หลังจากพูดคุยกับจางเหว่ยเรียบร้อยแล้ว ซิงอีก็ถูกพาให้ไปยังที่พักของตนเอง ที่นี่แบ่งที่พักหนึ่งห้องต่อหนึ่งคนแต่ภายในห้องไม่ได้กว้างมากมาย มีแค่เตียงนอน ชั้นเสื้อผ้า และโต๊ะ1ตัว เพราะไม่ค่อยมีบ่าวรับใช้มากนัก ทำให้มีห้องว่างค่อนข้างเยอะ ไม่ใช่เพราะจวนแห่งนี้ไม่มีเงินมากพอจะจ้างบ่าวรับใช้ แต่ชื่อเสียงที่ขึ้นว่าโหดร้ายของเ้าของจวน ทำให้ไม่ค่อยมีใครอยากมาขายตัวเป็บ่าวรับใช้มากนัก ถึงบ่าวรับใช้จะน้อยแต่ค่าตอบแทนก็นับว่ามากทีเดียว ในแต่ละเดือนได้ถึง 1 เหรียญเงิน เมื่อเทียบกับจวนอื่นๆ ที่ได้แค่ 80 เหรียญทองแดงเท่านั้น ได้เงินเยอะแล้วอย่างไรหากทำผิดจนต้องถูกฆ่าทิ้งก็ไม่คุ้มเสีย
ซิงอีเดินสำรวจของในห้องอย่างพึงพอใจ นางมีที่ซุกหัวนอนแล้ว ข้าวก็มีให้กินฟรี แถมเงินก็ได้อีกเสียด้วย ต่อไปนี้ก็แค่หลีกเลี่ยงไม่ให้เจอจางเหว่ย ตั้งใจทำงานแล้วหาทางกลับโลกใบเก่าให้ได้ หากกลับไม่ได้จริงๆก็เก็บเงินให้มากและออกไปจากที่นี่ ซิงอีกล่าวอย่างหมายมั่นในใจ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นที่หน้าห้อง ซิงอีจึงเดินไปเปิดทันที
“นี่คือชุดของเ้า เปลี่ยนเสร็จแล้วไปพบอี๋นัวที่เรือนเคร่งระเบียบด้วย”
หญิงสาวที่อยู่หน้าประตูเอ่ยปากบอกซิงอี จากนั้นเดินออกไปทันที หญิงสาวจะถามว่าไปทางไหนก็ไม่ทันเสียแล้ว ซิงอีมองชุดที่ถูกยื่นให้ จากนั้นนำไปสวมใส่ทันที
ซิงอีหมุนตัวหน้ากระจกด้วยความพึงพอใจ ถึงเป็แค่ชุดสาวใช้แต่นับว่าดูดีเป็อย่างมาก เป็ผ้าสีฟ้าขาวดูเรียบร้อยถึงเนื้อผ้าจะไม่ดีมากแต่ก็ถือว่าใช้ได้ ผมครึ่งบนถูกจัดแต่งทรงสวยเหมือนกับบ่าวที่นำชุดมาให้เธอเมื่อสักครู่ หญิงสาวสามารถทำตามได้ทันทีที่เห็น เพราะประสบการณ์ดูแลนางเอกชื่อดังที่เล่นซีรี่ส์ย้อนยุคมาไม่รู้กี่เื่ ทำให้นางชำนาญเื่นี้เป็อย่างมาก จากนั้นปักด้วยปิ่นไม้ที่ถูกนำมาให้พร้อมกับชุดเช่นกัน เมื่อตรวจดูความเรียบร้อยั้แ่หัวจรดเท้าแล้วจึงเดินออกจากห้องพัก แต่ไม่ลืมที่จะล็อกห้องไว้เป็อย่างดี
ซิงอีเดินมาตามทางที่บ่าวรับใช้ชายบอก ตอนที่นางเอ่ยถามก็ได้ยินว่ามาทางนี้ แต่ตอนนี้นางเดินหากว่า 1 เค่อแล้ว แต่ยังไม่เห็นเรือนที่ชื่อว่าเรือนเคร่งระเบียบเลย ตอนนี้นางอยู่ตรงหน้าเรือนตู้เจวียน หญิงสาวมองซ้ายทีขวาทีเพื่อหาคนที่สามารถจะบอกทางให้นางได้ แต่ก็พบว่าไม่เห็นมีเลยสักคน ซิงอีจึงเดินไปทางเรือนตู้เจวียน จากนั้นเปิดประตูชะโงกแค่หน้าเข้าไปในประตู แต่ก็ต้องชนกับอกกว้างที่ยืนอยู่
