เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 112 งั้นก็ไม่ต้องใส่

            แค่จินตนาการภาพตอนที่เขาเสยผมไปข้างหลังซูเจี่ยนอันก็อดตื่นเต้นอยากเห็นเร็วๆ ไม่ได้

            เธอรีบคว้าหวีไม้ก่อนจะเก๊กท่าราวกับช่างทำผมมืออาชีพพลางหวีผมเขาไปมา ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วนิดๆ เพราะเริ่มมึนหัวซูเจี่ยนอันจึงกดไหล่เขาเอาไว้ก่อนเอ่ย

            “อย่าขยับผมนายยุ่งไปนิดหนึ่ง”

            ลู่เป๋าเหยียนเป็นคนค่อนข้างใส่ใจเรื่องภาพลักษณ์ภายนอกเขาจึงนั่งนิ่งๆ ตามคำบอก ซูเจี่ยนอันยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหวีผมเขาเสยไปด้านหลัง

            “อยู่นิ่งๆ ล่ะเด็กดี”เธอโอ๋เขาอย่างกับเด็ก “อีกแป๊บก็เสร็จแล้ว”

            เธอไม่กล้าใช้เจลแต่งผมจึงใช้แค่หวีกับไดร์เป่าผมแต่งทรงให้เขาไม่นานก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

            ซูเจี่ยนอันมองเขาอย่างพิจารณาแต่แล้วก็ถึงกับถอนหายใจออกมา

            ถ้าพูดกันตามจริงผมทรงนี้ค่อนข้างหายากที่ใครทำแล้วดูดี ต้องคนที่มั่นใจหรือมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้นถึงจะเอาอยู่หากไม่ได้สวมชุดทางการหรือเสื้อคลุมตัวยาวดูน่าเกรงขามแล้วหายากที่ใครจะเข้ากับผมทรงนี้ได้

            สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมทำไมถึงได้มีคนที่ไม่ว่าจะทำผมทรงอะไรก็ดูดีไปหมดแบบนี้เนี่ย

            ซูเจี่ยนอันอยากจะทำให้เขาดูน่าเกลียดขึ้นสักหน่อยแต่พอทำเสร็จปุ๊บ เขาก็แย้มยิ้มมุมปากน้อยๆ ดูมีเสน่ห์น่าหลงใหลสุดๆไปเลย

            ...จนเธอเผลอใจเต้นไปกับรอยยิ้มนั้นไม่ได้

            หลังนิ่งอึ้งไปนานซูเจี่ยนอันก็กระแอมเล็กน้อยก่อนพูดว่า

            “แป๊บนะเดี๋ยวฉันไปหยิบกระจกมาให้นาย”

            เธอรีบวิ่งไปหยิบกระจกบานเล็กก่อนจะยิ้มและยื่นมันให้เขา

            “นายลองดูสิรู้จักคนในกระจกหรือเปล่า? เขาชื่ออะไร?”

            ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาลงแล้วจู่ๆเขาก็ดึงมือเธออย่างแรง ยังไม่ทันได้ถามว่าเขาจะทำอะไรเธอก็ล้มลงมานอนบนเตียงเสียแล้ว

            ทรงผมเมื่อครู่เริ่มคลายตัวเส้นผมสีดำสนิทของเขาจึงดูยุ่งเหยิง นัยน์ตาของเขาฉายแววอันตรายนั่นทำให้เขาดูหล่อคมคายแต่ก็ไม่น่าไว้ใจในเวลาเดียวกัน

            เธอตกใจจนชักอยากจะร้องไห้

            “ฮือๆ ฉันผิดไปแล้ว...”

