[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ด้วยความพยายามอย่างไม่ลดละ ท่านทำให้คู่บำเพ็ญตั้งครรภ์สำเร็จ ได้รับสิทธิ์สุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง]
...
ในวันนี้ โจวลั่วได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ไม่ได้ยินมานาน เขาเปิดหน้าต่างสุ่มรางวัลด้วยความดีใจ วงล้อสุ่มรางวัลสีขาวลอยอยู่อย่างเงียบสงบในความว่างเปล่า พื้นที่เจ็ดส่วนบนนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย ครั้งนี้ทำให้หญิงสาวสองคนตั้งครรภ์พร้อมกัน เขาจึงได้รับสิทธิ์สุ่มรางวัลสองครั้ง
โจวลั่วจ้องมองไปที่วงล้อเขม็ง หวังว่าครั้งนี้จะได้ของที่มีประโยชน์ออกมาบ้าง หลังจากครุ่นคิด เขาก็เริ่มสุ่มรางวัลครั้งแรก กลุ่มแสงสีทองหมุนวนอย่างรวดเร็วบนวงล้อ ผ่านพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ไปทีละส่วน ในที่สุดภายใต้สายตาของโจวลั่ว มันก็หยุดลงที่พื้นที่ [อื่น ๆ ]
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับผลเพิ่มพูนเสน่ห์!]
[รางวัล ได้รับการเพิ่มพลังให้โฮสต์โดยอัตโนมัติแล้ว!]
'อะไรกัน...?'
โจวลั่วอดไม่ได้ที่จะสบถออกมา ผลเพิ่มพูนเสน่ห์? นี่มันนับเป็รางวัลแบบไหนกัน? โจวลั่วรู้สึกรับไม่ได้กับผลลัพธ์นี้ชั่วขณะ เขาไม่เคยนึกฝันเลยว่ารางวัลสุ่มจากระบบนี้จะมีของที่ไร้ประโยชน์แบบนี้อยู่ด้วย แม้จะบอกว่าทักษะการปรุงยาพิษไม่ค่อยเป็ที่นิยม แต่อย่างน้อยก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง
แล้วผลเพิ่มพูนเสน่ห์นี่มันคืออะไรกัน? ทำให้ตัวเองหล่อขึ้นงั้นหรือ? แต่ตัวเองที่เป็เพียงเขยแต่งเข้าตระกูล ก็มีภรรยาถึงสี่คนแล้ว จะมีเสน่ห์ไปเพื่ออะไรกัน?
โจวลั่วรู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วครู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เขาจ้องมองโอกาสสุ่มรางวัลครั้งสุดท้าย ในใจก็อธิษฐานออกมา
'ระบบ เ้าอย่าแกล้งข้าอีกเลยได้หรือไม่ ออกของที่มีประโยชน์มาให้บ้างได้หรือเปล่า ข้าตรากตรำทั้งวันทั้งคืน ทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ เ้าจะทำกับข้าแบบนี้ไม่ได้นะ'
หลังจากบ่นพึมพำ เขาก็เริ่มสุ่มรางวัลครั้งที่สอง กลุ่มแสงสีทองหมุนวนอีกครั้ง ครั้งนี้ ระบบราวกับได้ยินคำพูดของโจวลั่ว แสงสีทองนั้นค่อย ๆ ลดความเร็วลง และหยุดลงที่พื้นที่ [เคล็ดวิชา] อย่างพอดิบพอดี
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับเคล็ดรวบรวมปราณ!]
[รางวัลถูกส่งไปยังกระเป๋าของโฮสต์โดยอัตโนมัติแล้ว โปรดตรวจสอบ!]
