???? ~ อีบุ๊คมาแล้วค่า ~ ????
สั่งซื้อ E-Book : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjM2OTIyOSI7fQ
‼ ราคาโปรโมชั่น 89฿ (Apple 109 บาท) !!
!! หมดโปรปรับเป็ 129฿ (Apple 149 บาท) ทันที ‼
ระยะเวลาโปรโมชัน : 23 พ.ค. 2568 - 03 มิ.ย. 2568 (หมดเวลา 23:59 น.)
# IOS แนะนำให้ซื้อผ่านเว็บซาฟารีนะคะจะได้ราคา Android ค่ะ #
ปล. อ่านจบแล้วอย่าลืม กดหัวใจ และ พิมพ์รีวิว ให้หยกด้วยนะคะ
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
มีทั้งหมด 31 บท + 2 ตอนพิเศษค่ะ

—————— ༻・ॐ・༺ ——————
บทที่ 9
สายหมอกสีขาวหม่นลอยระโหมอบคลุมทั่วลานฝึกกว้าง ราวกับผืนผ้าห่มหนาทึบที่โอบทับโลกทั้งใบไว้ในอ้อมแขนของฤดูหนาว
หยาดน้ำค้างเกาะพราวตามยอดหญ้าและแขนเสื้อของชาวบ้านที่ยืนเรียงแถวอย่างเงียบงัน ท่ามกลางความเย็นะเืที่แทรกซึมเข้าสู่กระดูกจนเหน็บหนาว
กลางลาน ชิงเยว่ยืดกายตรง สวมเสื้อคลุมหนาเหนือชุดหมอหญิงสีขาวสะอาด รอยฟกช้ำจากการฝึกหนักยังแต่งแต้มตามข้อมือและข้อเท้า ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววแน่วแน่ดั่งเปลวเพลิงไม่ยอมดับ
"ข้าว่าจะเริ่มจากพวกเด็ก ๆ และคนแก่ก่อน" นางหันกวาดสายตาดูผู้คน ดวงหน้าแม้ซีดเซียวเพราะอดนอน ทว่าน้ำเสียงกลับหนักแน่น "จากนั้นพวกบุรุษที่แข็งแรง จะเป็กำแพงชั้นนอก...ช่วยถ่วงเวลา หากจำเป็"
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยืนล้อมรอบพยักหน้า แม้หลายคนจะยังมีผ้าพันแผลคล้องตัวจากโรคระบาดที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครถอยหนี ไม่มีใครลังเล
"เสบียงขนได้แค่ครึ่งเดียว" เสียงเหงียน ๆ ของหัวหน้าหมู่บ้านแว่วดังจากด้านหลัง "ขืนชักช้า พวกเด็กกับคนแก่ไม่รอดแน่"
ชิงเยว่เม้มริมฝีปากแน่นจนซีด เงยหน้ามองท้องฟ้าเบื้องบนที่ยังอึมครึมไม่แพ้หัวใจของผู้คน
ทันใดนั้น เฟิงอวี้ในชุดหนังเบาแบบพรางตัวก็วิ่งเข้ามากระซิบข้างหูนาง
"ข่าวจากตลาด...หลี่เฉิงหู่จะยกกองทัพมาที่นี่ อ้างว่าจะ 'ตรวจภายใน' ก่อนค่ำนี้"
เสียงหวีดหวิวของลมหนาวประหนึ่งตอกย้ำวาจานั้น ชาวบ้านหลายคนที่ได้ยินต่างหน้าซีดเผือด
ตรวจภายในหรือ? ใครบ้างไม่รู้ว่ามันคือข้ออ้างปูทางเข่นฆ่า!
มือเรียวสั่นวูบก่อนจะกำแน่น ชิงเยว่สูดหายใจลึกข่มสั่นสะท้านของหัวใจ
ไม่อาจรอให้หายนะแล่นถึงประตูบ้านได้อีกแล้ว...
นางหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้าฝูงชน ก่อนประกาศด้วยเสียงกังวานจับใจกลางสายหมอก
"ข้าจะไม่รอให้มันยกพลมาล้อมหมู่บ้าน!" ดวงตาสีนิลฉายแววเด็ดขาด "ข้าจะพาพวกท่านบุกจวนเสือก่อนมันถึงที่นี่!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที บ้างตะลึง บ้างหวาดหวั่น บ้างน้ำตาคลอเบ้าอย่างคนสิ้นหนทางแล้วเจอแสงสว่าง
เฟิงอวี้ยิ้มกว้าง กระตุกมุมปากอย่างอดทนไม่ได้ เขาก้าวออกมายืนเคียงข้างนางทันที
"ทางลับของข้า ผ่านป่าทางตะวันตก พวกเราจะไปได้เร็วกว่าที่มันคิด"
แผ่นอกชิงเยว่ขยับขึ้นลงถี่ระรัว นางพยักหน้าแน่น ชายแขนเสื้อเปียกชื้นจากไอหมอกโดยไม่รู้ตัว
เื้ั เสียงฝีเท้าเงียบกริบดังขึ้นอีกระลอก เงาร่างสูงใหญ่แยกตัวจากแนวต้นไม้
เฮยหลงในชุดดำสนิท ก้าวเข้ามาโดยไม่เอ่ยวาจา ริมฝีปากเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีดำนั้นสะท้อนความไตร่ตรองลึกซึ้ง
เขาไม่ห้าม ไม่ดุ ไม่ขัดขวาง
เพียงสบตากับชิงเยว่ตรง ๆ อย่างยาวนาน...ก่อนจะเคลื่อนสายตาไปทางเฟิงอวี้
"นำทาง" คำสั่งสั้น ๆ ทว่าเปี่ยมอำนาจ "และอย่าลืม"
ดวงตาคมกริบสะบัดไปทางทิศอื่น ก่อนกล่าวเสียงราบต่ำแทบไม่ต่างจากลมหายใจ
"เงา...คุ้มกันพวกนางจนกว่าจะกลับมา"
ในความเงียบงัน พลันมีร่างหลายสายพุ่งไหววูบผ่านม่านหมอกจาง ๆ เสมือนิญญาไร้ร่างกาย
องครักษ์เงาเงียบเชียบ ดุดัน ทว่าพร้อมปลิดชีพศัตรูทุกเมื่อ
ชิงเยว่เม้มปากข่มรอยยิ้มที่ซึมซ่านจากก้นบึ้งหัวใจ...ความอบอุ่นลึก ๆ แผ่ซ่านขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
'เ้าก็เป็ห่วงข้า...ใช่หรือไม่'
แม้จะไม่พูดตรง ๆ แม้จะปล่อยให้นางตัดสินใจเอง แต่เขากลับยอมวางกองกำลังที่ดีที่สุดเพื่อปกป้องเส้นทางที่นางเลือกเดิน
และนั่นเพียงพอแล้ว...สำหรับนางในยามนี้
ลานฝึกที่เคยหนาวเหน็บด้วยหมอกและลมเย็นบัดนี้ กลับอบอวลด้วยแรงใจและเปลวไฟเล็ก ๆ ในดวงตาของชาวบ้านทุกคน
เสียงฝีเท้าเริ่มขยับ ท่ามกลางแสงรุ่งสีหม่นที่กำลังคลี่คลุมโลกทั้งใบ
การอพยพในเงามัจจุราช กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว
เสียงหอบหายใจแ่เบาดังประสานกับลมหายใจของผืนป่า เย็นจัดจนแม้แต่หยาดน้ำค้างยังเกาะแข็งบนใบไม้ ชิงเยว่นำหน้ากลุ่มเล็ก ๆ ลอบเร้นไปตามเงาต้นไม้ เฟิงอวี้และเสี่ยวลู่ตามประชิดหลังอย่างไร้สุ้มเสียง
เบื้องหน้าคือกำแพงศิลาเก่าแก่ของคฤหาสน์พยัคฆ์ ตั้งตระหง่านกลางหมอกเช้าจนแทบมองไม่เห็นยอด กำแพงเรียบเฉียบราวใบมีด แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความสูงชัน คือยันต์สีเงินเรืองแสงจาง ๆ ที่เรียงรายอยู่เป็ระยะ คลื่นพลังบางเบาแต่เฉียบคมกวัดแกว่งอยู่กลางอากาศ ราวกับเงื้อมมือที่พร้อมจะตะปบผู้บุกรุกไม่ให้หลุดรอด
ชิงเยว่ขมวดคิ้วแน่น ััถึงแรงสะท้อนที่มองไม่เห็นได้ทันทีที่เข้าใกล้ ยันต์พวกนั้น...ตรวจจับชีพจร ไม่ใช่แค่ลมหายใจ หากแม้แต่รอยไหลเวียนของโลหิตก็ไม่อาจหลอกลวงได้
หญิงสาวหยุดก้าวยืนนิ่งใต้เงาต้นสนใหญ่ เสื้อคลุมบางสะบัดไหวในลมเย็นจนดูเปราะบางผิดธรรมชาติ เฟิงอวี้กระชับดาบสั้นในมือ สบตาเธออย่างเคร่งเครียด เสี่ยวลู่เบี่ยงตัวขึ้นข้างหน้า ท่าทีพร้อมกระโจนป้องกันได้ทุกเมื่อ
แต่ยังไม่ทันที่ใครจะเอ่ยคำถาม เสียงระบบในหัวพลันกระซิบ
[ระบบ : ขอเสนอทางเลือก ใช้แต้มพลังชีวิตแลกม่านพรางเื ฝ่าแนวตรวจจับ แต่ต้องหักแต้มอายุขัย 5 ปี]
ปลายนิ้วเรียวใต้แขนเสื้อแแ่เข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว ชิงเยว่เม้มริมฝีปากจนนิ้วสีซีดเผือด ความหนาวเหน็บซึมลึกเข้าไปในกระดูก ไม่ใช่เพราะลมหยาบกร้าน...แต่เพราะน้ำหนักของการตัดสินใจตรงหน้านี้เอง
'หากไม่ทำตอนนี้ หมู่บ้านทั้งหมดต้องถูกกวาดล้าง...'
