หอบุปผางามยังคงคึกคักสมกับเป็นหอนางโลมอันดับหนึ่งของเมืองลั่วหยาง แต่ยังมีบุรุษอีกหนึ่งคนที่ดูจะไม่คึกคักเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขาในตอนนี้ทั้งเรียบเฉยและดูบึ้งตึงเป็นอย่างมาก เขาใช้สายตามองสิ่งที่พบเห็นด้วยแววตาที่เย็นเฉียบ โดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ก่อนที่เขาจะก้าวเดินเข้าไปที่หอบุปผางามอย่างช้าๆ และไม่ได้สนใจด้วยว่า สายตาที่จับจ้องมองมาที่ตนเองจะมีเช่นไรกันบ้าง
หยางจ้าวไม่คิดที่จะสนใจอยู่แล้วที่มีสายตาจับจ้องและมองมาที่ตนเอง ภายในใจของเขาตอนนี้เพียงแต่คิดว่า จางเหวินเซียวจะอยู่ที่หอบุปผางามแห่งนี้หรือไม่ก็เท่านั้นเอง
"ท่านแม่ทัพหยางเจ้าคะ ไม่ทราบว่ามีอะไรจะให้หอบุปผางามแห่งนี้รับใช้หรือไม่เจ้าคะ"
เมื่อเห็นว่าแม่ทัพหนุ่มของเมืองมาเยือนหอบุปผางามของนาง นายหญิงซูก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปต้อนรับทันที
หยางจ้าวฉวนมองไปที่ใบหน้าของหญิงชราเพียงเล็กน้อย แต่สายตาที่ใช้จ้องมองมันมีความกดดันอยู่ในนั้นด้วย จึงสร้างความแรงกดดันให้กับผู้พบเห็นได้เป็นอย่างดี
"เหวินเซียวอยู่ที่ห้องไหน"
"?"
นายหญิงซูได้แต่งงงวยกับคำถามของแม่ทัพหนุ่ม ที่มาถามหาคุณชายจางเหวินเซียวในเวลาเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าคุณชายจางเหวินเซียวอยู่ที่จวนสกุลจางหรืออย่างไรกัน นายหญิงซูได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ภายในใจของตัวเองเท่านั้น ก่อนจะเอ่ยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ท่านแม่ทัพหยางเจ้าคะ คุณชายจางไม่ได้มาที่หอบุปผางามนานแล้วเจ้าค่ะ ตั้งแต่ที่คุณชายจางเมาไม่ได้สติในวันนั้น คุณชายจางก็ยังไม่มาที่หอบุปผางามอีกเลยเจ้าค่ะ"
คำพูดของนายหญิงซูสื่อความหมายได้กลายๆ ว่าตั้งแต่ที่หยางจ้าวฉวนได้พาจางเหวินเชียวออกไปในวันนั้น คุณชายจางก็ยังไม่เคยมาที่หอบุปผางามของนางอีกเลย
...
จางเหวินเซียวนั่งมองดูดอกบัวที่เบ่งบานไสวอยู่เต็มสระ ส่วนมือของเขาก็หยิบขนมขึ้นมากินอย่างมีความสุข แล้วยังมีเสี่ยวจินคอยรินน้ำชาใส่แก้วแล้วส่งให้อยู่ตลอดเวลา โดยที่จางเหวินเซียวไม่ได้รู้เลยว่า มีคนกำลังเดินย่องเข้ามาหาตัวเองอย่างเงียบๆ
กว่าที่จางเหวินเซียวจะรู้สึกตัว ก็มีมือปริศนามาปิดที่ดวงตาของตนเองเสียแล้ว มุมปากของจางเหวินเซียวยกยิ้มอย่างชอบใจ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่จริงจังมากนัก
"ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดกันหรือขอรับ ที่มาปิดดวงตาของข้าเช่นนี้"
คำพูดเช่นนี้ของจางเหวินเซียว เรียกรอยยิ้มและความดีใจของเด็กน้อยได้เป็นอย่างดี ก่อนจะมีเสียงหัวเราะที่ดังเพียงเล็กน้อยให้ได้ยินเท่านั้น
ไม่ต่างจากเสี่ยวจิน ที่เห็นผู้เป็นนายทั้งสองคนเล่นกันแบบนี้จึงทำได้เพียงแค่ยิ้มตามเท่านั้น เพราะตั้งแต่ที่ท่านยายฮุ้ย เฟยเทียน และเฟยหลง เข้ามาอยู่ในจวนแห่งนี้ คุณชายของเหวินเซียวดูจะมีความสุขมากเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่คุณชายเหวินเซียวเท่านั้นที่ดูจะมีความสุข ฮูหยินจางและนายท่านจางเองก็มีความสุขเช่นกัน
นานอยู่พอสมควร ที่ดวงตาของจางเหวินเซียวยังคงโดนมือคู่น้อยๆ ปิดเอาไว้ และดูเหมือนว่า มือคู่นั้นจะยังไม่ยอมเปิดออกง่ายๆ จึงทำให้จางเหวินเซียวต้องพูดเย้าแหย่กับเด็กน้อยออกไปอีกครั้ง
