ตอนที่ 2.2
เพลงขวัญ พิภักดิ์ดาศร
นี่มันเื่บ้าอะไรกันเนี่ย!!!
“ไม่ทันแล้ว ๆ รีบไปกันเถอะค่ะนายหญิง”
เด็กสาวไม่รอให้นายหญิงปรับอารมณ์ตัวเองกลับมาเป็ปกติ เธอรีบจูงมือร่างบางเดินออกจากห้อง มุ่งตรงไปยังห้องอาหารที่อยู่ชั้นล่างฝั่งขวา
มันเป็ห้องขนาดใหญ่ที่ติดกระจกไว้โดยรอบ มีโต๊ะกินข้าวตัวยาวและเก้าอี้เรียงต่อกันกว่าสิบตัว มองจากหัวโต๊ะจะเห็นน้ำพุและสวนดอกไม้ที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน เป็ห้องอาหารที่เต็มไปด้วยุความนทรีย์ ขัดกับบรรยากาศของคนหกคนที่นั่งรออยู่ยังโต๊ะอาหาร
“มาสักที”
เสียงแขวะแว่วมาจากที่นั่งฝั่งซ้าย เพียงฝันปลายตาไปมองเห็นเป็หญิงวัยกลางคนแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่ง เธอไม่รู้ว่าเป็ใคร แต่ไม่น่าจะเป็มิตรสักเท่าไหร่
“ทำไมวันนี้เพลงลงมาช้าจัง ไม่สบายเหรอ”
เสียงนุ่มนวลน่าฟังเรียกความสนใจมายังหัวโต๊ะฝั่งเดียวกัน เธอคนนั้นดูอายุมากกว่าเพลงขวัญไม่กี่ปี มีใบหน้าคล้ายคลึงกับอารัณย์ในโหมดผู้หญิง แต่ดูสวย ใจดี ข้างกันเป็ผู้ชายท่าทางภูมิฐาน เดาว่าน่าจะเป็สามีของหญิงสาว
“เอ่อ...ปวดหัวนิดหน่อยค่ะ ขอโทษนะคะที่ให้ทุกคนรอนาน” เพียงฝันตอบกลับไป พยายามยิ้มให้กับคนแปลกหน้าหกคนที่มองมาในอิริยาบทที่แตกต่างกันไป
“นั่งตรงนี้ค่ะนายหญิง” เมดสาวคนเดิมเลื่อนเก้าอี้ตัวแรกของฝั่งขวาแล้วกระซิบบอกให้เธอนั่งตำแหน่งนี้ จริงสินะ เธอเป็นายหญิงของที่นี่นี่นา
“มากันครบแล้ว งั้นเชิญทุกคนทานอาหารกันได้เลยค่ะ” หญิงสาวใจดีเป็คนบอกให้ทุกคนเริ่มทานอาหารเช้าที่ตั้งอยู่ชุดใหญ่หลายสัญชาติ เพียงฝันเลือกที่จะตักข้าวต้มที่วางอยู่ตรงหน้าเข้าปาก
ในขณะเดียวกันก็มองไปยังเก้าอี้หัวโต๊ะข้างเธอที่ยังว่างอยู่ ตำแหน่งหัวโต๊ะแบบนี้คงเป็ที่นั่งของอารัณย์หรือศรัณย์ในโลกนี้ เพียงฝันทานข้าวต่อไปเรื่อย ๆ พยายามสังเกตและจดจำใบหน้าครอบครัวของศรัณย์ไว้แล้วค่อยไปหาข้อมูล
เริ่มจากชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามเธอกับผู้หญิงใจดี ดูจากการที่หญิงสาวคอยตักอาหารให้ ทั้งคู่น่าจะเป็สามีภรรยากัน ถัดจากผู้หญิงใจดีเป็ชายหนุ่มท่าทางเป็มิตรกับผู้หญิงปากร้ายที่แขวะเธอตอนแรก ผู้หญิงคนนั้นคอยตักกับข้าวให้ชายหนุ่มไม่ต่างจากคู่แรก แต่ฝ่ายชายดูเด็กเกินกว่าจะเป็สามีของผู้หญิงคนนั้นได้
ก็ไม่แน่นะ เขาอาจนิยมสาวรุ่นใหญ่ก็ได้
