ถึงภายในใจของทั้งคู่อยากจะค้านเื่นี้ขนาดไหน แต่กลับไม่กล้าปริปากพูดแม้สักคำ ได้แต่เออออตามเจษไป ทั้งๆที่รู้ว่าหลังจากนั้นชีวิตของพวกเขาอาจมอดดับเอาก็เป็ได้
สาเหตุที่ทั้งคู่ต้องกลัวขนาดนี้เพราะว่าทั้งแอนนาและอิงฟ้านั่นเอง
พวกเธอนั้นหึงเจษมาก แทบจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนใดเข้าใกล้เจษสักนิด แม้แต่นั่งข้างๆก็ไม่ได้ ซึ่งพวกเธอเป็แบบนี้มาั้แ่เด็กๆแล้ว
ดังนั้นเมื่อมีผู้หญิงเข้ามาใกล้เจษพวกเธอมักจะอารมณ์ร้อนเสมอ แล้วเอาอารมณ์นั้นมาลงกับพวกเขาเป็ประจำ
ซึ่งมันน่าเห็นใจมาก
ถามทำไมพวกเขาถึงไม่เลิกคบทั้งอิงฟ้า แอนนา และเจษไปหน่ะหรอ
พวกเขาลองทำแล้ว! และหลายครั้งแล้วด้วย!แต่มันก็ไม่เป็ผลสำเร็จ การที่จะตีตัวออกห่างจากทั้งสามคนนั้นเป็เื่ที่แทบจะเป็ไปไม่ได้ เพราะทั้งเจษและสองสาวนั้นมีคำพูดที่คมคายมาก อีกอย่างพวกเจษมีสิ่งที่ล่อลวงพวกเขาตั้งมากมาย ดังนั้นพวกเขามักจะโดนคำพูดและสิ่งล่อลวงเ่าั้จนลืมความตั้งใจไป
สุดท้ายก็คบกันมาจนถึงตอนนี้อย่างที่เห็น
ตัดกลับมาปัจจุบัน
“แต่ก่อนจะไปเดอะมอลล์ เราไปหาที่กินข้าวก่อนดีว่า”เจษพูดขึ้นแสดงความคิดเห็นเพราะเขาเริ่มจะหิวขึ้นมาบ้างแล้ว
ทั้งบาสและเจมส์ได้ยินแบบนั้นดวงตาของพวกเขาก็เป็ประกายทันที ทั้งคู่เอ่ยปากถามพร้อมกัน...“แสดงว่ามึงทำอาหารมาด้วยใช่ป๊ะ!”
เจษเมื่อได้ยินแบบนั้นก็สนใจเล็กน้อยพลางตอบตัดบททั้งคู่อย่างไร้เยื่อใย“หืม! ก็ใช่กูทำแซนด์วิชมา”
ทั้งเจมส์และบาสต่างยิ้มหน้าบานกันเลยทีเดียวเมื่อได้ยินคำพูดจากปากเจษ เพราะพวกเขารู้ดีว่าฝีมือการทำอาหารของเจษดีขนาดไหน
เจษมองไปยังเพื่อนสนิทของเขาที่กำลังหลับตาครุ่นคิดจนทำให้ใบหน้าเคลิบเคลิ้ม เขาเดาไม่ยากเลยว่าพวกมันกำลังคิดอะไร
“กูทำมาแค่สำหรับกูเท่านั้น ไม่ได้ทำมาเผื่อพวกมึงด้วย อีกอย่างกูให้พวกมึงกินเวย์ไปแล้ว พวกมึงยังจะมากินของกูอีกหรอ”เจษกล่าวไม่พอใจเล็กน้อย
ใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มของทั้งบาสและเจมส์ต่างหง๋อยขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของเจษ เพราะพวกเขาคาดหวังเอาไว้มากที่จะได้กิน
ขณะเดียวกันทั้งบาสและเจมส์ต่างคิดในใจเหมือนๆกัน..
....ถ้าจะให้เลือกระหว่างเวย์โปรตีนกับแซนด์วิชที่มึงทำมา กูขอเลือกแซนด์วิชที่มึงทำมาดีกว่า...
