เวลา 02:45 น.
เสียงประกาศจากลำโพงกลางดังก้องกังวานไปทั่วตึกศัลยกรรม ท่ามกลางความเงียบสงัดของยามวิกาล
“ประกาศ Code Blue... Code Blue หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย ชั้น 8... Code Blue หอผู้ป่วยศัลยกรรมชาย ชั้น 8...”
สิ้นเสียงประกาศ ร่างของน้ำขิงที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาลก็ดีดผึงขึ้นอัตโนมัติ เธอกระโจนคว้าหูฟังแพทย์แล้ววิ่งตามอาจารย์หมออคินที่พุ่งตัวออกมาจากห้องพักแพทย์ด้วยความเร็วแสง
ภาพตรงหน้าคือความโกลาหล คนไข้ชายสูงวัยเตียง 12 เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นกะทันหัน พยาบาลกำลังเริ่มปั๊มหัวใจอย่างขะมักเขม้น
“ขอ EKG Monitor! เตรียม Defibrillator (เครื่องกระตุกหัวใจ) !”
อคินตวาดสั่งการเสียงดังฟังชัด ความง่วงงุนหายไปเป็ปลิดทิ้ง เหลือเพียงสัญชาตญาณความเป็หมอที่เฉียบคม เขาเข้าควบคุมสถานการณ์ทันทีราวกับแม่ทัพบัญชาการรบ
“น้ำขิง! มาเปลี่ยนเวรปั๊มหัวใจ... เดี๋ยวนี้!”
“ค่ะ!”
น้ำขิงะโขึ้นไปคุกเข่าบนเตียงคนไข้ สอดประสานมือวางลงบนกึ่งกลางหน้าอก แล้วออกแรงกดตามจังหวะที่ร่ำเรียนมา หนึ่ง และสอง และสาม... เหงื่อเม็ดโตผุดพรายขึ้นเต็มกรอบหน้า แขนของเธอเริ่มล้าแต่เธอหยุดไม่ได้ ชีวิตคนไข้อยู่ในมือเธอ
อคินยืนอยู่ปลายเตียง ตามองกราฟหัวใจ มือข้างหนึ่งจับชีพจรที่ขาหนีบคนไข้ อีกข้างสั่งยา “Adrenaline 1 amp IV push... เตรียมใส่ท่อช่วยหายใจ!”
ผ่านไป 15 นาทีที่ยาวนานเหมือนชั่วกัปชั่วกัลป์ ในที่สุดกราฟเส้นตรงบนจอมอนิเตอร์ก็กลับมาเต้นเป็จังหวะ Sinus Rhythm อีกครั้ง
“ROSC (ชีพจรกลับมาแล้ว) ครับอาจารย์!” แพทย์รุ่นพี่ะโบอก
อคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขามองกราฟหัวใจให้แน่ใจอีกครั้ง ก่อนจะหันมามองน้ำขิงที่นั่งหอบตัวโยน หน้าแดงก่ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงอยู่บนเตียง
“ทำได้ดีมาก...” เขาเอ่ยสั้นๆ แต่น้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความชื่นชมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน “ลงมาได้แล้ว ไปพักเถอะ”
ความรู้สึกหลังจากดึงคนไข้กลับมาจากความตายได้สำเร็จ มันคือความปิติที่มาพร้อมกับอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านไปทั่วกระแสเื หัวใจของน้ำขิงยังเต้นแรงไม่หยุด แม้สถานการณ์จะสงบลงแล้ว
ขณะที่เธอกำลังเดินเซๆ กลับไปที่เคาน์เตอร์ มือหนาอันคุ้นเคยก็คว้าเข้าที่ต้นแขนเธอ แล้วดึงให้เดินตามไปอย่างรวดเร็ว
“อะ... อาจารย์คะ?”
อคินไม่ตอบ เขาพาเธอเลี้ยวเข้าห้องพักเวรที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์พยาบาล แล้วกดล็อคประตูทันที
แกร๊ก!
ห้องพักเวรในยามดึกนั้นคับแคบ มีเพียงเตียงสองชั้นเก่าๆ หนึ่งเตียงและแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงแอร์หึ่งๆ และเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของคนสองคน
อคินดันร่างบางไปชิดกับประตูห้องทันทีที่ล็อคเสร็จ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง โน้มหน้าลงมาบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างรุนแรงและหิวกระหาย มันไม่ใช่จูบที่อ่อนหวาน แต่เป็จูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนที่ตกค้างจากการกู้ชีพเมื่อครู่
“อื้อ!” น้ำขิงครางประท้วงในลำคอ แต่แขนเรียวกลับยกขึ้นคล้องคอเขาไว้แน่น ร่างกายของเธอก็้าการปลดปล่อยไม่ต่างกัน
“เงียบ...” อคินถอนริมฝีปากออก กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากเธอ “พยาบาลอยู่หน้าห้อง ถ้าคุณครางดังพวกเขาจะได้ยิน”
คำขู่นั้นยิ่งกระตุ้นความตื่นเต้นให้พุ่งสูงขึ้นไปอีก น้ำขิงพยักหน้าหงึกหงัก หัวใจเต้นโครมครามแข่งกับเสียงฝีเท้าที่เดินผ่านไปมาหน้าประตู
อคินแสยะยิ้ม เขาถอดหูฟังแพทย์ของตัวเองออกแล้วสวมมันเข้าที่หูของน้ำขิงแทน
“ฟังไว้นะ...” เขาจับส่วนแป้นฟังสอดเข้าไปในเสื้อนักศึกษาของเธอ แนบลงบนอกข้างซ้ายที่หัวใจกำลังเต้นรัว “เดี๋ยวพอผมเข้าไปคุณจะได้ยินเสียงตัวเองชัดๆ ว่า้าผมแค่ไหน”
เขาไม่ถอดเสื้อผ้าให้เสียเวลา เพียงแค่ถลกกระโปรงเธอขึ้น รูดกางเกงชั้นในลงไปที่เข่า แล้วปลดตะขอกางเกงตัวเองลง งัดเอาความแข็งขึงที่พร้อมรบออกมา
อคินช้อนขาข้างหนึ่งของน้ำขิงขึ้นพาดเอวสอบ ก่อนจะจับแก่นกายจ่อที่ปากทางฉ่ำน้ำ แล้วกระแทกสวนเข้าไปทีเดียวจนสุด!
