“เรือนหลังนั้นเป็ห้องของเ้า” ห่าวตู๋ชี้นิ้วเรียวไปยังประตูที่มีกระดาษสีขาวแปะเป็รูปกากบาท “อันที่จริงห้องนี้เคยเป็ห้องเก็บตำรายุทธ์ และตำราความรู้ทั่วไป แต่หลังจากนายน้อยขึ้นมาเป็เ้าหุบเขาแทนท่านพ่อของเขา ตำราภายในห้องนี้เลยถูกนำไปเก็บรวมกันไว้ที่ห้องหนังสือ ซึ่งทุกคนในหุบเขาสามารถเข้าไปใช้ได้สะดวกมากกว่าเก็บไว้ที่นี่ ซึ่งมันเป็เรือนหลังเล็กแล้วก็อยู่ลึกที่สุดในหุบเขาด้วย”
ทำไมฉันจะต้องมาอยู่ห้องที่มันลึกลับ หรือไม่ก็เป็เรือนที่อยู่ท้ายสุดซอยเหมือนตอนฉันพักรักษาตัวอยู่ที่นั่นเลย นึกแล้วก็อดคิดถึงผู้หญิงคนที่ฉันเป็หนี้บุญคุณคนนั้นไม่ได้
ไม่รู้ว่าป่านนี้หลังจากจอมมารรู้เื่ว่าฉันหายตัวไป ผู้หญิงคนนั้นจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้
ห่าวตู๋แกะกระดาษปิดประตูออก ก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างเปิดประตูทั้งสองบานแรงๆ หนึ่งที
เนื่องจากเป็ห้องปิดตายไร้คนอยู่อาศัยมานาน ฝุ่นกลุ่มใหญ่จึงลอยออกมากลายเป็พายุฝุ่นกลุ่มน้อยๆ ทำเอาทั้งฉันและห่าวตู๋รีบยกมือขึ้นปิดจมูกในทันที
“สภาพแบบนี้คงอยู่ไม่ได้มั้ง” มือทั้งสองข้างโบกปัดละอองฝุ่นซึ่งลอยฟุ้งตรงหน้าประตูทางเข้าไปมา “เธอคงไม่คิดจะให้ฉันอยู่ในห้องนี้จริงๆ ใช่ไหมห่าวตู๋?”
“แหะๆ คือว่า...ที่หุบเขาของเราเหลือห้องนี้แค่ห้องเดียว” เธอยิ้มพร้อมเกาหัวแกรกๆ “แต่เ้าไม่ต้องเป็ห่วงไป ข้าจะช่วยเ้าจัดการเอง” ห่าวตู๋ยกมือขึ้นตบหน้าอกตัวเองดังฉาดเพื่อรับประกัน
“ที่นี่ก็ออกจะมีเรือนหลายหลัง ไม่มีแม่บ้านหรอ”
ด้วยความที่สถานที่แห่งนี้ดูใหญ่โต มีเรือนหลังเล็ก หลังใหญ่ปลูกรายล้อมกันเป็ระเบียบ ขนาดบ้านของคุณพ่อหลังเล็กกว่าที่นี่ตั้งหลายเท่า ยังมีทั้งแม่บ้าน คนสวนนับสิบกว่าชีวิต
“มีสิ แต่คนงานพวกนั้นมีหน้าที่ทำความสะอาดแค่เรือนหลังใหญ่ ห้องสมุด แล้วก็เรือนศิษย์พี่หญิง”
“ศิษย์พี่หญิงคือใครหรอ?”
“เดี๋ยวเ้าก็จะได้รู้จักนางในอีกไม่ช้านี้ แต่ตอนนี้ต้องช่วยกันเก็บกวาดห้องของเ้าก่อน”
ภายในห้องนี้ดูภายนอกอาจจะค่อนข้างแคบเล็กน้อย แต่เมื่อเข้ามายังด้านในกลับโล่งกว้างกว่ามองจากด้านนอกอยู่มาก
ภายในห้องถูกแบ่งโซนการใช้งานที่เหมาะสมกับพื้นที่ มีชั้นวางหนังสือ ตู้เสื้อผ้า ชั้นวางของ ส่วนด้านในสุดเป็ห้องนอนซึ่งมีเตียงหลังไม่เล็กไม่ใหญ่ตั้งเอาไว้ ห้องด้านข้างติดกับห้องนอนคือห้องน้ำและส่วนซักล้าง ส่วนด้านหน้าสุดเป็พื้นที่ค่อนข้างโล่ง หากทำความสะอาดเสร็จก็คงจะน่าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
สองมือยกขึ้นถกแขนเสื้อสูงถึงข้อศอก มือหนึ่งจับไม้กวาดดอกหญ้า ส่วนอีกมือคอยเช็ดเม็ดเหงื่อซึ่งไหลจากหน้าผากมารวมกันที่หัวคิ้วทั้งสองข้าง ห่าวตู๋และฉันวิ่งเข้าออกเพื่อตักน้ำใส่ถังเพื่อทำการล้างพื้นเป็การใหญ่
