บทที่ 14 ลูบแมว?
ฉินเทียนข่มขู่ด้วยความจนใจ "ถ้ายังดิ้นอีก ข้าจะตีก้นเ้าแล้วนะ!"
ตีก้น?!
"เ้ากล้าหยามข้า! จักรพรรดินีผู้นี้จะสู้กับเ้า!" พูดจบ นางก็ยิ่งดิ้นรนรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
เพียะ!
ฉินเทียนละมือข้างหนึ่งออกมาแล้วฟาดลงไป
ไป๋เสี่ยวหรูถึงกับชะงักค้าง นางตกตะลึงถึงขีดสุด ไม่คิดว่าตนเองจะถูกตีก้นเสียได้!
เมื่อเห็นว่าไป๋เสี่ยวหรูนิ่งไป ฉินเทียนก็ยิ้มออกมา การตีก้นยังคงได้ผลอยู่ "ทำตัวดี ๆ หน่อย ถ้าดิ้นอีกข้าจะตีต่อ"
ไป๋เสี่ยวหรูได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปมาไม่หยุด ในที่สุดนางก็สะกดกลั้นความโกรธของตนเองได้ แล้วหมอบนิ่งอยู่ในอ้อมอกของฉินเทียนเพื่อเริ่มใช้ความคิด
ไม่นานนัก ดวงตาของนางก็เป็ประกายและเริ่มใช้มนตร์เสน่ห์กับฉินเทียน
ฟู่...
กลุ่มควันสีชมพูลอยมุ่งหน้าไปยังหน้าผากของฉินเทียน
หลังจากฉินเทียนสูดควันสีชมพูเข้าไป เขาก็เห็นโฉมงามผู้เย้ายวนปรากฏขึ้นตรงหน้า ความงามเช่นนี้อาจมีเพียงอันเมี่ยวหลิงเท่านั้นที่ทัดเทียมได้
แต่หากเปรียบเทียบกันแล้ว กลับขาดกลิ่นอายเสน่ห์ตามธรรมชาติ แต่เสน่ห์นี้กลับดึงดูดิญญาให้ลุ่มหลง จะบอกว่าอันเมี่ยวหลิงไม่ดีก็ไม่ใช่ เพียงแต่รูปแบบและสง่าราศีแตกต่างกัน
ฉินเทียนก้มลงมองไป๋เสี่ยวหรูในอ้อมอก "หน้าตาก็ดูดีไม่น้อย"
...ไม่ได้ผล?
ไป๋เสี่ยวหรูจำใจหมอบลงอีกครั้ง นางตัดสินใจที่จะอดทนต่อความอัปยศ เพื่อรอวันที่จะได้ล้างแค้นในภายหลัง
ก่อนที่ฉินเทียนจะเปิดศึกกับระดับปราชญ์ นางก็สลบไปเสียก่อน ดังนั้นนางจึงไม่ทราบถึงพลังที่แท้จริงของฉินเทียน
แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าตนเองถูกช่วยออกมาได้อย่างไร แต่ในสายตาของนาง เด็กหนุ่มผู้นี้เป็เพียงระดับจิติญญาเคลื่อนไหวเท่านั้น รอจนกว่าตนเองจะฟื้นฟูจนมีสามหางหรือสี่หางได้ จะต้องล้างแค้นให้ได้แน่นอน
เดินทางต่ออีกครู่หนึ่ง ในที่สุดเขาก็กลับเข้าสู่เขตคุนหลุน เมื่อมองดูไป๋เสี่ยวหรูที่ว่าง่ายและน่ารักในอ้อมอก เขาก็อดไม่ได้ที่จะลูบคลำนางสองสามที
มันช่างนุ่มลื่นและให้ััที่ดีมาก ไป๋เสี่ยวหรูราวกับลูกแมวที่ใจึงโต้กลับด้วยการกัดนิ้วของฉินเทียน
"เ้ากล้าเห็นข้าเป็แมวให้ลูบเล่นรึ!" เสียงหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความโกรธดังเข้าสู่หูของฉินเทียน
ฉินเทียนยิ้มอย่างเก้อเขิน เขารู้สึกว่านิ้วของตนััโดนบางอย่างในปากของสุนัขจิ้งจอกน้อย เขาจึงขยับนิ้วเล็กน้อย
ไป๋เสี่ยวหรูก็ใรีบปล่อยปากทันที ยามนี้ไป๋เสี่ยวหรูรู้สึกจนใจยิ่งนัก ที่ถูกควบคุมไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
หลังจากกลับมาถึงยอดเขาฉางเจี้ยน ก็พบว่าอันเมี่ยวหลิงยังไม่กลับมา เขาเตรียมจะทำสัญญานายบ่าวกับไป๋เสี่ยวหรูก่อน เพื่อทำภารกิจที่ระบบมอบให้สำเร็จ
ฉินเทียนมองไปที่ไป๋เสี่ยวหรูแล้วกล่าวว่า "ข้าเป็คนช่วยเ้าไว้ ดังนั้นเ้าจงทำสัญญานายบ่าวกับข้าเสียเถิด!"