โจวลั่วตาเป็ประกาย ในที่สุดระบบก็เริ่มมีความเมตตาขึ้นมาบ้างแล้ว เขารีบมองไปที่กระเป๋า เห็นภาพตำราหยกปรากฏขึ้นในช่องเก็บของอย่างชัดเจน เพียงโจวลั่วเคลื่อนจิตเพียงเล็กน้อยเคล็ดรวบรวมปราณก็ปรากฏขึ้นมาทันที
[เคล็ดวิชา : เคล็ดรวบรวมปราณ]
[ระดับ : ระดับฝึกปราณชั้นกลาง]
[คำอธิบาย : หลังจากฝึกฝนวิชานี้ จะสามารถดูดซับพลังปราณบริสุทธิ์แห่งฟ้าดินมาเสริมกายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถขจัดสิ่งเจือปน ทำให้พลังปราณบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น]
คำแนะนำง่าย ๆ ทำให้โจวลั่วรู้สึกสับสนในใจไปชั่วขณะ เดิมทีเขาคิดว่าจะมีเคล็ดวิชาระดับสุดยอดออกมา ผลกลับเป็เพียงเคล็ดวิชาเสริมที่ช่วยส่งเสริมการฝึกฝนเท่านั้น แต่อย่างไรก็ยังดีกว่าไอ้ผลเพิ่มพูนเสน่ห์นั่น
เมื่อคิดได้ดังนั้น โจวลั่วจึงรู้สึกคลายความผิดหวังลงได้บ้าง เขาตัดสินใจใช้งานมันทันที การสุ่มรางวัลสองครั้งจบลง โจวลั่วไม่ได้มีความสุขมากนัก รางวัลครั้งนี้เห็นชัดว่าแย่กว่าครั้งก่อนมาก
'คราวหน้าข้าต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้ดีก่อนค่อยมาสุ่มใหม่' เขานั่งขัดสมาธิบนเบาะรองนั่งพลางคิดในใจ
จากนั้นเขาก็ลองทดสอบเคล็ดรวบรวมปราณดูเล็กน้อย น่าประหลาดใจที่ประสิทธิภาพของเคล็ดวิชาระดับฝึกปราณชั้นกลางนี้โดดเด่นถึงเพียงนี้ เขาสามารถััได้อย่างชัดเจนว่า พลังปราณบริสุทธิ์แห่งฟ้าดินที่เพิ่งดูดซับมานั้น มากกว่าปกติถึงสองเท่าเต็ม ๆ และพลังปราณก็บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น สมแล้วที่เป็เคล็ดวิชาชั้นกลาง ดีกว่าระดับต่ำที่ตระกูลจัดหาให้มากกว่าหนึ่งขั้นเสียอีก หากสามารถฝึกฝนด้วยเคล็ดวิชานี้ในแดนศักดิ์สิทธิ์ชีพจรปราณได้ ความเร็วก็คงจะยิ่งรวดเร็วกว่านี้
เมื่อคิดได้เช่นนี้ อารมณ์ของโจวลั่วถึงได้ดีขึ้นมาบ้าง
เขาฝึกฝนจนถึงตอนเที่ยง หลินเฟยอิ่งก็มาถึงหน้าประตูห้องฝึก และเคาะประตูเบา ๆ
"ท่านพี่ กินข้าวได้แล้วเ้าค่ะ"
"มาแล้ว" โจวลั่วตอบรับพร้อมกับลุกขึ้นเปิดประตู
ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็เห็นใบหน้าที่งดงามสมบูรณ์แบบของหลินเฟยอิ่ง อีกฝ่ายก็เห็นเขาเช่นกัน เมื่อสบตากัน ไม่คิดเลยว่าตอนนั้นหลินเฟยอิ่งจะชะงักไปครู่หนึ่ง และในวินาทีถัดมา ใบหน้าของนางก็แดงระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า
"เป็อะไรไป?" โจวลั่วสังเกตเห็นความผิดปกติของนางจึงถามอย่างสงสัย
แม้ว่าปกติหลินเฟยอิ่งจะค่อนข้างขี้อาย แต่ทุกคนก็อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้แล้ว ทำไมยังหน้าแดงเหมือนลูกสะใภ้ตัวน้อยแบบนี้อีกล่ะ?
หรือว่าจะเป็ไข้?
"ไม่มีอะไรเ้าค่ะ" หลินเฟยอิ่งก้มหน้าพูดเบา ๆ คำหนึ่งแล้วรีบเดินจากไป โจวลั่วรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
...
