หลังจากเดินมาเป็ระยะทางสิบลี้ต้นไม้รอบด้านก็เริ่มบางตาลงรอบด้านเริ่มปรากฏร่องรอยของการสัญจรของมนุษย์หลังจากเดินต่อไปอีกสองลี้ด้านหน้าก็ปรากฏหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง
“ในที่สุดก็เจอหมู่บ้านซะที”เทียนเฟิงพูดขึ้นมาด้วยความดีใจ พร้อมกันนั้นก็สาวเท้าก้าวข้าวไปในหมู่บ้าน
เขาเดินเข้าไปในหมู่บ้านจนกระทั่งเจอผู้เฒ่าคนหนึ่ง
“ท่านผู้เฒ่า ข้าขอถามอะไรสักหน่อยจะได้หรือไม่”
“โอ้ เ้าหนุ่ม ไม่คุ้นหน้าเลยนะไม่ใช่คนหมู่บ้านนี้นิ มาจากที่ไหนกันล่ะ”ผู้เฒ่าจ้องหน้าของเทียนเฟิงแล้วถามขึ้นมา
“ข้าเป็นักเดินทางน่ะ ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆจนมาถึงที่นี่แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนก็เลยเข้ามาถามนะ” เทียนเฟิงตอบผู้เฒ่าคนนั้นไป
“อ้อ ที่นี่ก็คือหมู่บ้านจูชิงไงล่ะ”ผู้เฒ่าตอบมาแต่เทียนเฟิงก็ยังไม่รู้ว่าหมู่บ้านนี้อยู่ส่วนไหนของมหาทวีปั์
“เอ่อ ท่านผู้เฒ่าไม่ทราบว่าหมู่บ้านจูชิงนี่อยู่ภายใต้เมืองไหนจักรวรรดิอะไรเหรอขอรับ”เทียนเฟิงถามต่อไป
“ฮ่าฮ่า อยู่ภายใต้เมืองเย่ว์เลี่ยง แห่งจักรวรรดิเทียนซิง ที่นี้เ้ารู้จักหรือยังล่ะ เ้าหนุ่ม”ท่านผู้เฒ่าหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“จักรวรรดิเทียนซิงอย่างงั้นเหรอ ข้ารู้จัก”เทียนเฟิงตอบ แต่ภายในใจของเขายังคงรู้สึกตกตะลึง
ไม่จริงน่านี่ข้าถูกพัดมาไกลขนาดนี้เลยงั้นเหรอบ้านของเทียนเฟิงอยู่ที่หมู่บ้านหมื่นอสูรใกล้กับเทือกเขาหมื่นอสูร ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจักรวรรดิชิ่งซึ่งนั้นหมายความว่าตัวเขาถูกพัดมาไกลถึงเมืองทางทิศเหนือของจักรวรรดิเทียนซิงมันเป็ระยะทางที่ไกลมากๆ
ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกพัดมาไกลขนาดนี้ระยะเวลาที่ข้าโดนกระแสน้ำพัดมาก็ไม่นานขนาดนั้นแต่กลับพาข้าตัดผ่านระยะทางกว่าสามพันลี้ซึ่งถ้าเดินทางโดยการขี่ม้าจะต้องใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนกว่าจะมาถึงได้แต่เขากับโดนกระแสน้ำพัดมาคิดก็รู้ได้เลยว่ากระแสน้ำที่พัดพาเทียนเฟิงมานั่นไหลแรงแค่ไหน
“แล้วถ้าข้าจะเดินทางเข้าเมืองข้าจะต้องไปทางไหนเหรอขอรับ” เทียนเฟิงถามทางเข้าเมืองกับผู้เฒ่าเขาตัดสินใจว่าจะเข้าไปหาข้อมูลในเมืองที่ใหญ่กว่านี้ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป
“จะเข้าเมืองยังงั้นเรอะ เ้าหนุ่มเื่นั้นง่ายมากเ้าเดินไปทางนี้นะเดินตัดหมู่บ้านไปเรื่อยๆ ก็จะออกจากหมู่บ้านเมื่อออกจากหมู่บ้านแล้วก็เดินตรงต่อไปเรื่อยๆสักประมาณหกสิบลี้เ้าก็จะถึงเมืองเยว์เลี่ยงแล้วล่ะ”ผู้เฒ่าบอกทางไปยังเมืองเย่ว์เลี่ยงกับเทียนเฟิงด้วยความใจดี
“ขอบคุณท่านมาก ท่านผู้เฒ่า”เทียนเฟิงประสานมือคำนับด้วยความขอบคุณ