เสียงเตือนเงียบ ๆ ในใจดังคล้ายเสียงฟ้าไกล
ดวงตาเรียวยาวทอประกายเด็ดเดี่ยวขณะที่นางสูดหายใจลึก เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วตอบตกลงในใจโดยไม่ลังเล
[ระบบ : ยืนยันการแลกเปลี่ยน เริ่มใช้แต้มพลังชีวิต]
ทันใดนั้น คลื่นความร้อนแ่ ๆ ะเิออกจากภายในร่างนาง ร่างบางสั่นสะท้านวูบหนึ่งก่อนม่านแสงโปร่งสีเืจะก่อตัวขึ้นรอบตัว แผ่ขยายออกครอบคลุมเฟิงอวี้และเสี่ยวลู่ด้วย ลมหอบกลิ่นดินเปียกโชยเข้ามาพอดี พาให้ม่านนั้นกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมราวกับไม่เคยมีอยู่จริง
พริบตานั้นเอง...เสียงแตกเปาะเบา ๆ ดังขึ้นที่ข้างหูชิงเยว่ เืสีแดงสดซึมจากช่องหูข้างหนึ่ง ไหลลงกรอบหน้าขาวซีดอย่างเชื่องช้า
"คุณหนู!" เสี่ยวลู่ร้องเสียงต่ำ รีบขยับจะเข้ามาพยุง ทว่าถูกนางโบกมือห้าม
ชิงเยว่ก้าวข้ามเส้นยันต์แรกไปอย่างมั่นคง แม้ขาทั้งสองข้างจะไร้เรี่ยวแรงจนแทบทรุดฮวบ มือเรียวกำชายเสื้อแน่นเพื่อประคองตัวเอง ทุกก้าวเหยียบผ่านแนวอาคมเป็เหมือนการตัดเนื้อแทงใจ ร่างกายสั่นไหว แต่สายตาของนางไม่เคยเสื่อมคลายจากเป้าหมายข้างหน้า
เฟิงอวี้กำดาบแน่น เืในกายพลุ่งพล่านทั้งโกรธ ทั้งเจ็บแทน แต่ยังต้องจำยอมกดเสียงคำรามในลำคอไว้ ทว่าก้าวตามหลังชิงเยว่ไปอย่างไม่ลังเล เช่นเดียวกับเสี่ยวลู่ที่ขบกรามแน่น
กลิ่นเือ่อน ๆ เจือปนกับกลิ่นดินเปียกจากสายหมอก ห่อหุ้มคณะลอบเร้นสามคนเอาไว้เหมือนม่านเงาหนักอึ้ง ปลายนิ้วเย็นเฉียบของชิงเยว่ยังคงแตะรอยเืที่ไหลซึม ทว่าไม่มีคำบ่น ไม่มีถอยหลังแม้ก้าวเดียว
และแล้วพวกเขาก็ฝ่าผ่านแนววังหลวงลับมาได้สำเร็จ
เส้นทางในเงาหมอกนำพวกเขาฝ่าเข้าไปสู่ห้องลับใต้ดินของคฤหาสน์พยัคฆ์ได้ในที่สุด เบื้องล่างเย็นเฉียบจนลมหายใจกลายเป็ไอขาวเกาะริมฝีปาก เพดานต่ำเฉียดศีรษะ สองข้างกำแพงหินหนาทึบเรียงรายด้วยโคมไฟเหล็กเก่าแก่ เปลวไฟในโคมสว่างเรืองเป็สีส้มกรุ่นควันจาง คลุ้งกลิ่นอับของหินเปียกน้ำและฝุ่นเก่าสะสม
ชิงเยว่พิงผนังหอบหายใจเงียบ ๆ เืจากหูหยุดไหลแล้วแต่รอยแดงยังเปื้อนแก้มขาว เสี่ยวลู่คอยระวังหลังให้ ส่วนเฟิงอวี้ขยับตัวเร็วปราดเข้าไปยังหีบเหล็กใบหนึ่งที่ซุกอยู่ในเงามืด
มือหยาบกร้านที่ผ่านศึกนับไม่ถ้วนสอดใต้ฝาไม้หนา ยกมันขึ้นอย่างระมัดระวัง เสียงกลไกดังแกรกเบา ๆ ก่อนจะเผยให้เห็นสมุดบัญชีหนาเตอะหลายเล่มซุกอยู่ภายใน ใบหน้าของชายหนุ่มตึงเครียดขณะกวาดตาอ่านคร่าว ๆ
