รวิภารู้เื่ที่จินดาพรจะพาทิพรดามาอยู่ที่บ้านด้วยเธอก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ เธอจึงจ้างนักสืบให้ไปสืบเื่ของทิพรดาว่าทำไมจินดาพรถึงได้สนใจทิพรดามากนัก จนถึงขั้นจะให้มาอยู่ที่บ้านเดียวกันกับเ้าตัว ทั้งที่เธอนั้นแม้แต่จะไปบ้านของจินดาพรเ้าตัวก็ยังรู้สึกไม่พอใจเธอเลย และหลายครั้งที่เธอได้เจอทิพรดากับจินดาพรอยู่ด้วยกัน สายตาที่จินดาพรนั้นมองไม่ได้มองเหมือนกับที่รู้สึกกับเธอเลย มันเลยทำให้รวิภานั้นอยากจะชนะแล้วก็ทำให้จินดาพรนั้นมาสนใจตัวเอง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“..............”จินดาพรเธอหันหน้าไปมองคนที่มาเคาะห้องทำงานของตัวเอง เธอพึ่งมาถึงเมื่อกี้นี้แล้วก็กำลังใส่เสื้อกาวด์เพื่อที่จะทำงานแล้ว รวิภายืนอยู่ที่ประตูแล้วก็เดินเข้ามาหาจินดาพรใกล้ๆ
“วันนี้พี่จินดามาทำงานสายนะคะ เป็หมอต้องตรงเวลาต่อหน้าที่ของตัวเองไม่ใช่หรอคะ”
“ฟางมีอะไรหรือเปล่า พี่มีเคสผ่าตัดตอนบ่ายพี่จะเข้าไปดูคนไข้ก่อน”จินดาพรเธอไม่อยากพูดความยาวกับรวิภา เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวก็ได้ทะเลาะกันอีก
“ไม่มีอะไรค่ะ ฟางแค่อยากจะถามพี่จินดาว่าพี่จินดาจะให้ยัยเด็กนั่น...เออ...เด็กคนที่มาส่งข้าวให้กับพี่จินดา พี่จินดาจะให้เด็กคนนั้นไปอยู่ที่บ้านกับพี่จินดาหรอค่ะ”
“ใช่ ดอกบัวเป็เด็กที่น่าสงสาร พี่อยากให้ดอกบัวมีอนาคตที่ดี พี่ทำงานก่อนนะ”จินดาพรพูดจบเธอก็เดินออกไปจากห้องทันที รวิภาเธอได้ยินอย่างนี้ก็รู้สึกเจ็บใจไม่น้อย ที่จินดาพรนั้นสนใจคนอื่นแต่ไม่สนใจตัวเธอเลย
“ใจร้ายเกินไปแล้วนะพี่จินดา”รวิภาเธอกำมือแน่นในเสื้อกาวด์ของตัวเองแล้วก็เดินออกไปจากห้องด้วยความไม่พอใจเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะรู้ว่าจินดาพรนั้นไม่ได้ชอบตัวเองก็ตาม แต่เธอก็คิดว่าเธอนั้นยังมีสิทธิ์ที่จินดาพรนั้นจะหันมาสนใจตัวเอง
