ม.๖ก็เริ่มเซ็นต์เสื้อนักเรียนกัน.. บางคนก็เขียนคำลา.. บางคนก็เขียนคำอวยพร..บางคนก็เขียนสิ่งที่ตนประทับใจเพื่อน
หมึกสีเริ่มแต่งแต้มไปบนเสื้อขาว ราวกับเป็.. สารพัดความรู้สึกที่แต่งแต้มในหัวใจ
เมื่อเซ็นต์เสื้อให้เพื่อนร่วมห้องแล้ว ก็เริ่มเดินไปเซ็นต์เสื้อเพื่อนห้องอื่นๆที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของโรงเรียนอย่างสนุกสนาน.. สนิทสนม.. และ..อาลัยอาวรณ์
บรรยากาศอิ่มสุข.. อมเศร้า..เข้าปกคลุมสารพัดพื้นที่ที่นักเรียน ม.๖ ประจำอยู่ บางคนก็เอาเฟรนชีพมาคืนเพื่อน บางคนก็ขอเขียนให้เพื่อนตรงนั้น
ผ่านเวลาไปสักพักใหญ่ ดวงอาทิตย์ก็เริ่มใกล้ขอบฟ้า บางคนก็เริ่มกลับบ้าน นักเรียน ม.๖ ก็เริ่มบางตาไปพอควร
“โช” เสียงแนนเรียกเขาดังขึ้น
เตโชเดินไปหาเ้าของเสียง แนนยิ้มให้ตาแดงๆ “โชยังไม่ได้เซ็นต์เสื้อแนนเลย”
“แนนให้โชเซ็นต์ตรงไหนดี”
“แนนเก็บที่ตรงกระเป๋าเสื้อนักเรียนไว้ให้โช”
โชนิ่ง ..!!
ตรงกระเป๋าเสื้อนักเรียน.. ก็.. ตรงหัวใจน่ะสิ!!
ที่เดียวกับที่ที่เตโชเก็บไว้ให้ไม้เลย..
“น่าจะ..ให้คนอื่นเซ็นต์นะแนน” โชพูดอย่างยากลำบาก
แนนยิ้มอย่างเปิดเผยทุกความรู้สึกมาทางดวงตา “เซ็นต์ให้แนนเถอะให้แนนได้เก็บความรู้สึกดีดีกับโชไว้ตรงนี้เถอะ”
เตโชจรดปากกาที่กระเป๋าเสื้อนักเรียนของแนนแล้วเขียนว่า .. เพื่อนรักของเตโช คือแนน
“โชคงเก็บกระเป๋าเสื้อไว้ให้คนพิเศษของโชสินะ”
โชพยักหน้ารับ
เแนนยิ้มให้โช แม้จะผิดหวังก็ตาม แนนจรดปากกาที่สาบเสื้อเตโช่กระดุมเม็ดแรกกับเม็ดที่สอง เขียนว่า..
.. เพื่อน
.. รัก
.. ของ
.. แนน
.. คือ
.. โช
..
เย็นมากแล้ว.. เตโชเตรียมตัวกลับหอพัก เขาเดินไปที่ลานจอดรถจักรยาน ไม้ยืนรอเขาอยู่ที่เดิมพร้อมกับปากกาหมึกสีชมพู
เตโชเดินเข้าไปหาและยิ้มให้ไม้
ไม้จรดปากกาสีชมพูที่กระเป๋าเสื้อนักเรียนของเตโช ราวกับรู้ว่า .. นี่คือที่ของเขา ไม้เขียนว่า..
..ทุกอย่างก้าวขอมีส่วนร่วม ..
..ทุกลมหายใจมีส่วนัักับฉัน ..
..ไม่ลืม ..
.....
ความหลังครั้งนั้น..ยังแจ่มชัดในความทรงจำของเตโชในวัยห้าสิบเศษ .. มือเขาลูบไปบนเสื้อนักเรียนตัวเก่า..ที่บางจุดสีหมึกจางสลายไปรวมกันจนแทบแยกสีไม่ออก.. บางจุดหมึกจางลงจนแทบอ่านไม่ออก เหลือเพียงบางข้อความของบางคนเท่านั้น ..ที่ยังคงอยู่
และหนึ่งในข้อความที่ยังคงอยู่คือ.. ข้อความจากลายมือของ .. ไม้ .. แม้จะลางเลือนไปพอควร แต่ก็ยังอ่านได้ชัดเจน
เตโชอ่านข้อความจากลายมือของไม้ไปมา.. น้ำตาแห่งรักก็หลั่งริน
.....
จบตอน ๒๔