ต่อเนื่องจากภาคที่แล้วหลังจากพวกเรมิโอ วิเวียน่า และโดมินิโก โดยสารยานลำเล็ก แยกออกมาจากยานแม่ที่พาจูเลียน่าและพ่อแม่ไปลี้ภัยยังต่างดาว พวกเขาร่วมกับกองกำลังสหภาพแรงงานก็ต้องทำาต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาลภายใต้การนำของเรนาตาที่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทนเบนิโต ผู้เป็บิดา ซึ่งหายตัวไปในระหว่างความวุ่นวาย
ฝ่ายรัฐบาลได้รับการสนับสนุนอาวุธและกำลังพลจากจักรวรรดิแมกเจลแลน แกแลคซี่แคระใกล้เคียงกับทางช้างเผือก
ในขณะที่ฝ่ายสหภาพแรงงานได้รับการช่วยเหลือจากจักรวรรดิ แอนโดรเมดา แกแลคซี่ใหญ่ ห่างจากโลก 2.5 ล้านปีแสง
ทั้งสองฝ่ายทำายืดเยื้ออยู่นานนับปียังความพินาศแก่เมืองหลวงเอ็นโดโปลิส แห่งประเทศเมกะโลเซียอย่างมหาศาล บ้านเมืองเต็มไปด้วยซากปรักหักพังประชาชนในเมืองส่วนใหญ่จบชีวิตใต้กองเศษซากอาคาร ที่เหลือก็หนีตายออกไปอยู่ชนบทอันห่างไกล
หลายเดือนต่อมา
เสียงหวีดของลมทะเลทรายกระแทกกระบังหูโลหะของเขาอีกครั้ง—
เรมิโอเบอร์นาโด ลืมตาขึ้นในซากเมืองร้างของเอ็นโดโปลิสเมืองหลวงเดิมของเมกะโลเซียที่เคยรุ่งเรืองที่สุดในโลกมนุษย์บัดนี้เหลือเพียงซากกระจกแตกและเศษหุ่นไร้ิญญาระเกะระกะเต็มถนน
ผืนฟ้าเหนือหัวคล้ายถูกฉีกเป็ริ้ว—ลำแสงอีเทอร์สีฟ้าขาวจากวงโคจรยังคงค้างอยู่เหมือนร่องรอยของาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความร้อนจากการเผาไหม้ทำให้หมอกควันพลิ้วขึ้นเป็ม่านสีเงินบาง ๆ คลุมทั่วขอบฟ้า
“ระบบตรวจจับชีวะปกติ...เสียงหัวใจหนึ่งจังหวะ... นายยังอยู่กับฉันใช่ไหม เรมิโอ?”
เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากเครื่องสื่อสารฝังขมับเขากระพริบตา—ใบหน้าของ วิเวียน่าพริโม ปรากฏบนจอสกรีนเล็กตรงข้อมือเธอสวมชุดแพทย์สนามเปื้อนเื ดวงตาเหนื่อยล้าทว่ายังมีประกายสติ
“ยังอยู่...”เขาตอบเบา ๆ เสียงกลไกในลำคอทำให้เสียงเขาแหบพร่าเหมือนเครื่องจักรเก่า
“โดมินิโกมีข่าวไหม?”
“ไม่มีเลยสัญญาณของเขาหายไปั้แ่เมื่อคืน สถานีปลอดภัยทางตอนเหนือถูกถล่มหมดเหลือแค่พวกเรากับหน่วยย่อยของโลเรนโซ...”