"พบแล้ว...บัญชีค้าทาส บัญชีสินบน ข้าราชการทุกคนในแดนใต้ ถูกหลี่เฉิงหู่จับไว้หมด" เขากระซิบเสียงขุ่น นิ้วแข็งแรงพลิกหน้ากระดาษสีเหลืองเก่าทีละแผ่น ร่องรอยน้ำหมึกจางแต่ยังอ่านได้ชัดเจน
ขณะเดียวกัน ชิงเยว่ก็คุกเข่าลงหน้าโต๊ะเขียนหนังสือที่สลักลายพยัคฆ์ลายเมฆไว้ บนโต๊ะวางหีบไม้เล็ก ๆ ล็อกด้วยงาช้างแกะสลัก นางคลำหาจุดกลไกอย่างละเอียด ก่อนใช้เข็มเงินเล็กจิ้มจุดบอดของลิ้นงา
เสียง แกร๊ก เบา ๆ ดังขึ้น ฝาหีบเผยอออกเล็กน้อย
หญิงสาวเม้มปากแน่น กัดฟันเปิดหีบขึ้น มือเรียวขาวคว้าห่อหนังสัตว์ที่ถูกเก็บไว้อย่างดีออกมา ภายในบรรจุเอกสารหลายฉบับ ทั้งตราราชการปลอม บัญชีซื้อขายเถื่อน และหลักฐานความผิดอื่น ๆ ที่หลี่เฉิงหู่ปกปิดไว้
ทันใดนั้นเอง เสียงแหลมสูงฉับพลันก็ดังสะท้อนจากมุมห้อง!
วิ้งงงงงงง!
ทุกคนชะงักแทบพร้อมกัน เฟิงอวี้สบถเสียงต่ำ กวาดสายตามองหาที่มาของเสียง ขณะที่เสี่ยวลู่รีบขยับมาขวางหน้าชิงเยว่อย่างสัญชาตญาณ
"กับดัก!!!" เฟิงอวี้กัดฟันกรอด
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังสะท้อนจากทางเดินหินยาวตามมาอย่างรวดเร็ว เสียงเกราะกระทบกันคล้ายระฆังลั่น กองทหารยามเริ่มกรูลงสู่อุโมงค์จากทุกทิศทาง
ชิงเยว่ไม่เสียเวลาคิด นางรวบหลักฐานทั้งหมดแนบอก พลันสะบัดมือควักยันต์แสงแผ่นหนึ่งจากอกเสื้อ กระตุ้นพลังที่หลงเหลืออยู่ในกายด้วยเสียงกระซิบจากลำคอที่แหบพร่า
"ผนึกแสงพราง..."
เปลวอักขระสีทองพรึบไหวเหนือปลายนิ้ว พริบตานั้นม่านแสงบางใสครอบคลุมทางเข้าอุโมงค์ทั้งหมดจนกลืนหายไปกับผนังหิน
บรรยากาศหนาวจัดจนเหมือนเวลาในห้องหยุดนิ่ง
ฝีเท้าทหารกรูกันมาถึงหน้าโถงแล้ว...แต่ราวกับห้องนี้ไม่เคยมีอยู่ในสายตาพวกเขา
เสียงฝีเท้าและเสียงคำสั่งดุดันดังไกลออกไปเรื่อย ๆ ทิ้งไว้เพียงลมหายใจสะท้านระส่ำของคณะผู้บุกรุก
ชิงเยว่ยืนพิงกำแพง หลับตาลงแน่น แขนบางสั่นระริกจากแรงฝืน สารบางอย่างไหลซึมที่ขอบริมฝีปาก รสโลหิตขมฝาดตลบปาก แต่หญิงสาวยังไม่ยอมปล่อยเอกสารในมือ
เฟิงอวี้รีบก้าวมาประคองร่างนางไว้แน่น เสี่ยวลู่โค้งตัวคุ้มกันสองข้างพร้อมดาบในมือ
เสียงสัญญาณเตือนยังคงแผ่ก้องไปทั่วคฤหาสน์พยัคฆ์...
~ หลังจากนี้จะหยุดอัปนิยาย 7 วันนะคะ เจอกันอีกทีวันที่ 30 พ.ค. 2568 ค่ะ ~