ภายในห้องอาหาร หลินชิงหานนั่งเป็ประธาน ทางด้านซ้ายเรียงตามลำดับคือหลินจื่อเอ๋อร์และหลินอีอี ไม่นานนักก็เห็นหลินเฟยอิ่งเดินเข้ามาด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ จากนั้นนางก็นั่งลงข้างหลินอีอีโดยไม่พูดจาและก้มหน้าลง
"พี่หญิง ท่านพี่ทำอะไรท่านหรือเปล่า?" หลินอีอีมองนางด้วยรอยยิ้ม ร่างกายของหลินเฟยอิ่งสั่นสะท้านเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองอีกฝ่าย
"พูดเหลวไหลอะไรกัน"
ตอนนั้นเอง โจวลั่วก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูตามมา การปรากฏตัวของเขาดึงดูดความสนใจจากหญิงสาวทั้งสามในทันที ดวงตาสวยงามสามคู่มองมาพร้อมกัน วินาทีต่อมา ใบหน้าของทั้งสามคนก็แสดงสีหน้าแปลกประหลาดออกมา
"บนใบหน้าข้ามีอะไรติดอยู่หรือ?" โจวลั่วลูบใบหน้าแล้วถามอย่างสงสัย
หลินอีอีเท้าคางจ้องมองโจวลั่วด้วยความดีใจ "ท่านพี่ วันนี้ท่านดูดีจริง ๆ เลย"
หลินจื่อเอ๋อร์ก็พยักหน้าตาม มีเพียงหลินชิงหานที่ไม่มีท่าทีใด ๆ เพียงแต่แววตาที่ตื่นตระหนกเล็กน้อยได้เปิดเผยความรู้สึกในใจของนางออกมา
"ข้าก็เป็แบบนี้ทุกวันไม่ใช่หรือ?" โจวลั่วพึมพำขณะนั่งลงข้าง ๆ หลินชิงหาน และั้แ่ต้นจนจบ สายตาของหญิงสาวทั้งสามไม่เคยละไปจากตัวเขาเลย ราวกับว่ากำลังชื่นชมงานศิลปะชิ้นหนึ่ง สิ่งที่ทำให้โจวลั่วไม่เข้าใจยิ่งกว่าเดิมก็คือ ใน่เวลากินข้าว สตรีทั้งสามคนยังคงลอบมองเขาเป็ระยะ แถมยังคอยคีบกับข้าวใส่ชามให้เขาอย่างไม่ขาดสาย ดูเอาใจใส่เป็พิเศษ
หากจะบอกว่าผู้หญิงอีกสามคนทำเช่นนั้นก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ที่สำคัญคือหลินชิงหานกลับคีบเนื้อให้เขาชิ้นหนึ่งซึ่งเป็สิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
'นี่มันสถานการณ์แบบไหนกันเนี่ย?' โจวลั่วรู้สึกงงงวย แต่จากคำพูดของหลินอีอีเมื่อครู่ เขาก็ค่อย ๆ เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง หรือว่าจะเป็เพราะผลเพิ่มพูนเสน่ห์นั่น?
เมื่อดูจากท่าทีของสตรีทั้งสี่คนนี้แล้ว ดูเหมือนว่าจะเป็ไปได้จริง ๆ ใน่บ่าย โจวลั่วจงใจทดสอบดู และพบว่าเป็เช่นนั้นจริง ๆ อย่างเช่นเวลาเขาไปถามหลินชิงหานเื่การฝึกฝน ตามท่าทีปกติของอีกฝ่าย นางจะต้องบอกให้เขาไปทำความเข้าใจเอาเองแน่นอน แต่วันนี้ อีกฝ่ายกลับยอมนั่งลงจริง ๆ และตอบคำถามเขาด้วยความอดทน
หรืออย่างหลินเฟยอิ่งที่ปกติขี้อาย และไม่เคยยินยอมทำเื่พรรค์นั้นกับโจวลั่วในยามกลางวันเลย แต่วันนี้กลับไม่ปฏิเสธอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าเดิมก็คือ เมื่อไปหาหลินจือโซ่วในตอนกลางคืน ตาเฒ่าคนนี้ก็มีท่าทีที่สุภาพอ่อนโยนกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด การปฏิบัติต่อเขาแตกต่างจากวันก่อน ๆ อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะตอนที่เขาจงใจทำพลาด... ผู้าุโท่านนี้กลับไม่ได้ด่าเขาเลย
เพียงแต่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยว่า "คราวหน้าอย่าสะเพร่าแบบนี้อีก"
ในชั่วพริบตา โจวลั่วพลันรู้สึกว่าผลเพิ่มพูนเสน่ห์นี้ดูเหมือนจะไม่ใช่ของไร้ประโยชน์ขนาดนั้นเสียแล้ว อย่างน้อยในบางเื่ มันก็สามารถสร้างความสะดวกสบายให้เขาได้อย่างมหาศาล
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ครึ่งเดือนต่อมา หญิงสาวทั้งสามคนก็ถูกตระกูลตรวจพบว่าตั้งครรภ์แล้วตามคาด
ด้วยเหตุนี้หลินเต๋อถึงกับมาที่ลานบ้านด้วยตนเอง