เธอเป็ใครกันแล้วมานอนสลบอยู่ที่นี่ได้ยังไง ถ้าดอกเตอร์รู้ เธอคง…ไม่นะ เธอไม่ใช่คนที่จะมาอยู่ที่นี่ เธอต้องกลับไปอยู่ในที่ของเธอและดอกเตอร์ต้องไม่รู้เื่เธอ รวมทั้งเธอก็ต้องไม่รู้เื่ราวของคนที่นี่ท่าทางคงเป็คนมีการศึกษาหรือไม่ก็ฐานะดีคนหายทั้งคนคงต้องมีญาติพี่น้องตามหาบ้างล่ะ
เคยมีคนมาติดเกาะของเขาคล้ายๆ แบบนี้หลายคน แต่คนพวกนั้นสอดรู้สอดเห็นมากจนเกินไป ก็เลย…คนพวกนั้นทำให้เขารู้สึกผิดบาป เขาไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว
แล้วเธอคนนี้ล่ะ
เอริคนึกถึงปัญหาที่รออยู่ข้างหน้าก่อนอื่น เขาคงต้องจัดการอะไรก่อน
“อ้อ ไปเรียกแก้วมาหาพี่ซิ” เอริคหันไปบอกเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนรีรออยากรู้อยากเห็นอยู่หน้าประตู
“ค่ะ” เด็กหญิงรับคำแล้วหันหลังวิ่งปร๋อออกไปทันที
เอริคหันมาพิจารณาคนแปลกหน้าต่อชายหนุ่มสนใจาแที่หัวของเธอเอริคใช้นิ้วเขี่ยไรผมสองสามเส้นที่ปรกปิดาแอยู่ออกรอยแตกเล็กเป็ทางยาวประมาณหนึ่งนิ้ว แผลไม่ใหญ่ แต่อาจจะเริ่มอักเสบเพราะปากแผลบวมแล้วก็มีตุ่มหนองสีเหลืองปนดำคล้ำอยู่ด้วย
เธอเป็ใครมาจากไหนกันนะทำไมมาถึงที่นี่ในสภาพแบบนี้ได้ เอริคมองเสื้อชูชีพขาดวิ่นของเธอแล้วคิดถึงเหตุผล เธอคงเจอเื่ร้ายแรงมา อาจจะมากับเรือนำเที่ยวลำใดลำหนึ่งแล้วเรือคงล่มเรือคงเจอพายุฝน เหมือนกับ… เหมือนกับ”
เอริคไม่อยากนึกถึงชื่อของคนที่ทำให้เขาเ็ป คน ๆ นั้นไม่ใช่คนผิด คนผิดคือเขา เขาเอง เขาเอง
เอริคนึกถึง‘ใคร’ คนหนึ่งชายหนุ่มเผลอใช้นิ้วเขี่ยเส้นผมสีดำที่ระใบหน้าตรง่แก้มให้พ้นไปเผยให้เห็นโครงหน้ารูปไข่
เอริคชะงักมือเมื่อหญิงสาวคล้ายจะรู้สึกตัวหัวเธอส่ายไปมาช้า ๆ ขนตายาวกะพริบ เหมือนจะรู้สึกตัว แต่ก็นิ่งลงไปอีก
“คุณเอริค” เอริคได้ยินเสียงแก้วตรงประตูชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินอย่างเร็วถอยห่างจากหญิงสาวมาใกล้ประตูซึ่งพอดีกับแก้วที่เปิดระตู แต่ยังยืนอยู่หน้าประตูโดยมีเด็กอ้อยืนให้ความสนใจอยู่ด้านหลัง
“แก้ว ไปบอกทุกคนว่าห้ามใครพูดถึงเื่ผู้หญิงคนนี้ ผมขอสั่งห้ามเด็ดขาดผมไม่อยากให้รู้ไปถึงหูของดอกเตอร์ แล้วก็ถ้าเธอฟื้นห้ามใครพูดคุยกับเธอ ถ้าเธอฟื้นให้รีบมาบอกผม ผมจะจัดการเื่ผู้หญิงคนนี้เองจำไว้ กำชับทุกคนอย่าให้เื่ของผู้หญิงคนนี้รู้ถึงหูของดอกเตอร์เด็ดขาดแล้วก็คอยดูพวกเสื้อขาวด้วย อย่าให้เจอกับผู้หญิงคนนี้ เข้าใจมั๊ย”
“ค่ะ” หญิงสาวชื่อแก้วรับคำไปแบบงง ๆทุกทีคุณเอริคไม่เคยเป็แบบนี้ คนแปลกหน้าไม่ใช่มีแค่ผู้หญิงคนนี้คนแปลกหน้าเคยมีมาแล้วหลายคน ทุกคนคุณเอริคไม่เคยสนใจ แต่กับผู้หญิงคนนี้คุณเอริคมีท่าทีแปลก ท่าทีแปลก ๆ เหมือนตอนที่คุณ คุณอะไรน๊าที่เคยมาติดเกาะแบบนี้ เอ…นึกชื่อไม่ออกคุณคนนั้นที่ทำให้คุณเอริคดูสดชื่นมีชีวิตชีวาอยู่พักหนึ่ง แล้วพอเธอกลับบ้านของเธอไป นับแต่นั้นคุณเอริคก็ทำตัวเหมือนพวกเสื้อขาวเข้าไปทุกที
แก้วหันหลังยังไม่ทันก้าวพ้นเขตบ้านเสียงเอริคก็ดังขึ้นไล่หลัง
