เกาะรัก...ทะเลแดง

    ตอนที่ 3 คนน่ารำคาญชื่อ ดวงตา

            ภายในห้องสอบ ทุกคนนั่งห่างกันโต๊ะเว้นโต๊ะ ระยะกว้างพอที่จะมองไปแล้วไม่เห็นกระดาษคำตอบของกันและกัน

            น้ำใสและสุดาทิพย์อ่านข้อสอบด้วยท่าทีสงบนิ่งสองสาวเตรียมตัวมาดี จึงระบายสีคำตอบไปด้วยความมั่นใจผิดกับภคกรที่หันรีหันขวางหน้าผากย่นเวลาอ่านข้อสอบ ชายหนุ่มกัดริมฝีปาก หรี่ตาลงจนเล็กกว่าเดิม ขณะกำลังจิ้มปลายดินสอลงบนคำตอบที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจว่ามันถูก

            อาจารย์คุมสอบเอามือไพล่หลังเดินวนไปเวียนมาจนรอบห้องสังเกตอากัปกริยาของนักศึกษาในห้องคอยจับผิด

            “อ๊อด” สัญญาณหมดเวลาดังแหลมยาวเสียงพูดคุยจ๊อกแจ๊กจอแจดังกระหึ่มขึ้นทำลายความเงียบเมื่อครู่แทบจะในทันที

            ภคกรวิ่งเร็วตื๋อมาหาน้ำใสที่โต๊ะในขณะที่หญิงสาวกำลังเก็บดินสอปากกาลุกขึ้น กระซิบเบาๆ ไปว่า

            “น้ำเป็๲ไง ทำได้มั๊ย” ชายหนุ่มถามเพื่อนสาวแต่ตัวเองย่นจมูก

            “ก็พอทำได้ มีบางข้อเท่านั้นที่ทำไม่ได้”น้ำใสตอบตามจริง

            “เราก็บางข้อเหมือนกัน แต่บางข้อที่ทำได้นะ” ภคกรสารภาพเสียงอ๋อยมองตามอาจารย์ที่รวบรวมข้อสอบเข้าแฟ้มเดินออกจากห้องไปด้วยความหวั่นใจสุดาทิพย์เดินมาสมทบ ทันได้ยินเสียงการสนทนา

            “เราเองก็พอทำได้บ้าง แต่ไม่ค่อยแน่ใจเลย” สุดาทิพย์บอกเพื่อน

            “น้ำว่า เราออกไปคุยกันข้างนอกที่โต๊ะหินเถอะในนี้ร้อนจัง” น้ำใสเสนอ ซึ่งทั้งภคกรและสุดาทิพย์ต่างก็พยักหน้ารับเห็นด้วยแล้วพากันเดินออกจากห้องสอบไป

    ++++++++++++++++++++++

     

            แสงแดดเหลืองนวลของ๰่๭๫เวลาบ่ายแก่ สาดลงมาเบื้องล่างแต่กลับโดนสกัดกั้นด้วยใบของต้นไม้น้อยใหญ่หลายต้น ราวกับถูกบังคับให้ระบายสีใบไม้จนเป็๞ประกายสว่างกระพริบวูบวาบยามเมื่อแรงลมพัดผ่านทำให้มันไม่สามารถส่งกำลังความร้อนลงมาได้เต็มที่ยังผลให้อากาศใต้ร่มเงาเขียวเข้มกำลังพอดี ไม่ร้อนจนเกินไปนัก

            น้ำใสกับสุดทิพย์นั่งอยู่ที่ม้าหินตัวเดิมที่เคยนั่งตอนแรกหลังสอบเสร็จ

            ภคกรวิ่งรี่มาที่สองสาวในมือถือน้ำผลไม้กระป๋องมาด้วยแล้วส่งเสียงบอกไปว่า

            “เอ้า น้ำเย็น ๆ มาแล้วครับคุณผู้หญิง"  ชายหนุ่มโค้งตัววาดมือเป็๲วงกว้างก่อนยื่นของให้สองสาวทีละคน ทั้งสามคนเปิดกระป๋องยกดื่มดับกระหาย น้ำใสคิดอะไรได้บางอย่างจึงเสนอเพื่อนไปว่า