ถึงทั้งคู่จะเสียดายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะนั่นมันเป็อาหารของเจษ อย่างไรก็ตามผู้ที่มีนิสัยปากมากอย่างเจมส์ก็ทนไม่ไหว เผลอพูดสิ่งที่คิดออกมาออกมาเบาๆ “ก็พวกกูไม่ได้กินฝีมือมึงมานานแล้วหนิ”
ถึงคำพูดของเจมส์ถึงจะเบาแต่เจษนั้นสามารถได้ยินอย่างชัดเจน แล้วเขาก็คิดตามสิ่งที่เพื่อนพูดว่าเป็จริงหรือไม่...
...พวกมันไม่ได้มาที่บ้านของเราสองสามเดือนแล้วนี่หว่าเพราะมัวแต่ซ้อมบอล ชิ! แบ่งนิดๆหน่อยๆคงไม่เป็ไร...
“อ่ะๆๆงั้นเอาไปคนละชิ้นก็ได้”เจษยื่นแซนด์วิชให้กับเพื่อนสนิททั้งสองด้วยความสงสาร แต่มันก็น้อยนิดมากสำหรับที่เหลืออยู่กับเขา
เจมส์และบาสดวงตาเป็ประกายอย่างดีใจเมื่อเจษยอมแบ่งอาหารให้กับพวกเขา ถึงมันจะน้อยนิดไปหน่อยแต่พวกเขาก็ไม่แคร์อยู่แล้ว ขอให้ได้กินรสชาติที่แสนคิดถึงก็พอ
หลังจากที่รับแซนด์วิชจากเจษมา พวกเขาก็ค่อยๆกินมันอย่างช้าๆราวกับว่ามันเป็ของรักของหวง
สาเหตุที่ทั้งคู่ต้องกินแบบนี้เพราะว่าให้เข้าถึงความอร่อยให้มากและยาวนานที่สุด
ผิดกลับเจษที่สวามปามอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจรสชาติของมันแม้แต่น้อย เพราะมันเทียบกับอาหารของคุณยายของเขาทำให้เขากินไม่ได้แม้เพียงครึ่งหนึ่ง
ไม่นานมื้ออาหารเช้าของเจษก็จบลงพร้อมกับเจมส์และบาสกินเศษเสี้ยวแซนด์วิชของเขาหมด เขามองไปยังทั้งคู่ที่ยิ้มแก้มปริอย่างมีความสุข แล้วอดส่ายหัวอย่างเอื่อมระอาไม่ได้
เจษพูดขัดความสุขของทั้งคู่อย่างไร้เยื่อใย..
“กินหมดไปตั้งนานรสชาติมันยังติดอยู่ในปากหรือไง! ไปกันได้แล้ว”
หึ!
พอเจมส์และบาสได้ยินก็เค้นเสียงไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่กล้ามีปากเสียงกับเจษเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าในอนาคตพวกเขาจะไม่ได้กินฝีมืิอของเจษอีก
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ขับตรงไปเดอะมอลล์
จากตรงที่เขาอยู่ไปถึงเดอะมอลล์ แม้ว่ามันจะเป็ระยะทางที่ไกลมาก แต่มันก็ไม่อาจสั่นคลอนปณิธานอันแรงกล้าของเจษได้
ขณะที่เจษกำลังขับรถอยู่นั้น เขาก็นึกอะไรสนุกๆบางอย่างขึ้นมาในใจ...(ไม่ควรเอาเป็เยี่ยงอย่างนะครับเดี๋ยวประสบอุบัติเหตุ)
...หึๆๆ หลังจากที่พี่เสือคนนี้จีบสาวๆภายในสระว่ายน้ำ พี่เสือคนนี้อยากเห็นปฏิกิริยาของพวกเธอจะแย่อยู่แล้วว่าจะเป็แบบไหน...
ที่เจษมีความคิดแบบนี้ก็เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าทั้งสองสาวนั้นต้องแอบมาตามเฝ้า อีกอย่างเขาก็รู้ดีว่าพวกเธอนั้นหาตัวเขาได้ไม่ยากเท่าไหร่
เหตุผลนั่นก็คือบาสและเจมส์นั่นเอง ซึ่งทั้งสองคนนั้นมีอีกหน้าที่หนึ่งคือคอยเป็หูเป็ตาให้กับพวกเธอ และเมื่อพวกเธอถามอะไร ทั้งคู่ก็ได้แต่ตอบความจริงไปเท่านั้น!
