ก่อนกลับโรงเตี๊ยม กู้หยูม่านไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะพาน้องชายกับลูกๆ มาที่ร้านหนังสือ นางจะซื้อหนังสือให้น้องชายเอาไว้อ่าน อย่างไรน้องชายก็เคยร่ำเรียนที่สำนักศึกษามาหลายปี หากจะให้ทิ้งความรู้ไปเลยก็น่าเสียดาย อีกทั้งนาง้าซื้อกระดาษ พู่กัน และหมึกให้ลูกชายทั้งสามคนไว้หัดคัดอักษร เพราะหากนางซื้อที่ดินผืนนั้นก็ไม่รู้ว่านางต้องใช้เวลาปรับปรุงที่ดินนานเท่าไหร่ และไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ในการปลูกบ้าน ครั้นจะให้เด็กๆ มาช่วยงานหรือปล่อยให้พวกเขาวิ่งเล่นทั้งวันก็คงไม่ได้ ในเมื่ออีกสองปีข้างหน้านางจะส่งพวกเขาเข้าสำนักศึกษา ดังนั้นนางต้องเตรียมความพร้อมให้พวกเขาก่อน
กู้หยูม่าน กู้เฟิงิ และกู้เฟิงเฉิงเดินดูกระดาษกับพู่กันรวมถึงแบบฝึกคัดลายมือสำหรับผู้เริ่มต้นที่บริเวณชั้นล่าง ส่วนกู้เฉินซีกับกู้เฟิงอวี่เดินขึ้นไปดูหนังสือที่ชั้นสอง
กู้เฉินซีแยกตัวออกไปดูหนังสือที่ตนเองสนใจ ส่วนกู้เฟิงอวี่ไม่ได้ตามไปรบกวนท่านน้า แม้เวลานี้เขาจะยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่เขาก็ชอบเดินดูหนังสือที่วางอยู่บนชั้นมากมายด้วยความสนใจ
“เ้าหนูช่างพูด เราสองคนเจอกันอีกแล้ว นับว่าเรามีบุญวาสนาต่อกันแล้วใช่หรือไม่” กู้เทียนโหย่วถามเมื่อมองเห็นกู้เฟิงอวี่ “ครั้งนี้เ้าจะให้ข้าเป็ท่านลุงหรือเป็โจรขโมยเด็กกันเล่า”
กู้เฟิงอวี่ขมวดคิ้ว “ขออภัยผู้าุโ ข้าเพิ่งเคยเจอท่านเป็ครั้งแรก เพราะฉะนั้นข้าไม่มีทางพูดอย่างเสียมารยาทกับท่านและไม่มีทางที่ข้าจะปรักปรำท่านด้วยข้อหาร้ายแรงเช่นนั้นแน่”
กู้เทียนโหย่วสงสัยหนักกว่าเดิมอีกหลายเท่า วันนี้เขาเจอเ้าเด็กคนนี้มาสามครั้งแล้ว และในแต่ละครั้งเ้าเด็กคนนี้กลับปฏิบัติและพูดจากับเขาไม่เหมือนกันเลยสักครั้ง ครั้งแรกทำตัวสนิทสนม ครั้งที่สองมองเขาด้วยความระแวง และครั้งนี้กลับปฏิบัติกับเขาราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยพบกันมาก่อน “เ้าบอกว่าเราไม่เคยเจอกันมาก่อนอย่างนั้นรึ แต่เราเจอกันมาสามครั้งแล้วนะ”
“ความจำของข้าดีมากนะขอรับ หากข้าเคยเจอท่านมาก่อนข้าย่อมจำท่านได้ แต่ข้าไม่เคยเจอท่านมาก่อนจริงๆ”