เขาเดินตัดหมู่บ้านจนกระทั่งถึงทางออกจากหมู่บ้านตามที่ผู้เฒ่าบอกเมื่อถึงทางออกหมู่บ้านเทียนเฟิงก็เดินตรงต่อไปตามที่ท่านผู้เฒ่าบอก เขาเจอถนนที่ผู้คนใช้สัญจรไปมาเขาจึงเดินตามถนนไปเรื่อยๆระหว่างเกินทางเขาก็สำรวจทิวทัศน์ข้างทางไปด้วยทิวทัศน์ข้างทางส่วนใหญ่นอกจากจะเป็ป่าเล็กๆเป็หย่อมๆแล้วนอกจากนั้นก็เป็ทุ่งนาซะส่วนใหญ่
จนกระทั่งฟ้าเริ่มมืดในสายตาของเทียนเฟิงก็ปรากฏกำแพงเมืองใหญ่ในระยะสายตาเขาจึงเร่งฝีเท้าขึ้นเพื่อที่จะไปถึงเมืองได้ไวๆเมื่อมาถึงหน้าประตูเมืองเทียนเฟิงสังเกตเห็นทหารเฝ้าประตูเมืองสิบกว่านายยืนคอยรักษาความเป็ระเบียบเรียบร้อยในการเข้าเมืองและบนกำแพงประตูเมืองก็ยังมีทหารคอยยืนประจำการณ์คอยเฝ้าระวังเพื่อรักษาความปลอดภัย
เทียนเฟิงเดินตามฝูงชนผ่านประตูเมืองใหญ่ั์เข้าไปเขาไม่เคยมาที่เมืองนี้จึงไม่รู้ว่าควรจะไปทางไหนเขาจึงเดินเข้าไปถามทหารเฝ้าประตูที่ยืนประจำการณ์อยู่แถวนั้น
“พี่ชายไม่ทราบว่าข้าจะหาร้านขายสมุนไพรได้ที่ไหนเหรอ”
“พึ่งเคยมาที่เมืองนี้หรือ เ้าน่ะ” ทหารเฝ้าประตูถามเทียนเฟิงพร้อมมองสำรวจทั่วทั้งตัวของเทียนเฟิง
“ใช่แล้ว พี่ชายข้าพึ่งเคยเดินทางมาเมืองนี้เป็ครั้งแรก ก็เลยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย”
“เ้าหาร้านสมุนไพรงั้นเหรอที่เมืองนี้มีร้านสมุนไพรอยู่ทั้งหมดสามร้านแต่ล่ะร้านก็อยู่ใกล้ๆกันนั้นแหละแค่อยู่กันคนล่ะตรอก เดินตรงไปตามทางนี้เรื่อยๆเดี๋ยวก็เจอ”ทหารเฝ้าประตูยกมือขึ้นชี้ไปทางถนนสายหลักข้างหน้า
“ขอบคุณพี่ชายมากขอครับ”เทียนเฟิงประสานมือขอบคุณ
“ไม่ใช่เื่ใหญ่หรอก”ทหารเฝ้าประตูยกมือขึ้นโบกไปมา
เทียนเฟิงเดินไปตามถนนสายหลักที่ทหารเฝ้าประตูชี้บอกเขามองสำรวจไปตามสองข้างทางเห็นร้านรวงที่เปิดขายของมากมายหลายประเภทตั้งขายอยู่เรียงรายที่เมืองแห่งนี้คึกคักจริงๆมีผู้คนมากมายหลายประเภทอีกทั้งเทียนเฟิงยังสังเกตเห็นผู้ฝึกยุทธ์หลายคนอีกด้วย
จนกระทั่งเดินมาจนถึงกึ่งกลางของถนนสายตาของเข้าก็เห็นร้านสมุนไพรขนาดใหญ่ร้านหนึ่งซึ่งตกแต่งทางเข้าอย่างสวยงามและประณีตมีผู้คนที่แต่งตัวดูเป็คนมีตังค์เดินเข้าเดินออกมากมาย
เขายืนสังเกตอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านขายสมุนไพรอยู่พักหนึ่งแล้วจึงตัดสินใจที่จะไปดูร้านสมุนไพรอีกสองร้านที่เหลือก่อนแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะขายสมุนไพรให้ร้านไหนดีเขาเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งเจอตรอกอีกตรอกหนึ่งเขาจึงเดินเข้าไปพลางสอดส่ายสายตาหาร้านขายสมุนไพรร้านที่สองไปด้วย
จนในที่สุดเขาก็เจอร้านขายสมุนไพรร้านที่สองซึ่งร้านขายสมุนไพรร้านที่สองนี้ก็ใหญ่และตกแต่งอย่างประณีตไม่แพ้กับร้านแรกเลยแม้แต่น้อยเหล่าลูกค้าที่เดินเข้าเดินออกก็แต่งตัวดูมีฐานะไม่แพ้กันเหมือนกัน
