14.....
“คุณยายครับตอนที่อยู่ในงานเผาศพมีใครสักคนเรียกดรีม แล้วดรีมก็พูดเหมือนกับเป็..วิน ใช่วินไหมครับ”
สิปปกรรีบถามยายทันที หลังจากแยกย้ายล่ำลาคนอื่นๆ ในงานศพและเข้ามาอยู่ในรถพร้อมกันทั้งสามคนเรียบร้อยแล้วโดยสิปปกรทำหน้าที่เป็สารถีขับรถให้กับมารดาและยายนั่งยายกันยามาศนั่งอยู่เบาะหลังเพียงคนเดียว
“นั่นน่ะสิคะ วรรณก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณแม่เห็นิญญาวินด้วยหรือเปล่าถึงบอกกับหนูดรีมว่านายวินรักและเป็ห่วงหนูดรีม หรือว่าคุณแม่พูดเองคะ”
คุณประภาวรรณก็อยากจะรู้ด้วยเหมือนกัน
“แล้วเธอคิดว่าไงล่ะแม่วรรณ”
ผู้เป็มารดาเป็ฝ่ายย้อนถามบุตรสาว
“วรรณก็คิดว่าเป็เื่เหลวไหลน่ะสิคะ”
คุณประภาวรรณบอกตามความจริง
“ก็ในเมื่อเธอคิดว่าเป็เื่เหลวไหล แล้วจะอยากรู้ไปทำไมล่ะ”
ยายกันยามาศบอกเสียงเรียบ
“แหม..คนเราก็อยากรู้อยากเห็นเป็ธรรมดาแหละค่ะตกลงคุณแม่เห็นจริง ๆ หรือเปล่าคะ”
“ถ้าฉันบอกว่าเห็น แล้วเธอจะเชื่อหรือ...”
“ก็อาจจะเชื่อค่ะ..” คุณประภาวรรณตอบ
“ทำไมถึงอาจจะเชื่อล่ะ” ฝ่ายมารดาถามต่อ
“ไม่รู้สิคะ คงเป็เพราะคุณแม่เป็คนธรมมะธัมโมชอบทำบุญปฏิบัติธรรมมังคะ คนที่มีธรรมมะก็ย่อมที่จะไม่พูดโกหกเพราะกลัวจะผิดศีล”
ลูกสาวพูดเหมือนจะชื่นชมผู้เป็มารดา
“ถ้าอย่างนั้นถ้าฉันจะบอกเธอว่า ชีวิตหลังความตายน่ะมีจริงเธอจะเชื่อหรือเปล่า”
มารดาถามลูกสาวต่ออีก
“ข้อนี้ไม่แน่ใจค่ะเอาไว้ตายเมื่อไหร่ก็คงจะรู้เอง”
ลูกสาวตอบเสียงกลั้วหัวเราะ
“คนที่ไม่เชื่อเื่พวกนี้ก็ยากที่จะทำให้เชื่อว่าผลของการทำดีทำชั่วนั้นมีจริงคนที่ละเมิดศีลในแต่ละข้ออยู่ประจำสม่ำเสมอนั้นก็จะได้รับผลกรรมนั้น ๆ”
“คุณแม่กำลังจะสอนวรรณถึงศีลข้อห้าแหงๆ”
คุณประภาวรรณถอนหายใจเธอเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันทีเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มารดามักจะหาเหตุผลมาสนทนากับเธอแล้วก็วกเข้ามาเื่นี้ แม้จะรู้ว่ามารดาหวังดีอยากจะให้เธอเลิกอบายมุขแต่เธอก็ไม่อยากจะได้ยินคำพร่ำสอนของมารดาบ่อยนักถึงอย่างไรเธอก็เป็ไม้แก่ดัดยากเสียแล้วมารดาน่าจะเข้าใจ และยอมปล่อยเธอไปจะดีกว่าเพราะการที่จะให้เธอเลิกดื่มเหล้า เลิกสูบบุหรี่นั้นมันไม่ใช่เื่ที่จะทำได้ง่ายๆ