ไป๋เสี่ยวหรูได้ยินดังนั้นก็ขนลุกชัน ด้วยสัญชาตญาณนางจึงอยากจะกัดเขา เนื่องจากอยู่ในร่างจิ้งจอกที่มีเพียงหางเดียว นางจึงมีวิธีโจมตีเพียงเท่านี้
ฉินเทียนมองออกถึงเจตนาของนาง จึงรีบยื่นนิ้วเข้าไป
ขณะที่กำลังจะกัดโดน ไป๋เสี่ยวหรูก็นึกถึงเื่ก่อนหน้านี้ขึ้นมา ใบหน้าพลันแดงระเรื่อทันที
เมื่อเห็นนางหยุด ฉินเทียนจึงกล่าวต่อ "ทำสัญญานายบ่าวกับข้า หลังจากหนึ่งร้อยปี หรือหลังจากที่พลังของเ้าเหนือกว่าข้า สัญญาก็จะถูกยกเลิกโดยทันที"
ไป๋เสี่ยวหรูเบือนหน้าหนีไม่สนใจเขา
ในขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เสียงหนึ่งก็ขัดจังหวะเขาขึ้น
"ท่านอาจารย์ ข้ากลับมาแล้ว!"
อันเมี่ยวหลิงค่อย ๆ ร่อนลงมาจากท้องฟ้าดุจเทพธิดาจาก์เก้าชั้นฟ้า ชายกระโปรงสีขาวพลิ้วไหวตามสายลม
"เอ๊ะ ทำไมมีจิ้งจอกน้อยตัวหนึ่งล่ะเ้าคะ! น่ารักจังเลย" อันเมี่ยวหลิงทำท่าจะเข้าไปอุ้ม ไป๋เสี่ยวหรูรีบหลบวูบทันที
อันเมี่ยวหลิงมองฉินเทียนด้วยความหงุดหงิด "จิ้งจอกน้อยตัวนี้มาจากไหนกันเ้าคะ"
"ช่วยมาตอนข้าออกไปข้างนอก เ้าอย่าได้ดูถูกนางเชียว นางคือองค์หญิงแห่งชิงชิว"
เมื่อได้ยินคำนี้ ดวงตาคู่สวยของอันเมี่ยวหลิงก็หรี่ลง และเอ่ยอย่างลังเลว่า "องค์หญิงจากสายเืแห่งชิงชิว แห่งูเาว่านเหยา จงโจวหรือเ้าคะ?"
"น่าจะเป็เช่นนั้น ข้าเตรียมจะทำสัญญานายบ่าวกับนาง แต่นางไม่ตกลง เ้าช่วยอาจารย์เกลี้ยกล่อมนางหน่อยเถิด!"
อันเมี่ยวหลิงคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า "หรือว่าช่างมันเถอะ ตอนนี้พวกเรายังไม่สามารถล่วงเกินชิงชิวได้"
นางยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ปัจจุบันของไป๋เสี่ยวหรู จึงเอ่ยเตือน
"สัญญานี้ต้องทำให้ได้" พูดจบ ฉินเทียนก็วางค่ายกลกักขังเพื่อขังไป๋เสี่ยวหรูไว้ข้างใน จากนั้นจึงหันกลับมากล่าวว่า "ครั้งนี้เ้าได้รับประโยชน์ไม่น้อยเลยนะ ทะลวงเข้าสู่ระดับสรรค์สร้างแล้ว"
ฮิฮิ! อันเมี่ยวหลิงยิ้มแล้วกล่าวว่า "เดิมทีอยากจะทำให้ท่านประหลาดใจ ไม่นึกเลยว่าท่านจะมองออกในทันที แต่ครั้งนี้ต้องขอบคุณป้ายคำสั่งมิติเวลาของท่านอาจารย์ มิเช่นนั้นข้าคงพลาดท่าไปแล้ว"
สีหน้าของฉินเทียนเคร่งขรึมขึ้น "โลกภายนอกยังคงอันตรายมาก วันหลังหากออกไปข้างนอก อาจารย์จะไปเป็เพื่อนเ้า"
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเทียน อันเมี่ยวหลิงก็รู้สึกอบอุ่นในใจ "เ้าค่ะ!"
“ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปทำอาหาร เพื่อฉลองที่เ้าทะลวงระดับ” พูดจบ ฉินเทียนก็เข้าไปเตรียมการในห้องครัว ส่วนอันเมี่ยวหลิงเดินไปเก็บวัตถุดิบในสวนอย่างรู้ใจ
ทั้งสองช่วยกัน ไม่นานอาหารมื้อใหญ่ที่หรูหราก็เตรียมเสร็จสิ้น ฉินเทียนตักน้ำแกงหนึ่งถ้วยให้แก่อันเมี่ยวหลิงเหมือนเช่นปกติ
ไป๋เสี่ยวหรูที่อยู่ในค่ายกลกักขังด้านข้างพึมพำว่า "เป็ผู้บำเพ็ญเพียรยังตะกละเช่นนี้ มิน่าเล่าถึงได้อ่อนแอ"
ทว่ากลิ่นหอมของอาหารนั้นช่างยั่วยวนยิ่งนัก ดมไปดมมานางก็เริ่มอยากกิน ก่อนที่จะเป็จักรพรรดินี นางเองก็ค่อนข้างตะกละตะกลาม
นางมักจะแอบขโมยเหล้าดอกท้อของบิดามากินคู่กับเนื้อสัตว์อสูรป่า เมื่อนึกถึงเหล้าดอกท้อนั้น นางก็ถอนหายใจยาว ภายหน้าอาจจะไม่มีโอกาสได้ดื่มอีกแล้ว
ยามนี้ฉินเทียนนำสุราวานรออกมาดื่มบนโต๊ะอาหาร
ไป๋เสี่ยวหรูจำได้ทันทีว่านางเคยดื่มเหล้าิญญาชนิดนี้มาก่อน มุมปากของนางขยับเล็กน้อย เผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ดูเหมือนฉินเทียนจะรู้สึกได้ เขาจึงหยิบชามเปล่าใบหนึ่ง คีบเนื้อาาอสูรใส่ลงไป และรินสุราวานรหนึ่งจอกวางไว้ในค่ายกลกักขัง "พิจารณาเป็อย่างไรบ้าง จะตกลงหรือไม่?"
"ไม่ตกลง!" ไป๋เสี่ยวหรูปฏิเสธทันควัน นางเองก็มีศักดิ์ศรี
"ในเมื่อเป็เช่นนี้ เ้าก็จงกินเถิด"
ไป๋เสี่ยวหรูถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขณะที่กำลังจะกิน ฉินเทียนก็พูดขึ้นอีกประโยค
"ถือเสียว่านี่เป็มื้อสุดท้าย กินเสร็จแล้วข้าจะส่งเ้าไปสู่สุคติ" พูดจบฉินเทียนก็กลับไปที่โต๊ะ
ไป๋เสี่ยวหรูถึงกับชะงัก มื้อสุดท้าย?
เมื่อมองเนื้อในชาม นางก็นึกขึ้นได้ ‘หรือว่าเขาจะกินเนื้อของข้า?’ พอนึกถึงตรงนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ รีบถอยหลังไปหลายก้าว พยายามอยู่ให้ห่างจากชามเนื้อใบนั้นให้มากที่สุด
ครู่ต่อมา เมื่อสองศิษย์อาจารย์รับประทานอาหารเสร็จ อันเมี่ยวหลิงก็เริ่มเก็บโต๊ะ
ส่วนฉินเทียนเดินมาข้างกายไป๋เสี่ยวหรู และแสร้งทำเป็เคร่งขรึมกล่าวว่า "ให้โอกาสเ้าเป็ครั้งสุดท้าย เ้าแน่ใจนะ?"
ไป๋เสี่ยวหรูมองฉินเทียนด้วยสายตาตัดพ้อ ไม่นึกเลยว่าองค์หญิงผู้ยิ่งใหญ่เช่นตนจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
"ข้าล่วงเกินขุมอำนาจที่แข็งแกร่งไว้มากมาย หากเ้าทำสัญญากับข้า เ้าจะต้องรับผลกรรมของข้าไปด้วย ผลกรรมนี้เ้าไม่อาจรับไหวหรอก"
ไป๋เสี่ยวหรูบอกเล่าสถานการณ์ของตนเอง บางทีสิ่งนี้อาจทำให้ฉินเทียนล้มเลิกความคิดที่จะทำสัญญากับนาง
"ไม่มีผลกรรมใดที่ข้ารับไม่ได้ เ้าแค่บอกข้ามาว่าเ้าจะตกลงหรือไม่!" ฉินเทียนกล่าวด้วยใบหน้ามั่นใจ
ไป๋เสี่ยวหรูได้ยินดังนั้นก็ตกอยู่ในห้วงความคิด ศักดิ์ศรีนั้นสำคัญก็จริง แต่หากตายไปทุกอย่างก็จบสิ้น นางยังอยากกลับไปล้างแค้นคนผู้นั้น
นางยังอยากกลับชิงชิวเพื่อพบท่านพ่อและท่านแม่
การทำสัญญานายบ่าวมีกำหนดเวลาร้อยปี หรือจนกว่าระดับพลังจะเหนือกว่าเขา