“หรือว่าท่านแม่ของเ้าไม่ให้เ้าพูดกับคนแปลกหน้า เ้าก็เลยทำเป็ไม่รู้จักข้า ใช่แล้ว...ต้องเป็เหตุผลนี้ล่ะ”
“เช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านจะคิดขอรับ ข้าขอตัวก่อน”
“เ้าพูดจริงรึเ้าหนู?” กู้เทียนโหย่วเห็นท่าทางจริงจังของเด็กชาย เขาจึงไม่เซ้าซี้ ในเมื่ออีกฝ่ายแสร้งจำเขาไม่ได้ก็หมายความว่าเด็กน้อยไม่อยากทำความรู้จักกับเขา เช่นนั้นเขาก็ไม่ควรทำให้เด็กน้อยรำคาญใจ “เอาเป็ว่าข้าทักคนผิดก็แล้วกัน”
กู้เฉินซีเลือกหนังสือเสร็จแล้ว เขาจึงเดินมาหาหลานชายและเห็นว่าหลานชายยืนอยู่กับคนแปลกหน้า พี่หญิงกำชับไว้แล้วว่าอย่าปล่อยให้หลานชายคลาดสายตา เพราะหลานชายอาจถูกโจรขโมยเด็กจับตัวไป อีกทั้งตอนที่เขาพากู้เฟิงเฉิงไปเข้าห้องน้ำ เขาไม่ได้มองกู้เทียนโหย่วให้ดี เขาจึงจำกู้เทียนโหย่วไม่ได้ “เ้ายืนทำอะไร แล้วคุณชายท่านนี้คือผู้ใดรึ”
“ผู้าุโทักคนผิดคิดว่าข้าเป็คนรู้จักของเขาขอรับ” กู้เฟิงอวี่ตอบ “ท่านน้าเลือกหนังสือเสร็จแล้วหรือขอรับ”
“อืม...ข้าเลือกหนังสือมาได้สองเล่ม เป็หนังสือที่ดีมากๆ เอาไว้ข้าจะอ่านให้เ้าฟังนะ ตอนนี้เราลงไปหาท่านแม่กับน้องๆ ของเ้ากันเถอะ” กู้เฉินซีพากู้เฟิงอวี่เดินลงไปที่ชั้นล่าง
กู้เทียนโหย่วมองตามคนทั้งสองที่กำลังเดินลงบันได ‘ไม่ใช่แค่เ้าเด็กน้อย แต่เ้าหนุ่มคนนี้ก็เคยเจอข้าที่ห้องน้ำในภัตตาคารมาก่อน แต่ทำไมพวกเขาสองคนถึงทำเหมือนไม่เคยเจอข้ามาก่อนเลยเล่า’
วันรุ่งขึ้น กู้หยูม่านปลุกน้องชายและลูกชายทั้งสามคนให้ตื่นมาจัดการตัวเองั้แ่เช้า ส่วนอาหารเช้าก็ให้พวกเขาไปทานบนรถม้า เพราะนายหน้าหวังจะรีบพาพวกเขาเดินทางไปตำบลซิ่นถง หากพวกเขาไม่ไปดูที่ดินแล้วทำเื่ตกลงซื้อขายก่อนมื้อเที่ยง เ้าของที่ดินก็จะขายที่ดินให้ผู้อื่น เป็เพราะพวกเขาเดินทางด้วยรถม้า ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็เดินทางมาถึงตำบลซิ่นถงแล้ว
“ตาเฒ่าหวัง! ในที่สุดเ้าก็มาเสียที หากเ้ายังไม่มาข้าว่าจะไปติดต่อนายหน้าคนอื่นแล้ว” เ้าของบ้านเปิดประตูต้อนรับ “วันนี้เ้าพาคนที่จะซื้อที่ดินมาด้วยหรือเปล่า”
