“ฮวาเอ๋อร์ เ้าเป็คนโเี้ไร้หัวใจ เลวทรามได้ถึงเพียงนี้ั้แ่เมื่อใดกัน” อนุว่านกล่าวด้วยสีหน้าะเืใจ ความสามารถในการเล่นละครของนางสุดยอดมาก กระทั่งมู่อวิ๋นฮวาเองแวบหนึ่งยังเกือบเชื่อไปแล้วว่าตัวเองเคยฆ่าหมาแมวในบ้านจริง ๆ
นับประสาอะไรกับผู้อื่นที่ฟังอยู่ ทุกคนต่างคล้อยตามว่าคุณหนูรองเป็คนโเี้ไร้เหตุผลเกินเยียวยา
“ไม่จริง คุณหนูของข้าน้อยไม่เคยทำเื่เช่นนั้น ฮูหยิน เป็ท่านต่างหากที่ให้ร้ายคุณหนู ทั้งหมดไม่จริงเลยสักเื่” แม่นมโพล่งออกมาด้วยความขุ่นเคือง “หมาแมวอย่างนั้นหรือ คุณหนูของข้าน้อยแทบไม่ได้ก้าวเท้าออกจากเรือนเสียด้วยซ้ำ จะไปหาสัตว์พวกนั้นมาได้อย่างไร ฮูหยิน ได้โปรดเถอะเ้าค่ะ ละเว้นคุณหนูด้วย โปรดอย่าสร้างเื่เสื่อมเสียให้แก่คุณหนูโดยไม่มีมูลความจริงอีกเลย”
อนุว่านกล้าทำถึงเพียงนี้ พูดจาใส่ความคุณหนูว่าเป็คนร้ายกาจอย่างไม่มีมูลความจริงได้อย่างไร
หากชาวบ้านต่างเชื่อคำพูดเหล่านี้ ต่อไปคุณหนูจะอยู่รอดได้อย่างนั้นหรือ
ไม่ทันขาดคำ สิ่งที่แม่นมกังวลก็เกิดขึ้นทันที
“ข้าหลงคิดว่านางเป็เพียงหญิงโง่ทั่วไปเสียอีก ใครจะคิดว่าจิตใจยังสกปรกอีกด้วย”
“แค่หญิงโง่อย่างนั้นหรือ นางเสแสร้งมากกว่า คงเตรียมการเข้าไปในจวนิอ๋องเพื่อจะได้ใช้ชีวิตในบ่อเงินบ่อทองกระมัง”
“ช่างน่ารังเกียจ”
เพียงชั่วพริบตา ฝูงชนที่หน้าประตูคฤหาสน์ก็เริ่มมุ่งเป้ากล่าวดูถูกเหยียดหยามมู่อวิ๋นฮวาจากการใส่ไฟของอนุว่าน เสียงด่าทอดังไม่หยุดประหนึ่ง้าให้นางจมน้ำลายตายอยู่ที่นี่
“ไม่ใช่ ไม่จริงเลย” แม่นมพยายามอธิบายอย่างสิ้นหวัง แต่กลับหาได้มีใครยอมเปิดใจรับฟัง
เสียงอธิบายของคนคนเดียวหรือจะสู้เสียงด่าทอของคนนับสิบได้
ความจริงจากปากหญิงชราจึงถูกกลืนหายไปท่ามกลางคำด่าทอของผู้คนที่หลั่งไหลราวกับสายน้ำทะลักท่วม
ถึงกระนั้นแม่นมชราก็ยังพยายามจะพูดต่อ แต่เป็มู่อวิ๋นฮวาที่คว้าข้อมือของนางไว้เพื่อปรามให้หยุด จากนั้นหญิงสาวก็เชิดหน้าขึ้นสบตาอนุว่าน
วูบหนึ่งของแววตาเฉียบคมนั้นทำให้อนุว่านรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ราวกับกำลังจ้องดวงตาของอสูรร้ายที่สิงอยู่ในร่างของมู่อวิ๋นฮวาจนกระตุ้นความหวาดกลัวของนางให้ออกมากัดกินหัวใจ
แต่อนุว่านยังไม่ทันได้ตั้งสติ มู่อวิ๋นฮวาก็ละสายตาจากนางไปแล้ว
มู่อวิ๋นฮวาเปลี่ยนไปกวาดสายตามองฝูงชนที่อยู่หน้าประตู และเริ่มขยับกายเบา ๆ นางกำรอบนิ้วโป้งด้วยนิ้วที่เหลือทั้งสี่เป็การส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าให้ทุกคนเงียบ
“หุบปาก!” เสียงที่เอ่ยออกมาไม่ได้ดังไปกว่าในยามปกตินัก ทว่าคำสั่งของนางกลับแทงทะลุเข้าโสตประสาทของผู้คน ราวกับมีลูกศรพุ่งออกมาจากริมฝีปากของนาง
เพียงชั่วอึดใจ ชาวบ้านที่ดูเดือดดาลและเตรียมจะใช้กำลังก่อความวุ่นวายก็พร้อมใจกันเงียบกริบทันที
วิธีของนางได้ผลจนน่าพิศวง
แม้แต่ตัวชาวบ้านเองก็ยังอยู่ในอาการสับสนงุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเสียงของมู่อวิ๋นฮวาจึงหยุดคำพูดของพวกเขาได้ อนุว่านเองก็ประหลาดใจเช่นกัน
นี่มันเื่บ้าอะไร
สติของอนุว่านพลันถูกดึงกลับมาจากความสับสนเมื่อถูกมู่อวิ๋นฮวาเรียกชื่อนางอย่างกะทันหัน