เรมิโอเงียบอยู่ครู่หนึ่งดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟจากเมืองที่ไหม้ไกลลิบ เขาจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนพวกเขายังเชื่อว่าชัยชนะของฝ่ายต่อต้านอยู่แค่เอื้อมแต่หลังการตอบโต้ครั้งล่าสุดของรัฐบาล H1 โลกทั้งใบก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็ทะเลเถ้า
เขายกมือแตะรอยแผลที่หน้าอก—ใต้ผิวโลหะนั้นคือชิ้นส่วนที่วิเวียน่าเคยใช้ช่วยชีวิตเขาไว้บนยานแม่ของชาวแอนโดรเมดาความรู้สึกชาเย็นยังคงอยู่ ราวกับมีใครอีกคนซ่อนอยู่ในร่างนี้
“พวกเขากำลังส่งสัญญาณใหม่...จากวงโคจร” วิเวียน่าพูด พลางเงยหน้ามองท้องฟ้า
“รหัสเหมือนกับตอนที่ยานแม่ของชาวแอนโดรเมดาเข้ามาครั้งสุดท้าย”
“จูเลียน่า...”เขาพึมพำ ชื่อหลุดจากริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว
วิเวียน่ามองหน้าจอเงียบไปครู่หนึ่งก่อนหลุบตา
“ถ้าเป็เธอจริง...บางทีพวกเรายังมีทางรอด”
ลมกรรโชกอีกครั้งฝุ่นทรายกระแทกใบหน้าของเขาเหมือนเศษกระจกเล็ก ๆ
เรมิโอกำมือแน่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ
“เราต้องหาทางส่งสัญญาณตอบกลับ—ก่อนที่พวกเบนิโตคนใหม่จะตั้งรัฐบาลหุ่นขึ้นมาแทน”
ภาพสัญญาณจากวิเวียน่ากระพริบดับลงเขาสะพายปืนพลังงานบนบ่ามุ่งหน้าผ่านซากเมืองไปยังฐานใต้ดินของฝ่ายต่อต้านที่ยังเหลือรอด
ในอีกฟากหนึ่งของจักรวาล—
ดาวเคราะห์สีเงินอมฟ้าที่ชื่อ โคลีนา (Colina) โอบล้อมด้วยหิมะเรืองแสงและแถบออโรราที่พาดผ่านฟ้า
จูเลียน่าเดลฟิโน ยืนอยู่บนระเบียงแก้วของหอสังเกตการณ์พายุหิมะสีครามหมุนวนรอบเมืองโดมแห่งใหม่ เสียงเรียกของ “อีเทอร์”ยังคงก้องในหูเธอไม่หยุด
ประตูด้านหลังเปิดออกพ่อของเธอ—ดร. เอมิลิโอ เดลฟิโน—เดินเข้ามาพร้อมเสื้อคลุมสีเทาเขามองท้องฟ้าด้วยสายตาหนักแน่น
“สัญญาณที่เธอได้ยิน...มันเริ่มชัดขึ้นใช่ไหม”
“ค่ะพ่อมันเหมือนใครบางคนกำลังเรียกฉันจากโลก... ฉันได้ยินชื่อของเรมิโอ”
เอมิลิโอพยักหน้าช้าๆ
“ข้าคิดไว้แล้ว Ether ไม่ใช่แค่พลังมันคือจิตรวมที่เชื่อมเผ่าพันธุ์ทั้งหมด... และจิตของเขาอาจเชื่อมกับของเ้า”
ก่อนที่เขาจะพูดต่อเสียงประตูอีกบานเปิดออก—
ร่างสูงในชุดเกราะสีขาวเงินก้าวเข้ามาอย่างเงียบสง่า เ้าชายแห่งแอนโดรเมดา ดวงตาเขาเป็สีฟ้าเรืองแสงเหมือนดวงดาว
“เราต้องคุยกันแล้วจูเลียน่า เดลฟิโน” เสียงของเขานุ่มทว่าแฝงอำนาจ
“โลกมนุษย์กำลังจะตกเป็ของพลังใหม่...ถ้าเ้าไม่กลับไป มันอาจไม่มีอะไรเหลือให้รีเซ็ตอีก”
