19.39 น.เวลาขณะนี้มีเพียงไม่กี่คนที่ทำงานล่วงเวลา จะเพื่อเก็บ OT งานเร่งด่วนหรือจะไฟในการทำงานกำลังลุกโชด่อยู่ก็ตามแต่ละบุคคลไป
ณ ห้องโถงรวมที่เรียงรายล้อมไปด้วยโต๊ะทำงานบ้างรกรุงรังบ้างสะอาดสะอ้านเรียบร้อย ยังมีหนุ่มผู้สวมเชิ้ตน้ำเงินเข้มซึ่งหาซื้อได้ตามแฟรนไชส์เกาหลีในห้างดังฯภายใต้เลนส์แก้วแบรนด์ดังสะท้อนภาพจอคอมพิวเตอร์เครื่องตรงหน้าดวงตาตีบเล็กกำลังกะพริบแข่งกับเสียงคลิกเมาท์รั่วๆ ในมือแลดูร้อนรนสิ่งหนึ่งที่แสดงให้รับรู้ได้ว่าเขาจริงจังแค่ไหน เพียงแค่มองดูใบหน้าที่มันเงานั้นกี่อาทิตย์แล้วนะที่เขาไม่ได้โกนหนวดเครา
"เฮ้อ… "
คำพูดเดียวที่เปล่งเป็เสียงได้ถูกเอ่ยออกมายาวๆเป็คำไร้ความหมายที่ใช้ได้ผลดีที่สุดหาก้าจะเอ่ยประโยคปลุกใจเพื่อช่วยให้ผ่อนปรนความเมื่อยล้านี้ลงบ้าง ไม่มีใครทักท้วงไม่มีบทสนทนาเพราะมีเขาอยู่ทำงานเพียงคนเดียวในที่นี้ใจกลางเมืองใหญ่ บนตึกสูงชั้น 14
ชายหนุ่มถอดแว่นออกแต่ยังคงถือไว้อยู่ในมือข้างหนึ่งอาการแสบร้อนและแห้งตรงดวงตานี้ คงเพราะจ้องจอนานเกินไปเขาใช้มืออีกข้างนวดเปลือกตาทั้งสองข้างแล้วบีบคลึงเข้าหาสันดั้งเบาๆพร้อมปล่อยลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาทดแทนออกซิเจนในปอดที่พึ่งสูดลงไปก่อนหน้าพร้อมทำท่าทางบิดี้เีโดยกางแขนทั้งสองออกด้านข้างแอ่นอกนิดหน่อยพอให้รู้สึกตึงๆ ตรงหัวไหลเขาเกือบลืมตัวจะแอ่นมากไปเพราะดันลืมไปว่าตนนั้นนั้งอยู่บนเก้าอี้เลื่อนสีดำ เป็ไปได้มั้ยจะมี่เวลาที่คนเราลืมพกก้นมาจากเตียงที่บ้านด้วยหนุ่มออฟฟิศไร้ความรู้สึกกับตรงจุดนั้นไปแล้วมีก็แต่อาการปวดน่าจะแถวรอบกระดูกสันหลังข้อตรงข้ามกับสะดือปวดแน่นศีรษะอีกนิดหน่อยซึ่งไมเกรนมักจะเป็อาการที่เกิดขึ้นบ่อยๆ แน่นอนอาการง่วงชายหนุ่มลุกขึ้นพลักตัวเองออกจากโต๊ะทำงานสักครู่หนึ่งเพราะต่อให้งานเร่งแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าลูกค้าจะเอางานในอีก 20 นาทีหลังจากนี้