“ฉันเลิกหวังให้เธอดื่มเหล้าแล้วล่ะจ๊ะแม่วรรณไม่ต้องมาทำท่ารำคาญแม่หรอก”
“วรรณไม่ได้รำคาญ แต่ไม่อยากฟังบ่อย ๆ วรรณโตจนมีลูกโตเป็หนุ่มแล้วนะคะวรรณรู้ว่าการดื่มเหล้าเป็สิ่งไม่ดีทั้งต่อสุขภาพแล้วก็ผิดทั้งศีลข้อห้าแต่จะให้วรรณเลิกดื่มปุบปับได้ไงคะ วรรณเคยดื่มมาั้แ่สาวมันติดจนเลิกไม่ได้แล้ว แม่ก็ควรจะเลิกตั้งความหวังกับวรรณ แต่อย่างน้อยนายปอนด์หลานรักของแม่ก็ไม่ได้เจริญรอยตามวรรณแค่นี้คุณแม่ก็น่าจะพอใจแล้วนะคะ”
“ย่ะ..”
ยายกันยามาศค้อนขวับมองไปนอกรถอย่างไม่ถือสาหาความยายกันยามาศก็พูดสอนไปตามหน้าที่ของความเป็แม่ที่รักและเป็ห่วงลูกเท่านั้นเองหากคำสอนของท่านไม่ได้รับการตอบสนองท่านก็ถือว่าเป็เื่ของกรรมแต่ละคน ทุกวันนี้ยายกันยามาศสามารถปล่อยวางได้หลายเื่แล้ว
“คุณแม่ครับ..จะไปบ้านสวนหรือจะกลับคอนโดครับ”
สิปปกรหันมาถามมารดาที่นั่งข้าง ๆหลังจากที่เขาได้ฟังการสนทนาของสองแม่ลูกผู้เป็มารดาและยายไปอย่างใจหายใจคว่ำไปแล้ว
“ส่งแม่ที่คอนโดก่อนดีกว่า พอดีพวกเพื่อนๆ เขานัดมาปาร์ตี้ที่ห้องน่ะ”
“งั้นผมส่งคุณแม่แล้ว จะไปส่งคุณยายแล้วก็จะค้างกับคุณยายนะครับ” เขาบอกกับมารดา
“จ๊ะ..เดี๋ยวถึงคอนโดปอนด์ก็ขึ้นไปเอาอินทผาลัมมาให้คุณยายด้วยก็แล้วกันพอดีเพื่อนมาจากดูไบเขาซื้อมาฝากคุณยายน่ะ”
คุณประภาวรรณบอกกับลูกชาย แต่เอี้ยวตัวไปทางด้านหลังหวังจะให้ยายกันยามาศรับรู้ด้วยเนื่องจากคุณประภาวรรณ รู้ว่ามารดาชอบรับประทานอินทผาลัมและเธอก็สั่งให้เพื่อนคัดอินทผาลัมเกรดเอ มาให้กับมารดาด้วย
“คุณแม่จำยัยศศิธรเพื่อนวรรณได้ไหมคะ”
เมื่อเห็นว่ามารดายังนั่งเงียบคุณประภาวรรณก็เป็ฝ่ายถามขึ้น
“เพื่อนสนิทเธอที่ไปได้สามีแขกอยู่ที่ดูไบน่ะเหรอ”
ยายกันยามาศถามทำให้คุณประภาวรรณรู้สึกสบายใจขึ้นมาที่มารดาไม่ได้งอนเธออย่างที่เธอเข้าใจ
“นั่นแหละค่ะ..ยัยศศิธรกลับมาเมืองไทยวรรณก็เลยสั่งให้หาอินทผาลัมที่รสชาตดีที่สุดของดูไบมาให้คุณแม่ค่ะ”
“ขอบใจ...แล้วแม่ศศิธรมีลูกเต้ากี่คนแล้วล่ะ”