ปึก!
“อื๊อออ!” น้ำขิงเกือบจะกรีดร้องออกมา แต่รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองได้ทัน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความจุกเสียดผสมเสียวซ่าน ผนังห้องพักเวรเย็นเฉียบที่แผ่นหลัง ตัดกับความร้อนระอุที่แทรกเข้ามาในกาย
“ชู่ว...” อคินจุ๊ปากเตือน ั์ตาวาวโรจน์ “อย่าเสียงดัง... เดี๋ยวข้างนอกเขารู้ว่าเรากำลังฉลองกันท่าไหน”
เขาเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออก จังหวะหนักหน่วงรุนแรงแต่ต้องคอยระวังไม่ให้เตียงหรือข้าวของกระทบกันจนเกิดเสียง อคินกดร่างเธอไว้กับประตู อาศัยความแข็งแรงของร่างกายอุ้มประคองเธอไว้ แล้วกระหน่ำซอยสะโพกเข้าใส่จุดกระสัน
ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
เสียงหัวใจของตัวเธอเองดังก้องกังวานผ่านหูฟังเข้ามาในโสตประสาท ทุกจังหวะที่อคินกระแทกเข้ามา ปึก! ปึก! หัวใจของเธอก็ยิ่งเต้นแรงจนแทบะเิ มันเป็ความรู้สึกที่แปลกใหม่และเร้าอารมณ์จนน้ำตาซึม
“ได้ยินไหม เสียงหัวใจคุณ...” อคินกระซิบข้างหู ขบเม้มใบหูเธอเบาๆ “มันบอกว่าคุณชอบ... ชอบให้ผมเอาแบบนี้”
“อื้อ... อื้อ...” น้ำขิงกัดหลังมือตัวเองจนเป็รอยฟัน เพื่อกลั้นเสียงครางที่เล็ดลอดออกมา ขาอีกข้างสั่นระริกแทบยืนไม่อยู่ ถ้าไม่มีเขาจับเอวไว้ เธอคงลงไปกองกับพื้นแล้ว
ความคับแคบของห้องและความเสี่ยงที่จะถูกจับได้ เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงชั้นดี อคินเร่งจังหวะเร็วขึ้น ถอนแก่นกายออกเกือบสุดแล้วตอกอัดกลับเข้าไปเน้นๆ ขยี้จุดเสียวภายในจนน้ำขิงตาเหลือกโพลง
“จะ... จะเสร็จ... หมอคิน...” เธอส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ
“พร้อมกัน เด็กดี...”
อคินกดสะโพกแนบสนิทบดคลึงส่วนหัวเข้ากับจุดที่ลึกที่สุด แช่ค้างไว้แล้วเกร็งกระตุกอย่างรุนแรง ปลดปล่อยธารารักอุ่นจัดพุ่งฉีดเข้าไปในกายเธอระลอกแล้วระลอกเล่า
น้ำขิงกระตุกเกร็ง ร่างกายบีบรัดตัวตนของเขาแน่น เสียงหัวใจในหูฟังเต้นรัวเร็วจนกลายเป็เสียงเดียวกัน ตึกๆๆๆๆ! ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนจังหวะลงเมื่อพายุอารมณ์พัดผ่านไป
ทั้งคู่ยืนกอดกันนิ่งๆ พิงประตูห้องพักเวร เหงื่อกาฬไหลท่วมตัว อคินค่อยๆ ถอดหูฟังออกจากหูของน้ำขิง แล้วจูบซับเหงื่อที่ขมับเธออย่างอ่อนโยน
“เก่งมาก...” เขาชมเธออีกครั้ง ไม่ใช่เื่งาน แต่เป็เื่ที่เธออดทนไม่ส่งเสียงดัง “คืนนี้พักเถอะ เดี๋ยวผมดูคนไข้ต่อเอง”
เขาจัดเสื้อผ้าให้เธอจนเรียบร้อย แล้วเปิดประตูเดินออกไปทำหน้านิ่งสั่งงานพยาบาลต่อหน้าตาเฉย ราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทิ้งให้น้ำขิงทรุดตัวลงนั่งบนเตียงเก่าๆ ในห้องพักเวร กุมหน้าอกตัวเองที่หัวใจยังเต้นไม่เป็จังหวะ... ทั้งจากการกู้ชีพ และจากบทรักที่เร่าร้อนที่สุดในชีวิต