            เมื่อกี้เธอไปเอาความกล้ามาจากไหนกันถึงแกล้งเขาไปแบบนั้น

            ทว่าลู่เป๋าเหยียนยังไม่ยอมปล่อยเธอแถมยังคร่อมทับเธอไว้

            ซูเจี่ยนอันตาเบิกกว้างอย่างตกใจ

            “นะ...นายลุกเดี๋ยวนี้นะ!ทับคนอื่นแบบนี้มันเสียมารยาทรู้ไหม!”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปากก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวลูบไล้เรียวปากเธอเบาๆ

            “ทำไงดีล่ะตอนนี้ฉันอยากจะทำเรื่องเสียมารยาทมากกว่านี้อีก”

            สมองของซูเจี่ยนอันขาวโพลนและวินาทีต่อมาเขาก็เข้ามาครอบครองริมฝีปากของเธอไว้

            เขาไม่ได้จูบเธออย่างอ่อนโยนแต่ก็ไม่เร่าร้อนดุดัน ในครั้งนี้เขาจูบเธออย่างตั้งใจ ค่อยๆ ลิ้มรสเรียวปากเธออย่างละเอียดลออราวกับกำลังชิมอาหารเลิศรสที่ตัวเองเฝ้ารอมานาน

            ซูเจี่ยนอันกะพริบตาปริบๆจนขนตางอนยาวของเธอไปโดนใบหน้าของลู่เป๋าเหยียนเขาหยุดชะงักก่อนจะเลื่อนมาจูบเปลือกตาของเธอ ซูเจี่ยนอันหลับตาพริ้มจนเขาหัวเยาะในลำคอเบาๆ อย่างพอใจ

            “เด็กดี ต้องแบบนี้สิหลับตาไว้นะ”

            น้ำเสียงของเขาต้องมีแอลกอฮอล์ผสมอยู่แน่ๆไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รู้สึกมึนเมาไปกับเสียงของเขาแบบนี้

            ซูเจี่ยนอันยกมือโอบรอบคอลู่เป๋าเหยียนอย่างลืมตัวและเปิดริมฝีปากเพื่อรับสัมผัสของเขา

            ลู่เป๋าเหยียนประคองใบหน้าของเธอก่อนจะรุกล้ำเข้าไปหาความหวานอย่างเชี่ยวชาญสักพักเขาก็เริ่มไล่จูบร้อนลงไปตามลำคอระหงและแนวหัวไหล่ของซูเจี่ยนอัน

            ซูเจี่ยนอันเริ่มได้สติพลางหอบหายใจ

            เอ่อตอนแรกเป็นเธอที่จะแกล้งเขาไม่ใช่หรือแล้วทำไมตอนนี้กลับกลายเป็นเธอที่กำลังโดนเขาเอาเปรียบอยู่ซะงั้น

            จู่ๆ เสียงรูดซิปก็ดังขึ้น

            ลู่เป๋าเหยียนค่อยๆ รูดซิปชุดราตรีของเธอ

            ซูเจี่ยนอันตกใจและรีบคว้ามือของลู่เป๋าเหยียนไว้

            “ละ ลู่เป๋าเหยียน ฉะฉันอยากไปอาบน้ำ”

            ตอนนี้เธอจะปฏิเสธเขาตรงๆไม่ได้ เขากำลังเมาแบบนี้อาจจะบังคับเธอหรือปล่อยเธอก็ไม่แน่

            เพราะฉะนั้นการหาข้ออ้างคงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

            ลู่เป๋าเหยียนมองเธออย่างแคลงใจหัวใจของซูเจี่ยนอันเต้นระรัว แต่โชคดีที่ลู่เป๋าเหยียนยอมลุกขึ้น

            “รีบไป”

            ซูเจี่ยนอันรูดซิปชุดราตรีของตนก่อนจะรีบเดินออกไปแต่ไม่ทันไรก็ถูกเขาเรียกเอาไว้

            “เจี่ยนอัน” เขาชี้นิ้วไปที่ห้องน้ำ“ห้องน้ำอยู่ทางนู้น เธอจะไปไหน”

            “ฉัน...”ซูเจี่ยนอันขบเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะหันกลับมาเธอกำลังคิดจะกลับไปที่ห้องตัวเองน่ะสิ!

            “เธอจะหนี?”ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตามองอย่างน่ากลัว

            ท่าจะไม่ดีซะแล้วซูเจี่ยนอันรีบส่ายหน้า

            “เปล่า ฉัน...ฉันก็แค่เดินผิดทางน่ะ”

            เธอฝืนยิ้มก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทว่าลู่เป๋าเหยียนกลับเรียกเธอไว้อีกครั้ง

            “ชุดนอนเธอล่ะ?”