            “เออนี่ ทิพย์ กรเหลืออีกไม่กี่วิชาก็จะสอบเสร็จแล้ว อาทิตย์หน้าแล้วใช่มั๊ย น้ำว่าเราไปเที่ยวไปเปิดสมองคลายเครียดที่ทะเลกันดีกว่ามั๊ย กรด้วยนะ ไปกันสามคนพอ”

            “เฮ้อ เสียดายจัง เราไม่ว่างซะด้วยสิพ่อเราให้ไปช่วยงานที่บริษัท”  ภคกรทำหน้าผิดหวังเพราะเขาขัดพ่อไม่ค่อยได้ เนื่องจากความที่เขาเป็๲ลูกชายคนโตและเป็๲ผู้ที่พ่อตั้งความหวังไว้มากที่สุด

            “เราอยากไปนะแต่ เอ่อ” สุดาทิพย์อึกอักตอบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก น้ำใสรู้ดีรู้ว่าฐานะทางบ้านสุดาทิพย์ไม่ค่อยดี    จึงยิ้มแล้วบอกเพื่อนไปว่า

            “ทิพย์ ไปเถอะนะ เราเข้าใจทิพย์เ๱ื่๵๹ค่าใช้จ่าย เราจัดการเอง”

            “แต่น้ำ เรา เราเกรงใจ” สุดาทิพย์ไม่กล้าตกลง ความเกรงใจมันค้ำคอ จนหล่อนต้องหลบสายตาเพื่อนสาว

            “ไปเถอะทิพย์ ไปกับน้ำหน่อย” ภคกรช่วยพูด

            “แต่ แต่ เรา” สุดาทิพย์ยังคงอึกอักน้ำใสเห็นเพื่อนเป็๞แบบนั้น หญิงสาวเข้าใจความรู้สึกของเพื่อนดีจึงพูดเพื่อให้เพื่อนสบายใจ และเพิ่มความมั่นใจอีกว่า

            “อะไรกัน คบกันมาตั้งสามปียังไม่รู้เหรอว่าเราน่ะ เป็๲ใคร” น้ำใสยืดตัวตรง เชิดหน้าอมยิ้ม

            “ฮะ ฮะ ฮะ” ภคกรเห็นท่วงท่าของน้ำใสแล้วอดขำไม่ได้ชายหนุ่มหัวเราะร่วนจนตาหยี

            “หัวเราะอะไรย่ะ” น้ำใสหันไปแหวใส่เพื่อนหนุ่ม

            “ โอ๊ะ โอ๊ะ กลัวแล้วจ้าแม่เศรษฐีนีร้านเพชร” น้ำใสไม่โกรธที่ถูกล้อเลียนด้วยรู้นิสัยเพื่อนหนุ่มดี หญิงสาวจึงแกล้งตวัดมือไปที่ต้นแขนชายหนุ่มดัง ‘เพี๊ยะ’ จนภคกรยกมือลูบแขนไปมาแต่ยังหน้าทะเล้น

            “ตกลงไปนะ นะ” น้ำใสเลิกล้อเล่นกับภคกรหันมาคะยั้นคะยอสุดาทิพย์ต่อ จนสุดาทิพย์ใจอ่อนพยักหน้ารับ หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างเมื่อเพื่อนตอบตกลง

            รอยยิ้มไร้พิษภัยของเพื่อนสาวตรงหน้าทำให้สุดาทิพย์ยิ่งรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกับน้ำใสมากยิ่งขึ้นสุดาทิพย์รู้ว่าแม่ของน้ำใสคือคุณนายนฤมลนั้นเป็๞เ๯้าของร้านเพชร เพราะฉะนั้น ฐานะทางบ้านของน้ำใสจึงจัดอยู่ในขั้นเศรษฐีอย่างที่เพื่อนล้อแต่น้ำใสไม่เคยรังเกียจตนเองที่ฐานะต่ำกว่าเลย หนำซ้ำกลับคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ ลึกๆ สุดาทิพย์แอบอิจฉาน้ำใสอยู่บ้าง

            “นี่ ไปกันแล้วอย่าลืมของฝากแล้วกัน เอจะเอาอะไรดีน้า เอาแพง ๆ หน่อยดีกว่า จะได้ไม่เสียชื่อเศรษฐีนีสาว”   ภคกรล้อเลียนต่อ น้ำใสค้อนขวับ

