สุวิมลไม่ได้ทำงานประจำอะไรอีกแล้วั้แ่หลายปีก่อน เงินมรดกและดอกผล
จากสินทรัพย์ที่สามีคนที่สองทิ้งไว้เพียงพอให้เธอใช้ชีวิตได้อย่างสบายโดยไม่ต้องกังวลเื่ปากท้อง
วันนั้นเธอจึงตัดสินใจอยู่กับตั้มทั้งวันโดยไม่คิดจะไปไหน
เช้าตรู่เธอต้มโจ๊กใหม่ให้เขาอีกหนึ่งถ้วย แล้วค่อยๆ
ป้อนทีละช้อนขณะที่หนุ่มน้อยยังนอนพิงหัวเตียงอย่างอ่อนแรง
มือของเธอเช็ดมุมปากให้เขาอย่างเผลอไผล ราวกับกำลังดูแลลูกชายตัวเองที่ป่วย
โดยที่เธอไม่ทันได้สังเกตตัวเอง เวลาที่ตั้มขยับตัวลำบาก เธอก็ยื่นน้ำให้
จับหน้าผากตรวจไข้เบาๆ แล้วจัดหมอนให้เขาอย่างทะนุถนอม
ตั้มยอมรับความเอาใจใส่ทั้งหมดนั้นด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่แปลกประหลาด
เขาไม่เคยได้รับความใกล้ชิดแบบนี้จากผู้หญิงมาก่อน
ความห่วงใยที่สุวิมลมอบให้อย่างไม่ต้องขอร้อง ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและเปิดใจมากขึ้นทีละนิด
การพูดคุยของทั้งสองค่อยๆ เปลี่ยนจากความเป็ทางการกลายเป็กันเอง
ตั้มเล่าถึงชีวิตในมหาวิทยาลัย เื่เพื่อนฝูง เื่อาหารหอพักที่กินแล้วท้องเสียบ่อย
เื่ความกดดันจากการเรียนที่ได้ทุน สุวิมลก็เล่าถึงชีวิตประจำวันของตัวเอง
การเข้าวัดทำบุญ การอ่านหนังสือธรรมะ และความเงียบเหงาในคอนโดหลังใหญ่
ทั้งสองแลกเปลี่ยนเื่ราวส่วนตัวไปมาอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงาแเก่าในอดีตแม้แต่คำเดียว
สุวิมลตัดทิ้งเื่ที่เธอเคยหอบเสื้อผ้าหนีจากบ้านเช่าเก่าโดยไม่เหลือเงา
ตั้มก็ไม่เคยพูดถึงแม่ที่หายไปั้แ่เขายังจำความไม่ได้
่บ่ายแก่ๆ ขณะที่แสงแดดลอดผ่านม่านหน้าต่างบางๆ
สุวิมลซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงก็เอ่ยปากถามตรงๆ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง
“ตั้ม… หนูมั่นใจจริงๆ เหรอว่าอยากคบกับพี่เป็แฟน”
เสียงของเธอต่ำและจริงจัง ดวงตามองตรงไปที่ใบหน้าของหนุ่มน้อยโดยไม่หลบเลี่ยง
ตั้มที่กำลังนั่งหลังตรงขึ้นเล็กน้อย มองกลับไปที่เธอด้วยสายตาที่ไม่มีความลังเล
“มั่นใจครับ”
เขาตอบเสียงหนักแน่น
“ผมเต็มใจครับพี่สุ ผมไม่ได้คุยเล่นมาตลอดสามเดือน ผมอยากคบกับพี่จริงๆ”
คำตอบนั้นทำให้สุวิมลนิ่งไปชั่วขณะ เธอทอดสายตามองหนุ่มน้อยอีกครั้ง
แล้วค่อยๆ ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างอ่อนโยน
“งั้น… ก็ลองดูกัน”
ทั้งวันไม่มีใครแตะเนื้อต้องตัวกันเลยแม้แต่น้อย
จนกระทั่งเย็นลง อาการของตั้มดีขึ้นพอสมควร สุวิมลเก็บของเตรียมตัวกลับ
เธอยืนขึ้นตรงหน้าประตู แล้วหันมามองเขาอีกครั้ง
ทันใดนั้นเธอก็ก้าวเข้าไปใกล้ แล้วยื่นแขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างของตั้มอย่างแ่เบา
กลิ่นตัวอ่อนๆ ของหนุ่มน้อยผสมกับกลิ่นยาทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกประหลาด
เธอยืนกอดเขาไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
แล้วเอียงใบหน้าเข้าไปจุมพิตที่ริมฝีปากของเขาอย่างเบามากเพียงชั่วเสี้ยววินาที
แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้หัวใจของตั้มเต้นรัวจนแทบหยุดหายใจ
ความตื่นเต้นพุ่งพล่านไปทั่วร่าง แก้มของเขาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
สุวิมลถอยออกมาช้าๆ แล้วยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะเปิดประตูออกไป
“พักผ่อนให้หายดีนะ เดี๋ยวพี่ทักมา”
เมื่อประตูปิดลง ตั้มยืนนิ่งอยู่กับที่ นิ้วมือยกขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ
ยังรู้สึกถึงััอุ่นๆ ที่ค้างคาอยู่ เขารู้ดีว่า…
ในอนาคตอันใกล้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสุวิมล จะก้าวไปอีกขั้นหนึ่งอย่างแน่นอน
หลังจากวันที่สุวิมลเดินเข้าไปในห้องพักหอของตั้ม ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ
เช้าวันต่อมา ตั้มเพิ่งลืมตาตื่นก็เห็นข้อความจากสุวิมลโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอแล้ว
"ตื่นหรือยัง นอนหลับสบายดีไหม"
เพียงไม่กี่คำ แต่ก็ทำให้เขานั่งขึ้นทันที แก้มร้อนผ่าวเล็กน้อย
เขาตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว แล้วทั้งสองก็เริ่มคุยกันต่อเนื่องั้แ่นั้นเป็ต้นมา
สุวิมลกลายเป็ฝ่ายทักก่อนทุกเช้า ทุกบ่าย และทุกค่ำโดยไม่มีขาด
บางเช้าเธอส่งรูปกาแฟร้อนๆ ที่ตัวเองชง พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า
"ดื่มกาแฟแก้วนี้แล้วนึกถึงหนู"
บางเย็นเธอถามถึงอาการท้อง
"กินอะไรบ้างวันนี้ อย่ากินของแสลงนะ เดี๋ยวพี่ต้องขับรถไปป้อนโจ๊กอีก"
ค่ำคืนเธอมักจะทักมาตอนดึกๆ
"ยังไม่นอนอีกเหรอ ทำอะไรอยู่"
การสนทนาค่อยๆ ลึกขึ้นทีละนิด
ตั้มเริ่มเล่าถึงความกดดันจากการเรียนที่ได้ทุน เื่เพื่อนในห้องที่คบหากันเป็คู่ๆ
แล้วตัวเองกลับรู้สึกแปลกแยก สุวิมลก็เล่าถึงความเงียบเหงาในคอนโดหลังใหญ่
เื่การเข้าวัดที่บางครั้งก็สงบ แต่บางครั้งก็ยิ่งทำให้คิดมาก
ทั้งสองเปิดอกคุยกันมากขึ้นโดยไม่ต้องมีกำแพงมากนัก
แต่ยังคงหลีกเลี่ยงาแเก่าในอดีตอย่างเงียบเชียบเหมือนเดิม
แล้วในคืนหนึ่ง…
ขณะที่ตั้มกำลังทำการบ้านอยู่บนโต๊ะเล็กๆ ในห้อง สุวิมลก็ส่งข้อความมา
"หนูคิดถึงพี่ไหม"
ตั้มตอบไปทันที
"คิดถึงครับ"
ไม่นานข้อความถัดมาก็ปรากฏขึ้น
"คิดถึงแบบไหน"
เพียงสี่คำนั้นทำให้ตั้มนิ่งไปชั่วครู่ นิ้วของเขากระพริบอยู่บนหน้าจอโดยยังไม่พิมพ์อะไร
ก่อนจะตอบอย่างระมัดระวัง
"คิดถึงแบบ… อยากเจอครับ"
สุวิมลพิมพ์กลับมาช้าๆ
"แค่อยากเจอเหรอ หรืออยากได้อะไรกว่านั้น"
ข้อความนั้นทำให้หัวใจของตั้มเต้นแรงขึ้นทันที
เขารู้ดีว่าน้ำเสียงในตัวอักษรเ่าั้ไม่ได้เป็เพียงคำถามธรรมดาอีกต่อไป
ั้แ่นั้นมา สุวิมลก็เริ่มใช้คำพูดสองแง่สองง่ามกับเขาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ
บางครั้งเธอจะพิมพ์ว่า
"วันนี้ร้อนจัง หนูอยู่หอคนเดียว คงร้อนไม่แพ้พี่สินะ"
บางครั้งก็
"พักผ่อนบ้าง อย่าเครียดมาก เดี๋ยวร่างกายมันจะเรียกร้องอะไรบางอย่างที่ไม่ควร"
และในค่ำคืนหนึ่ง เธอส่งข้อความมาตอนเกือบเที่ยงคืนว่า
"เมื่อกี้พี่ฝัน ฝันว่าหนูมาหาที่คอนโด แล้วก็… ไม่บอกดีกว่า เดี๋ยวหนูเขิน"
ตั้มอ่านข้อความนั้นแล้ววางโทรศัพท์ลงบนอก หายใจเข้าลึกๆ
ความร้อนที่ไหลเวียนอยู่ในร่างทำให้เขานั่งไม่ติด
เขาอยากจะตอบอะไรกลับไปอย่างตรงๆ แต่สุดท้ายก็พิมพ์ได้เพียง
"พี่… เล่าได้ครับ ผมอยากฟัง"
อีกฝั่งของจอ สุวิมลที่กำลังนอนอยู่บนเตียงในคอนโด
มองข้อความของหนุ่มน้อยแล้วยิ้มบางๆ ออกมาในความมืด
นิ้วของเธอเลื่อนไปมาบนหน้าจอราวกับกำลังลังเล ก่อนจะพิมพ์ข้อความสุดท้ายในคืนก่อนกดส่ง
"งั้นเดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังตอนที่เราเจอกันอีกครั้ง… ถ้าหนูกล้าพอ"
ข้อความนั้นลอยค้างอยู่ในแชทอย่างมีความหมาย
ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าเส้นแบ่งระหว่างการคุยเล่นกับการเย้ายวนกำลังจางหายไปทีละนิด
และไม่มีใครในสองคนนี้รู้ว่า ความใกล้ชิดที่กำลังก่อตัวขึ้นนี้
กำลังนำพาพวกเขาไปสู่จุดที่ซับซ้อนและอันตรายยิ่งกว่าที่คิดไว้ไกลนัก