“คนเดียวค่ะ เป็ลูกสาวเห็นว่าคืนนี้ก็จะพามาให้ดูตัวที่ห้องด้วยค่ะ ความจริงปอนด์น่าจะอยู่ปาร์ตี้ด้วยนะจะได้รู้จักกับลูกสาวของเพื่อนแม่”
คุณประภาวรรณหันมาพูดกับลูกชายในตอนท้าย
“เอาไว้วันหลังดีกว่าครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปส่งยายที่บ้านสวนก่อนก็ได้นะลูก”
ยายกันยามาศอนุญาต
“ไม่เป็ไรครับยาย..นี่ก็ใกล้จะถึงคอนโดอยู่แล้วส่งคุณแม่เสร็จเราก็กลับบ้านสวนกัน”
“ถ้าอย่างนั้นคุณแม่ก็ค้างกับพวกเราที่คอนโดก็ได้นี่คะเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยให้ปอนด์ไปส่งที่บ้านสวน”
คุณประภาวรรณชวนมารดาทั้งที่รู้ว่าเป็ไปไม่ได้เพราะั้แ่คุณประภาวรรณซื้อห้องชุดที่คอนโด มารดาก็ยังไม่เคยมาค้างด้วยสักครั้ง จะมีก็เพียงแวะมาหาหลานชายเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง
“อย่าเลย เดี๋ยวงานปาร์ตี้ก็หมดสนุกกันพอดี”
ยายกันยามาศบอกอย่างอารมณ์ดีทำให้คุณประภาวรรณนึกดีใจ เพราะถ้ามารดาตอบตกลงค้างด้วย เธอก็คงนั่งตัวลีบดื่มเหล้าไม่ได้รสชาติและอึดอัดจนหมดสนุกก็ได้
นัฏนรีขอให้ป้าสมใจมานอนเป็เพื่อนที่ห้องด้วย เพื่อจะได้ช่วยเหลือเธอในเื่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็การอาบน้ำแต่งตัวหรือแม้แต่การเดินการนั่งที่ต้องอาศัยรถเข็นใน่นี้
“คุณหนูขา..ไปนอนบนเตียงดีกว่าค่ะ”
ป้าสมใจจัดแจงพยุงคุณหนูของเธอลุกจากรถเข็นไปเตียงนอนซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามแต่โดยดี
“ป้าสมใจขา..ช่วยเอามือถือให้ดรีมหน่อยสิคะ”
“มือถือ..ของใครคะ”
“ก็....อุ๊ย!..ลืมไปว่ามือถือของดรีมพังไปแล้วพรุ่งนี้คงต้องให้คุณแม่ซื้อให้ใหม่สักทีแต่ตอนนี้ดรีมขอยืมมือถือของป้าก่อนได้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ..แต่คุณหนูจะโทรหาใครคะ”
“คุณยายกันยาค่ะ”
“นี่มันสามทุ่มกว่าแล้วนะคะคุณยายคงจะเข้านอนแล้วล่ะค่ะ ป้าว่าพรุ่งนี้ค่อยโทรดีกว่า”
“งั้นดรีมจะโทรหาปอนด์แทนก็ได้ค่ะ”
“คุณปอนด์ก็คงจะนอนแล้วเหมือนกัน ป้าว่าอย่าเพิ่งโทรไปรบกวนเขาเลยนะคะเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยโทร”
“ก็ดรีมเขาอยากจะโทรตอนนี้ป้าจะขัดใจดรีมทำไมล่ะ”