คิดได้ดังนั้นก็ตักกุ้งในชามเข้าปากอีกคำเป็เชิงเห็นด้วยกับความคิดตัวเอง แล้วเปลี่ยนมาสังเกตชายหนุ่มอีกคนที่นั่งข้างเธอบ้าง เพียงแค่นั่งข้าง ๆ ก็รับรู้ได้ถึงความเยือกเย็นที่ส่งผ่านมา เขาดูโตกว่าชายหนุ่มฝั่งตรงข้าม และมีเค้าโครงหน้าคล้ายศรัณย์ เพียงแต่ใส่แว่นจึงดูสุขุมกว่า เขาไม่พูดอะไรสักคำ ทำแค่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ อย่างเป็ระเบียบ เช่นเดียวกับหญิงสาวที่นั่งข้างเขา เธอคนนั้นปรายสายตามามองเพียงฝันนิดหนึ่งเมื่อรู้สึกว่าถูกมอง จากนั้นก็กินข้าวต่อไป
อืม...เฉยชาเหมือนกันก็น่าจะเป็สามีภรรยากันละมั้ง เห็นดังนั้นก็เลยตักข้าวต้มและกุ้งตัวโตเข้าปากไปอีกคำใหญ่ ๆ
“วันนี้ทานเยอะกว่าปกตินะ ข้าวต้มถูกปากเหรอ” ผู้หญิงใจดีถาม หลังจากสังเกตว่าน้องสะใภ้ดูเจริญอาหารกว่าปกติ
“ค่ะ อร่อยดีค่ะ”
เพียงฝันยิ้มตอบไปแค่ประโยคสั้น ๆ ไม่กล้าพูดเยอะกลัวจะมีพิรุธ เธอไม่รู้ว่าเพลงขวัญเป็คนยังไงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวสามีดีร้ายแค่ไหน
ไม่นานนัก่เวลาอาหารเช้าก็ผ่านไป ทุกคนต่างแยกย้ายกลับไปยังบ้านของตัวเอง ซึ่งอยู่ภายในบริเวณรั้วของคฤหาสน์พิภักดิ์ดาศร ส่วนเธอที่มีตำแหน่งเป็นายหญิงก็ไม่ต้องไปไหนเพราะอาศัยอยู่ที่นี่อยู่แล้ว หลังจากทุกคนออกไปจนครบ เด็กสาวเมดคนเดิมก็วิ่งเข้ามาพร้อมแก้วน้ำและถาดยาส่งมาให้อย่างรีบร้อน
“ยาแก้แพ้ค่ะ คุณเพลง”
“ยาแก้แพ้? ทำไมต้องกิน” เธอไม่ได้แพ้อะไรเสียหน่อย
“ก็คุณเพลงทานข้ามต้มกุ้งไปไม่ใช่เหรอคะ รีบทานยาเถอะค่ะ เดี๋ยวอาการแพ้กุ้งกำเริบ” เด็กสาวยังคงคะยั้นคะยอให้กิน
“ฉันแพ้กุ้งเหรอ”
“ค่ะ”
แม้จะยังไม่มีอาการแพ้ใด ๆ แต่เพียงฝันก็ยอมกินยาแก้แพ้เข้าไป เธอไม่รู้ว่าเพลงขวัญแพ้กุ้งแรงแค่ไหน กันไว้ดีกว่าแก้ หลังจากกินเสร็จก็ถามอย่างสงสัย
“อ้าว! แล้วทำไมแม่ครัวยังทำข้าวต้มกุ้งมาให้ฉันกินอีกล่ะ” แม่ครัวก็ต้องรู้สิว่าใครแพ้อะไรบ้าง
“อาหารมื้อเช้าปกติจะมาจากบ้านของคุณวิค่ะ ส่วนคุณวิท่านก็ไม่รู้ขี้หลงขี้ลืมหรือตั้งใจแกล้งทำอาหารที่มีกุ้งมาให้ทานบ่อย ๆ” เด็กสาวเล่า “คุณเพลงก็เป็คนดีเสียเหลือเกิน ไม่รู้จักปฏิเสธเธอไป ต้องยอมกินกุ้งมากี่ครั้งแล้วคะ ครั้งที่แล้วก็เกือบหายใจไม่ออกตรงโต๊ะทานข้าว ดีที่หนูแอบยื่นยาให้ทานทัน”
“ฉันยอมกินทั้งที่รู้ว่าแพ้กุ้งเลยเหรอ”
“ใช่ค่ะ คุณเพลงกลัวคุณวิเสียใจก็เลยยอมกิน”
เธอเป็คนดีหรือโง่กันแน่นะ เพลงขวัญ
“แล้วใครคือคุณวิ” วันหลังเธอจะได้ระวัง ไม่กินอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าอีก
“ก็...อ้าวแล้วคุณเพลงจำไม่ได้เหรอคะว่าคุณวิเป็ใคร" เด็กสาวกำลังจะเล่า แต่สงสัยขึ้นมาก่อนว่าทำไมนายหญิงของบ้านจึงถามเช่นนั้น เพียงฝันเลยแกล้งกุมขมับแสร้งว่าปวดหัวจากอาการตกน้ำเมื่อคืน
