The X-Ghost
Seires 1: Bangkok Blood Moon
EP1: กลิ่นคาวเืที่เยาวราช
พ.ศ. 2520 | กรุงเทพมหานคร
เวลา 19:30 น.
แสงไฟนีออนสีแดงและเขียวจากป้ายร้านขายยาและภัตตาคารในเยาวราชส่องสว่างกระทบกับพื้นถนนที่เปียกปอนหลังฝนหยุดตก เสียงแตรจังหวะสามช่าของรถตุ๊กตุ๊กพ่นควันขาวคลุ้ง ผสมกับเสียงะโเรียกลูกค้าของอาแปะขายบะหมี่
ที่มุมถนน รถจี๊ปทหารรุ่นเก่าจอดเทียบฟุตบาท ร่างสูงใหญ่ในเสื้อหนังสีดำเดินก้าวลงมาด้วยสีหน้าเหมือนคนเพิ่งผ่านการทำามาเจ็ดวันเจ็ดคืน
“นี่คือ... เมืองหลวงของโลก 1 เหรอ?” คเชนทร์ มองดูสายไฟที่พันกันนัวเนียยิ่งกว่ารังนกกระจอก พลางยกอุปกรณ์สแกนลายนิ้วมือที่ทำจากโลหะขัดเงาขึ้นมา แต่หน้าจอกลับขึ้นว่า 'Signal Jammed: Too much Analog' “ให้ตายเถอะ... แค่สายไฟพวกนี้ก็ขวางสัญญาณดาวเทียมได้แล้วมั้ง ล้าหลังจนน่าเหลือเชื่อ”
“ใจเย็นน่าพ่อมือปราบ” ไพรวัลย์ ก้าวลงมาติดๆ เขาอยู่ในชุดคาวบอยเต็มยศ หมวกปีกกว้าง และที่ปากยังมีบุหรี่คาอยู่ตามเอกลักษณ์ “เขาเรียกว่าเสน่ห์ ป่าคอนกรีตมันก็มีกฎของมัน คุณแค่ต้องรู้จักดมกลิ่นให้ถูกทาง”
“กฎของมันคือการเบียดกันตายบนถนนเนี่ยนะ?” คเชนทร์ชี้ไปที่รถเมล์เขียวที่อัดคนจนล้นออกมานอกประตู “โลกผม รถบินได้ั้แ่ห้าสิบปีที่แล้ว ผมรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิตเลยว่ะ”
“เอาน่า... อย่างน้อยที่นี่ก็ไม่มีเสือสมิงคอยะโงับคอคุณเวลาขี้ในป่าหรอก” ไพรวัลย์ตบไหล่คเชนทร์ “แต่ให้ตายเถอะ... กลิ่นควันรถนี่มันร้ายกว่าพิษงูเห่าอีก ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะสำลักตายในป่าวิทยุพวกนี้”
กองอำนวยการชั่วคราว: ตึกแถวเก่าทรงชิโนโปรตุกีส
ดร.พรทิพย์ นั่งอยู่ท่ามกลางกองเอกสารกระดาษหนังสือพิมพ์ที่รายงานข่าวพาดหัวตัวเท่าหม้อแกง: "ผีกระสืออาละวาด? หนุ่มแบงก์ดับปริศนา เืเกลี้ยงตัว!"
“ยินดีต้อนรับสู่พระนครค่ะทุกคน” ดร.พรทิพย์เงยหน้าขึ้น “เราได้รับคำขอพิเศษจากท่านนายพลบุญส่ง เื่คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในย่านสถานเริงรมย์ ศพทุกศพมีลักษณะเดียวกัน คือถูกดูดเืจนแห้งเหี่ยวผ่านรอยเข็มขนาดเล็กที่ลำคอ”
“รอยเข็ม? หรือจะเป็พวกติดยา?” มนัส ถามพลางหมุนเครื่องฉายสไลด์ด้วยมือหมุนที่ส่งเสียงดัง แก๊กๆ จนคเชนทร์แยกเขี้ยวใส่
“ติดยาบ้านนายสิมนัส เืหายไปทั้งตัวนะ ไม่ใช่หายไปแค่เงินในกระเป๋า” คเชนทร์แย่งสไลด์มาส่องดูเอง “นี่มันรอยเขี้ยว... แต่เป็เขี้ยวที่ถูกออกแบบมาเพื่อดูดซับของเหลวชีวภาพด้วยแรงดันสุญญากาศ นี่มันเทคโนโลยีต่างดาวชัดๆ”
ไอริช ที่กำลังจัดระเบียบสายไฟและตั้งเสาสัญญาณขนาดจิ๋วเพื่อดักฟังวิทยุตำรวจ หันมาตอบด้วยรอยยิ้ม “จริงๆ เมืองนี้ก็ไม่ได้แย่นะคะคเชนทร์ ฉันชอบเพลงลูกกรุงที่เปิดตามคลื่น AM มันมีจังหวะที่ซับซ้อนดี และที่สำคัญ... อาหารอร่อยมาก ฉันเพิ่งลองกินก๋วยเตี๋ยวหลอดตรงปากซอยไป สารอาหารอาจไม่ครบ แต่รสชาตินี่ระดับกาแล็กซี่เลย”
“ปรับตัวเก่งจริงนะนังหนู” ไพรวัลย์พ่นควัน “แต่ระวังเถอะ แสงสีพวกนี้มันหลอกตา ยิ่งสว่างเท่าไหร่ เงามันก็ยิ่งมืดเท่านั้น”
จุดเกิดเหตุ: ตรอกข้างโรงงิ้ว
ทีมเดินทางมายังจุดที่พบศพล่าสุด กลิ่นธูปและกลิ่นเน่าเหม็นจางๆ ลอยคละคลุ้ง
นุช ยืนกอดอก ตัวสั่นเล็กน้อย “หนูเห็น... ผู้หญิงสวยมาก ผมยาวสีดำ สวมชุดกี่เพ้าสีแดง... เธอไม่ได้เดิน แต่เธอ ‘เลื้อย’ ไปตามผนังตึก”
คเชนทร์ย่อตัวลงข้างศพ เขาหยิบอุปกรณ์สแกนเนื้อเยื่อขึ้นมา แต่มันกลับส่งเสียงร้อง ปี๊บๆ แล้วดับไป
“บ้าจริง! สัญญาณรบกวนจากเสาวิทยุแถวนี้แรงมาก ผมทำงานไม่ได้!”