เมื่อกวาดและถูจนห้องสะอาดขึ้นกว่าตอนแรก เทียบกับภาพก่อนหน้านี้ ต่างกันราวผากับเหว ผ้าปูที่นอนสีขาวถูกปูทับฟูกหนาๆ ดูแล้วน่าจะนอนสบายน่าดู ม่านถูกนำมาติดทั้งสี่ด้านของเสาเตียง ตู้เสื้อผ้าที่แต่เดิมว่างเปล่าถูกนำเสื้อผ้าหลายชุดซึ่งห่าวตู๋แบ่งของตัวเองให้ฉันใช้ชั่วคราวยัดจนเต็มตู้ อ่างใหญ่ในห้องน้ำที่ว่างเปล่า ฉันหาบน้ำจากน้ำตกที่ต้องเดินลัดเลาะตามเส้นทางข้างกำแพงสูงกั้นสถานที่แห่งนี้กับโซนของชาวบ้านด้านนอกออกจากกันจนเต็มอ่าน
เมื่อเดินมาจนสุดกำแพงก็จะปรากฏประตูที่มีไว้ใช้เข้าออกเพื่อไปตักน้ำมาใช้ เดินไปกลับหลายสิบรอบ เหนื่อยเอาเื่แต่ยังดีที่ฉันทำงานหนักมาั้แ่เล็กๆ จึงมีอาการหอบบ้าง แต่นั่งพักจิบชาชั้นดีของห่าวตู๋ก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทันตา ฉันเดินหาบน้ำั้แ่ตอนบ่ายแก่ๆ จนตอนนี้ดวงตะวันเริ่มลับขอบฟ้าแล้ว น้ำก็เต็มถังไม้ใบใหญ่หลายถังซึ่งถูกจัดวางไว้ตรงชายคาบริเวณซักล้าง
“ซาเอ๋อ ข้าเอาข้าวเย็นมาให้เ้า” กลิ่นหอมอ่อนๆ ของงาที่น่าจะเป็ส่วนประกอบหลักของอาหารในมือห่าวตู๋โชยมาแตะปลายจมูก “ถึงที่นี่จะกันดารไปหน่อย แต่ท่านป้าเหอเป็แม่ครัวที่ทำอาหารอร่อยที่สุดเลยแหละ ถ้าเ้ากินแล้ว เ้าต้องอยากเจอหน้าท่านป้าเหอเพื่อขอบคุณท่านแน่นอน”
“จริงหรอ” ฉันทำหน้าไม่เชื่อที่ห่าวตู๋พูดมา
“ข้าเห็นคนนักต่อนักที่พูดแบบเดียวกันกับเ้า ก็เป็อันต้องวิ่งไปกราบงามๆ ให้ท่านป้าข้ามาหลายรายแล้ว” ห่าวตู๋ชักสีหน้าจริงจังใส่เหมือนจะทำให้ฉันเชื่อให้ได้ว่าสิ่งที่เธอพูดมาเป็เื่จริง
“ยังไงฉันก็ขอบใจเธอนะที่เอาข้าวเย็นมาให้ แล้วก็ขอบคุณที่ช่วยทำความสะอาดห้องด้วย”
“เื่เล็ก” ห่าวตู๋โบกมือน้อยๆ “ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนนะซาเอ๋อ”
“จ้ะ”
เสียงประตูปิดลง ความเงียบสงัดกลับมาเป็เพื่อนอีกครั้ง ฉันนั่งลงก่อนจะเปิดกล่องข้าวซึ่งทำจากไม้ซ้อนเป็ชั้นคล้ายปิ่นโตของบ้านเรา ชั้นแรกเป็ข้าวที่แค่ดูก็รู้ว่าค่อนข้างเหนียวไม่เหมือนข้าวโลกโน้นที่แต่ละเม็ดจะไม่เกาะติดกัน
ชั้นสุดท้ายเป็ผัดผักรวมมีงาโรยอยู่้า ก็คงเหมือนผัดผักบ้านเราละมั้ง ด้านข้างผัดผักมีปลาทอดตัวเล็กๆ วางเรียงกันเป็แนวสวยงาม และสิ่งสุดท้ายซึ่งวางอยู่ข้างๆ ปิ่นโตก็คือตะเกียบไผ่ แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่น่าใหรือของแปลกใหม่สำหรับฉัน เพราะที่โลกอีกฝั่งก็ใช้กินเมนูพวกเส้น เรียกได้ว่าชำนาญพอตัวเลยทีเดียว
สายลมด้านนอกพัดเข้ามาทางหน้าต่าง เก็บเอากลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้เข้ามาด้วย เปลวเทียนพลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดผ่าน ฉันนั่งมองดวงจันทร์ซึ่งกำลังลอยเด่นเหนือน่านฟ้ายามค่ำ ที่นี่มืดแล้ว ที่บ้านทางโน้นจะมืดหรือยังนะ หนูคิดถึงแม่...จังเลยค่ะ
จะต้องรีบหาทางกลับไปให้จงได้
โปรดติดตามตอนต่อไป