ต่อมาเขาก็เดินไปยังตรอกต่อไปตรอกที่สามนี้เห็นได้ชัดเลยว่าเจริญรุ่งเรืองน้อยกว่าสองตรอกก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัดเชาเดินเข้าไปในตรอกจนกระทั่งเจอร้านขายสมุนไพรร้านที่สามร้านขายสมุนไพรร้านที่สามนั้นดูทรุดโทรมกว่าสองร้านก่อนหน้าอย่างมากเอาจริงๆมันก็ไม่ได้ทรุดโทรมขนาดนั้นแค่เทียบกับสองร้านก่อนหน้านั้นมันช่างดูธรรมดาเกินไปเหล่าลูกค้าที่เข้าออกร้านสมุนไพรนี้นั้นดูก็รู้ว่าเป็แค่ชาวบ้านธรรมดา
หลังจากยืนสังเกตการณ์อยู่พักหนึ่งเทียนเฟิงก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้านขายสมุนไพรร้านที่สามเมื่อเข้าเดินเข้าไปไหนร้านจมูกก็ััได้ถึงกลิ่นหอมของสมุนไพรที่ผสมปนเปกันลอยตลบอบอวลอยู่ภายในร้านขายสมุนไพร
“ยินดีต้อนรับขอรับไม่ทราบว่าลูกค้าท่านมีธุระอะไรหรือขอรับ มาซื้อสมุนไพรหรือว่ามาตรวจรักษาขอรับ”เด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาเดินเข้ามาถามเทียนเฟิง
จากที่เทียนเฟิงสังเกตเด็กหนุ่มหน้าตาธรรมดาน่าจะเป็เด็กรับใช้ของร้านสมุนไพรแห่งนี้
“อ่อ ข้าไม่ได้มาซื้อสมุนไพรหรอกข้ามาขายสมุนไพรน่ะ ที่นี่รับซื้อสมุนไพรหรือไม่” เทียนเฟิงถามออกไป
“รับขอรับ เชิญทางนี้เลยขอรับ”เด็กหนุ่มเดินนำเทียนเฟิงไปที่โต๊ะขายยา
“ลองดูว่าใช้ได้ไหม”เทียนเฟิงหยิบสมุนไพรออกมาจากห่อผ้าที่สะพายหลังเขาวางสมุนไพรเรียงรายไว้บนโต๊ะขายยา
เด็กหนุ่มหยิบสมุนไพรแต่ล่ะต้นขึ้นมาดูอย่างละเอียดเขาตรวจสอบสมุนไพรแต่ล่ะต้นอย่างละเอียดลออ
“โอโห้ สมุนไพรแต่ล่ะต้นนี่สมบูรณ์มากเลยขอรับการเก็บเกี่ยวและการถอนออกมาจากดินถอนออกมาได้ประณีตมากรากยังอยู่ครบสมบูรณ์แทบไม่ได้รับความเสียหายเลยนี่แสดงให้เห็นว่าฝีมือของผู้เก็บไม่ธรรมดาเลยล่ะขอรับ”เด็กหนุ่มพูดออกมาด้วยความทึ่ง
“พอดีปู่ของข้าเป็คนเก็บสมุนไพรฝีมือดีน่ะข้าก็เลยได้เรียนรู้มานิดๆหน่อยๆ” เทียนเฟิงบอกออกไป
“ว่าแต่สายตาของเ้าก็ไม่เบาเหมือนกันนี่ดูจะรู้จักสมุนไพรเป็อย่างดีเลยนะ”
“มันเป็งานนะขอรับและอีกอย่างปู่ของข้าเป็หมอและเ้าของร้านนี้ด้วยขอรับข้าก็เลยได้เรียนรู้เื่สมุนไพรมาั้แ่เด็ก”
“หญ้าเสือโคร่งสภาพสมบูรณ์แบบนี้ราคาหนึ่งร้อยเหรียญทองแดงต้นดาวกระจ่างราคาเก้าสิบเหรียญทองแดง หญ้าลมกรดเจ็ดสิบเหรียญทองแดงส่วนสมุนไพรที่เหลือราคาสองร้อยเหรียญทองแดง รวมทั้งหมดสี่ร้อยหกสิบเหรียญทองแดงขอรับ”เด็กหนุ่มประเมินและสรุปราคาให้เทียนเฟิง
“ดี ราคาสมเหตุสมผล ข้าขายหมดเลย”เทียนเฟิงพอใจกับราคาที่เด็กหนุ่มให้ ซึ่งมันเท่ากับราคาที่เขาประเมินไว้ในใจ
“นี่ขอรับ ทั้งหมดสี่ร้อยหกสิบเหรียญทองแดงขอรับ”เด็กหนุ่มยื่นถุงใส่เหรียญทองแดงให้เทียนเฟิง