บั้นท้ายใหญ่บานกระทั้งกางเกงยังฟิตแน่นจนเป็รูปนั้นอีกนัยหนึ่งคือเขาได้ซื้อมันมาเป็เวลานานระดับหนึ่งเขาแหย่นิ้วชี้ยัดชายเสื้อลงรอบเอวโดยเฉพาะ จุดใต้สะดืออันบอบช้ำจากการโดนกระดุมกางเกงรัดนั้นเองซึ่งถ้าให้เขาดึงกางเกงทุกตัวที่สวมลงมันต้องแดงเป็จ้ำๆ แน่นอนหนึ่งในเื่เก่าแก่ที่พ่อเคยบอกสอนแกมักพูดเสมอเวลาครอบครัวหรือตัวเขาได้ปีกไก่หรือไม่ก็หมูสามชั้นย่างกระทะหอมๆประมาณว่า อย่ากินของทอดของมันให้มากนักถ้าแกไม่อยากลงพุงเหมือนฉันแล้วรู้อะไรมั้ยอาหารมื้อหลักนอกจากมาม่าแล้วก็มีกากหมูแม่จะทำมันตลอดเพราะราคามันถูกถ้าเทียบกับเนื้อทั่วไปใน่นั้น
หนุ่มออฟฟิศเดินพลางนวดท้องน้อยไปพลางผ่านโต๊ะว่างไร้ร่างคนสิงสู่โต๊ะแล้วโต๊ะเล่าฮาวนอนครั้งแล้วครั้งเล่าพลันนั้นแสงไฟสว่างกระทบบานประตูเลื่อนตรงทางเข้าหน้าออฟฟิศใครสักคนกำลังเดินอยู่นอกโถงทางเดินนี้นานแล้วนะั้แ่เริ่มทำงานที่นี่่ปีสองปีแรก ต่อให้จะมีโอทีก็เถอะ่นั้นเขายังเป็เด็กใหม่ที่เอาแต่คอยลุ้นอยู่ลึกๆ หวังว่า ทันทีเมื่อถึงเวลาห้าโมงเย็นเป็ต้นไปเขาจะนั้งรอให้นายกลับก่อนสักสิบนาทีจึงโทรบอกให้คนขับรถมารับกลับทั้งนั้นเองถ้าทุกอย่างราบรื่นไปหมดก็คงจะไม่ใช่ชาวออฟฟิศ
ครั้งหนึ่งนั้น ไม่สิบ่อยครั้งเลย พอยกหูโทรไลน์ไปหาพี่คนขับเมื่อไรรูปแบบการสนธนาจะออกมาหน้าตาคล้ายๆ ดังนี้ ฮัลโหลพี่ครับจะกลับแล้วครับวันนี้เร็วหน่อยผมมีธุระบทตอบกลับก็ประมาณว่า อ่อจะกลับแล้วได้ๆ ครับเดี่ยวพี่กำลังจะออกไปรับเวลาล่วงเลยผ่านไปจากสิบเป็ยี่สิบจากครึ่งชั่วโมงจนถึงชั่วโมงครึ่งกว่าจะมารับทั้งที่ไม่ได้อยู่ไกลกันมาก ความหงุดหงิดมันเริ่มเกาะกลุ่มหาพรรคพวกจากแค่เื่มารับภาพในหัวฉายเหตุการณ์คาดคะเนมันต้องมีไอ้รุ่นพี่ตีสองหน้าคนหนึ่งต่อหน้าคนหนึ่งนินทาคนหนึ่งพออยู่กับอีกคนก็นินทาอีกคนเด็กใหม่ตอนนั้นมีโอกาสอยู่ร่วมเหตุการณ์ให้อดคิดไม่ได้ว่ามันจะนินทาเราลับหลังบ้างมั้ย จากนั้นไม่กี่วันคนขับรถก็มาเล่าให้เขาฟังว่าตนนั้นจะกลับตามเวลาหลายครั้งแล้วแต่โดนไอ้รุ่นพี่คนนั้นดึงตัวไว้ในวงเหล้าพอมันรู้ว่าเขาโทรมาเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อยมากจากที่เคยมองว่าเล็กน้อยรอหน่อยก็ได้โอทีแต่หากวันใดเรามีปัญหาเร่งรีบจริงๆ ละก็นั้นน่ะหรือการกระทำของคนที่ชอบพูดว่าเห็นเขาเป็เหมือนน้องมันเคยพูดแบบนี้กับอีกคนที่มันนินทากี่ครั้งล่ะ