“โอ๊ยย จมูกข้า”
ซิงอีร้องออกมาและจับที่จมูกเมื่อเห็นว่าไม่เป็อะไรก็สบายใจ พลางคิดในใจ “ดีที่ร่างนี้เป็จมูกของจริง” แต่แล้วนางรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงไอของคนที่นางเผลอไปชนเข้าเมื่อสักครู่
“บ่าวขออภัยเ้าค่ะ”
ซิงอีรีบกล่าวขอโทษและก้าวถอยหลังออกมา 1 ก้าว
“เป็บ่าวรับใช้คนใหม่ล่ะสิ”
เสียงทุ้มกล่าวถามอย่างอ่อนโยน ซิงอีจึงเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เมื่อนางเห็นหน้าของชายตรงหน้าก็ทำให้หญิงสาวตกตลึงทันที “โลกนี้มีแต่คนหน้าตาดีสินะ” ซิงอีคิดในใจ เพราะชายที่ยืนหน้าตนตอนนี้ผมดำยาวพริ้วไหวครึ่งบนถูกมัดรวบด้วยเชือกสีขาวยาวลงมากับผมครึ่งล่าง ผมด้านหน้าถูกปล่อยออกมาเล็กน้อยเครื่องหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบ แต่งกายด้วยชุดสีขาวยาวดูสง่างาม บวกกับน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อสักครู่ยิ่งทำให้คนที่ได้ยินต่างต้องมนต์เมื่อพบเห็น
“เ้าได้ยินหรือไม่”
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีกรอบ
“เอ่อ…คือว่าบ่าวพึ่งเข้ามาทำงานใหม่เ้าค่ะ เลยทำให้หลงทาง ต้องขออภัยที่รบกวนคุณชายเ้าค่ะ”
ซิงอีที่เหม่อลอยไปนานพึ่งหาเสียงตัวเองเจอแล้วกล่าวออกไป ดูจากการแต่งตัวไม่ใช่บ่าวรับใช้เป็แน่
“เ้าจะไปที่ใดหรือ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยเสียงอ่อนโยนอีกครั้ง
“บ่าวจะไปเรือนเคร่งระเบียบเ้าค่ะ”
ซิงอีบอกจุดหมายของตนเผื่อชายหนุ่มจะช่วยชี้ทางให้ได้
“เช่นนั้นก็ไปด้วยกันเถิด ข้าจะไปที่นั้นพอดี”
ชายหนุ่มพูดจบก็ยิ้มให้หญิงสาว เดินนำออกไปก่อน ซิงอีจึงเดินตามหลังไป ใช้เวลาประมาณครึ่งเค่อก็ถึง พบว่าเรือนเคร่งระเบียบหรือเรือนที่นางหานั้น นางเลี้ยวผิดทาง แทนที่จะเลี้ยวทางซ้ายและดันเลี้ยวมาทางขวาแทน ชายหนุ่มเดินเข้าไปในเรือนและตามด้วยซิงอี เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปก็มีหญิงอายุราวๆ 50ปี เดินออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“คารวะคุณชายผู่เย่วเ้าค่ะ มีอะไรให้บ่าวรับใช้เ้าคะ” บ่าวหญิงกล่าวขึ้นทันที