            เธอรีบวิ่งไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อหยิบชุดนอนออกมาเมื่อลู่เป๋าเหยียนเห็นชุดนอนสุดแสนเรียบร้อยของเธอ เขาก็หยิบมันโยนลงถังขยะทันทีซูเจี่ยนอันช็อกตาค้าง

            “ลู่เป๋าเหยียนนายทำอะไรเนี่ย! นายโยนชุดนอนฉันทิ้งไปแบบนั้น แล้วฉันจะใส่อะไรล่ะ?”

            ลู่เป๋าเหยียนลูบแก้มเธอเบาๆก่อนตอบ

            “งั้นก็ไม่ต้องใส่”

            “ตาบ้า!”ซูเจี่ยนอันโวยหน้าแดงก่ำ

            ดีที่ลู่เป๋าเหยียนไม่ได้คิดจริงจังอย่างที่พูดเขาจูงมือเธอเข้าห้องแต่งตัวไปอีกครั้งก่อนจะมองไปยังตู้เสื้อผ้าอีกฝั่งที่แทบไม่มีเสื้อผ้าแขวนอยู่

            “ทำไมชุดของเธอน้อยจัง”

            ซูเจี่ยนอันมั่นใจทันทีว่าเขาคงลืมไปว่าเธอกับเขาแยกห้องนอนกันว่าแล้วจึงแกล้งกระแทกเสียงอย่างไม่พอใจ

            “ก็เพราะนายไม่ยอมซื้อให้ฉันน่ะสิ!”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อยทำสีหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อว่าตนจะเป็นคนขี้เหนียวแบบนั้นเขาจึงหยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาให้ซูเจี่ยนอัน

            “อย่าโกรธเลยนะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด เดี๋ยวฉันพาเธอไปซื้อเสื้อผ้ามาใส่ให้เต็มตู้ไปเลยต่อไปนี้ถ้าเสื้อผ้าแบรนด์ที่เธอชอบออกชุดใหม่ฉันจะให้พวกเขาเอามาให้เธอลองที่บ้านเลยดีไหม?”

            เอ๋? เขาหลอกง่ายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

            ซูเจี่ยนอันนึกอยากจะแกล้งหลอกเขาอีกสักเรื่องแต่ลู่เป๋าเหยียนกลับลากเธอออกมาก่อนเร่ง

            “รีบไปอาบน้ำ ฉันรอเธอ”

            สามคำสุดท้ายของเขาทำเอาซูเจี่ยนอันนิ่งอึ้งเธอกลืนน้ำลายลงคอก่อนเอ่ย

            “ฉันเป็นคนอาบน้ำนานนายจะนอนก่อนก็ได้นะ ไม่ต้องรอ”

            ว่าแล้วเธอก็เดินเข้าห้องน้ำไปก่อนจะถอดรองเท้าส้นสูงออกและก้าวลงไปแช่ตัวในอ่างพลางถอนหายใจ

            คืนนี้คนที่เธอต้องรับมือด้วยทำไมมีเยอะจังรวมๆ กันแล้วเยอะกว่าจำนวนคนที่เธอเจอมาทั้งชีวิตอีกมั้งเนี่ยแถมลู่เป๋าเหยียนยังมาเมาจนทำตัวเป็นเด็กๆ แบบนี้อีก...

            แต่จะว่าไปเขาเป็นแบบนี้น่ารักกว่าปกติเยอะเลย ไม่เหมือนทุกทีที่เอาแต่ดุเธอ ข่มขู่เธอ

            ซูเจี่ยนอันแช่น้ำอยู่กว่าครึ่งชั่วโมงตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนก็คงหลับไปแล้วเธอสวมเสื้อเชิ้ตของเขาก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำอย่างเงียบเชียบแล้วก็เห็นลู่เป๋าเหยียนนอนนิ่งอยู่บนเตียงตามคาด ดูท่าเขาคงหลับไปแล้ว

            เธอค่อยๆ ย่างก้าวอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดเสียงและค่อยๆ ย่องไปยังหน้าประตู

            ทว่าขณะที่เธอเพิ่งได้สัมผัสลูกบิดประตูสู่การเป็นอิสระทันใดนั้น...