                “ฮื่อ รู้แล้วน่า แต่เราว่า เราซื้อหอยตะเกียบมาฝากนายดีกว่า” น้ำใสยั่ว

            “ไม่เอา ใครบอกว่าเราจะเอาหอยตะเกียบ”ภคกรเสียงสูงไม่พอใจที่ไม่ได้เลือกเอง

            “อ้าว ก็เอาไว้แคะสุนัขออกจากปากนายไง”น้ำใสย้อนกลับพร้อมหัวเราะ

            “เออ ได้ที เอาเข้าไป นี่คิดว่าเป็๲ผู้หญิงหรอกนะ ไม่งั้น ฮึ่ม” ภคกรทำหน้าบึ้ง แต่ทั้งน้ำใสและสุดาทิพย์รู้ดีว่าชายหนุ่มเป็๲คนขี้เล่นไม่มีอะไรมาก ทั้งสองจึงหันมายิ้มให้กัน

            “โอ๋ แต่ช้าแต่ เขาแห่ยายมาหัวล้านมั๊ยนะ ขี้น้อยใจจัง” น้ำใสแหย่เพื่อนหนุ่มสุดาทิพย์หัวเราะน้อย ๆ ในความขี้เล่นของเพื่อน

            “นี่ แล้วน้ำจะไปเที่ยวที่ไหนล่ะไปทะเลเหรอ” สุดาทิพย์ถาม

            “ฮื่อ กะว่าจะไปพักค้างคืนด้วยนะอยากไปดูบรรยากาศนะ น้ำทะเลสีสวย ท้องฟ้าสีครามสดใส ลมชายหาดพัดผ่าน  สดชื่น” น้ำใสยิ้มน้อยๆ เอามือเท้าค้างมองฟ้าตาลอย

            “โอ๊ยแม่คุ้ณ ยังไม่ได้ไปเลยฝันหวานซะแล้ว” ภคกรขัดจังหวะ

            “เอ๊ะ นายนี่” น้ำใสยกมือขึ้นทำท่าจะตีชายหนุ่มรอบสองภคกรเอียงตัวหลบวูบ สามเพื่อนสนิทหัวเราะให้กันสนุกสนาน

            จนเมื่อมีร่างบางในชุดนักศึกษาฟิตเปรี๊ยะของสาวหน้าเข้มด้วยเครื่องสำอางเดินเข้ามาพร้อมอีกสองสาวขนาบข้างที่ดูท่าทางเหมือนเป็๲ลูกน้องมากกว่าเพื่อนเข้ามาใกล้โต๊ะที่น้ำใสกับเพื่อนนั่งอยู่ แต่ความสนใจของพวกหล่อนกลับมุ่งไปที่ภคกร

            “ดวงตา” ทั้งน้ำใสและสุดาทิพย์พูดขึ้นมาเกือบพร้อมกันเมื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาหมายร่วมวงสนทนาเ๯้าหล่อนปรายตามองน้ำใสกับสุดาทิพย์นิดหนึ่งก่อนหันไปทำตาหวานเชื่อมให้ภคกร แล้วเอ่ยเสียงใสบีบให้เสียงเล็กฟังดูน่ารักเพื่อเรียกร้องความสนใจว่า

            “ได้ยินแว่ว ๆ ว่าจะไปเที่ยวกัน  ไปที่ไหนกันเหรอจ๊ะกร  ขอดวงไปด้วยคนนะ”ภคกรได้ยินเสียงที่ดัดแหลมเกินธรรมชาตินั้นบาดหู จนต้องเบือนหน้าหนี เบ้ปาก ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ทันเห็น ถือวิสาสะเข้าไปนั่งกระแซะข้างพยามเอาตัวเองเบียดชายหนุ่มที่ตนเองแอบสนใจ

            น้ำใส ภคกร และสุดาทิพย์หันมองหน้ากันด้วยความรู้สึกเดียวกันคือเบื่อหน่ายเมื่อดวงตาลูกสาวนายแบงค์ที่แสนจะร่ำรวยและเย่อหยิ่งมาร่วมกลุ่ม

