บทที่ 26 เฉียวไห่าเ็สาหัส
เมื่อเห็นซอมบี้แยกเขี้ยวและเืไหลย้อยจากปาก จิ่งเหมียนก็รู้สึกขยะแขยง
ในชาติก่อน ่นี้ไม่มีการรายงานเหตุการณ์สำคัญ ดังนั้นจิ่งเหมียนคิดว่าคลื่นซอมบี้อาจเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่จริง ๆ แล้วซอมบี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวั้แ่ปีนี้แล้ว ทุกอย่างมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
แต่เดิมความกดดันของเธอลดลงไปมากเมื่อชำระหนี้หมดแล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเวลาของเธอจะเหลือไม่มาก
เธอต้องจัดตั้งทีมสำรวจสำหรับฐานลวี่อินเพื่อกวาดล้างและรักษาความปลอดภัยรอบ ๆ ลวี่อินให้เสร็จก่อนฤดูร้อนปีหน้า เพราะไม่สามารถพึ่งพาฐานอู่อันไปตลอด
ไม่ว่าจะเป็เฉินย่าหรือจางเวินเหยียน พวกเขาต่างก็ยกย่องความสามารถในการป้องกันของกำแพงและประตูฐานลวี่อิน แต่จิ่งเหมียนยังคงไม่ไว้วางใจ ซอมบี้ไม่สามารถเข้ามาได้ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถออกไปได้! จะให้ซอมบี้วนเวียนอยู่รอบ ๆ ลวี่อิน และติดอยู่นอกหน้าต่างเหรอ
เธอถามในใจว่า ‘ระบบ ลวี่อินมีฟังก์ชันความปลอดภัยอะไรไหม’
[ระบบมีฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง สามารถสร้างกำแพงป้องกันและทางเดินที่ปลอดภัยได้ แต่ฟังก์ชันนี้จะพร้อมใช้หลังจากอัปเกรดถึงเลเวล 3 แล้ว คุณต้องพยายามอัปเกรด]
จิ่งเหมียนอึ้ง...เลเวลไม่พอ แม้จะมีเงินก็สร้างกำแพงไม่ได้ ถ้าสร้างเองคงไม่แข็งแรงและไม่น่าเชื่อถือเท่าระบบ
[แต่คุณสามารถไปที่คลังอาวุธเพื่อสั่งทำป้อมปืนป้องกันได้]
ฮึ ระบบพยายามขายของอีกแล้ว จิ่งเหมียนมองความคิดของระบบได้ทะลุปรุโปร่ง เธอเคยเห็นราคาของป้อมปืนที่สูงจนน่ากลัว แค่ซื้อมาสองป้อมก็แทบหมดตัวแล้ว
เธอยังไม่ควรซื้อ เพราะหากไม่มีการป้องกันกำแพงหรือป้อมปืน ใครจะกล้าออกไปยิงซอมบี้เพียงลำพัง ไม่มีการควบคุมระยะไกล แน่นอนว่าจะถูกซอมบี้มากมายโถมเข้าใส่ทันที
ระบบเงียบไปชั่วครู่
[แจ้งเตือน ระบบมีป้อมปืนพลังคริสตัลที่สามารถควบคุมระยะไกลได้! มีพลังสูงมาก]
จิ่งเหมียนเลิกคิ้ว เธอรู้สึกว่าระบบกำลังเยาะเย้ยเธอว่าไม่มีเงิน ซื้อไม่ไหว แต่ไม่มีหลักฐาน
เธอยังคงต้องทำตามแผน ใกล้จะได้อัปเกรดเลเวล 2 แล้ว อีกไม่นานคงอัปเกรดถึงเลเวล 3
ต้องเร่งมือ!
ในยามค่ำคืน ที่สำนักงานของทีมสำรวจ
เฉียวไห่นอนพาดขาอยู่บนโต๊ะ ค่อย ๆ หลับตา
“เฉียวไห่! มีคำสั่งให้คุณนำทีมออกไปกำจัดซอมบี้ที่อยู่ข้างนอกฐาน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร มีซอมบี้รวมกลุ่มกันกว่าสองร้อยตัวแล้ว!”
“อะไรนะ!”
เฉียวไห่ใ ซอมบี้สองร้อยตัวไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ แม้ว่าเขาจะนำทีมไปเองก็ยังเป็อันตราย อาจจะไม่ได้กลับมาก็ได้!
“ทำไมซอมบี้รวมตัวกันถึงสองร้อยกว่าตัวแล้วเพิ่งจะรู้! เขาอนุมัติให้ใช้กำลังคนเท่าไร?”
