วันนี้เป็นวันที่คนรักของพี่ปักศรจะมาทานข้าวเย็นที่บ้าน ศรรักไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่สาวถึงได้ดูมีความสุขขนาดนี้ ถึงขั้นลงทุนลุกขึ้นมาแต่เช้าให้คุณแม่สอนทำอาหารจานง่ายๆ ให้ เพื่อที่จะให้คนรักได้ลองทานดู แม้จะไม่เคยทำมาก่อน แต่พี่ปักศรก็ทำออกมาได้ดีทีเดียว“ฉันกลับก่อนนะ” ศรรักบอกกับเพื่อนๆ แล้วรีบเก็บของที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างรีบร้อน“อ้าว!! ทำไมรีบกลับนักล่ะ ว่าจะชวนไปหาอะไรกินสักหน่อย” ข้าวปุ้นเอ่ยถามด้วยความสงสัย“นั่นสิศรรัก” ตะวันเองก็นึกสงสัยเหมือนกัน“ขอโทษด้วยนะ พอดีวันนี้ฉันต้องไปกินข้าวกับที่บ้านน่ะ”“มีอะไรรึเปล่า” คราวนี้อาทิตย์ถามขึ้นมาบ้าง“นั่นสินะ วันนี้เป็นวันสำคัญน่ะ คนรักของพี่ปักศรจะมาทานข้าวที่บ้าน ฉันเลยต้องอยู่ด้วย” ศรรักเอ่ยบอก“อย่างนั้นเหรอ”“งั้นแบบนี้แสดงว่าพี่ปักศรใกล้จะแต่งงานแล้วสินะ” ข้าวปุ้นพูดอย่างตื่นเต้น “งั้นรีบไปเถอะ ไปสายเดี๋ยวพี่ปักศรจะน้อยใจเอา”“ฉันไปก่อนนะ”“คราวหน้าอย่าเบี้ยวเหมือนคืนนั้นอีกล่ะ” คำพูดของตะวันช่วยเตือนความทรงจำที่ศรรักอยากจะลืมมันไปให้หมดเขาจำได้ คืนนั้นหลังจากพาตัวเองกลับมาที่บ้าน เช้าวันต่อมาเขาก็นอนซมอยู่กับเตียงถึงสามวันเต็มๆ และเมื่อมาเรียนเป็นปกติก็ต้องมาขอโทษเพื่อนเสียยกใหญ่ที่ทำให้เป็นห่วง“คราวหน้าไม่พลาดแน่” ศรรักยิ้มรับแล้วรีบเดินออกจากห้องไปอย่างไว“คนที่พี่ปักศรจะแต่งงานด้วยเป็นแบบไหนกันนะ อยากรู้จัง” ข้าวปุ้นหันมาพูดกับเพื่อนทั้งสองคนอย่างนึกสงสัย“นั่นสิ!! คงต้องรอดูแล้วละ” ตะวันพูดเสริมอย่างเห็นด้วย ขณะที่มองไปทางอาทิตย์อย่างมีความหมาย “กลับมาแล้วครับ”“กลับมาแล้วเหรอศรรัก เอาของขึ้นไปเก็บก่อนสิ อีกสักพักแหละกว่าเค้าจะมา เห็นโทร. มาบอกว่าจะแวะทำธุระก่อนน่ะ”ปักศรเดินออกมาจากห้องครัวบอกกับน้องชายขณะที่มือข้างหนึ่งยังคงถือตะหลิว ศรรักที่เห็นแบบนั้นจึงยิ้มออกมาแล้วเดินขึ้นไปบนชั้นสองตามที่พี่สาวบอกตื้ด!! ตื้ด!!!!“เอ๊ะ!! ทำไมมาไวจัง”เสียงออดหน้าบ้านดังให้รับรู้ว่าแขกคนสำคัญได้มาถึงแล้ว ปักศรที่มัวเตรียมอาหารอยู่ในครัวกับคุณแม่ จึงตะโกนให้น้องชายที่ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าบนห้องมาเปิดประตูให้แทน เนื่องจากตอนนี้มือของเธอกำลังเปื้อนและไม่ว่าง“ศรรัก!!”“ครับ!!!!” เด็กหนุ่มขานรับจากบนห้อง“ช่วยไปเปิดประตูให้พี่หน่อยสิจ๊ะ ว่าใช่เค้าไหม”เมื่อได้ยินแบบนั้น ศรรักจึงรีบวิ่งลงมาจากบันไดทันที ก่อนจะมาก้าวพลาดเอาขั้นสุดท้ายจนลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้น พร้อมกับปากน้อยๆ ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ“โอ๊ยยย!!!!”ตื้ด!!!! ตื้ด!!!!!! เสียงออดหน้าบ้านดังไม่หยุด ช่วยเร่งให้เด็กหนุ่มลุกขึ้นจากพื้น“เจ็บจัง ครับๆ มาแล้วครับ” ศรรักเปิดประตูพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้า“เชิญเลยครับ...