            “จะไปไหน เราไม่ได้ไปไหนนี่” ภคกรรำคาญเต็มที่ พูดห้วนเพื่อให้อีกฝ่ายเลิกรา

            “ก็ดวงได้ยินเมื่อกี้นี้นี่ ว่าจะซื้อของฝากกันแสดงว่ากรจะไปเที่ยวแล้วซื้อของมาฝากน้ำใสกับสุดาทิพย์ใช่มั๊ย”    ดวงตาเดาสุ่มซึ่งทำให้ชายหนุ่มส่ายหัวเหนื่อยหน่ายในความสอดรู้ของเพื่อน

            “ใครบอกเธอ แล้วถึงเราจะไปไหนนะเราก็ไม่อยากให้คนอื่นไปด้วย ไม่อยากวุ่นวาย เข้าใจมั๊ย” ภคกรเน้นคำว่าวุ่นวาย โดยที่ดวงตาเองก็รู้ว่าตัวเองถูกเหน็บแต่ทำเป็๲ไม่สนใจ ออดอ้อนชายหนุ่มต่อ

            “แหมกรเนี่ย ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อยว่าแต่น้ำใสจะไปเที่ยวไหนเหรอจ๊ะ” ดวงตาหันไปยิ้มหวานให้น้ำใสน้ำใสรู้ว่ายิ้มนั้นเสแสร้ง หล่อนจึงแกล้งยั่ว

            “อ๋อ ยังไม่รู้เลยต้องแล้วแต่กรเค้านะจ๊ะ กรไปไหน น้ำไปด้วยทั้งนั้นแหละ น้ำว่างตลอดเวลาว่างเสมอสำหรับกร”   น้ำใสแกล้งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มยั่วเพื่อนสาวโดยที่ภคกรเองก็รับมุข ยิ้มตอบหน้ารื่น

            “งั้นให้ดวงไปด้วยคนนะ ดวงอยากไปเที่ยวนะ ๰่๭๫นี้คุณพ่อไม่อยู่ ไปติดต่องานที่ต่างประเทศพอดีว่าง ๆ ไปที่ไหนกันละ ดวงไปด้วย”

            “เราก็ไปด้วย” “เราด้วย” สองสาวลูกคู่ของดวงตารีบพูดแทรกเพื่อเอาใจเพื่อนผู้ร่ำรวย

            “คงไม่ได้หรอก” สุดาทิพย์ขัดลูกคู่ของดวงตา“เราอยากไปตามลำพังสามคน อีกอย่างน้ำกับกรก็อยากจะคุยธุระอะไรกันบางอย่างตามประสาเพื่อนสนิท ถ้าเธอไปด้วยเธออาจจะไม่สนุกก็ได้นะดวงตา”

            “ไม่เป็๲ไรหรอก พวกเราไปด้วยกัน แต่เราก็ต่างคนต่างเที่ยว นะให้พวกเราไปด้วย” ดวงตาหันไปพยักพเยิดกับพวก

            “เอ คงไม่ดีมั๊งดวงตา น้ำว่าทำไมเราไม่ต่างคนต่างไปละ ไหนๆ ก็จะแยกกันเที่ยวแล้ว จะไปด้วยกันให้ยุ่งยากทำไม”

            “ใช่..ทิพย์ก็ว่างั้น ใช่มั๊ยกร”“ใช่ ใช่” ทั้งสามคนพูดจา เออออสอดคล้องกันสนุกสนาน

    ดวงตาขัดเคืองหน้ามุ่ย ทำเสียงฮึดฮัดในลำคอ เมื่อเห็นทั้งสองสาว ‘กันท่า’ ตนเองอีกทั้งภคกรก็เป็๞ไปด้วย เสียงหล่อนจึงเริ่มสั่น

            “เอ๊ะ พวกเธอนี่ ทำไมเหรอรังเกียจเรานักรึไง ถึงไม่ให้เราไปด้วย”

            “ก็บอกแล้วไงว่าไม่อยากวุ่นวาย อีกอย่าง เรามีเ๹ื่๪๫อยากจะคุยกับกรด้วย” น้ำใสพยายามอธิบายเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มมีอารมณ์ อันที่จริงหญิงสาวไม่อยากโกหกแต่เมื่อมันเป็๞ไปแล้ว ก็ต้องทำให้ตลอด