ผู้ที่มาแจ้งข่าวเงียบไปครู่หนึ่ง “ห้าสิบคน”
เฉียวไห่ขมวดคิ้วแน่น นี่เป็จำนวนที่เกือบจะถึงขีดจำกัด อีกนิดเดียวก็ไม่สามารถสู้ได้แล้ว มันเหมือนการส่งตัวไปตาย
“ส่งพวกเราไปตายชัด ๆ!” เฉียวไห่ไม่สามารถควบคุมความโกรธได้อีก!
เขาเป็ผู้มีพลังพิเศษ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนในทีมสำรวจจะมีพลังพิเศษ ห้าสิบคนที่ให้มาคงไม่ใช่ทุกคนที่มีพลังพิเศษ! ภารกิจนี้อันตรายมาก
มีคน้าให้เขาตายแน่ ๆ!
เมื่อนึกถึงคำพูดของเ้าของลวี่อิน เฉียวไห่ก็รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า ก่อนหน้านี้เขายังมั่นใจว่าจะไม่มีใครกล้าแตะต้องเขา ตอนนี้กลับต้องไปทำภารกิจอันตรายนี้
“เพิ่มกำลังคนไม่ได้แล้วเหรอ”
“คำสั่งจากเบื้องบนบอกว่าให้คุณรีบออกไปทันที”
เฉียวไห่ถามด้วยเสียงเย็น “เป็คำสั่งของหัวหน้า หรือคำสั่งของตระกูลอัน?”
ผู้แจ้งข่าวไม่ตอบ เฉียวไห่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอม
กลางดึก
ชาวเมืองในฐานหลับสนิท ไม่รู้ว่ามีทีมเล็กเพียงห้าสิบคนได้ออกเดินทางในคืนที่มืดมิดเพื่อปกป้องพวกเขาที่อยู่ในฐาน
ดึกดื่นเที่ยงคืน ระบบเตือนจิ่งเหมียนว่ามีผู้มาเยือนอยู่นอกฐาน
จิ่งเหมียนอดทนต่อความง่วงและลุกขึ้นจากเตียงเพื่อเปิดประตู
เธอคาดว่าเป็ผู้เช่าที่มาเช็กอิน หากทำธุรกิจก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่เปิดประตูให้ลูกค้า
แต่เมื่อเธอมาถึงประตูและดูผ่านหน้าจอขนาดเล็ก เธอกลับเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเื!
เฉียวไห่?
จิ่งเหมียนรีบเปิดประตู!
เฉียวไห่ไม่มีแรงพยุงตัว เขาพลันล้มลงกับพื้น ร่างเต็มไปด้วยเืและคราบสกปรก
จิ่งเหมียนคิดในใจ ตระกูลอันทำเกินไปแล้ว
จากนี้ไปเฉียวไห่คงจะไม่ภักดีต่อตระกูลอันอีก
บางทีนี่อาจเป็โอกาสของเธอ
จิ่งเหมียนรีบวิ่งไปเคาะประตูห้องหนึ่งเพื่อขอความช่วยเหลือ เธอไม่สามารถแบกเฉียวไห่คนเดียวได้
เฉินย่าเปิดประตูอย่างรวดเร็ว
เธอรีบกล่าว “เฉินย่า มีคนาเ็ ช่วยฉันหน่อยค่ะ!”
เฉินย่าชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่า ‘ช่วยฉัน’ จากปากเธอ เธอไม่เคยพูดแบบนี้ตอนที่ตัวเองโดนรังแกด้วยซ้ำ
เมื่อเขาไปถึงและเห็นชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้น เขาก็พูดเสียงเย็น “ไม่เป็ไร เขาจะไม่ตาย”
เขานั่งลงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น แล้วพาเฉียวไห่ไปยังห้องเดี่ยวหมายเลข 3
“คุณรู้จักเขาไหม?”
“ฉันเคยเจอเขาในงานเลี้ยงครั้งก่อน เขาเป็หัวหน้าทีมสำรวจ”
เฉินย่าถามด้วยความไม่ตั้งใจ “คุณสนใจเขาเหรอ?”