ขจรกลับมาถึงที่บ้านเขาก็รีบเข้าไปดูโฉนดที่ดินของทิพกาทันที เขาก็รีบเข้าไปหาโฉนดที่ดินทันทีว่ายังอยู่ที่เดิมหรือเปล่า แล้วจะได้รีบเอาไปให้เสี่ยเพื่อไม่ให้เสี่ยนั้นยุ่งกับกุลจิรา เพราะเขารู้ว่าเสี่ยก็จะย้ำยี่ลูกสาวตัวเองอย่างไม่สนใจใยดีอะไร เสียแล้วเสียไปเสี่ยเขาไม่ได้สนใจที่เลี้ยงดูอะไรด้วย ซึ่งเขาไม่้าอย่างนั้นถ้าหากว่าไม่มีเงินใช้ ทิพกาที่พึ่งซักผ้าให้กุลจิราเสร็จเดินเข้ามาจากหลังบ้าน เธอก็เห็นขจรนั้นกำลังหาอะไรสักอย่างอยู่เธอจึงเข้าไปถาม
“พี่โทนหาอะไร”
“หาโฉนดที่ดิน มึงเอาไปเก็บที่ใหม่ใช่ไหม เอามาให้กูเดี๋ยวนี้”ขจรเห็นทิพกาเดินเข้ามาถามพอดีเขาหาไม่เจอก็เลยโมโหด้วยตอนนี้ ที่ทิพกานั้นไปเอาซ่อนตัวเองถึงแม้ว่าโฉนดที่ดินนั้นจะไม่ใช่ของตัวเองก็ตาม ยังไงเขาก็จะต้องเอาไปค้ำประกันว่าเขานั้นจะไม่หนีแล้วก็ไม่ให้กุลจิราเดือดร้อน
“ฉันให้ไม่ได้หรอกพี่ โฉนดที่ดินนั้นเป็ของดอกบัวแล้ว”
“อะไรนะ นี่มึงโอนไปให้ลูกของมึงโดยที่ไม่ปรึกษาอะไรกูเลยใช่ไหม”เขายิ่งโกรธมากกว่าเดิมเพราะก่อนหน้านี้เขาตั้งใจให้ทิพกาไปโอนชื่อให้เป็ของกุลจิรา
“แต่นี่บ้านฉันนะพี่โทน แล้วดอกบัวก็ควรเป็เ้าของบ้านหลังนี้ด้วย”ที่ดินผืนนี้สามีของเธอเป็คนหาเงินมาซื้อแล้วสร้างบ้านที่นี่ และจะมอบให้กับทิพรดาเมื่อโตขึ้นแล้ว
“แต่กูบอกมึงแล้วใช่ไหม ว่าบ้านหลังนี้ต้องเป็ของลูกกู มึงไปเอาโฉนดที่ดินมาให้กูเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นวันนี้กูเอามึงตายแน่อีนาง ไป!!”
“ฉันไม่ให้ ยังไงฉันก็จะไม่ยอมให้พี่”
“อีนาง!! เดี๋ยวนี้มึงกล้าลองดีกับกูแล้วใช่ไหม”
เพี๊ยะ!!!
“โอ๊ย!....”ทิพการ้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อถูกขจรนั้นตบเข้าเต็มแรงอย่างไม่ใยดี เขาไม่ได้สนใจว่าทิพกานั้นจะเจ็บหรือไม่ด้วย
“ไปเอามาให้กูได้ยัง”ทิพกาเธอก็ส่ายหน้าไปมาทันทีว่าไม่ยอมให้ มันยิ่งทำให้ขจรนั้นโกรธมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก แล้วก็เข้าไปตบทิพกาอีกครั้งหนึ่ง
เพี๊ยะ!!
“ไปเอามาให้กูเดี๋ยวนี้!”
“โอ๊ยพี่โทนฉันเจ็บ”ทิพกาเธอได้แต่นอนงอตัวด้วยความเจ็บ เมื่อถูกขจรนั้นเตะซ้ำเข้าที่ตัวของตัวเองหลายครั้ง
“เจ็บมึงก็ไปเอามา ไป!!”