“หลี่ว่าน เ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่ สำหรับข้าแล้วดูเหมือนว่าเ้าช่างไม่รู้อะไรเลย”
มู่อวิ๋นฮวาเรียกชื่อเต็มของอนุว่านด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ซึ่งความเกรงกลัว ทำเอาเ้าตัวตกตะลึง แม้แต่แม่บ้านคนสนิทข้างกายก็ยังอดแย้งไม่ได้ “คุณหนูรอง ช่างอวดดีเหลือเกิน บังอาจเรียกฮูหยินด้วยชื่อเต็มอย่างไม่ให้เกียรติได้อย่างไร”
“ฮูหยินหรือ” มู่อวิ๋นฮวาเหยียดยิ้มอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะหัวเราะเสียงดังด้วยความดูแคลน “ที่คนในคฤหาสน์นี้เรียกเ้าว่าฮูหยิน เพราะเ้าชอบแสดงอำนาจบาตรใหญ่ชูคออยู่เหนือทุกคน บ่าวไพร่จึงพากันประจบสอพลอเอาใจเ้า คำป้อยอที่ได้ยินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันมันทำให้เ้าหลงลืมฐานะที่แท้จริงของตนเองไปแล้วสินะ”
“สิ่งใดหรือที่ทำให้เ้าคิดว่าตัวเองเป็ฮูหยินของบ้านนี้ หลี่ว่าน ท่านพ่อของข้าแต่งฮูหยินผู้เพียบพร้อมเข้าตระกูลมู่ นางเป็สตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้นั่งเกี้ยวเ้าสาวและคำนับฟ้าดินกับท่านพ่ออย่างสมเกียรติ ชื่อของนางคือฉู่เตี๋ย ฮูหยินผู้เดียวของท่านพ่อคือมารดาของข้า หาใช่นางอนุไร้ยางอายที่กล้าเอาการตั้งครรภ์มาบังคับให้ท่านพ่อต้องรับเ้าเข้ามาอยู่ในครอบครัวของเรา”
“จนกระทั่งหลังจากที่ท่านแม่ของข้าหายตัวไป ท่านพ่อก็ไม่ได้แต่งงานอีกเลย ฉะนั้นแล้วฮูหยินที่ชอบธรรมตามศักดิ์ของท่านพ่อของข้ามู่หงไห่ จึงยังคงมีเพียงฉู่เตี๋ย มารดาของข้าเพียงผู้เดียว”
“ส่วนเ้าอนุว่าน เ้าเป็ใคร เป็เพียงนางอนุนอกบ้าน แต่กลับกล้าทำตัวประหนึ่งเป็ฮูหยินของคฤหาสน์ ทำเช่นนี้นับว่าเหมาะสมแล้วหรือ”
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมโดยรอบ ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงรบกวน แม้กระทั่งจะหายใจแรงเกินไปก็ยังไม่สามารถ
นอกจากนี้สายตาที่มองมายังอนุว่านก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ทุกคนทราบกันดีว่ามู่อวี่ซีคือบุตรีของนาง แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าวันที่นางเข้ามาในตระกูลมู่จะมีฐานะเป็เพียงนางอนุจากภายนอก
ทุกคนต่างรู้ดีว่าอนุที่ได้แต่งเข้าบ้านแตกต่างจากฮูหยินเอกซึ่งเป็ภรรยาออกหน้าอย่างชอบธรรมอยู่มาก ทว่าอนุที่ได้แต่งเข้ากับอนุที่ถูกรับตัวมาโดยไร้พิธีรีตองนั้นยิ่งห่างชั้นมากเข้าไปอีก
นางอนุที่ถูกรับตัวเข้ามาจากนอกบ้านนั้นแสนต่ำต้อย ไม่ได้มีพิธีรับเข้าตระกูลอย่างเป็เื่เป็ราว ไม่สมควรแก่การนับหน้าถือตา และยังถือว่าฐานะด้อยกว่าสาวใช้ในเรือนเสียด้วยซ้ำ
สถานการณ์ในเวลานี้ช่างน่าขบขันสำหรับมู่อวิ๋นฮวา
พลันนั้นอนุว่านถึงกับหน้าซีดด้วยความหวาดกลัว อดีตของนางที่ปิดบังมาตลอดถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัล เื่ราวเ่าั้เป็เหมือนรอยด่างพร้อยในชีวิตที่นาง้าจะลบมันออกไป ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่เปิดเผยเื่นี้ยังเป็นังเด็กโง่ที่นางดูิ่มาตลอด
หมาโง่ที่ดูเชื่องตัวนี้ แท้จริงแล้วคือหมาบ้าที่พร้อมแว้งกัดหากมีโอกาสมาโดยตลอด!