“แก้ว ช่วยไปเอากล่องยาแล้วก็หาน้ำสะอาดให้สักขวดนะ ขอตอนนี้เลย”
“ได้ค่ะ”
++++++++++++++++++++++
ลำแสงร้อนของแดดยามบ่ายลอดผ่านข้างฝาตรงรอยต่อของหน้าต่างปะทะหน้านวลที่ถูกชำระล้างจนสะอาดแสงสว่างส่องให้เห็นผิวใสวัยสาว
น้ำใสเริ่มรู้สึกตัวเมื่อถูกความร้อนของแดดกระทบใบหน้าหญิงสาวพยายามที่จะเบือนหน้าหนีความร้อนที่ระคายผิว
แวบแรกที่สมองเริ่มคิดคุณพ่อ เราเห็นคุณพ่อ แสดงว่าเราตายแล้ว เราต้องตายแล้วแน่ ๆไม่งั้นเราคงไม่เห็นคุณพ่อ แล้วตอนนี้คุณพ่ออยู่ไหน
น้ำใสน้ำตาคลอด้วยความคิดถึง “คุณพ่อขา คุณพ่อ” น้ำใสเผลอเรียกคุณพ่อออกมาเสียงแ่เบา
หูของน้ำใสได้ยินเสียงตัวเองทำให้หล่อนสงสัยนอกจากนั้นหล่อนยังได้ยินเสียงคลื่น นกร้อง ที่สำคัญหล่อนได้ยินเสียงผู้คนมากมาย แล้วหล่อนยังรู้สึกได้ถึงความร้อนของแดดที่กระทบผิวหน้า
นี่เราตายแล้วจริงหรือเหมือนไม่ใช่
น้ำใสสับสนมึนงง มันเกิดอะไรขึ้นหลังจากเรือโดนพายุ จำได้ว่าไฟดับแล้วเรือก็ล่มหล่อนถูกเรือดูดจมดิ่งลงไปใต้น้ำ ขณะนั้นหล่อนคิดว่าหล่อนคงจะต้องตายแน่ จากนั้น หล่อนจำไม่ได้แล้ว แล้วนี่มันยังไง
สัญชาตญาณบอกว่าหล่อนยังไม่ตาย
น้ำใสพยายามที่จะลืมตาแต่เหมือนมีก้อนหินหรืออะไรสักอย่างทับเปลือกตาไว้มันถึงได้หนักอึ้งความพยายามเป็ไปอย่างลำบากแสงที่ร้อนจี๊ดเหมือนเหล็กแหลมจิ้มดวงตาจนรู้สึกแสบยามเมื่อหล่อนสามารถเผยอเปลือกตาได้นิดหน่อย น้ำใสพยายามอีกครั้ง คราวนี้สำเร็จ หญิงสาวสามารถลืมตาได้เต็มตา
แต่น้ำใสก็ต้องรีบหลับตาลงไปอีกเมื่อตาหล่อนพร่ามัวและแสบจนน้ำตาไหล
หญิงสาวผ่อนลมหายใจยาวลึกช้า ๆ ค่อย ๆ ลืมตาทีละนิด ทีละนิด จนสามารถที่จะลืมตามองรอบตัวได้สำเร็จ บ้านไม้ หล่อนอยู่ในบ้านที่ทำด้วยไม้
น้ำใสรู้สึกได้ทันทีว่าตัวเองยังไม่ตายถ้างั้น ที่นี่ที่ไหน เราเป็อะไร ใครมาช่วยเราไว้ แล้วสุดาทิพย์ล่ะ เรืออีกลุงแก่เ้าของเรือ ลมฝน ลมทะเล พายุ แล้ว แล้ว โอ๊ะ น้ำใสปวดหัวจี๊ดจนต้องยกสองมือขึ้นกุมขมับหญิงสาวบีบเค้นไปตรงรอยบุ๋มที่บัดนี้มีเส้นเอ็นขึ้นปูดโปนเต้นตุ๊บ ๆ
น้ำใสใช้สองมือยันพื้นเตียงไม้ไผ่หยาบ ลุกขึ้น ไม่ไหว เพดานหมุนติ้วไปหมดแขนก็ล้าเหมือนไม่มีแรงจนต้องล้มตัวลงนอนราบอีกครั้ง พยายามอีกจนสามารถนั่งได้เพดานยังคงหมุนอยู่ ซ้ำหมุนแรงและเร็วกว่าเดิม แต่หญิงสาวก็ฝืนตัวให้นั่งได้นานและมั่นคง
น้ำใสสลัดหัวไปมาไล่ความมึนงงรู้สึกเจ็บหน่วงและหนักที่หัวคล้ายมีอะไรมารัดรึงไว้หญิงสาวยกมือขึ้นลูบคลำไปที่หัวตัวเอง เหมือนใครเอาผ้าพันแผลมาพันไว้รอบ ๆ เออ ใช่ เราหัวแตก คงมีคนช่วยเราไว้ แล้วยังช่วยทำแผลให้เราอีก
เราอยู่ที่ไหน เดี๋ยวก่อน เสียงคลื่น เสียงลม ชายทะเลที่นี่ต้องเป็ทะเลที่ไหนสักแห่ง เราอาจถูกน้ำทะเลพัดกลับเข้าฝั่งมาก็ได้น้ำใสนึกถึงหมู่บ้านชาวเลที่หล่อนเจอก่อนที่จะขึ้นเรือจันทร์แรม
น้ำใส้าคำตอบหล่อนอยากรู้ว่าตอนนี้หล่อนอยู่ที่ไหนกันแน่น้ำใสภาวนาในใจขอให้เป็ที่ที่หล่อนจากมาเหมือนที่หล่อนคาดเดา
น้ำใสถัดลำตัวเพื่อให้ขาได้ลงมาเหยียบอยู่กับพื้นล่าง