“ขอบใจ”เทียนเฟิงรับถุงใส่เงินมาเก็บไว้ในอกเสื้อ
“ข้าขอถามหน่อยแถวนี้พอจะมีโรงเตี้ยมถูกๆบ้างไหม” เทียนเฟิงถามเด็กหนุ่มร้านขายสมุนไพร
“มีขอรับ อยู่ภายในตรอกนี้แหละเดินออกจากร้านแล้วซ้ายเดินไปสักร้อยก้าวก็ถึงแล้วขอรับชื่อว่าโรงเตี้ยมหมาป่าขอรับ” เด็กหนุ่มบอกกับเทียนเฟิง
“ขอบใจมาก”เมื่อพูดจบเทียนเฟิงก็ออกจากร้านขายสมุนไพรเขาเดินไปตามที่เด็กหนุ่มร้านขายสมุนไพรบอกมา
“ต้องเป็ที่นี่แน่เลย”ในที่สุดเทียนเฟิงก็มาถึงหน้าโรงเตี้ยมหมาป่าดูจากสภาพภายนอกก็ดูเป็โรงตี้ยมสามชั้นที่ดูธรรมดาทั่วๆไปเขาเดินเข้าไปภายในโรงเตี้ยม
ภายในโรงเตี้ยมชั้นแรกเต็มไปด้วยโต๊ะกินข้าวซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังนั่งกินดื่มมากมายเสียงพูดคุยดังไปทั่วชั้นแรก
“ยินดีต้อนรับขอรับไม่ทราบว่ามากี่ท่านเหรอขอรับ” เสี่ยวเอ๋อเดินเข้ามาต้อนรับเทียนเฟิง
“คนเดียว ไม่ทราบว่าที่นี่ห้องพักคืนล่ะเท่าไร”เทียนเฟิงถามเสี่ยวเอ๋อ
“ที่นี่มีแต่ห้องพักธรรมดาราคาคืนล่ะยี่สิบเหรียญทองแดงขอรับถ้ารับอาหารด้วยสิบเหรียญทองแดงรวมทั้งหมดสามสิบเหรียญทองแดงขอรับ” เสี่ยวเอ๋อตอบ
“งั้นเอามาห้องหนึ่งพักสองวันแล้วรบกวนเอาอาหารไปส่งที่ห้องให้ด้วย” พูดจบเทียนเฟิงก็ยื่นเงินหกสิบเหรียญทองแดงให้เสี่ยวเอ๋อ
“ได้ขอรับ นี่คือกุญแจขอรับอยู่ชั้นสองอีกเดี๋ยวอาหารจะไปส่งที่ห้องขอรับ” เสี่ยวเอ๋อยื่นกุญแจให้เทียนเฟิง
เทียนเฟิงรับกุญแจมาและเดินขึ้นบันไดไปที่ชั้นสองเขาไขกุญแจเข้าไปในห้องมันเป็ห้องธรรมดาที่มีเตียงหนึ่งหลังกับโต๊ะและเก้าอี้อย่างละหนึ่งตัวเขาเดินเข้าไปนั่งที่เตียงพลางคิดถีงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อนึกย้อนกลับไปเขาก็ยังทำใจยากที่จะเชื่อได้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันช่างมหัศจรรย์เขาที่ไม่กี่วันก่อนยังเป็แค่เด็กหนุ่มชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งตอนนี้เขากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเบิกลมปราณแล้วมันช่างน่าเหลือเชื่อจนเขาคิดว่าเป็ความฝัน
ก๊อกๆๆๆ
“อาหารมาส่งแล้วขอรับ”เสียงของเสี่ยวเอ๋อดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของเทียนเฟิง
แอ๊ดดด
เทียนเฟิงเปิดประตูออกไปรับอาหารเข้ามาเขานั่งกินอาหารที่โต๊ะภายในห้องอย่างตะกละตะกรามเดิมที่เขายังไม่รู้สึกหิวแต่เมื่อมีอาหารมาอยู่ตรงหน้ามันก็ทำให้เขารู้ว่าเขาหิวมากแค่ไหน
“เห้อ อิ่มแปร่เลย” เทียนเฟิงนั่งลูบท้องตัวเอง
“อิ่มแล้วก็ง่วงเลยแหะ นอนดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยคิดว่าจะเอายังไงต่อ” เทียนเฟิงเดินไปนอนบนที่นอนเขาหลับไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่พบเจอเหตุการณ์มากมายมาทั้งวัน