“ข้าเพียงนำคนมาส่งเท่านั้น”
ผู่เย่วหรือชายหนุ่มที่เดินมากับซิงอีกล่าวขึ้น ซิงอีที่เห็นว่าชายหนุ่มเป็ถึงคุณชายก็รีบย่อกายทำความเคารพ ผู่เย่วหันมาพยักหน้าให้หญิงสาวเล็กน้อย ก่อนเดินออกจากเรือนเคร่งระเบียบไป
“เอาล่ะ เมื่อเ้ามาแล้วก็เริ่มกันเลย ข้ามีนามว่าอี๋นัวเป็หัวหน้าบ่าวรับใช้ของที่นี้ เ้ามีนามว่าอันใดหรือเอาป้ายชื่อเ้ามาให้ข้าดู”
หัวหน้าบ่าวรับใช้เอ่ยแนะนำตัว
“คือว่า ข้ามีนามว่าซิงอีเ้าค่ะ เคยเป็แค่ขอทานมาก่อน ไม่มีป้ายชื่อหรอกเ้าค่ะ”
ซิงอีเอ่ยบอกความจริงไป
“ขอทานงั้นหรือ”
อี๋นัวถามด้วยความประหลาดใจ เคยเป็ขอทานเหตุใดรูปร่างหน้าตา ผิวพรรณถึงได้ดีขนาดนี้
“เ้าค่ะ”
“เอาล่ะไม่เป็ไร เื่นั้นพ่อบ้านหลิวจะทำเื่ให้เ้าเอง”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
ซิงอีเอ่ยปากขอบคุณอี๋นัวด้วยความซาบซึ้ง ป้ายชื่อก็เหมือนบัตรประชาชนของคนที่นี้ จากนั้นหัวหน้าบ่าวรับใช้ก็อธิบายบริเวณต่างๆ ของจวนนี้โดนชี้ภาพที่จำลองเรือนต่างๆไว้ให้ซิงอีดูว่าเรือนไหนอยู่ตรงไหนและชื่อว่าอะไรบ้าง จากนั้นก็เล่าให้ฟังว่า ที่นี่มีใครอาศัยอยู่บ้างโดยเ้าของจวนแห่งนี้คือจางเหว่ย จะอาศัยอยู่เรือนหลัก ส่วนเรือนรองมีญาติห่างๆ ฝั่งแม่ของจางเหว่ยมาอาศัยอยู่ด้วยก็คือผู่เย่วคุณชายที่นางพบเมื่อสักครู่ และฟางเหนียงเป็น้องสาวของผู่เย่วและมารดานามว่าเจียอิ๋น พอฟังมาถึงตอนนี้ซิงอีก็เกิดความสงสัย จวนใหญ่ขนาดนี้เหตุใดถึงมีคนอาศัยอยู่แค่ 4 คน หากไม่รวมบ่าวรับใช้
“แล้วพ่อแม่ของคุณชายจางเหว่ยล่ะเ้าคะ”
ซิงอีเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ก็โดนตีที่แขนเบาๆทันที
“เ้าอย่าพูดถึงเชียว หากยังอยากทำงานอยู่ที่นี่ เอาเป็ว่าเื่นี้เ้าไม่ต้องรู้และห้ามพูดถึงเด็ดขาด”
“เ้าค่ะข้าจะระวังไว้”
“เช่นนั้นบ่ายนี้เ้าไปทำความสะอาดบริเวณเรือนรุ่ยเซียงแล้วกัน เ้าไปถูกหรือไม่”
อี๋นัวเอ่ยสั่งเมื่อเห็นว่านี้ก็ได้เวลาทานอาหารตอนเที่ยงเเล้ว นางพึ่งเข้ามาใหม่เลยคิดที่จะให้ทำงานง่ายๆ ไปก่อน
“ไปถูกเ้าค่ะ งั้นข้าขอตัวนะเ้าคะ”
เมื่อหญิงสาวเห็นอี๋นัวพยักหน้าจึงเดินออกไป
.