“ไม่พี่โทน นั่นมันเป็บ้านของลูกฉัน”ทิพกาเธอก็ยังไม่ยอมเพราะมันเป็สิ่งเดียวที่เธอนั้นสามารถมอบให้กับทิพรดาได้ ถึงแม้ว่าเขาจะตายเขาก็ไม่อยากให้สิ่งที่สามีตัวเองสร้างมากับมือให้ไปเป็ของคนอื่น
“แต่กูเป็ผัวมึง ผัวคนที่เลี้ยงดูมึงกับลูกมึงมาจนถึงวันนี้ มึงจะเอามาให้กูดีๆหรือว่ามึงจะให้กูไปเอาทำร้ายลูกมึงที่ร้านอาหารห๊ะ!”ขจรพูดจบเขาก็จะเดินออกไปจากบ้านจริงๆ ทิพกาเธอจึงรีบห้ามไว้เพราะเธอรู้ว่าขจรนั้นจะทำจริงๆ เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าทิพรดานั้นจะรู้สึกยังไง
“ไม่นะพี่โทน ฉันยอมแล้ว...ยอมแล้ว”
“ก็ไปเอามาให้กู”ทิพกาเธอพยักหน้าเบาๆก่อนที่เธอนั้นจะค่อยๆขยับตัวไปเอามาจากที่ซ่อนไว้ ขจรเขาก็เปิดดูข้างในซองเอกสาร ซึ่งตอนนี้ชื่อเ้าของได้ถูกเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
“พี่จะเอาไปทำอะไร พี่อย่าเอาไปทำอะไรไม่ดีเลยนะ”
“มึงไม่ต้องมาบอกกู แล้วกูมีอีกอย่างที่จะบอกมึง ถ้ามึงไม่อยากให้ที่ดินผืนนี้ไปเป็ของคนอื่น มึงก็ไปบอกให้ลูกของมึงไปหาเงินมาให้กูแสนหนึ่ง กูไม่สนใจว่าลูกของมึงจะลำบากหรือหาเงินมายังไง ถ้าลูกมึงหามาให้กูไม่ได้กูจะเอาลูกมึงไปขายให้เสี่ย จำไว้”
“ไม่...ไม่นะพี่โทนอย่าทำแบบนี้กับลูกฉัน”
“ปล่อยกู!
“โอ๊ย!!”ทิพกาพยายามเข้าไปห้ามขจรไม่ให้ทำอะไรกับทิพรดาอย่างนั้น แต่ว่าเขาไม่ได้สนใจว่าทิพกาจะมาขอร้องยังไงเขาผลักทิพกาออกจนเธอนั้นล้มหัวไปฟาดกับขอบประตูทันที แล้วเขาก็เดินออกไปจากบ้านอย่างไม่สนใจว่าทิพกานั้นจะเจ็บแค่ไหน
“ตายแล้ว!! ใครก็ได้ช่วยที ช่วยด้วย ช่วยทีใครก็ได้ช่วยที มีคนเจ็บทางนี้เร็วช่วยกันหน่อย”ป้าคนหนึ่งที่บ้านอยู่ในซอยเดียวกันเขาเห็นทิพกานั่งเืไหลอยู่ก็เลยเรียกคนให้มาช่วย ซึ่งตอนนี้ทิพกาเธอเป็ห่วงทิพรดามากกว่าว่าจะเป็ยังไง เธอก็พยายามที่จะลุกขึ้นแต่ตอนนี้เธอไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรแล้ว ก่อนที่เธอนั้นจะค่อยๆหมดสติไปอย่างไม่รู้สึกตัวอีก
ผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ามาในโรงบาลเป็่ที่จินดาพรนั้นกำลังจะเข้าไปเตรียมตัวผ่าตัด เขาก็เห็นบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนป่วยฉุกเฉินเข้ามา เธอจำได้ว่าเป็ทิพกาเธอจึงรีบเข้าไปดูทันทีด้วยความเป็ห่วง แล้วก็มีหมอรีบเข้ามาดูอาการของทิพกานั้นเป็ยังไงบ้าง จินดาพรนั้นเธอก็อยากจะเข้าไปช่วยแล้วก็รักษาทิพกา แต่ตอนนี้เธอทำอย่างนั้นไม่ได้เธอก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำ
“หมอจินคะ อีกครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาผ่าตัดแล้วนะคะ”พยาบาลเข้ามาเตือนจินดาพรเมื่อเห็นว่าจินดาพรรีบวิ่งมาทางนี้ก่อน
“ค่ะ”จินดาพรเธอก็คิดว่าตอนนี้อยู่ใกล้มือหมอแล้วคงไม่เป็อะไร เธอก็เลยรีบไปที่ห้องผ่าตัดทันทีซึ่งในตอนนี้เธอต้องควบคุมสติของตัวเองด้วย ว่าอย่าคิดอะไรนอกเหนือจากการผ่าตัดในเคสของตัวเอง เพราะชีวิตของคนเรามีค่าเท่าๆกันเธอจะทำให้คนไข้เป็อะไรไม่ได้ แล้วก็เป็่ที่ทิพรดานั้นมาถึงที่โรงบาลพอดี หลังจากที่เธอได้รับโทรศัพท์จากคนที่รู้จักเธอก็รีบมาที่โรงบาลทันที
“ขอโทษนะคะ แม่ของฉันนางสาวทิพกาเป็ยังไงบ้างคะ ตอนนี้แม่ฉันอยู่ที่ไหนคะ”
“อยู่ที่ห้องฉุกเฉินค่ะ”ทิพรดาได้ยินแค่นั้นเธอก็รีบวิ่งไปที่ห้องฉุกเฉินทันทีด้วยความเป็ห่วงทิพกา เธอไม่รู้ว่าทิพกานั้นเป็อะไรด้วย เธอฟังจากคนที่โทรมาบอกรู้เพียงแค่ว่าหัวแตกแล้วก็หมดสติไป ซึ่งเธอก็สงสัยด้วยว่าแม่ของเธอนั้นหัวแตกเพราะว่าอะไร
“แม่...แม่...”ทิพรดาเธอนั่งอยู่หน้าห้องก็ภาวนาขออย่าให้แม่ของเธอนั้นเป็อะไรมาก ซึ่งตอนนี้เองใจของเธอก็ไม่สู้ดีนักเพราะว่าเป็ห่วงแม่ของตัวเอง
“หมอคะตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วค่ะ คนไข้มีเืออกที่ท้องด้วยค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นก็รีบเลย”รวิภาเธอได้รับคำสั่งให้เป็คนช่วยคนไข้ในเคสนี้ เธอเดินมาก็เห็นทิพรดายืนอยู่ที่หน้าห้องพอดี แต่เธอก็ไม่รู้หรอกว่าคนที่เธอกกำลังจะเข้าไปช่วยนั้นเป็แม่ของทิพรดา
“หมอฟางคะหมอฟาง แม่ของหนูเป็ยังไงบ้างคะ แม่หนูไม่ได้เป็อะไรมากใช่ไหมคะ”ทิพรดาเธอจำได้รวิภาได้แล้วก็เคยเจอกันหลายครั้ง รวิภาเธอหันไปมองที่พยาบาลคล้ายถามว่าแม่ของทิพรดานั้นคือใคร
“คนที่หมอกำลังจะเข้าไปผ่าตัดตอนนี้น่ะค่ะ”
“หมอฟางช่วยแม่ของหนูด้วยนะคะหมอ”