            “เธอจะไปไหน”

            เสียงทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้นจากด้านหลังเธอรีบหน้าไปมอง ไม่รู้ลู่เป๋าเหยียนตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรดวงตาเรียวยาวคู่นั้นของเขากำลังจับจ้องเธออยู่จนเธออดหวั่นใจไม่ได้

            “ฉัน...”หลังอ้ำอึ้งอยู่นานเธอก็หาข้ออ้างจนได้ “ฉันจะลงไปกินน้ำ”

            คิ้วของลู่เป๋าเหยียนขมวดมุ่น

            “ในห้องก็มี”

            “อ้อฉันลืมไปได้ไงเนี่ย”

            ซูเจี่ยนอันแกล้งทำเป็นหงุดหงิดตัวเองก่อนจะปล่อยมือออกจากลูกบิดเธอเดินไปรินน้ำให้ตัวเองแก้วหนึ่งก่อนจะถามเขา

            “เอาด้วยไหม”

            เขาไม่ตอบเธอจึงวางแก้วลงก่อนเดินเข้าไปหา

            “นอนกันเถอะ”

            “เมื่อกี้เธอคิดจะหนีหรือเปล่า”จู่ๆ เขาก็ถามขึ้นมา

            ไม่ใช่แค่แผ่นหลังเท่านั้นแต่ตอนนี้เธอเย็นวาบไปทั้งตัว เธอไม่แน่ใจว่าลู่เป๋าเหยียนเริ่มโมโหแล้วหรือไม่จึงรีบเข้าไปกอดเขาไว้แน่น

            “เปล่านะพวกเราอยู่ที่บ้านแบบนี้ แล้วฉันจะหนีไปไหนได้ล่ะ”

            หลังนิ่งเงียบไปสักพักลู่เป๋าเหยียนก็ยกมือกอดตอบ

            “อย่าไปไหนนะ”

            “ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”ซูเจี่ยนอันให้คำสัญญา

            “ฉันรับรองว่าจะไม่หนีไปไหนพวกเรานอนกันเถอะดีไหม”

            เธอดึงผ้าห่มก่อนจะเอนตัวลงนอนเมื่อลู่เป๋าเหยียนเห็นดังนั้นจึงรั้งตัวเธอเข้าสู่อ้อมกอดทันทีมีแต่การทำแบบนี้เท่านั้นเขาถึงจะสบายใจ

            ซูเจี่ยนอันเองก็ไม่ได้ขัดขืนถ้าลู่เป๋าเหยียนไม่คิดจะทำอะไรมากกว่านี้ก็โอเคเธอขยับตัวหาตำแหน่งที่นอนได้อย่างสบายในอ้อมกอดของเขา

            “ฉันนอนแล้วนะราตรีสวัสดิ์”

            ช่างเถอะไม่ว่าลู่เป๋าเหยียนจะเมาหรือจะอะไร ถ้าเขาอยากให้เธออยู่ที่นี่ เธอก็จะอยู่

            รอให้เขาสร่างเมาพวกเราค่อยกลับไปเป็นเหมือนเดิมก็แล้วกัน

            หลังจากนั้นแค่ไม่กี่นาทีซูเจี่ยนอันก็หลับไปเธอไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหนแล้วก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของคนข้างกาย

            “พ่อ...พ่อครับ...”

            ขณะกำลังสะลึมสะลืออยู่นั้นซูเจี่ยนอันได้ยินเสียงงึมงำของลู่เป๋าเหยียนดังขึ้น เธอจึงลืมตาตื่นทันทีแล้วก็พบว่าลู่เป๋าเหยียนกำลังกอดเธอแน่นจนเธอแทบหายใจไม่ออก

            แสงไฟสีเหลืองนวลในห้องทำให้เธอมองเห็นหยดเหงื่อที่ซึมออกมาเต็มหน้าผากของลู่เป๋าเหยียน

            เขา...กำลังฝันร้าย?

