อวี๋จิ่นลี่ตื่นเต้นไม่หยุด ตื่นเต้นยิ่งกว่าการได้กินของอร่อยที่เขารอคอยมานานแสนนานเสียอีก ต่อจากนี้เขาจะพยายามให้หนักขึ้นเพื่อกอดขาทองคำเอาไว้อย่างแน่นอน ไม่แน่การทำแบบนี้อาจง่ายกว่าการที่เขาได้รับจากพลังศรัทธาอีก ก็ใครใช้ให้ขาทองคำเป็นสูตรโกงเหนือชั้นที่มีแสงสีทองแห่งบารมีคุ้มกายกันล่ะ
“พ่อครับ แม่ครับ กินข้าวกันไปก่อนเลยนะครับ ผมจะเอาอาหารเสริมขึ้นไปให้อาเซิ่ง” อวี๋จิ่นลี่พูดจบก็ไม่รอให้ทั้งสองตอบกลับ จากนั้นรับอาหารเสริมจากคนรับใช้มาทันทีแล้ววิ่งขึ้นชั้นบน
โดยปกติแล้วพวกเขาจะกินข้าวให้เสร็จก่อน อวี๋จิ่นลี่ถึงจะเอาอาหารเสริมไปให้เจียงม่อเซิ่ง แต่ตอนนี้เขาตื่นเต้นมากจึงไม่อาจสงบสติอารมณ์กินข้าวได้เลย
ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องขาทองคำ เขาจะกินก่อนได้อย่างไรกันล่ะ ต้องปรนนิบัติขาทองคำอย่างดีเข้าใจไหม วันหน้าจะได้โชคดียิ่งกว่านี้ ไม่แน่ว่าอีกไม่นานก็หาทางสะสมพลังศรัทธาได้
อวี๋จิ่นลี่คิดว่าหลังจากเขาฟื้นฟูการบำเพ็ญเพียรได้ ก็ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่เขาต้องกลัวอีกไปพลาง หัวเราะคิกคักผุดยิ้มให้กับความคิดตนเองไปพลาง ทำให้คนที่เห็นภาพนี้เข้าอดตัวสั่นไม่ได้ ถึงขั้นสงสัยว่าคุณนายน้อยถูกวิญญาณชั่วร้ายเข้าสิงหรือไง ทำไมถึงได้หัวเราะน่าขนลุกขนาดนั้น
การมาถึงของอวี๋จิ่นลี่ทำให้เจียงม่อเซิ่งประหลาดใจเล็กน้อย เพราะปกติเวลานี้มักจะเป็นเวลาที่ทุกคนในครอบครัวร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน
“อาเซิ่ง ฉันเอาอาหารเสริมมาให้นายแล้ว” อวี๋จิ่นลี่โบกอาหารเสริมที่ถือไว้ในมืออย่างมีความสุข แล้วรีบเดินมาที่หน้าเตียงของเจียงม่อเซิ่ง ในใจก็คิดว่าต้องรักษาขาทองคำให้หายเร็วๆ ไม่อย่างนั้นในขณะที่พวกเขาได้กินแต่ของอร่อย ขาทองคำกลับได้กินแต่อาหารเสริมเท่านั้น ช่างน่าสงสารอะไรอย่างนี้
อีกอย่างเขาอยากให้ขาทองคำได้ลิ้มรสอาหารอันโอชะที่เขาทำอีกด้วย
“ท่าทางมีความสุขนะ” เจียงม่อเซิ่งเป็นคนพูดน้อยมาโดยตลอด เขาจะเงียบเมื่อไม่มีความจำเป็นให้ต้องพูด ครึ่งวันไม่พูดสักคำก็เป็นไปได้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าอวี๋จิ่นลี่ จุดนี้เหมือนถูกพังทลาย เขาอดไม่ได้จนอยากพูดคุยกับเด็กหนุ่มผู้ร่าเริงและมองโลกในแง่ดีตรงหน้านี้
“อื้ม ฉันมีความสุขมากเลยละ” อวี๋จิ่นลี่พยักหน้าหงึกหงัก ยิ้มยิงฟันจนไม่เห็นดวงตา
เขาพบวิธีการบำเพ็ญเพียรแบบใหม่แล้ว จะไม่มีความสุขได้อย่างไร ตอนนี้เขาอยากจะว่ายทวนกระแสน้ำและกระโดดข้ามประตูมังกรอย่างสนุกสนานจนทนไม่ไหวแล้ว
แต่น่าเสียดายที่ในโลกนี้อาจไม่มีประตูมังกรให้เขากระโดด
อวี๋จิ่นลี่ยื่นอาหารเสริมให้เจียงม่อเซิ่ง หลังจากป้อนเขาดื่มแล้ว จึงถ่ายพลังวิญญาณที่สะสมในวันนี้ไปยังร่างของเจียงม่อเซิ่งอีกครั้ง เพื่อช่วยรักษาอวัยวะภายในที่เสียหาย
สายตาของเจียงม่อเซิ่งที่มองอวี๋จิ่นลี่ซับซ้อนและลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ หากบอกว่าร่างกายสบายเป็นครั้งแรกเขาคงมองว่านี่เป็นความเข้าใจผิด แล้วทุกครั้งเมื่ออวี๋จิ่นลี่มาหา ร่างกายของเขาก็ผ่อนคลายและสบายขึ้นกว่าเดิมมาก หากยังบอกว่าหนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง สี่ครั้งนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด เจียงม่อเซิ่งก็หลอกไม่ได้แม้แต่ตัวเองแล้ว
แต่เจียงม่อเซิ่งไม่ได้คิดจะซักถามอะไรอวี๋จิ่นลี่ ด้วยรู้ว่าอีกฝ่ายมีความลับ และความลับนี้อาจช่วยรักษาอาการบาดเจ็บของเขาได้ หากเอาเรื่องนี้ไปบอกคนในสถาบันวิจัยและหมอ ไม่แน่อาการบาดเจ็บของเขาอาจหายดีก็เป็นได้
แต่เจียงม่อเซิ่งไม่มีทางทำแบบนั้น จิตใต้สำนึกถึงขั้นไม่ยอมให้คนอื่นรู้ถึงความพิเศษของอวี๋จิ่นลี่ แม้ว่าอาการบาดเจ็บนี้จะต้องอยู่กับเขาตลอดชีวิต แต่เขาก็ไม่มีวันปริปากพูด เขาไม่ยอมเห็นอวี๋จิ่นลี่ต้องเจ็บตัวหรอกนะ
ความรู้สึกแปลกประหลาดนี้ ทำให้คนคาดเดาไม่ได้ แต่กลับยินยอมพร้อมใจ
หลังจากอวี๋จิ่นลี่รักษาเสร็จแล้ว เขายังแบ่งเศษเสี้ยวพลังวิญญาณที่เหลืออยู่มาตรวจสอบอีกครั้ง พบว่าระดับการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บของเจียงม่อเซิ่งดีกว่าที่เขาคำนวณไว้มาก นี่แสดงให้เห็นว่าร่างกายของอีกฝ่ายแข็งแรงมากทีเดียว และพลังในการรักษาตัวเองก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป แม้จะไม่สามารถถอนพิษออกได้หมด แต่ความหวังที่เจียงม่อเซิ่งจะเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างอิสระยังมีอยู่มาก