"ใช่เฟยหลงน้อยของข้าหรือเปล่านะ ที่เป็นคนปิดตาของข้าเช่นนี้"
"ใช่แล้วขอรับท่านพี่เหวินเซียว"
ไม่ว่าเปล่า เมื่อเด็กน้อยเอ่ยคำพูดของตัวเองจบแล้วก็เข้าไปสวมกอดจางเหวินเซียวทันที มีหรือที่จางเหวินเซียวจะปฏิเสธอ้อมกอดของเด็กน้อยได้ ไม่รอช้าเขากับรีบกอดตอบรับเด็กน้อยเอาไว้เช่นกัน
จางเหวินเซียวนึกถึงวันแรก ที่ตนเองได้พาครอบครัวของท่านยายฮุ้ยมาที่จวนสกุลจาง เจ้าตัวก็ได้แต่ขำอยู่ภายในใจเท่านั้น
ในวันนั้น จางเหวินเซียวเดินเข้าไปที่เรือนใหญ่ของสกุลจางด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า สร้างความแปลกใจให้กับผู้เป็นใหญ่ของจวนทั้งสองอยู่ไม่น้อย นายท่านจาง และฮูหยินจาง นั่งมองดูบุตรชายของตัวเองด้วยความสงสัย ที่เห็นว่าจางเหวินเซียวเดินเข้ามาที่เรือนใหญ่ด้วยรอยยิ้มเช่นนี้ แต่เพียงไม่นาน ความสงสัยทั้งหมดที่มีอยู่ภายในใจของทั้งสองก็ได้หมดลง เมื่อได้ยินคำพูดของบุตรชายตัวเอง
"ท่านพ่อ ท่านแม่ขอรับ ลูกมีเรื่องจะบอกกับท่านพ่อกับท่านแม่ขอรับ"
"?"
นายท่านจางและฮูหยินจาง หัวคิ้วของทั้งสองขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของจางเหวินเซียว ก่อนที่ฮูหยินจาจะรีบเอ่ยถามกับบุตรชายของตัวเองด้วยความสงสัย แต่ใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
"มีอะไรหรืออาเซียว?"
เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วจางเหวินเซียวก็ไม่รอช้า รีบเอ่ยพูดในสิ่งที่ตนเองจะบอกออกไปทันที
"ลูกจะรับเฟยหลงกับเฟยเทียน เป็นบุตรของลูกขอรับ"
"!"
นายท่านจางและฮูหยินจางมีสีหน้าที่ตื่นตกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อได้ยินคำพูดของบุตรชายตัวเองที่เอ่ยพูดออกมา ทั้งสองหันไปมองหน้ากันเพียงเล็กน้อย ก่อนจะมองใบหน้าของบุตรชายที่ยิ้มมาให้
"อาเซียว แม่ไม่เข้าใจความหมายที่เจ้าพูด เจ้าช่วยบอกเหตุผลให้แม่ฟังจะได้หรือไม่ ว่าเหตุใด..."
ฮูหยินจางเอ่ยถามบุตรชายของตัวเองด้วยความสงสัย แต่สายตาของนางจับจ้องมองใบหน้าที่ใสซื่อของเด็กน้อยอยู่ตลอด
จางเหวินเซียวเองก็ไม่รอช้า รีบเอ่ยเล่าถึงเหตุผลที่ตนเองจะรับเด็กน้อยทั้งสองมาเป็นบุตรชายของตัวเองทันที แต่ผลออกมาคือ ฮูหยินจางกับไม่ยินยอมที่จะให้จางเหวินเซียวรับเด็กทั้งสองเป็นบุตร ในทีแรกที่จางเหวินเซียวได้ยินก็รู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย ก่อนจะได้ยินคำพูดของฮูหยินจางที่ได้เอ่ยออกมาอีกครั้ง จึงทำให้จางเหวินเซียวกลับมายิ้มได้
"ไม่ได้หรอกอาเซียว"
"! ทำไมหรือขอรับ"
"เพราะแม่จะรับเด็กทั้งสองเป็นบุตรของแม่เอง"
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ทีไร จางเหวินเซียวก็ได้แต่ยิ้มขำให้กับตัวเองอยู่ตลอด ก่อนจะคลายอ้อมกอดของตัวเองออกจากเด็กน้อย แล้วใช้มือเขาลูบที่แก้มของเฟยหลงเบาๆ
"เฟยหลงน้อย พวกเรากลับเรือนไปหาท่านแม่กันเถอะ"
"ขอรับท่านพี่เหวินเซียว"
ทุกการกระทำของจางเหวินเซียวอยู่ในสายตาของหยางจ้าวฉวน มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เมื่อได้เห็นความอ่อนโยนของจางเหวินเซียวที่มีต่อเด็กน้อย
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่หยางจ้าวฉวนยืนมองภาพที่ตนเองได้เห็น กว่าจะรู้สึกตัว ก็เห็นว่าจางเหวินเซียวจับมือของเฟยหลงเดินออกไปไกลเสียแล้ว