“ฉันจะช่วยสุดความสามารถของฉัน”รวิภาพูดแค่นั้นเธอก็เดินเข้าไปในห้องผ่าตัดทันที รวิภารู้ว่าเป็แม่ของทิพรดาที่เธอต้องช่วยนั้นก็รู้สึกไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แต่เธอจะทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะคนไข้ก็มีชีวิตเหมือนกับตัวเธอ เธอจะเอาความไม่พอใจของส่วนตัวมาทำแบบนี้ไม่ได้
หลังจากที่ทิพกาถูกย้ายมาอยู่ที่ห้องคนป่วยแล้ว ทิพรดาเธอจึงได้เห็นว่าแม่ของเธอนั้นเป็ยังไงบ้าง ตามร่างกายของทิพกามีการถูกทำร้ายอย่างที่หมอบอกจริงๆ มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกโกรธให้ขจรมากที่ทำกับแม่ของเธอขนาดนี้ เธอไม่รู้เลยว่าทำไมขจรต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย ตอนนี้เธอจึงได้แต่โทษตัวเองที่เธอนั้นดูแลแม่ของตัวเองไม่ดี ขจรถึงได้ใจร้ายแล้วก็ทำร้ายแม่ของเธอหนักอย่างนี้ เธอจึงรีบกลับไปที่บ้านเพื่อที่จะคุยกับขจรให้รู้เื่
“อีดอกบัวทำไมวันนี้มึงกลับบ้านเร็วจังว่ะ กลับมาก็ดีแล้วเอาเงินมาให้กูเดี๋ยวนี้ กูจะไปเที่ยว”
“เงินหรอ อย่าหวังเลยว่าต่อจากนี้ไปพวกมึงจะได้เงินจากกูอีก พวกมึงออกไปจากบ้านกูเลยนะออกไป!!”ทิพรดาเธอโกรธมากตอนนี้เธอไม่สนใจอะไรทั้ง เธอชี้หน้าตาแล้วก็ไล่กุลจิรากับขจรออกไปปจากบ้านของเธอทันที
“อีดอกบัว นี่มึงเป็บ้าอะไรของมึง”
“มึงก็ถามพ่อมึงดูสิว่าพ่อมึงทำอะไรกับแม่กู ถ้าแม่กูไปถึงโรงบาลไม่ทันแม่กูก็อาจจะไม่รอด พ่อมึงมันเลวแม่กูดีด้วยทุกอย่าง ทำไมพวกมึงต้องทำแบบนี้กับแม่กูด้วย!!”
“เพาะ...พ่อ อี... อีดอกบัวมันพูดอะไร”กุลจิราเธอหันไปถามขจรด้วยความไม่เข้าใจ และดูเหมือนว่าทิพรดาจะโกรธมากด้วย อย่างที่เธอไม่เคยเห็นทิพรดาโกรธมากขนาดนี้มาก่อน
“มึงอย่ามาใส่ร้ายกูนะอีดอกบัว กูไม่ได้ทำอะไรแม่มึง”
“มึงอย่ามาโกหก!! มึงซ้อมแม่กูจนเืออกในท้อง ถ้าแม่กูเป็อะไรขึ้นมามึงนั่นแหละกูจะแจ้งความจับมึง”ขจรเขาพูดไม่ออกเลยคราวนี้ เขาไม่คิดว่าเขาจะทำร้ายทิพกามากขนาดนั้น กุลจิราก็ยิ่งกลัวพอได้ยินอย่างนี้กลัวว่าตำรวจจะมาจับพ่อของตัวเอง
“มะ...ไม่จริงใช่ไหมพ่อ พ่อไม่ได้ทำอย่างที่มันพูดใช่ไหม”
“มึงไปดูแม่กูที่โรงบาลโน้น พวกมึงมันเลว ต่อไปนี้กูกับแม่ของกูจะไม่ทนพวกมึงอีกต่อไปแล้ว”
เพี๊ยะ!!