เสียงของิญญาชวินพูดแทรกขึ้นมาเขาตามนัฏนรีเข้ามาั้แ่ออกจากวัดแล้ว ป้าสมใจสะดุ้งโหยงเหมือนได้ยินเสียงคนมาพูดกรอกหูอยู่ใกล้ๆ
“ว้าย..ตาเถร” นางยกมือทาบอกด้วยความใ
“อะไรคะป้า”นัฏนรีถามด้วยความแปลกใจที่เห็นอาการของป้าสมใจ
“เอ้อ...ปละ..เปล่าค่ะ..ป้าคงจะหูฝาดไปมากกว่า”
“หูฝาด..เหมือนที่ดรีมได้ยินเสียงของวินหรือเปล่า”
นัฏนรีรีบถามด้วยความตื่นเต้น
“อุ๊ย!..ไม่เอาไม่พูดนะคะคุณหนู”
“นี่ป้ากลัวหรือคะเนี่ย ”
“อย่าพูดล้อเล่นแบบนี้สิคะป้าใจคอไม่ค่อยดีเลยค่ะถึงจะไม่ใช่คนที่กลัวผีแต่ก็ไม่อยากได้ยิน ไม่อยากเห็นค่ะ”
“อย่างนี้เขาเรียกว่ากลัวผีนะป้า”
ิญญาชวินพูดกลั้วหัวเราะใส่หูป้าสมใจอีกรอบ
“ว้าย..”
ป้าสมใจร้องเสียงหลงด้วยความใแต่ไม่ใช่เป็เพราะเสียงของชวิน หากแต่มาจากเสียงสัญญานมือถือของนางเองที่ดังขึ้นมาใน่จังหวะที่กำลังอยู่ในอารมณ์หวาดกลัวนั่นเอง
“ใครโทรมาตอนนี้นะ ใหมดเลย”
ป้าสมใจบ่นพร้อมกับเดินไปกดรับสายจากมือถือของตนเอง
“ฮัลโหล...นั่นใครน่ะ” ป้าสมใจถามออกไป
“ผมเองครับป้าสมใจ..ปอนด์ครับ..”
คนโทรมารีบรายงานตัวทันที
“คุณปอนด์เหรอคะ...ค่ะ ยังไม่นอนค่ะได้ค่ะ”
ป้าสมใจสนทนากับคนโทรมาสักพักก็เดินไปยื่นโทรศัพท์มือถือของตนส่งให้นัฏนรี นางคิดว่า สิปปกรช่างใส่ใจคุณหนูเหลือเกิน รู้ว่า่นี้คุณหนูของนางยังไม่ได้ซื้อมือถือใหม่ก็ยังอุตส่าห์โทร.มาที่มือถือของป้าสมใจ เพื่อจะได้พูดคุยกับนัฏนรีถ้าเป็ไปได้ป้าสมใจก็อยากจะลุ้นให้สิปปกรเป็แฟนกับนัฏนรีที่สุด
ป้าสมใจเคยแอบลุ้นให้ชวินกับนัฏนรีเลิกกันไปเสียทีเพราะนางไม่ค่อยถูกชะตากับชวินนัก ดูเขาเป็คนปากหวานเ้าชู้ไม่น่าไว้ใจแถมยังใจร้ายกับสัตว์ได้ลงคออย่างเ้าดุ๊กดิ๊กนั่นปะไร ชวินยังเตะมันด้วยความหมั่นไส้ได้เลยจนนัฏนรีต้องเอาเ้าดุ๊กดิ๊กไปฝากสิปปกรเลี้ยงดูแทน จะว่าไปการที่ชวินเสียชีวิตไปเสียได้ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยก็ทำให้ ดร.นีรนุช กับ ดร.ฉันทวัฒน์สบายใจไม่ต้องมาขัดแย้งมีปัญหากับนัฏนรี เนื่องจากนัฏนรีเข้าข้างคนรักทุกอย่างแถมยังทุ่มเทข้าวของเงินทองปรนเปรอชวินกับครอบครัวของเขาอีกต่างหากป้าสมใจนึกในใจ