ณ เรือนรุ่ยเซียง
เมื่อถึงเวลาซิงอีก็มาทำความสะอาดตามที่อี๋นัวสั่งไว้ เรือนแห่งนี้คือเรือนตำรา นางทำได้แค่ตัดกิ่งไม้ กวาดใบไม้ อยู่ที่สวนหย่อมแค่นั้น เพราะตำแหน่งของบ่าวรับใช้ที่นี่ก็แบ่งเป็ระดับฐานะเช่นกัน โดยแบ่งตามการปักปิ่น ปิ่นไม้ธรรมดาคือเป็บ่าวที่คอยดูแลความเรียบร้อยบริเวณรอบนอกไม่สามารถเข้าไปภายในเรือนได้ ปิ่นไม้ที่มีลวดลายดูแลความเรียบร้อยรวมถึงความสะอาดภายในเรือน ปิ่นเงินคือบ่าวที่ทำอาหาร ร่วมถึงค่อยเสิร์ฟน้ำชาต่างๆ และบ่าวรับใช้ตำแหน่งสูงสุดคือปิ่นหยกสีขาวคือบ่าวรับใช้คนสนิทของคุณชายแต่ละท่าน ส่วนตอนนี้บนหัวของหญิงสาวปักแค่ปิ่นไม้ธรรมดาเท่านั้น จึงต้องมาทำความสะอาดตากเเดดตากลมเช่นนี้
ซิงอีทำความสะอาดไม่นานก็ได้ยินเสียงหญิงสาวคุยกันหน้าประตูเรือน จึงได้หันไปดูพบว่าเป็บ่าวรับใช้หญิง 2 คนกำลังยืนคุยกันอยู่
“เ้าเอาเข้าไปเถอะ ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
บ่าวรับใช้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นพลางยื่นถาดที่มีกาน้ำร้อนและถ้วยชาอยู่ใส่ในมือของคนบ่าวอีกคน
“วันนี้ข้าแต่งตัวไม่เรียบร้อย เ้าเอาไปเถอะ”
หญิงที่โดนวางถาดในมือส่งถาดคืนกลับไป และวิ่งหนีกลับออกไปทันที
“ทำเช่นไรดี”
บ่าวรับใช้ที่ยืนบิดด้วยความทรมานพูดขึ้นทันที ตอนนี้นางปวดถ่ายหนักเป็อย่างมาก หากนางเผลอผ่ายลมออกมาตอนเอาชาไปเสิร์ฟจะทำเช่นไร บ่าวรับใช้คนนั้นมองซ้ายทีขวาทีอย่างหาตัวช่วย แต่แล้วสายตาก็หันมาเจอซิงอีที่ยืนดูอยู่ ซิงอีที่เห็นบ่าวรับใช้คนนั้นหันมาทางตนก็รีบก้มหน้ากวาดใบไม้ต่อทันที
“นี่เ้า เ้านั้นแหละมานี้หน่อย”
บ่าวรับใช้คนนั้นเรียกซิงอีให้ไปหา เมื่อเห็นว่าซิงอีไม่เดินไปก็เดินไปหานางที่กวาดใบไม้อยู่
“ข้ารบกวนเ้าเอาชานี่ไปเสริฟให้คุณชายจางเหว่ยที ข้าไม่ไหวแล้ว”
เมื่อพูดจบก็จับไม้กวาดในมือของซิงอีออก และยัดถาดชาใส่ในมือของหญิงสาวทันที
“ข้าปักแค่ปิ่นไม้ธรรมดา ไม่สามารถเข้าเรือนได้”
หญิงสาวกล่าวอย่างปฏิเสธ
“คุณชายยังไม่มาหรอก เ้ารีบเอาเข้าไปว่างและรีบออกมาก็พอ”
บ่าวรับใช้พูดเสร็จก็รีบวิ่งออกไปทันที เพราะนางไม่สามารถทนได้แล้ว
ซิงอีมองถาดชาที่อยู่ในมือ จากนั้นเดินไปที่หน้าประตู หญิงสาวสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพื่อเรียกความมั่นใจ จากนั้นค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปด้านในช้าๆ พบว่าด้านในไม่มีใครอยู่ จางเหว่ยยังไม่ทันได้มาอย่างที่บ่าวรับใช้คนนั้นบอก นางจึงเดินเข้ามาวางถาดที่โต๊ะตำราอย่างสบายใจ แต่ตาเหลือบไปเห็นตำราที่ว่างอยู่บนโต๊ะ จึงได้ยื่นคอเข้าไปอ่านอย่างอยากรู้อยากเห็น โดนที่นางไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังเดินเข้ามา และเดินมายืนอยู่ด้านหลังนาง เมื่อซิงอีเห็นว่าตำรานั้นไม่มีอะไร เเละไม่กล้าเปิดตำรานั้นดูเห็นแค่ชื่อหน้าปกที่เขียนว่า วิธีฝึกวรยุทธขั้นสูงสุดเท่านั้น จึงหมุนตัวเพื่อจะกลับออกไป แต่แล้วนางก็ต้องใเมื่อเห็นจางเหว่ยจู่ๆก็มายืนอยู่หลังนาง จังหวะที่หญิงสาวในั้นเองทำให้นางต้องล้มหงายหลัง หญิงสาวยื่นมือไขว้ขว้างเพื่อหาอะไรจับยึด แต่ก็คว้าได้เพียงอากาศ
ตุบ!