“เ้า...เ้า...” อนุว่านโกรธจนพูดไม่ออก ตัวของนางสั่นเทิ้มด้วยโทสะ สายตาหลายคู่ที่จ้องมาทำให้นางแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
“ข้าน่ะหรือเป็คนไร้หัวใจ คำด่าทอเช่นนั้นควรมอบแก่อนุว่านมากกว่าข้าเสียอีก” มู่อวิ๋นฮวาพูดต่อโดยไม่มีทีท่าจะโอนอ่อน “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงสั่งไม่ให้เคลื่อนย้ายเขา อนุว่าน เ้าไม่แม้แต่จะเหลือบตามองเขาเสียด้วยซ้ำ หากเ้ามีความเมตตาสูงส่งดังที่ว่าจริง เ้าคงสังเกตดูสักนิดแล้วพบว่าเขาเพียงหมดสติจากการเสียเืเพราะแขนขาดเท่านั้น”
“อนนุว่าน เ้าหาได้สนใจเื่ที่เกิดขึ้นครานี้แม้แต่น้อย ไม่ได้ใส่ใจเลยว่าชีวิตของบ่าวไพร่จะเป็ตายร้ายดีอย่างไร ต่อหน้าผู้คนที่ไม่ได้รู้ถึงเนื้อแท้ของเ้า เ้าอาจเป็สตรีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ทว่าคนใกล้ตัวย่อมรู้ดีแก่ใจ ว่าเ้าไม่พอใจยามเฝ้าประตูผู้นี้บางอย่าง จึงตั้งใจให้เขาต้องตายอย่างไร้ทางสู้เช่นนี้”
“ไร้สาระ...เป็ไปไม่ได้” นางหรือจะเสียเวลามาแค้นเคืองบ่าวไพร่ชั้นต่ำในบ้าน แม้แต่สาวใช้ในเรือนนางยังไม่แยแสด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับยามหน้าประตูเช่นนี้ ไร้สาระสิ้นดี
ระหว่างที่ฝูงชนกำลังอยู่ในความตื่นตระหนก แพทย์ผู้หนึ่งก็รีบแทรกตัวเข้ามา เขาถูกยามเฝ้าประตูนายแรกตามตัวมา หลังจากที่หมอเข้ามาตรวจดูอาการคนเจ็บอย่างละเอียดต่อหน้าชาวบ้านก็รีบออกคำสั่งเร่งด่วน “เร็วเข้า หาแผ่นไม้หรือประตูมาใช้แทนเปลหามเขาไปที แล้วช่วยพาไปที่สำนักแพทย์ของข้า เคลื่อนย้ายระวัง ๆ กันด้วยล่ะ อย่าให้เกิดอาการบอบช้ำมากไปกว่าเดิมเด็ดขาด”
บ่าวไพร่ในคฤหาสน์ตระกูลมู่ทำตามคำสั่งของแพทย์อย่างระมัดระวัง เอาแผ่นไม้มาใช้แทนเปลหามชั่วคราวเพื่อเคลื่อนย้ายยามเฝ้าประตูคนนั้นออกไป จากนั้นแพทย์ก็หันมาพูดกับอนุว่าน “ฮูหยิน ไม่ต้องเป็ห่วงขอรับ แม้ว่าแขนของยามผู้นี้จะขาดไปข้างหนึ่ง แต่เพราะก่อนหน้านี้ได้รับการดูแลเบื้องต้นอย่างรวดเร็วโดยข้ารับใช้คนอื่น ๆ จึงช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้ ข้าจะรับหน้าที่รักษาเขาอย่างเต็มความสามารถ ฮูหยินโปรดวางใจ”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความเคารพชื่นชมและเผยความจริงทั้งหมดที่นางพลาดไปทำให้สีหน้าของอนุว่านเปลี่ยนจากโกรธเกรี้ยวเป็ซีดขาว คำพูดเ่าั้ราวกับพุ่งมาตบหน้านางท่ามกลางฝูงชน นางได้แต่ยืนนิ่งอย่างพูดไม่ออก ไม่มีโอกาสที่จะได้ปกป้องตนเองแม้เพียงครึ่งคำ