            “ลู่เป๋าเหยียน”ซูเจี่ยนอันเช็ดเหงื่อให้เขาก่อนส่งเสียงเรียก

            “ลู่เป๋าเหยียน ตื่นสิ”

            คนที่กำลังหลับฝันยังคงขมวดคิ้วยุ่งไม่มีทีท่าที่จะตื่นแม้แต่น้อยซูเจี่ยนอันจึงทำได้แต่กอดเขาไว้

            “ลู่เป๋าเหยียนนายฝันเห็นอะไรกันนะ”

            ถ้าเธอฟังไม่ผิดเมื่อกี้เขากำลังเรียกหาพ่อ

            สิบกว่าปีก่อนพ่อของเขาเป็นทนายความชื่อดังที่เก่งที่สุดของวงการนักกฎหมายแต่แล้วตอนที่ลู่เป๋าเหยียนอายุได้สิบหกปีพ่อของเขาก็เกิดอุบัติเหตุรถยนต์จนเสียชีวิตคาที่

            ซูเจี่ยนอันรู้เพียงเท่านี้ตามคำเล่าของแม่ตอนนั้นแม่ยังบอกเธออีกว่า พ่อของพี่ชายคนนั้นเพิ่งเสียไป ให้เธอช่วยไปปลอบใจเขา

            แต่ทำไมหลังจากที่พ่อของเขาเสียเขากับแม่ถึงต้องมาอยู่ที่บ้านเก่าของยายเธอ?

            เพราะอะไรพวกเขาถึงต้องรีบออกนอกประเทศแบบนั้นนะ?

            ตอนนั้นเธอยังเด็กจึงไม่ทันสงสัยพอตอนนี้มาย้อนคิดดู เรื่องราวทั้งหมดดูจะไม่ค่อยสมเหตุสมผล

            แต่ถ้ามันทำให้ลู่เป๋าเหยียนถึงกับนอนฝันร้ายแบบนี้เรื่องในตอนนั้นคงส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขามากแน่ๆ

            เธอกอดเขาเอาไว้แน่น“ลู่เป๋าเหยียน ทุกอย่างผ่านไปแล้ว เรื่องทั้งหมดผ่านไปนานหลายปีแล้ว”

            ลู่เป๋าเหยียนยังคงไม่ตื่นก็จริงแต่เขาเริ่มคลายอ้อมกอดที่รัดตัวเธอ ไม่ได้นิ่งเกร็งเหมือนเมื่อครู่ราวกับได้ยินเสียงซูเจี่ยนอันอย่างไรอย่างนั้นซูเจี่ยนอันยังคงกอดเขาเอาไว้แน่นพลางมองสำรวจใบหน้าของเขา

            ใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ในทุกการกระทำของลู่เป๋าเหยียนนั้นเธอคิดมาโดยตลอดว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง เธอไม่เคยคิดสงสัยเลยว่าสาเหตุอะไรกันที่ทำให้เขากลายเป็นคนแบบนี้

            ที่จริงประสบการณ์ของพวกเธอค่อนข้างคล้ายกันต่างคนต่างก็สูญเสียคนสำคัญของตัวเองไปในช่วงอายุสิบห้าถึงสิบหกปี

            เธอรู้จักความเจ็บปวดเหล่านั้นดีแต่เธอไม่ได้กลายเป็นคนเย็นชาแบบเขา เขากลายเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่ทุกคนต่างเคารพและหวั่นเกรงส่วนเธอเป็นแค่แพทย์นิติเวชธรรมดาๆ คนหนึ่ง

            นั่นอาจเป็นไปได้ว่าสิ่งที่ลู่เป๋าเหยียนเคยพบเจอมันหนักหนากว่าเธอหลายเท่าเขาจึงพยายามอย่างสุดกำลังที่จะยืนอยู่บนจุดสูงสุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนั้นซ้ำอีกครั้ง

            ซูเจี่ยนอันลูบใบหน้าของเขาที่ไม่มีเหงื่อซึมออกมาอีกแล้วอย่างแผ่วเบายามที่เธอฝันร้าย เธอก็มักจะขดตัวอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของเขาอย่างสบายใจ

            เพราะฉะนั้นวันนี้คงถึงตาเธอบ้างแล้วสินะนานๆ ทีพวกเธอสลับบทบาทกันบ้างก็ดีเหมือนกัน

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367