“มึงทำได้มึงก็ลองดู มึงกับแม่ของมึงต้องเป็ทาสกูไปตลอดชีวิต”ขจรเขาตบทิพรดาแล้วก็บอกกับทิพรดาอย่างไม่มีทางที่เขาจะยอมให้เป็อย่างนั้นแน่ เพราะอย่างน้อยในตอนนี้เขาคิดออกว่าจะทำยังไงให้มีเงินใช้ ก่อนหน้านี้เขาได้คุยกับเสี่ยแล้วว่าถ้าหากไม่มีเงินมาใช้หนี้ เขาจะขายทิพรดาให้กับเสี่ยซึ่งเสี่ยก็ดูเหมือนว่าจะชอบทิพรดาไม่น้อยด้วย ถึงได้เอ่ยปากถ้าหากพาทิพรดาไปให้กับเสี่ยได้ เขาจะได้เงินอีกสองแสนบาทมาใช้ฟรี
“แหวนเอาตัวมันไปขังไว้ในบ้าน พ่อจะเอามันไปให้เสี่ยที่บ่อนเราจะได้มีเงินใช้เป็แสน”ขจรกระซิบบอกกับกุลจิราเบาๆให้กุลจิรานั้นจับตัวทิพรดาไปขังไว้ในห้องก่อน
“จะ...จริงหรอพ่อ”
“อย่าถามมากเดี๋ยวมันก็หนีไปก่อนหรอก”ทิพรดาเธอไม่รู้ว่าทั้งสองคนกระซิบอะไรกันเธอจึงค่อยๆลุกเพื่อที่จะเข้าไปในบ้าน เอาเสื้อผ้าของสองพ่อลูกนี้ไล่ออกจากบ้าน แต่พอเธอเข้าไปในบ้านกุลจิราก็รีบปิดประตูไม่ให้ทิพรดาออกมาทันที
“อยู่ในนั้นไปมึงอีดอกบัว แล้วก็จำไว้ว่ามึงทำอะไรกับกูแล้วก็พ่อกูไม่ได้หรอกเว้ย มีแต่มึงนั่นแหละที่จะถูกกูจัดการอีโง่!!”กุลจิราเธอด่าทิพรดาอย่างซะใจที่ไม่สามารถทำอะไรเธอได้สักครั้ง
“ทำอะไรว่ะ เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะฉันบอกให้เปิด”ทิพรดาเธอไม่รู้ว่ากุลจิรากับขจรจะทำอะไร ถึงได้ปิดประตูขังเธอไม่ให้ออกไปอย่างนี้ ซึ่งเธอนั้นรู้สึกไม่ดีเลยแล้วก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าสองพ่อลูกนี้จะทำอะไรเธอ
“เอายังไงต่อดีพ่อ ไหนจะแม่มันอีก”
“พรุ่งนี้เอามันไปขายให้กับเสี่ยแล้วก็จบ ส่วนแม่ของมันก็แล้วแต่มันแก่ๆอย่างนั้น ถ้ามันตายสักทีพ่อจะได้หาเมียใหม่สักที”
“แล้วทำไมพ่อไม่หาใหม่ไปเลยล่ะ จะทนอยู่ทำไม”เธอเองจะได้ออกไปอยู่ที่ใหม่กับแฟนของเธอ ซึ่งตอนนี้ขจรยังไม่รู้ว่ากุลจิรานั้นแอบมีแฟนที่นอนด้วยกันแล้ว
“ก็นี่ไง ได้เงินจากการขายอีดอกบัวพ่อก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่น”
“พ่ออย่าลืมแบ่งให้ฉันครึ่งหนึ่งนะ”
“คงจะมีความสุขกันมากเลยนะคะ”เสียงของจินดาพรแทรกขึ้นหลังจากที่เธอนั้นแอบยืนฟังสองพ่อลูกนี้คุยกัน มันเลยทำให้เธอโกรธมากที่ทิพรดาถูกรังแกมากขึ้นนี้
“นี่มึงอีกแล้วหรอ มาบ้านกูทำไม”ขจรหันไปมองหน้าจินดาพรแล้วก็ถามอย่างไม่พอใจ
“ปล่อยดอกบัวออกมาเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ปล่อยเงินที่ฉันเตรียมมาคุณจะไม่ได้สักบาท”จินดาพรรู้ว่าทั้งสองคนนี้อยากได้เงิน เธอก็ต้องเอาเงินมาล่อเพื่อที่จะให้ทั้งสองคนนั้นปล่อยทิพรดา จินดาพรเธอผ่าตัดเสร็จออกมาก็เพื่อจะไปดูทิพกาด้วยความเป็ห่วงว่าเป็ยังไงบ้าง แต่เธอเห็นทิพรดาออกมาเหมือนคนกำลังโกรธเธอจึงรีบตามมา จึงได้รู้ว่าขจรนั้นเป็คนทำให้ทิพกาเป็อย่างนี้ และตอนนี้เธอก็้าช่วยเหลือและปกป้องทิพรดาจากคนเลวสองพ่อลูกนี้
“ไหนล่ะเงินของมึง เงินแค่พันสองพันกูไม่สนใจหรอกนะ”
“ใครบอกล่ะ นี่เป็เช็คเงินสดห้าแสนบาท”
“ห้าแสน!!//ห้าแสน!!”ขจรกับกุลจิราร้องออกมาด้วยความใที่จินดาพรจะให้เงินเยอะขนาดนี้ ซึ่งพวกเขานั้นไม่เคยมีเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต และคิดว่าคงไม่มีทางได้ใช้เงินเยอะขนาดนี้ด้วย ขจรก็รีบจะเข้าไปคว้าเอาเช็คเงินนั้นมาแต่จินดาพรไม่ยอมให้ง่ายๆ
“ก็เอาเงินมาสิว่ะ อยากได้อีดอกบัวไปไม่ใช่หรือไง”
“เปิดประตูปล่อยดอกบัวออกมาก่อนสิ”
“มึงอย่ามาเล่นลิ้นนะถ้าไม่เอาเงินมากูก็ไม่ปล่อยให้อีดอกบัวไป”ขจรเขาก็ไม่ยอมเหมือนกันเพราะกลัวว่าจะถูกหลอกแล้วไม่ได้เงินจากจินดาพร
“แน่ใจหรอว่าจะไม่ปล่อย”จินดาพรเธอถามขจรพร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วก็เปิดเสียงที่เธออัดไว้เมื่อกี้นี้ว่าสองคนนี้พูดอะไรกันบ้าง ซึ่งถ้าเธอเอาไปให้ตำรวจก็สามารถแจ้งความจับขจรได้ด้วย
“พรุ่งนี้เอามันไปขายให้กับเสี่ยแล้วก็จบ ส่วนแม่ของมันก็แล้วแต่มันแก่ๆอย่างนั้น ถ้ามันตายสักทีพ่อจะได้หาเมียใหม่สักที”
“แล้วทำไมพ่อไม่หาใหม่ไปเลยล่ะ จะทนอยู่ทำไม”
“ก็นี่ไง ได้เงินจากการขายอีดอกบัวพ่อก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่น”
“พ่ออย่าลืมแบ่งให้ฉันครึ่งหนึ่งนะ”
“แค่นี้มึงคิดว่ากูจะกลัวหรือไง เอาเลยสิเอาไปแจ้งความเลยเพราะคนที่เดือดร้อนอีกก็เป็อีดอกบัวกับแม่ของมัน”ขจรเขาท้าเลยเพราะว่าเขานั้นไม่รู้สึกกลัวเลยอย่างที่พูด
“ฉันแจ้งแน่ถ้าไม่ปล่อยดอกบัวมาให้ฉัน ฉันว่าคุณควรที่จะทำตามที่ฉันบอกนะ คุณจะได้ทั้งเงินแล้วก็ไม่ถูกแจ้งความด้วย คุณอย่าคิดว่าถ้าคุณติดคุกครั้งนี้แล้วฉันจะยอมให้คุณป้ากับดอกบัวช่วยคุณนะ เพราะถ้าคุณติดคุกแล้วนั่นหมายความว่าทุกอย่างจะตัดขาดทันที แล้วอีกอย่างอย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าตอนนี้คุณเป็หนี้พนันเสี่ยอีก ถ้าคุณไม่มีเงินไปใช้หนี้แล้วไม่มีดอกบัวไปให้กับเสี่ย คุณคิดว่าใครจะถูกจับไปเป็เมียเสี่ยหรอ คุณคิดดีๆแล้วกันนะเพราะฉันไม่ได้มีส่วนได้เสี่ยกับเื่นี้เหมือนอย่างคุณ”