ที่สำคัญทั้งแอนนาและอิงฟ้าต่างรู้ดีว่าเจษนั้นจะไม่ค่อยออกไปข้างนอกมากเท่าไหร่ เขามักจะไปกับพวกเธอเสมอ ถ้าหากยกเว้นบาสและเจมส์แล้วล่ะก็ พวกเธอก็ไม่เคยเห็นเขาไปไหนมาไหนคนเดียวสักเท่าไหร่
ดังนั้นพวกเธอจึงค่อนข้างสันนิษฐานว่าเจษไปที่ไหนกับใครได้ค่อนข้างง่าย
เจษเองก็เหมือนกัน เขารู้ดีว่าพวกเธอจะต้องแอบตามมาอย่างแน่นอน
กว่าทั้งสามหนุ่มจะถึงห้างก็เป็เวลา 9:00 เมื่อจอดรถเสร็จเจษก็พาเพื่อนทั้งสองคนไปร้านอาหารตามสั่งก่อนเพื่อกินข้าวเช้า แต่เขาไม่ได้สั่งอาหารมากินเพราะว่ากินมาแล้ว เขาสั่งเพียงแค่น้ำมาสักแก้วแล้วนั่งอ่านหนังสือพิมพ์กีฬาเพื่อรอทั้งสองกิน
เห็นแบบนี้เขาก็้าทราบข่าวคราวของโลกปัจจุบันเหมือนกันว่ามันจะตรงกับในอดีตหรือเปล่า
...อืมเหมือนเดิม ปีนี้โรนาลโด้ยังได้บัลลงดอร์สมัยแรกเหมืิอนเดิม...
...ถ้าหากว่าเรามีฝีมือสักครึ่งหนึ่งของเขาใน่พีคๆคงจะดีไม่น้อยเลย..เอาว่ะ!อย่างน้อยเราก็มีเวลาอีกเยอะ...
แน่นอนว่าทั้งบาสเเละเจมส์ไม่ได้ยินความคิดของเขาอยู่แล้ว อีกอย่างถ้าหากพวกเขาได้ยินคงต้องหาว่าเจษบ้าอย่างแน่นอน พวกเขาเอาแต่ก้มหน้ากินข้าวที่เจษแนะนำเงียบๆ
ซึ่งเจษได้แนะนำให้บาสและเจมส์กินอาหารที่เบาๆท้องเพราะเป็มื้อแรกของวัน ซึ่งทั้งสองก็ทำตามกันอย่างดี จนผ่านไปได้สักพักบาสและเจมส์ก็กินเสร็จ เพราะว่ามันกินค่อนข้างง่าย
“ไปจ่ายตังแล้วเดินดูของกันต่อ เพื่อย่อยอาหาร”เจษยังคงแนะนำเพื่อนๆต่อ ถ้าหากท้องยังอิ่มแล้วไปเล่นน้ำละก็ ไม่แคล้วจะเป็ตระคริวเป็แน่
เจมส์เลิกคิ้วด้วยความสงสัย ในใจเขาตั้งตารอที่จะได้เล่นน้ำจนทนไม่ไหวแล้ว เพราะวันนี้ร้อนก็ร้อน พลางถามเจษกลับไป“ทำไมว่ะ! กูอยากเล่นน้ำจะแย่อยู่แล้ว”
เมื่อเจษได้ยินสิ่งที่เจมส์พูดออกมาก็ส่ายหัวเล็กน้อย ดูเหมือนว่ามีแค่บาสเท่านั้นที่เข้าใจสิ่งที่เจษพูด แล้วเขาเปลือยตาไปมองบาสทีนึงว่าให้เคลียร์เพื่อนตัวดีหน่อย
พั๊วะ!