“หลบไปไอ้หนู... ให้มืออาชีพจัดการ” ไพรวัลย์หยิบเทียนพรรษาเล่มเล็กออกมาจุด ไฟสีเหลืองนวลสว่างขึ้น เขาหยดน้ำตาเทียนลงบนพื้นที่เป็คราบเหนียวสีม่วงดำ “นี่ไม่ใช่เืมนุษย์เพียวๆ มันผสมน้ำลายของพวกปีกบาง... กลิ่นเหมือนค้างคาวผีในถ้ำลึก แต่นี่มันรุนแรงกว่า”
“ค้างคาวผี?” คเชนทร์เลิกคิ้ว “คุณจะบอกว่าเรากำลังตามล่าแดร็กคูล่าในกี่เพ้าเหรอ?”
“จะเรียกอะไรก็ช่างเถอะ แต่ยัยนี่ชอบที่ที่เสียงดนตรีดังและไฟสลัว” ไพรวัลย์ยืดตัวขึ้นพลางตบปืนลูกโม่ที่ข้างเอว “ดร.พรทิพย์บอกว่าเหยื่อส่วนใหญ่ไปเที่ยวที่ร้านไหนนะ?”
“วิมานสีทอง ย่านเพชรบุรีตัดใหม่ค่ะ” ไอริชตอบพลางยื่นแผนที่กระดาษที่เธอทำจุดมาร์กไว้ “แหล่งรวมอาบอบนวดและบาร์โกโก้ที่ใหญ่ที่สุดในพระนคร”
คเชนทร์มองดูแผนที่แล้วถอนหายใจ “อาบอบนวด... โลกนี้พวกคุณอาบน้ำกันเป็กลุ่มในที่สาธารณะเหรอ? ประหลาดสิ้นดี”
“เดี๋ยวไปถึงคุณก็รู้เองว่าเขาไม่ได้ไปอาบน้ำอย่างเดียว” ไพรวัลย์หัวเราะหึๆ พลางเช็คะุเงินในโม่ “เตรียมตัวให้พร้อมมือปราบ คืนนี้เราจะไปดู ‘นางฟ้า’ ออกล่าเหยื่อกัน”
หน้าทางเข้า "วิมานสีทอง"
ป้ายนีออนรูปผู้หญิงเปลือยหลังขนาดมหึมากระพริบไฟสีชมพูวาววับ รถเบนซ์หางปลาและรถสปอร์ตนำเข้าจอดเรียงราย คเชนทร์ในชุดสูทเชยๆ ที่ดร.พรทิพย์บังคับให้ใส่ เดินเข้าไปพร้อมกับไพรวัลย์ที่สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกปลดกระดุมบน
“ผมรู้สึกโง่มากในชุดนี้” คเชนทร์บ่น
“เอาน่า... อย่างน้อยคุณก็น่ามองกว่าไอ้เครื่องสแกนพังๆ นั่นตั้งเยอะ” ไพรวัลย์ขยับหมวก “จำไว้... อย่าสบตาใครนานเกินไป เว้นแต่คุณอยากจะเสียเื... หรือเสียตัว”
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในร้าน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยมาเตะจมูก พร้อมกับหญิงสาวทรงเสน่ห์ในชุดราตรีแหวกสูงที่นั่งเรียงรายกันบนตู้กระจกเบอร์ต่างๆ
และที่้าสุดของเวที... ผู้หญิงในชุดกี่เพ้าสีแดงเข้มที่นุชเห็นในนิมิต กำลังคลี่ยิ้มเ็ามาทางพวกเขา
“ยินดีต้อนรับสู่พระนครนะคะ... ท่านแขกผู้มีเกียรติ”
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
Next EP2 : นีออนสีเืและเหยื่อในตู้กระจก