ความทรงจำดังกล่าวเป็หนึ่งในเหตุดลใจให้หนุ่มออฟฟิศคนนี้ออกรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดมาใช้เพื่อตัดปัญหาเื่อยากกลับเมื่อไรก็กลับส่วนไอ้คนนั้นน่ะเหรอมันเงินเดือนขึ้นสูงกว่าตัวเขาอีก ทุกวันนี้เขาต้องมานั้งทำงานเยอะแยะแต่เงินนอนกว่าคนที่แก่กว่างานทำบ้างไม่ทำบ้างมาช้าเลิกเร็วแถมซำ้เมื่อนายรับฟังมันมากกว่าตัวเขา
11.53 น. แสงไฟฉายของลุง รปภ.เริ่มดูเล็กลงเรื่อยๆ แต่ไม่จางหายหากกลับเข้มขึ้นแม้บานประตูจะเป็กระจกแก้วขุ่นมัวเขายังรับรู้ได้ว่าร่างเื้ัคือชายแกร่างสูงกำยำในชุดเครื่องแบบลุงรปภ.แกเปิดประตูเข้ามาเพราะเห็นว่าไฟในนี้ยังเปิดอยู่แน่นอนแกเห็นแล้วว่ามีคนอยู่
"สวัสดีครับลุง" หนุ่มออฟฟิศชิงเอ่ยปากก่อน
"สวัสดีครับทำโอดึกแล้วนะครับวันนี้" ลุงแกถามกลับ
"ใช่ครับงานเร่ง"
"คนหนุ่มไฟแรงก็แบบนี้แหละเนอะ ขยันๆ จะได้รวยๆตัวเองยังหนุ่มยังแน่นยังมีแรงอยู่" ลุงแกพูดพลางเหลือบมองรอบๆห้องไปพลาง
"ฮ่าๆ " เขาหัวเราะอย่างฝืนๆ
"งั้นก็พยายามเข้านะครับลุงขอตัวไปเดินตรวจตราตามหน้าที่ก่อนเดี๋ยวจะแพ้คนหนุ่มเอา"
จบประโยคสนทนาลุงแกกลับหลังหันเดินจากไปหนุ่มออฟฟิศยืนมองบานประตูที่ค่อยๆ ปิดตัวอย่างช้าๆภาพตรงหน้าพร่าเบลอคงเป็เพราะเขาจ้องจอแท็บเล็ทนานเกินไป ทำให้เริ่มเห็นแสงเป็เส้นริ้วกับมึนหัวข้างซ้ายเหมือนนอนหนุนหมอนท่าตะแคงแต่นี้เขาเขายืนอยู่
"สงสัยจ้องจอมากแหะ" สองมือถอดแว่นออกขยี้ตาเสร็จการมองเห็นเริ่มดีขึ้นจึงเดินไปที่ตู้กดน้ำเดิมตรงโซนชงกาแฟเผื่อจะมีอะไรช่วยแก้คอแห้ง
"ฮัลโหลครับพี่" ชายหนุ่มคนกาแฟไปพลางคุยโทรศัพท์มือถือไปพลาง
"ใกล้เสร็จแล้วครับพี่ พรุ่งนี้สักเที่ยงได้.. ครับ.. ครับ.. อะไรนะครับ?" ช้อนที่วนอยู่ในถ้วยหยุดชะงัก
"เดี๋ยวๆ ไหนบอกว่าพรุ่งนี้ก่อนบ่าย 2 แล้วไหงถึงเปลี่ยนล่ะครับ…."เขาใมากเมื่อคนในสายบอกอะไรบางอย่างจนเขาถึงกับต้องทิ้งช้อนชาโลหะเงินในมือแล้วกุมขมับครุ่นคิด
"อ่า.. ไม่ใช่อย่างนั้นครับพี่ มันก็ทำได้อยู่หรอก แต่ว่า..เดี๋ยวๆๆพี่อย่าพึ่ง..." ยังคุยไม่จบบทอีกฝ่ายก็เล่นตัดสายใส่ดื้อๆ
"เชี่ยเอ๊ย.."