คะ...คุณ...เคอิจิ”มือที่เปิดประตูอยู่ถึงกับชะงัก ทั้งที่คิดว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว แต่ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆนัยน์ตาหวานมองคนตรงหน้านิ่งเงียบ ต่างฝ่ายต่างก็มองหน้ากันโดยที่ไม่พูดอะไรออกมา จนกระทั่งปักศรเดินออกมาจากห้องครัว เพื่อจะดูด้วยตัวเองว่าใช่คนรักของตัวเองหรือไม่“มีอะไรรึเปล่าจ๊ะศรรัก รึว่าจะไม่ใช่”“ครับ ไม่...” ไม่ทันที่ศรรักจะพูดจบ พี่สาวก็พูดขึ้นมาเสียก่อน“อ้าว!! ก็ใช่นี่ ทำไมไม่เชิญเค้าเข้ามาด้านในล่ะ เชิญค่ะคุณเคอิจิ นี่ศรรักน้องชายของปักศรเองค่ะ” หญิงสาวเดินเข้าไปหาคนรักพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดประตูให้เขาเข้ามาภายในบ้าน“ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เคอิจิเอ่ยทักทายเด็กหนุ่มอย่างเป็นกันเอง“ศรรักจ๊ะนี่คุณเคอิจิ เค้าจะมาเป็นพี่เขยของเรา ทำความรู้จักเอาไว้สิจ๊ะ”“พี่เขย” ร่างกายชาวาบกับความจริงที่ได้รับรู้ เหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงมากลางหัว เหมือนไม้แหลมๆ ที่ถูกตอกลงมากลางใจ เหมือนเข็มยาวๆ ที่ปักลงบนความรู้สึกที่เรียกว่ารักเจ็บแสนเจ็บเพียงใดก็ต้องกล้ำกลืนรับมันเอาไว้ ไม่สามารถขยับตัวหนีได้เลย ถึงจะรับรู้ว่าขอบตาทั้งสองข้างร้อนผ่าว ทว่าน่าแปลกที่ไม่มีน้ำตาไหลออกมาให้เห็น“มีอะไรรึเปล่า” เหมือนเสียงของพี่สาวจะช่วยดึงสติ ศรรักจึงรีบเอ่ยทักทายคนตรงหน้ากลับคืน“ปะ...เปล่าครับ สวัสดีครับพี่เขย”“เรียกฉันว่า ‘พี่เคจิ’ ก็พอ”“ครับพี่เคจิ” ราวกับมีก้อนแข็งๆ มาจุกอยู่ที่บริเวณลำคอ“ดีจังเลยน้าศรรัก ที่คุณเคอิจิอนุญาตให้เรียกแบบนั้นได้ ขนาดพี่ยังต้องเรียกคุณเคอิจิเลย”“เรื่องนั้นเป็นเพราะ....” เคอิจิทำท่าว่าจะอธิบาย แต่หญิงสาวก็เอ่ยขึ้นมาอย่างเข้าใจ“ค่ะ ปักศรเข้าใจ ว่าคุณเคอิจิไม่อยากให้พนักงานในบริษัทมองปักศรในทางที่ไม่ดี ขอโทษด้วยนะคะที่พูดเอาแต่ใจ เข้าไปข้างในกันเถอะค่ะ คุณพ่อกับคุณแม่รออยู่”พูดจบเธอก็เดินนำคนรักเข้าไปในห้องรับแขก โดยที่สายตาคมเข้มหันไปมองเด็กหนุ่มเพียงชั่วครู่ แล้วหันกลับไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ภายในใจลึกๆ ไม่อยากเห็นแววตาเศร้าของเด็กหนุ่มก็ตาม“...........” ศรรักมองดูพี่สาวกับร่างสูงใหญ่เดินไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ตอนนี้เขาสับสนไปหมด ไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกที่เรียกว่าเจ็บปวดนี้ยังไงดี ทั้งที่น้ำตาน่าจะไหลออกมา แต่มันกลับไม่มีออกมาให้เห็นสักหยด.................................................................................................................................