เงาของตึกระฟ้าที่หักพังทอดตัวบนพื้นดินร้าวเรมิโอเดินฝ่าซากปรักหักพังไปตามอุโมงค์ใต้เมืองเสียงคลื่นวิทยุจี่แ่ในหมวกนิรภัยเหมือนเสียงหายใจของเครื่องจักรที่กำลังจะดับ
“ฉันเจอทางเข้าแล้ววิเวียน่า” เขาพูดพลางใช้มือโลหะยกเศษเหล็กขนาดใหญ่พิงข้างทาง
“นี่มันฐานควบคุมรุ่นเก่าของรัฐบาลเบนิโต—อาจยังมีข้อมูลตำแหน่งดาวโคลีนาอยู่ในระบบ”
สัญญาณภาพของวิเวียน่าปรากฏขึ้นอีกครั้งเธออยู่ในห้องทดลองเคลื่อนที่ เสียงเครื่องมือสแกนชีวภาพดังสม่ำเสมออยู่เื้ั
“ระวังตัวด้วยเรมิโอ พวกหุ่นเฝ้าระบบยังไม่ดับหมด... ถ้าเจอหน่วยล่าสนาม ก็อย่าฝืนสู้คนเดียว”
“ตอนนี้ฉันเหลือแค่เงาของตัวเองยังจะมีใครตามล่าอีกหรือ?” เขาตอบยิ้มบางๆ แต่แววตาไม่เหลือรอยขบขัน
เขาเดินลึกเข้าไปในห้องควบคุมเก่าจอแสงหลายสิบจอกะพริบสลับกันราวกับยังมีสิ่งมีชีวิตคอยเฝ้ามองอยู่ในความมืด
จู่ ๆหน้าจอหนึ่งก็สว่างวาบขึ้น—โค้ดสายอีเทอร์พุ่งวิ่งบนพื้นผิวเหมือนลำแสงจากดาวตก
“...จูเลียน่า...”เสียงกระซิบดังจากในระบบ เสียงนั้นชัดเจนจนเรมิโอเผลอก้าวถอยหลัง
“วิเวียน่าได้ยินไหม? มีสัญญาณ...มันพูดชื่อเธอ!”
ฝั่งปลายสัญญาณวิเวียน่าชะงัก เธอมองข้อมูลบนจอของตัวเองที่เริ่มรันโค้ดเหมือนกัน —
ตัวอักษรโบราณของภาษาแอนโดรเมดาปรากฏขึ้นตรงกลางหน้าจอพร้อมคำแปลอัตโนมัติ
“จิตเชื่อมร่าง, ร่างเชื่อมจักรวาล”
เธอหลุดเสียงพึมพำ“นี่คือ...โค้ดอีเทอร์ของแท้”
(ตัดสลับฉาก)
บนดาวโคลีนาจูเลียน่ามองเ้าชายแอนโดรเมดาด้วยแววตาไม่มั่นคง
“โลกมนุษย์...ยังเหลือสิ่งที่คุ้มค่าจะกลับไปหรือ?”
เ้าชายยิ้มจางๆ
“เหลือแน่นอน—เพราะหัวใจของเ้ายังอยู่ที่นั่น”
เขายื่นมือไปแตะอุปกรณ์วงกลมเล็กที่ติดบนข้อมือของเธอมันเป็เหมือนกำไลแกนคอร์เรืองแสง
“นี่คือคีย์ที่สามารถเปิดทางผ่านระหว่างจักรวาลได้หนึ่งครั้งใช้มันเพื่อตามเสียงที่เรียกเ้า”
เอมิลิโอมองทั้งสองด้วยสีหน้าเคร่ง
“แต่การเดินทางแบบนั้นเสี่ยงมาก...ร่างของลูกยังไม่เสถียร พลังอีเทอร์ในตัวเ้ายังไม่สมดุล”
จูเลียน่าหันมาหาพ่อ
“ถ้าไม่ลองตอนนี้พวกเขาอาจตายอยู่บนโลก... ฉันต้องกลับไป”
เธอเอามือกุมหน้าท้องที่เริ่มมีแสงอ่อนๆ ส่องลอดิั
“และลูกคนนี้...ก็อาจเป็กุญแจสุดท้ายของพวกเรา”
(กลับมาที่โลก)
วิเวียน่าวิ่งผ่านทางเดินใต้ดินมุ่งหน้าไปยังจุดที่เรมิโออยู่
แต่ทันใดนั้นพื้นดินก็สั่นะเือย่างแรง—
เสียงคำรามของเครื่องจักรโบราณดังขึ้นจากใต้ชั้นหิน
“เรมิโอ!ออกมาจากที่นั่นเดี๋ยวนี้!”