            “ก็เราบอกแล้วไงว่าต่างคนต่างเที่ยว   เรารับรอง เราจะไม่วุ่นวายให้พวกเธอรำคาญใจเลย”

            “เท่าที่เธอทำอยู่ตอนนี้เธอคิดว่ามันไม่วุ่นวายเหรอ” สุดาทิพย์แย้งแทนน้ำใส

            “แต่เราแค่อยากไปเที่ยวกับกรเท่านั้นและพูดตามจริง เราเองก็ไม่อยากไปกับเธอแล้วก็น้ำใสเท่าไหร่หรอก”

            “อ้าว ทำไมพูดแบบนี้ล่ะตัวเองมาขอเค้าเที่ยวแท้ๆ กลับมาว่าเค้า” สุดาทิพย์ไม่พอใจคำพูดของดวงตา

            “เราพูดความจริง เราอยากไปกับกรไม่ได้อยากไปกับพวกเธอ” ดวงตาขึ้นเสียง

            “แล้วเธอถามกรเค้ารึเปล่าว่าอยากไปกับเธอมั๊ย”สุดาทิพย์เถียง

    น้ำใสหันมองหน้าภคกรเมื่อเห็นว่าเ๱ื่๵๹ชักจะไปกันใหญ่หญิงสาวคงต้องทำอะไรซักอย่าง

            “เดี๋ยว ใจเย็น ๆ” เราว่าเราค่อย ๆ พูดกันไม่ดีกว่าเหรอ นะดวงตา เ๹ื่๪๫แค่นี้เอง” น้ำใสพยายามใช้น้ำเย็นกับดวงตาแต่ไม่ได้ผล อารมณ์หล่อนลุกฮือเกินต้านแล้ว

            “ไม่ต้องมาทำเป็๲พูดดีเลย เรารู้นะน้ำใสว่าเธอเองก็กันท่าเราเหมือนกัน”

            “เอ๊ะ เราไปกันท่าอะไรเธอ พูดดีดีนะดวงตา”น้ำใสโกรธที่เห็นอีกฝ่ายไม่ยอมเลิกรา

            “ก็เ๱ื่๵๹ที่จะไปเที่ยวกันนี่ไง”

            “เราบอกตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้วนะว่าเราอยากไปตามลำพังเธอฟังไม่รู้เ๹ื่๪๫เหรอ”

            “นี่เธอกล้าว่าเราฟังไม่รู้ภาษาเหรอ”

            “เธอพูดเองนะดวงตาเราไม่ได้หมายถึงขนาดนั้น” น้ำใสพยายามพูดดีด้วยไม่ใช้อารมณ์แต่ดูเหมือนจะไม่เป็๞ผล

            “เราไม่อยากพูดกับเธอแล้ว” ดวงตาค้อนให้น้ำใส และหันไปคว้าแขนภคกรกอดไว้ ชายหนุ่มไม่พูดอะไรแกะมือหญิงสาวออกแล้วลุกขึ้น

            “อ้าว กร”ดวงตาอ้าปากค้างมองตาม งงในกริยาของชายหนุ่มภคกรเมื่อลุกขึ้นได้เรียบร้อยแล้ว จึงพยักหน้าให้น้ำใสและสุดาทิพย์สองสาวรู้ความนัยจากใบหน้านั้น ลุกขึ้นตามโดยไม่พูดอะไรซักคำจากนั้นทั้งสามก็เดินออกจากโต๊ะนั้นไปทิ้งให้ดวงตากับเพื่อนทั้งสองของหล่อนหน้าชาอับอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

            “กรี๊ด ฮึ่ม”  ดวงตากรีดร้องในลำคอเบา ๆ สาวน้อยขบฟันแน่นจนกรามขึ้นนูนแววตาวาวโรจน์เป็๲ประกาย

            “ฝากไว้ก่อนนะพวกเธอ ไว้ถึงคราวฉันบ้างคอยดู” ดวงตากระทืบเท้าเต้นเร่า กัดฟัน พึมพำเสียงเบาๆมองตามหลังน้ำใสและเพื่อน ๆ ที่เดินจากไป

    ++++++++++++++++++++