“พามาสิ” นายหน้าหวังกวักมือเรียกกู้หยูม่าน “นี่คือแม่นางกู้ บ้านเดิมของนางอยู่ที่ตำบลไห่ถง นางอยากพาลูกชายกับน้องชายย้ายมาใกล้ๆ ตัวอำเภอ เพราะอีกสองปีลูกชายของนางก็จะถึงวัยที่ต้องเข้าเรียนแล้ว นางอยากให้ลูกชายได้เรียนที่สำนักศึกษาที่ดีที่สุด”
นายหน้าหวังเริ่มทักษะการเจรจา ความจริงก่อนหน้านี้กู้หยูม่านได้เล่าชีวิตอันแสนรันทดของนางให้นายหน้าหวังฟังมาก่อนแล้ว ซึ่งนายหน้าหวังก็เห็นใจนางเป็อย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะเอาเื่ของนางไปเล่าต่อผู้อื่น แม้ว่าผู้เฒ่าจี้จะเป็สหายของเขา เขาก็ไม่คิดที่จะเล่าเื่ของกู้หยูม่านให้สหายฟัง อีกทั้งผู้เฒ่าจี้ก็มีลูกหลานที่อยู่ในวัยศึกษา ใช้ข้ออ้างเื่เรียนของเด็กฝาแฝดทั้งสามคนก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้เฒ่าจี้ใจอ่อนยอมขายที่ดินให้แล้ว
ผู้เฒ่าจี้ได้ยินว่ากู้หยูม่านอยากย้ายมาอยู่ที่ตำบลซิ่นถงเพราะการศึกษาของลูกชาย ผู้เฒ่าจี้ก็ไม่คิดที่จะโก่งราคาที่ดิน ครอบครัวของเขาเป็ชาวนามาหลายรุ่น เขาจึงเห็นความสำคัญของการศึกษา เมื่อเห็นว่ากู้หยูม่านที่เป็เพียงหญิงชาวบ้าน้าสนับสนุนการศึกษาให้ลูกชาย ผู้เฒ่าจี้จึงรู้สึกประทับใจกู้หยูม่านเป็อย่างมาก
“ที่ดินแปลงนี้ตั้งราคาไว้ที่หนึ่งร้อยสิบตำลึงเพราะข้าจะขายที่ดินแค่ยี่สิบหมู่ แต่ตอนนี้ข้าตัดสินใจจะขายที่ดินออกไปพร้อมกันทั้งหมดสี่สิบหมู่ หากเ้าสนใจ ข้าคิดราคาแค่สองร้อยตำลึงเท่านั้น ส่วนค่านายหน้าให้เ้าไปตกลงกับตาเฒ่าหวังเอาเอง” ผู้เฒ่าจี้เสนอ
“เช่นนั้นก็เท่ากับเ้าคนเดียวที่ได้กำไรน่ะสิ ปกติแล้วค่านายหน้าจะต้องเป็เ้าที่จ่ายให้ข้าไม่ใช่รึ” นายหน้าหวังแย้ง
ผู้เฒ่าทั้งสองจึงปะทะคารมกันเื่ราคาที่ดิน กู้หยูม่านไม่ได้สนใจ นางคิดคำนวณเงินที่นางมีอยู่ในมือตอนนี้ เดิมนางมีเงินอยู่สามร้อยตำลึง หนึ่งร้อยตำลึงได้รับมาจากหลิ่วซานกั๋วและสองร้อยตำลึงได้รับมาจากที่นางเอาปิ่นเงินไปขายในมิติ หักออกไปสิบห้าตำลึงที่เป็ค่าไถ่กำไลหยก หักอีกยี่สิบห้าตำลึงสำหรับซื้อม้าและรถม้า และก่อนที่จะเดินทาง นางเอาเงินจากมิติออกมาอีกยี่สิบตำลึงเพื่อซื้อเสบียงและพาน้องชายกับลูกชายไปซื้อเสื้อผ้า หากไม่นับเงินที่ถืออยู่ในมือ เงินเก็บของนางจะเหลืออยู่ที่สองร้อยสี่สิบตำลึง หากนางซื้อที่ดินออกไปสองร้อยตำลึง เงินเก็บของนางจะเหลือแค่สี่สิบตำลึง!