แต่สายเกินไป—
พื้นใต้เท้าเรมิโอแยกออกเขาตกลงไปในโพรงมืดที่ส่องแสงอีเทอร์เรืองรอง
และภาพสุดท้ายที่วิเวียน่าเห็นในกล้องสื่อสารคือร่างของเรมิโอที่ถูกกลืนไปในแสงสีน้ำเงินเข้ม
“เรมิโอ—!!!”
เสียงเธอก้องสะท้อนอยู่ในอุโมงค์ก่อนสัญญาณจะดับวูบลง เหลือเพียงความเงียบและกลิ่นเหล็กไหม้
ร่างของเรมิโอร่วงหล่นในห้วงว่างไร้น้ำหนัก
ไม่มีเสียงไม่มีแสง
มีเพียงความสว่างบางอย่างที่ลอดเข้ามาจากทุกทิศทาง
แสงนั้นไม่แสบตา—กลับอบอุ่นอย่างประหลาด
“ที่นี่…คือที่ไหนกัน”เขาพึมพำ
ทันใดนั้นเสียงใสแต่ทรงพลังดังขึ้นในหัว
“ยินดีต้อนรับผู้ถือครองเศษส่วนแห่งอีเทอร์”
เรมิโอหันมองรอบตัวเห็นเศษข้อมูลเรืองแสงมากมายหมุนวนเป็เกลียวรอบตัว
และตรงกลาง—มีร่างของหญิงสาวในชุดขาวโปร่งใบหน้าเลือนรางเหมือน hologram จากอีกภพหนึ่ง
“คุณเป็ใคร?”
“ข้าคือ‘เสียงสะท้อนของอีเทอร์’—พลังที่ครั้งหนึ่ง มนุษย์ใช้เชื่อมต่อกับจักรวาลแต่ภายหลังพวกเขาลืมมันไป”
“นี่คือ…พลังเดียวกับที่อยู่ในตัวจูเลียน่าใช่ไหม?”
“ใช่เธอคือสายเืสุดท้ายที่ยังคงสมดุลระหว่างอินทรียะกับจักรกลแต่เธอกำลังถูกเรียกกลับมายังโลก เพื่อปิดวงจรทั้งหมด”
เรมิโอขมวดคิ้ว“แล้วฉันเกี่ยวอะไรด้วย?”
“เ้าคือสิ่งที่เชื่อมสองฟากไว้—เืของมนุษย์และชิ้นส่วนของจักรกล ไม่ใช่เพื่อทำลายแต่เพื่อรวมให้เป็หนึ่ง”
เสียงนั้นค่อยๆ แ่ลง ทว่าขณะเดียวกัน เงาดำรูปร่างคล้ายมนุษย์ก็โผล่ขึ้นมาจากรอยแยกในแสงมันมีหลายร่าง แต่ละร่างมีดวงตาเรืองแสงสีแดง
“เ้าชายแห่งแอนโดรเมดาไม่้าให้วงจรนี้เสร็จสมบูรณ์เขาส่งพวกเรา...เพื่อปิดมัน”
เรมิโอกำหมัดโลหะตรงแขนกลเริ่มเรืองแสงขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องผ่านฉันไปก่อน!”