เสียงร่างของหญิงสาวกระทบกับพื้น จางเหว่ยที่ยืนเอามือไขว้หลังอยู่ เมื่อเห็นสภาพเช่นนั้นก็ส่งเสียงหึ! ในลำคอเล็กน้อย จากนั้นเดินไปนั่งประจำที่โต๊ะเขียนตำราอีกข้าง ซิงอีลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเลเพราะยังรู้สึกเจ็บก้นอยู่ แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงร้องออกมาเพราะกลัวชายหนุ่มจะสั่งฆ่าทิ้งอีก
“เ้าไม่รู้หรือ ว่าปิ่นไม้ธรรมดาของเ้าไม่สามารถเข้ามาได้” จางเหว่ยเอ่ยเสียงเรียบ
“ข้ารู้เ้าค่ะ แต่บ่าวที่นำชามาให้ท่านไม่สบายกระทันหัน ข้าเลยนำมาให้แทนนาง”
ซิงอีรีบอธิบายให้ชายหนุ่มฟัง จางเหว่ยรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่นางแทนตนเองว่าข้าแทนที่จะแทนตนเองว่าบ่าวอย่างคนอื่นๆ คนที่เเทนตัวเองเช่นนี้เขาอนุญาตให้แค่ผู้ช่วยคนสนิทของเขาพูดได้เท่านั้น
“เช่นนั้นเ้ากลับไปบอกบ่าวคนนั้นว่าให้ลาออกไปซะ” จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเข้ม จนทำให้ซิงอีที่ได้ยินตัวสั่นเล็กน้อย
“ส่วนเ้า…..”
ชายหนุ่มพูดพลางมองมาทางหญิงสาวที่ยืนก้มหน้าด้วยท่าทางหวาดกลัวตน
“ข้าจะไม่เข้ามาที่นี่อีกแล้วเ้าค่ะ จะตั้งใจทำงานของตัวเองแค่ด้านนอกเท่านั้น”
ซิงอีรีบบอกกล่าวด้วยกลัวว่าตนจะโดนไล่ออก นางพึ่งเขามาทำงานได้แค่ไม่ถึง 1 วันก็จะโดนไล่ออกซะงั้น
“มาฝนหมึกให้ข้า”
จางเหว่ยเอ่ยสั่งเสียงเรียบ
“อะไรนะเ้าคะ”
หญิงสาวถามขึ้นเพราะคิดว่าคงหูฝาด
“หรือเ้าอยากโดนไล่ออกอีกคน”
“ทำเ้าค่ะ ข้าทำ”
ซิงอีรีบวิ่งมาฝนหมึกให้ชายหนุ่มทันทีเพราะกลัวจะโดนไล่ออกหรือถูกสั่งฆ่าทิ้งอีก
——-
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
โอ๊ยยย สงสารยัยน้องกว่าจะได้รักกัน ไม่ใช่ว่าจะถูกสั่งฆ่าทิ้งก่อนไช่ไหม
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคนฝากทุกคนกดหัวใจที่หน้าปก ติดตาม คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????