ซึ่งบาสก็ไม่ทำให้เจษต้องผิดหวัง เขาใช้มือหนาฟาดไปที่หัวของเจมส์อย่างฉับไวและรุนแรงเล็กน้อย โดยที่เจมส์ไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่จะพูดขึ้น “มึงบ้าหรือเปล่าที่จะไปเล่นน้ำทั้งๆที่ท้องอิ่ม มีหวังเป็ตระคริวกันพอดี”
เมื่อเจมส์ได้ยินบาสพูดถึงเขาจะเข้าใจ แต่มีบางอย่างที่เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน และสิ่งนั้นมันทำให้เขาไม่พอใจมากจนต้องพูดออกมา “มึงเตือนกูดีๆไม่ได้หรอว่ะ ทำไมต้องลงไม้ลงมือด้วย”
ถึงเจมส์จะไม่พอใจการกระทำของบาสแต่เขาก็ไม่กล้าสวนกลับ เพราะเขารู้ดีว่าแรงของเขานั้นไม่สามารถสู้เพื่อนคนนี้ได้ เจษว่าไปอย่าง
บาสได้ยินสิ่งที่เจมส์พูดก็ยิ้มขึ้นแล้วพูดอย่างกวนๆ “มึงไม่เคยได้ยินเปิดก่อนถามทีหลังหรอว่ะ! เพลงพี่อิลเขาออกจะฮิต”(จริงๆเพลงนั้นของพี่อิลไม่ได้ออกตอนปี2008 แต่ผมจะเอาเข้ามาเองมีไรป่ะ)
ชิ! เจมส์ได้แต่แค่นเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ
“เอาล่ะๆเดินกันได้แล้ว เอาเป็ว่าเดินไปดูของที่ช็อปไนกี้ก่อนดีกว่า เผื่อมีอะไรที่อยากได้”
“เอางั้นก็ได้”X2
หลังจากนั้นทั้งสามหนุ่มบอยแบรนด์ก็เดินชมของที่ตนอยากได้ภายในห้าง ซึ่งร้านที่พวกเขาไปส่วนมากจะเป็ร้านอุปกรณ์กีฬาสะส่วนใหญ่ แต่มีแวะไปที่ร้านการ์ตูนบ้าง
ร้านนี้บาสจะเป็คนพาไปเอง ทั้งเจษและเจมส์ต่างมีความสงสัยภายในใจมายาวนานที่ไม่เคยได้คำตอบจากบาสว่า ทำไมชายหน้าโหดอย่างมันถึงชอบพวกการ์ตูนหรือไรท์โนเวลมากนขนาดนี้
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าถามออกไป เดี๋ยวโดนสวนด้วยลำแข้ง
ด้วยความหล่อและหุ่นระดับนายแบบของทั้งสามคน ทำให้ตลอดทางที่พวกเขาเดินผ่านมักจะมีคนซุบซิบกันอยู่เสมอ ซึ่งพวกเขาต่างรู้ดีว่าผู้คนกำลังนินทาตน แต่พวกเขาก็ไม่สนใจเพราะคำนินทาเ่าั้เพราะมีแต่คนชม
ดังนั้นวันนี้ทั้งเจมส์และบาสยิ้มกันหน้าบานเลยทีเดียว เพราะไม่เคยรู้สึกว่าตนเองมีคนชอบขนาดนี้มาก่อน จะมีอาการแบบนี้ก็ไม่แปลก
ซึ่งต่างจากเจษที่ยังคงมีอาการปกติทั่วไป เพราะเขาเคยเจออะไรแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว อีกอย่างเขาไม่ได้มีจิตใจวัยเดียวกันเหมือนกับเพื่อนทั้งสองของเขาเสียหน่อย
Rrrr...
ทันใดนั้นเองเสียงริงโทนโทรศัพท์ของบาสและเจมส์เรียกความสนใจขึ้นพร้อมกัน ซึ่งทั้งคู่แปลกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆมีคนเรียกเข้าพร้อมกันแบบนี้ อีกอย่างพวกเขาก็จำไม่ค่อยได้เพราะมันก็เป็เวลานานแล้วที่ไม่ได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
เมื่อทั้งคู่หยิบมือถือขึ้นมาดูว่าใครเป็คนโทรเข้ามา ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มถึงกับหน้าซีดอย่างฉับพลัน ขณะเดียวกันความทรงจำที่ไม่น่าจดจำก็วิ่งเข้ามาในหัว
ทั้งคู่ต่างเก็บอาการด้วยความรวดเร็วเพราะกลัวว่าเจษจะจับได้ แล้วหันหน้ามาทางเจษอย่างพร้อมเพรียงแล้วพูดขึ้น..
“ขอกูไปคุยธุระแปปนึง รออยู่นี่แหละ”X2
“เออๆ”เจษตอบแบบขอไปที เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าใครกำลังโทรมาหาทั้งคู่
เมื่อเจมส์และบาสลับตาเจษไปทั้งคู่ก็รับสายพร้อมกัน แต่พวกเขายังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงจากอีกฝ่ายก็ดังขึ้นก่อน...
[เจษอยู่ที่ไหน!!!]X2
I’m number 4