“ท่านผู้เฒ่าเ้าคะ ข้าขอเข้าไปดูพื้นที่ด้านในก่อนได้หรือไม่เ้าคะ” กู้หยูม่านยังไม่รีบตัดสินใจ
“ได้เลย ข้ารับรองว่าพวกเ้าต้องชอบที่ดินของข้าแน่” ผู้เฒ่าจี้เชิญให้ทุกคนเข้าไปด้านใน “เ้าคงรู้อยู่แล้วว่าตำบลซิ่นถงของเรามีที่ดินที่อุดมสมบูรณ์และไม่เคยมีภัยแล้ง ขอแค่เ้าขยันรับรองว่าไม่มีทางอดตาย แล้วเ้าดู ข้าสร้างรั้วกั้นสูงถึงหกฉื่อ[1] ล้อมรอบที่ดินทั้งยี่สิบหมู่ไว้แล้ว พวกเ้าไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเข้ามาวุ่นวายในที่ดินของเ้าแน่นอน ไม่เท่านั้น...
ผู้เฒ่าจี้ชี้ไปที่บ้านอิฐหลังใหญ่ “บ้านอิฐหลังนี้มีขนาดหกห้องนอนและยังมีห้องหนังสือห้องใหญ่อีกหนึ่งห้อง ข้าเพิ่งสร้างเสร็จแค่สองปีเท่านั้น ราคาปลูกบ้านไม่ต้องพูดถึง แค่เ้าตกลงซื้อที่ดินแปลงนี้ บ้านหลังนี้ก็เท่ากับเ้าได้ไปเปล่าๆ แล้ว”
กู้หยูม่านยิ้มอย่างดีใจ นางกำลังลังเลอยู่พอดีว่านางจะซื้อที่ดินแค่ยี่สิบหมู่หรือซื้อทั้งหมดสี่สิบหมู่ ตอนนี้คงไม่ต้องคิดแล้ว
เด็กชายทั้งสามคนมองมารดาด้วยตาเป็ประกาย พวกเขาเคยเห็นบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านหลิ่วเจียที่สร้างด้วยอิฐ แต่บ้านหลังนั้นมีขนาดแค่สองห้องเท่านั้น บ้านหลังใหญ่เช่นนี้พวกเขาเพิ่งเคยเห็นเป็ครั้งแรก กู้เฉินซีก็เพิ่งเคยเห็นบ้านหลังใหญ่เช่นนี้เหมือนกัน
“ไฉไฉ...” กู้หยูม่านใช้ความคิดสอบถามไฉไฉ แม้ราคาที่ดินพร้อมบ้านหลังใหญ่จะดูคุ้มค่า แต่นางกลัวว่าที่ดินแปลงนี้จะมีอะไรแอบแฝง ไม่เช่นนั้นผู้เฒ่าจี้จะขายที่ดินราคาถูกเช่นนี้ทำไมกัน
‘โฮสต์อยากสอบถามเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ใช่หรือไม่เ้าคะ’
“ใช่ ที่ดินแปลงนี้มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ทำไมผู้เฒ่าจี้ถึงได้ปล่อยขายในราคาถูกเช่นนี้”
‘ที่ดินแปลงนี้ไม่มีปัญหาอะไรเ้าค่ะ ที่ผู้เฒ่าจี้ขายที่ดินให้โฮสต์ในราคาถูกเพราะเขาชื่นชอบความคิดของโฮสต์ที่สนับสนุนให้ลูกชายได้เข้าเรียน เพราะในยุคนี้มีไม่กี่คนที่สนับสนุนการศึกษาให้ลูกหลาน โฮสต์ตกลงซื้อที่ดินแปลงนี้ได้อย่างไม่มีปัญหาเ้าค่ะ’
เมื่อได้รับคำยืนยันจากไฉไฉ กู้หยูม่านก็ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว ส่วนเงินเก็บน่ะหรือ ด้านหลังของบ้านเป็ูเาที่อุดมสมบูรณ์ ขึ้นเขาไปสักครั้งสองครั้งคงหาของป่ามีราคามาขายได้กระมัง