“...............”ทุกอย่างที่จินดาพรพูดมาเป็จริงทุกอย่าง คนที่จะถูกจับไปเป็เมียเสี่ยก็คือกุลจิรา แล้วถ้าวันไหนเสี่ยหมดความสนใจก็จะส่งไปขายให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เขาก็ไม่คิดเลยว่าจินดาพรจะรู้เื่นี้ของเขาด้วย
“แหวนปล่อยมันออกมา”ขจรบอกให้กุลจิรานั้นปล่อยทิพรดาออกมาจากในบ้าน เขาควรทำตามที่จินดาพรน่าจะถูกต้องแล้ว เพราะเขาจะได้เงินจากจินดาพรแล้วก็มีเงินไปใช้หนี้ด้วย
“เอาจริงหรอพ่อ”ขจรพยักหน้ากุลจิราก็ค่อยๆเปิดประตูออกให้ทิพรดาออกมาทันที พอประตูเปิดออกทิพรดาเธอดีใจมากที่ได้เจอจินดาพร เธอไม่รู้ว่าทำไมต้องดีใจแต่เธอรู้สึกดีที่ทิพรดานั้นมาหาตัวเอง
“ดอกบัวไม่เป็ไรใช่ไหม”จินดาพรเธอเดินเข้าไปถามทิพรดาด้วยความเป็ห่วงทันทีว่าเ้าตัวนั้นเป็ยังไงบ้าง ซึ่งขจรกับกุลจิราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจินดาพรนั้นดูเป็ห่วงทิพรดาขนาดนี้ด้วย
“ไหนล่ะเงิน อย่าคิดจะเบี้ยวกูนะ กูเอามึงสองคนตายแน่ๆ”
“นี่เป็เงินสดห้าแสนบาทคุณไปขึ้นเงินตอนนี้เลยก็ได้ แต่ฉันมีอีกเื่ที่จะ้าคุยกับคุณเป็การส่วนตัวพรุ่งนี้ แปดโมงเช้าฉันจะมาหาคุณที่นี่ แต่ฉันไม่ได้มาคุยกับคุณฟรีๆหรอกนะ คุณอยากได้อะไรฉันก็เอาอันนั้นแหละมาให้คุณ ไปกันดอกบัว”จินดาพรเธอยืนเช็คเงินให้กับขจรแล้วเธอก็พาทิพรดาออกมาจากบ้านทันที เงินที่เสียไปเธอไม่ได้รู้สึกเสียดายเลยสักนิดเดียว ซึ่งเธอได้เตรียมไว้อยู่แล้วเพื่อที่จะมาพาทิพรดาออกไปจากที่นี่ ที่ทำให้ชีวิตของทิพรดามีแต่อันตรายหาความสุขไม่ได้
“ฉันว่ายัยนี่ต้องเป็บ้าไปแล้วแน่ๆพ่อ ที่อยู่ๆเอาเงินมาให้เราใช้ฟรีๆเพื่อช่วยอีดอกบัว”
“อย่างนี้มันก็ดีนะสิ ต่อไปเราจะได้มีเงินใช้ตลอด อย่างน้อยอีดอกบัวมันก็เป็ตัวเงินตัวทองให้กับเรา เอาล่ะพ่อจะไปขึ้นเงินดู ถ้ามันโกหกเราพ่อจะเอามันไปขายให้กับเสี่ยทั้งสองคนเลยคอยดู”
“ฉันไปด้วยพ่อ”ขจรเขาตื่นเต้นที่อยากจะใช้เงินนี้ไม่ไหวแล้ว ั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยเจอเงินมากมายขนาดนี้ ถ้าจินดาพรไม่โกหกเขาล่ะก็ เขาก็คิดว่ามีวิธีที่จะเอาเงินจากจินดาพรมาใช้ยังไง และดูท่าทางของจินดาพรก็น่าจะรวยอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าเขานั้นจะไม่เข้าใจว่าทำไมจินดาพรถึงได้ยอมเสียเงินมากขนาดนี้เพื่อทิพรดาก็ตาม
จบตอน