ลำแสงจากหมัดไซบอร์กฟาดออกไปทะลวงเงาดำจนแตกกระจายเป็ฝุ่นโค้ด
แต่แรงะเิสะท้อนกลับทำให้เขาหลุดจากมิติอีเทอร์ร่างพุ่งทะลุขึ้นสู่พื้นโลกอีกครั้ง
(ตัดสลับ)
บนดาวโคลีนายานแม่ของแอนโดรเมดาเริ่มสั่นะเืขณะที่จูเลียน่าเปิดช่องวาร์ปโดยใช้กำไลคอร์แสงที่เ้าชายมอบให้
“เ้ากำลังทำสิ่งที่ข้าห้ามไว้...”เสียงเ้าชายดังขึ้นในคอนโซล
“ถ้าข้ามเขตวาร์ปโดยไม่มีจุดเชื่อมตรงกลางพลังอีเทอร์ในตัวเ้าจะไม่เสถียร อาจสูญสลายกลางทางได้!”
“ฉันยอมเสี่ยง!”จูเลียน่าะโกลับ “โลกนั่นคือบ้านของฉัน!”
กำไลบนข้อมือสว่างจ้าปล่อยลำแสงออกเป็รูปทรงกลมหมุนวนเหมือนดวงตาจักรวาล
เธอก้าวเข้าไปในแสงนั้นโดยมีเอมิลิโอและลูเซียเรียกชื่ออยู่เื้ั
“จูเลียน่าาาาาา—!!!”
แสงวาร์ปหดตัวเป็จุดเล็กแล้วหายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงประกายระยิบที่ค่อย ๆ สลาย
(กลับสู่โลก)
เรมิโอค่อย ๆฟื้นตัว เขาอยู่ในหลุมที่เต็มไปด้วยแสงอีเทอร์เรืองรอง
บนแขนของเขามีสัญลักษณ์เรืองแสงใหม่—เป็วงแหวนซ้อนกันสามชั้นเหมือนสัญลักษณ์ของจักรวาลโบราณ
เสียงของวิเวียน่าดังจากวิทยุ
“เรมิโอ!ได้ยินไหม ตอบด้วย!”
“ฉันอยู่...ยังไม่ตาย”เขาพูดเสียงแ่ “แต่ฉันเห็นอะไรบางอย่าง... เหมือนประตูที่เปิดระหว่างโลกกับ—”
ก่อนจะพูดจบเสียงฟ้าผ่าก็แทรกเข้ามาในสัญญาณ และในเสี้ยววินาทีนั้น
วิเวียน่ามองเห็นบนจอของตัวเอง—
ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังปรากฏกลางอากาศเหนือซากเมือง
เธอจำได้ในทันที—
“จูเลียน่า…”
แสงวาร์ปสลายไปเหลือเพียงร่างของหญิงสาวในชุดขาวเปื้อนฝุ่นซากเมือง เธอทรุดลงคุกเข่าสูดลมหายใจแรกของโลกมนุษย์ในรอบหลายปี
อากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นเขม่าดินปืนและเหล็กไหม้ตีขึ้นจมูก— กลิ่นเดิมที่เธอจำได้แม่นั้แ่วันที่ทุกสิ่งพังทลาย
“กลับมาแล้ว…”เสียงจูเลียน่าเบาจนแทบเป็ลมหายใจ
เธอมองรอบตัวเห็นตึกระฟ้าที่เคยงดงามของเมืองเอ็นโดโปลิสเหลือแต่โครงเหล็ก
เงาของดาวเทียมที่ค้างฟ้ากระพริบเป็จังหวะคล้ายดวงตาเฝ้ามอง
และท่ามกลางเงานั้นเธอเห็นคนกลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ตรงแนวตึกทางเหนือ —มีสัญญาณเรืองแสงสีฟ้าจากปลอกแขนของพวกเขา
“พวกต่อต้าน…”
เธอกระชับกระเป๋าเครื่องมือแน่นเดินฝ่ากองเศษซากไปอย่างระมัดระวัง
ลมแรงพัดเศษกระจกปลิววับๆ เหมือนดวงตาจำนวนมากจับจ้องจากเงามืด
ในอีกฟากหนึ่งของเมืองวิเวียน่าและทีมกองโจรวิทยาศาสตร์กำลังถอดระบบป้องกันอัตโนมัติของศูนย์สื่อสารหลัก
จอมอนิเตอร์ฉายภาพสัญญาณอีเทอร์ที่พุ่งขึ้นจากใต้ดินเป็ลำ
เรมิโอเพิ่งฟื้นตัวเต็มที่หลังรอดจากการะเิเขายังรู้สึกแปลบทุกครั้งที่โลหะในร่างสั่นตอบรับกับพลังอีเทอร์ในอากาศ
“สนามพลังมันไม่เสถียร”วิเวียน่าพูดขณะก้มดูค่าพลังในจอ “เหมือนมีใครบางคนกำลังเปิดประตูจากอีกฝั่ง”
“อีกฝั่งไหน?”