จิ่งเหมียนครุ่นคิดเล็กน้อย “ถ้าเขาอยู่ ฐานอู่อันและลวี่อินจะปลอดภัยมากขึ้น ตอนนี้ซอมบี้เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ฉันไม่อยากให้เขาเป็อะไรไป”
ไม่อย่างนั้นใครจะกล้าออกจากฐานอู่อันมาอยู่ที่ลวี่อินล่ะ
เฉินย่าส่ายหน้าอย่างอธิบายไม่ถูก เขาไม่ชอบให้เธอห่วงใยคนอื่น แม้ว่าจะมีเหตุผลที่เหมาะสมก็ตาม
“ถึงเขาจะาเ็สาหัส แต่เขาก็เป็ผู้มีพลังพิเศษ และน่าจะเป็ประเภทเสริมความแข็งแกร่งด้วย เขาจะไม่เป็ไร คุณไม่ต้องกังวล”
เฉินย่าที่เคยผ่านการาเ็สาหัสมากกว่านี้ ไม่มีใครสนใจเขา เขามองเฉียวไห่บนเตียงด้วยความไม่พอใจ
“ถ้ามีปัญหา คุณมาหาผมได้เลย” เฉินย่าพูดด้วยความจริงจัง “ถ้าลวี่อินมีอันตราย โดยเฉพาะคุณ ไม่ต้องไปหาคนอื่น ผมจะปกป้องคุณเอง”
จิ่งเหมียนอดไม่ได้ที่จะมองเฉินย่าด้วยความเขินอาย หัวใจพลันเต้นแรงขึ้น
“ฉันจะไม่เกรงใจแน่นอนค่ะ”
เฉินย่ายิ้มเล็กน้อย
นี่เป็ครั้งแรกที่จิ่งเหมียนเห็นเขายิ้ม ดวงตาสีดำมีประกายแสงเล็ก ๆ เหมือนจุดไฟในความมืด
เธอมองใบหน้านั้นและเผลอพูดออกมา “เฉินย่า คุณหล่อจริง ๆ”
หลังจากพูดจบ ทั้งสองคนก็หันหน้าหนีหลบสายตา
จิ่งเหมียนตบหัวตัวเองอย่างหงุดหงิด หมดกัน เฉินย่าต้องคิดว่าเธอบ้าไปแล้วแน่ ๆ
“ถ้าเขาไม่เป็ไร ฉันกลับไปนอนแล้วนะคะ!”
เฉินย่ามองแผ่นหลังที่รีบร้อนจากไป เขาลูบแก้มตัวเองโดยไม่รู้ตัว ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งใบหน้านี้จะมีประโยชน์
เช้าวันรุ่งขึ้น จิ่งเหมียนมาที่โรงอาหารเพื่อกินอาหารเช้า เธอก็พบกับคุณยายไป๋และสามีที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ เธอจึงเลือกนั่งลงตรงข้ามกับพวกเขา
ชามบะหมี่ของทั้งสองคนว่างเปล่า เห็นได้ชัดว่าพวกเขาตื่นเช้ากว่าเธอเสียอีก
“คุณยายพักอยู่ที่นี่สะดวกสบายไหมคะ? ทำไมไม่นอนพักผ่อนอีกหน่อยล่ะคะ”
“คนแก่ตื่นเช้าเป็ธรรมดา ตอนนี้ไม่ต้องตื่นมาตักน้ำ รู้สึกไม่ชินเลย”
ถึงปากจะพูดอย่างนั้น แต่แววตาของคุณยายไป๋เต็มไปด้วยความสุข
จิ่งเหมียนนึกขึ้นได้ว่า จางเพ่ยหรงและพวกเธอน่าจะย้ายไปอยู่สลัมนานแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ใครในบ้านเจียงเป็คนทำหน้าที่ลำบากตื่นแต่เช้าไปแย่งน้ำ
คุณยายไป๋จับมือจิ่งเหมียนไว้ "หนูเป็คนดีจริง ๆ นะ ตั้งราคาอาหารไว้ต่ำขนาดนี้ หนูจะไปอธิบายกับเ้านายยังไง"
เธอลูบมือจิ่งเหมียนสองสามที แล้วพูดด้วยความเป็ห่วง "ดูมือหนูสิ บางกว่ามือยายแก่ ๆ อย่างยายอีก ทำไมไม่ยอมกินข้าวให้ดี ๆ ล่ะ หรือว่าเ้านายกลั่นแกล้งหนูกัน"
จิ่งเหมียนไม่เคยได้รับการดูแลเอาใจใส่แบบนี้มาก่อน กระบอกตาร้อนผ่าวพร้อมกลั้นน้ำตาไว้ "ฉันอ้วนขึ้นไม่น้อยแล้วละค่ะ คุณยายคะ ตอนนี้ไม่มีใครรังแกฉันแล้ว"
"โอ้ ดูหนูสิ ขอบตาแดงไปหมดแล้ว ยายทนไม่ได้แล้วนะ คนแก่น้ำตาไหลง่ายน่ะ" คุณยายไป๋มองด้วยสายตาเข้าใจ "หนูคงเจอเื่ไม่ดีมาเยอะสินะ"
แค่เื่ไม่ดียังน้อยไป