“ข้าตกลงซื้อที่ดินแปลงนี้และข้าจะรับผิดชอบค่านายหน้ากับค่าธรรมเนียมการโอนโฉนดที่ดินเองเ้าค่ะ” กู้หยูม่านตอบตกลงในทันที
“ฮ่าๆๆ พูดกับคนเข้าใจง่ายนี่มันดีจริงๆ” ผู้เฒ่าจี้หัวเราะอย่างพอใจ “เช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะ ไปจัดการเื่ซื้อขายกับโอนชื่อเ้าของที่ดินที่ที่ว่าการอำเภอให้เรียบร้อย แต่ข้าต้องขอเวลาในการเก็บข้าวของด้วยนะ อีกสามวันข้าถึงจะเอากุญแจบ้านไปให้เ้าที่โรงเตี๊ยม”
กู้หยูม่านกับผู้เฒ่าจี้ไปทำสัญญาซื้อขายและโอนโฉนดที่ดินที่ที่ว่าการอำเภอใน่บ่าย และด้วยความช่วยเหลือของนายหน้าหวัง กู้หยูม่านก็ได้รับโฉนดที่ดินที่เป็ชื่อของตนเองในบ่ายวันนั้นเลย
นางไม่ลืมที่จะจ่ายค่านายหน้าให้กับนายหน้าหวัง ถึงแม้ว่านายหน้าหวังจะปฏิเสธ แต่กู้หยูม่านก็ไม่ยินยอม นายหน้าหวังจึงต้องรับเงินค่านายหน้าจำนวนนั้นไป
ในขณะที่กู้หยูม่านจัดการเื่ซื้อที่ดินที่ตำบลซิ่นถงได้อย่างราบรื่น แต่ที่ตำบลไห่ถงกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“เ้าว่าอย่างไรนะ!” กู้เทียนโหย่วถามกู้เจาด้วยความใ
“โรงรับจำนำโหลวจี้ถูกไฟไหม้ เถ้าแก่จี้และครอบครัวติดอยู่ในกองเพลิง พวกเขาเสียชีวิตทั้งหมดแล้วขอรับ” กู้เจาตอบ
กู้เทียนโหย่วทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง “เบาะแสของน้องเล็กก็ไม่เหลือแล้วสินะ หากข้าเร่งเดินทางมาให้เร็วกว่านี้ ข้าคงได้พบกับเถ้าแก่จี้แล้ว”
“ข้าสอบถามมาแล้วขอรับ เห็นว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่มีคนจงใจวางเพลิง”
“เ้าหน้าที่สืบหาตัวคนร้ายได้หรือยัง” กู้เทียนโหย่วถาม
“ยังสืบไม่พบขอรับ แต่หลักฐานในที่เกิดเหตุมีน้อยเกินไป คาดว่าคงหาตัวคนร้ายมารับโทษไม่ได้”
กู้เทียนโหย่วทำท่าคิด ‘ตอนที่ข้ากับท่านพ่อปรึกษาเื่ของน้องเล็กกันอยู่ก็เหมือนมีคนมาคอยแอบฟัง หรือว่าเื่เพลิงไหม้โรงรับจำนำโหลวจี้จะเกี่ยวกับแม่เลี้ยง แต่จะเป็ไปได้หรือ ในเมื่อแม่เลี้ยงเป็เพียงสตรีที่มีลูกติด อีกทั้งครอบครัวเดิมของนางก็เป็เพียงครอบครัวชาวนา นางจะมีกำลังมาสร้างปัญหาให้ข้าถึงตำบลไห่ถงนี้ได้อย่างไร’
____________________
[1] 1 ฉื่อมีความสูงประมาณ 33.3 ซม. ดังนั้น 6 ฉื่อจะมีความสูงประมาณ 200 ซม. (2 เมตร)