“ฉันยังไม่แน่ใจ...แต่ความถี่นี้ตรงกับสัญญาณที่เราเคยตรวจเจอตอนยานแม่ออกจากโลกครั้งนั้น”
เรมิโอชะงักเขามองขึ้นไปบนฟ้า เหมือนมีบางสิ่งกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรงผิดปกติ
“เธอกลับมาแล้ว...”เขาพึมพำ
วิเวียน่าเงยหน้าขึ้น“ใคร?”
“จูเลียน่า”
วิเวียน่าเบิกตาเธอจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ยินชื่อนั้นคือเมื่อไหร่
เสียงะเิจากอาคารอีกฝั่งดังขัดจังหวะก่อนที่เงาร่างบางจะโผล่ขึ้นจากควัน
ร่างนั้นเดินตรงเข้ามาในวงแสงของโฮโลแรมป์— ดวงตาสีฟ้าเรืองจ้าในเงามืด
จูเลียน่ามาหยุดยืนตรงหน้าพูดเบา ๆ
“ฉันกลับมาเพื่อปิดทุกอย่างให้จบ...”
เรมิโอก้าวเข้าไปหาแต่ทันใดนั้น เครื่องตรวจจับของวิเวียน่าก็ร้องเตือน
สัญญาณอีเทอร์รอบตัวพุ่งขึ้นถึงระดับอันตราย— วัตถุโลหะรอบ ๆ เริ่มลอยขึ้นเหนือพื้นเหมือนถูกดูดด้วยแรงแม่เหล็กขนาดั์
วิเวียน่าะโ“ทุกคนหลบออกจากโซนสนามเร็ว!”
ก่อนที่ใครจะทันขยับพลังะเิของอีเทอร์ก็ปะทุขึ้นกลางวง
เศษแสงและแรงกระแทกผลักทุกคนกระเด็นออกไป
เสียงกรีดร้องแ่ลงเหลือเพียงจูเลียน่าที่ยืนอยู่กลางวงพลัง—
ขอบตาเธอเรืองแสงน้ำตาไหลเป็ประกายเหมือนละอองดารา
“มันเริ่มขึ้นแล้ว...”เธอพูดเสียงสั่น
“เ้าชายแอนโดรเมดารู้ว่าฉันฝ่าคำสั่งเขาจะไม่หยุดแค่นี้แน่”
เรมิโอลุกขึ้นแม้ร่างกลครึ่งหนึ่งของเขาจะไหม้จนเห็นชิ้นส่วนภายใน
“งั้นเราก็ต้องเริ่มก่อนเขา”
วิเวียน่ามองทั้งคู่เธอรู้ดีว่าแววตาแบบนั้นของเรมิโอ หมายถึงารอบใหม่ —
แต่คราวนี้ไม่ใช่าระหว่างมนุษย์กับจักรกลอีกต่อไป
มันคือาเพื่อ กำหนดชะตาของทั้งจักรวาล!
จบตอนที่ 1
( 21 ต.ค. 68 )ปรับปรุงแก้ไข 23 ต.ค. 68