คำสะบดพ้นออกมา มือเท้าบาร์ชงกาแฟ ภาพอดีตหวนระลึกอีกครั้ง่พึ่งเริ่มงานเป็ดราฟแมนใหม่ๆ มีไซต์หนึ่งเขาเคยแอบนอนตอนบ่ายที่ลานจอดรถเล่าช่างรับเหมาคนงานกรรมกรเดินไปเดินมาจอแจวันนั้นเป็วันเสาร์ที่เ้านายไม่เข้าออฟฟิศพวกผนักงานคนอื่นพากันหายหน้าหายตากันไปไหนเขาไม่อยากรู้
สถานที่เริ่มไม่เงียบพอให้พักสายตาเขาจึงจะกลับเข้าออฟฟิศเพื่อตากแอร์เล่นเน็ต ขณะกำลังเดินผ่านเต็นท์ยามชายแก่คนหนึ่งเรียกเขาวานให้ช่วยเอาบิลค่าของไปให้บัญชีชายแก่นั้นเป็ช่างไฟฟ้าประจำทีมเ้านาย เขารับปากจะเอาไปให้แต่ช่างแก่ไม่ได้ปัดภาระให้แค่นั้นช่างแก่เรียกให้ช่วยยกเต็นท์ยามหนุ่มออฟฟิศทำเป็ได้ยินไม่ชัดเขาบอกช่างแก่ให้พูดอีกทีเพราะเขาไม่คิดเลยว่าแค่ช่างขี้นินทากับคนอื่นพูดเพราะแต่กลับกล้าเรียกใช้เขาช่างแกเ้าเล่ห์เหมือนรู้ตัวเลยบอกปากว่าตนแค่พูดเล่นแต่แล้วประโยคหนึ่งลอยเข้าหูหลังจากที่ชายหนุ่มพึ่งหันหลังให้ ใจควาทประมาณว่าไปนอนให้ห้องแอร์ซะอย่ามายกเลยเดียวมันจะป่วยนัยความหมายที่ชายหนุ่มเข้าใจมันทำให้เขาคิดว่านี้คิดจะดูถูกกันรึยังไงรู้มั้ยว่างานแบบนั้นตัวเขาเองก็เคยทำมาก่อนทำมากี่ปียังอยู่แบบเดิม ก่อนพูดว่าเพราะประสบการณ์หรือจะหยามลองเชิงใครก็ทำไปแต่จำเอาไว้ว่าเคยทำกับใคร
คลิกๆๆ ฟืดฟาด เสียงลากเมาท์และเสียงกดปุ่มคีย์บอร์ดรั่วๆราวกระสอบทรายระบายหมัดของนักมวยเพียงแต่นักมวยเราซ้อมไม่หยุดแม้ตอนนี้จะดึกมากแล้วหนุ่มออฟฟิศทำงานด้วยความเร่งรีบเพราะได้รับแรงกดดันอันเข้มข้นเสียงยิ่งกว่าคาเฟอีนในแก้วกาแฟที่พึ่งดื่มไป
"เอาพรุ่งนี้เช้านะห้ามเลื่อน พ่องสิถุ้ยตัวเองไม่ได้ทำก็พูดได้นี้หว่าเดี๋ยวๆ แม่ง" หนุ่มออฟฟิศหัวร้อนพร่ำบ่นร่ายยาว
แต่ถึงจะพูดแบบนั้นยังไงเขาก็ยังคงต้องทำงานตรงหน้าให้เสร็จไม่ว่ายังไงคล้ายว่าต่อให้ไฟดับทั้งตึกแผ่นดินไหวไฟไหม้ตึกถล่มก็ห้ามหยุดและต้องเร่งให้เร็วขึ้นอีกดังนั้นมนุษย์ทั่วไปคงทำไม่ได้แน่ถ้าไม่ใช่ปีศาจเขาคิดแบบนี้นาฬิกาดิจิตัลนับเลขเวลาผ่านไปแล้วผ่านไปเล่า
-Read the next Episode-