“ฉันปวดหัวน่ะ นึกอะไรไม่ค่อยออก เธอช่วยเล่าเื่ทุกคนเมื่อกี้ให้ฉันฟังหน่อยสิ"
“ปวดหัวเหรอคะ งั้นขึ้นไปพักบนห้องมั้ยคะ”
“ไม่ต้องหรอก ให้คนเอาชาร้อนมาให้ก็พอ ฉันจะนั่งดื่มอยู่ตรงนี้”
ตรงนี้ที่ว่าคือห้องนั่งเล่นกลางบ้านใหญ่ เด็กสาวพยักหน้ารับคำสั่งก่อนจะวิ่งไปบอกเพื่อนรวมงานให้ไปชงชามาให้นายหญิง จากนั้นเธอก็กลับมาพร้อมกับยาดม คอยส่งให้เพียงฝันดมแก้ปวดหัวไปก่อน
“เล่าสิ” เพียงฝันสั่ง
“เอ่อ...งั้นหนูเล่าจากคุณวิก่อนเลยนะคะ” แม้จะยังไม่เข้าใจว่าทำไมนายหญิงถึงลืมเื่ทุกอย่าง แต่เด็กสาวก็ยอมเล่าให้ฟังอย่างละเอียด
เธอบอกว่า คุณวิ คือคุณศวิตา พี่สาวของศรัณย์ เธอแต่งงานกับเตชัสแล้วย้ายจากบ้านใหญ่ไปอยู่ที่บ้านปีกขวาอีกหลังของคฤหาสน์ อาหารเช้าจะเป็หน้าที่ของคนบ้านนู้นทำมาเตรียมให้ทุกวัน
ต่อไปคนที่นั่งนิ่งอยู่ข้าง ๆ กับเพลงขวัญคือ คุณกร หรือคุณศศิกร น้องชายคนกลางของศรัณย์ เขาแต่งงานกับประภาวดี แล้วย้ายไปอยู่บ้านปีกซ้ายหลังแรก กรเป็รองประธานบริษัทของเครือพิศักดิ์ดาศรคู่กับเตชัสสามีของศวิตา
ส่วนชายหนุ่มอัธยาศัยดี คือคุณวิน หรือ ศราวิน เป็น้องชายต่างมารดาของศรัณย์ ซึ่งมารดาของวินก็คือผู้หญิงปากร้ายที่นั่งข้างเขา ชื่อว่าวิภา
อุ้บส์! เธอก็คิดไปได้ว่าเขาเป็สามีภรรยากัน ความคิดนี้อย่าเอาไปบอกใครเชียวเพียงฝัน
พ่อแม่ของศรัณย์เสียชีวิตหมดแล้ว ตอนนี้ศรัณย์จึงกลายเป็ประธานบริษัทและหัวหน้าตระกูล เพลงขวัญที่เพิ่งแต่งงานกับเขาไปได้เมื่อปีก่อนก็เป็นายหญิงของบ้านไปโดยปริยาย
“แล้วเธอล่ะ ชื่ออะไร”
หลังจากรู้จักสมาชิกในครอบครัวครบแล้ว เพียงฝันก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอยังไม่รู้จักชื่อเด็กสาวคนนี้เลย
“ชื่อหนูก็จำไม่ได้เหรอคะ” เด็กสาวถามหน้าเศร้า แต่ก็ยอมตอบ “หนูชื่อหนูนาไงคุณเพลง ไม่เอาแล้วนะคะ วันหลังไม่ไปสระว่ายน้ำหลังบ้านแล้วนะคะ คุณเพลงยิ่งกลัวน้ำอยู่ด้วย ไม่รู้จะไปทำไม”
“ฉันกลัวน้ำงั้นเหรอ?”
“กลัวค่ะ ก็คุณเพลงว่ายน้ำไม่เป็นี่คะ ปกติจะเลี่ยงที่ที่มีน้ำอยู่แล้ว มีเมื่อเช้านี่ล่ะค่ะที่ไปอยู่ที่สระน้ำนั่น”
ไม่ใช่เมื่อเช้าหรอก...เมื่อคืนต่างหาก แต่ถ้าเธอกลัวน้ำแล้วจะไปที่นั่นทำไม แถมยังเกือบจมน้ำตายด้วย ไม่สิ! ความจริงคือเพลงขวัญจมน้ำตายไปแล้ว และเป็เธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน
อะไรที่ทำให้คนกลัวน้ำเดินไปที่สระจนพลัดตกเวลากลางค่ำกลางคืนได้??
หรือว่าจะมีคนหลอกเพลงขวัญไปฆ่าที่สระน้ำ?
บ้าน่า...แล้วจะฆ่าไปเพื่ออะไรกัน?
...
....
โอ้ย! ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ไม่รู้ผัวไปอยู่ไหน? ทำไมไม่โผล่มาสักที!