บทนำ
“..จะเรียงร้อย เื่ราว และร่ายมนต์
บันดาลดล มิติใหม่ ให้ประจักษ์
เื่บนโลก ที่เ้ารู้ ยังน้อยนัก
จงตระหนัก เหล่าข้า ออแกเนียน..”
พระเ้าเป็ผู้สร้างมนุษย์ขึ้นมาจริงหรือ?..
แล้วคุณคิดว่าพระองค์จะสร้างเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาจริงหรือเปล่า?..
“ด้วยพลังแห่ง เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช.. ขอบันดาลให้ทุกคนที่อยู่ ณแห่งนี้จงพูดภาษาเดียวกันทั้งหมด..”เสียงละมุนนุ่มลึกดังก้องขึ้น ณ ห้องประชุมเล็กๆ อันแสนลึกลับที่หลบอยู่บนซอกหลืบหนึ่งของโลก.. ซึ่งภายในมีเพียงหลอดไฟรูปหยดน้ำที่คอยให้แสงสีส้มสลัวเพียงดวงเดียวติดอยู่บนเพดานเหนือหัวผู้เข้าร่วมประชุมทั้งเก้าคน
อันเนื่องมาจากมีแสงไฟเพียงน้อยนิดนั้นเองมันจึงไม่สามารถทำให้เห็นใบหน้าของผู้เข้าร่วมประชุมได้อย่างถนัดถนี่นัก แต่ก็พอรับรู้ได้ว่าทุกคนกำลังนั่งบนเก้าอี้ไม้พนักพิงสูงหันหน้าเข้าหาจุดศูนย์กลางของโต๊ะที่มีลักษณะเป็วงกลม
เพียงฉับพลันที่สิ้นสุดคำพูดนั้น ก็ปรากฏเป็แสงสีน้ำเงินสว่างวาบไปทั่วบริเวณก่อนที่ทุกสิ่งอย่างจะเป็ไปตามคำกล่าวทุกประการ..
“ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีเหล่าผู้พิทักษ์แห่งทวีปทั้งเจ็ด และอีกหนึ่งผู้พิทักษ์แห่งทั่วผืนมหาสมุทรที่มาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พิทักษ์คนใหม่ที่พึ่งเจอกันครั้งแรก” เสียงเดิมเอ่ยขึ้นเพื่อเกริ่นเข้าการประชุม
หลังจากพูดจบและกำลังจะเข้าเื่..ความเงียบสงัดได้ก่อตัวขึ้นในชั่วขณะเพราะทุกคนในที่นั้นเหมือนจะรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติไป..
“บึ้มมมมมมม! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ! ”
อยู่ ๆ ก็เกิดะเิใหญ่เสียงอึกทึกดังก้องขึ้น!พื้นที่โดยรอบสนั่นหวั่นไหวราวกับอยู่ในา หลอดไฟดวงน้อยที่คอยให้แสงริบหรี่ก็พลันดับวูบลงจนเหลือแต่ความมืดในคืนข้างแรม
และเมื่อควันโขมงเริ่มเบาบางกลิ่นของดินปืนจากะเิค่อย ๆ เจือจางลง ห้องแห่งความลับจึงถูกเปิดเผย..มันตั้งอยู่บนูเาหินสูงเฉียดฟ้า เบื้องล่างเป็เหวลึกเกินกว่าจะมองเห็นก้นท้องฟ้าครอบคลุมด้วยเมฆครึ้มสีดำทะมึนตลอดเวลาสายฟ้าพลางฟาดผ่าลงมาถี่ยิบราวกับโกรธเกรี้ยวผืนดิน
“หยุด! นี่เ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามภัยคุกคามแห่งสหประชาชาติ! ขอให้ทุกคนเอามือขึ้นไปประสานไว้บนหัว! อย่าขัดขืน! เรามีคำสั่งให้สามารถจับตายพวกคุณได้! ย้ำ! เอามือขึ้นไปประสานไว้บนหัว! อย่าขัดขืน!!”ชายฉกรรจ์ในชุดเกราะสีดำคาดม่วงเต็มเครื่องแบบตะคอกด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าวใส่กลุ่มคนที่กำลังประชุม..
ห้องแห่งความลับถูกรายล้อมไปด้วยทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีในชุดยูนิฟอร์มเดียวกันเกินกว่าครึ่งร้อยนายยังไม่รวมโดรนและอุปกรณ์ล้ำสมัยอื่น ๆ อีกมากเกินคณานับ ทั้งหมดผลักอุปกรณ์ที่ช่วยในการมองเห็นในที่มืดอันติดอยู่บนหน้าผากลงมาประจำการที่ตาสองข้างก่อนจะจ่อเล็งเลเซอร์นำวีถีสีแดงจากอาวุธสุดไฮเทคฯไปที่เป้าหมายทั้งเก้าคน
แต่ถึงจะดูมาดแข็งแกร่งและดุดันเพียงใดก็คงยังไม่ใช่คู่มือของเหล่าคนที่ถูกขนานนามว่าเป็ผู้พิทักษ์อยู่ดีพวกเขาทุกคนยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงอย่างไม่สะทกสะท้าน..
“เก่งเหมือนกันหนิ ที่หาห้องห้องนี้จนเจอ..”เด็กหนุ่มที่ดูจะอายุน้อยที่สุดในกลุ่มเอ่ยปากชม
“เห้อ..ไอ้พวกปัญญาอ่อนนี่อีกแล้ว.. ฉันจะจัดการพวกมันเอง ฝากปกป้องพวกเราด้วยนะพี่ชาย” เสียงห้าวดังขึ้นจากหนึ่งในผู้เข้าร่วมประชุมเขากล่าวด้วยทีท่าสุดเซ็งก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ..
“ไม่ต้องห่วง..”ชายผู้ถูกขอความช่วยเหลือตอบรับพลางปลดปล่อยพลังงานสีฟ้าอันน่าพิศวงออกมาจากแผ่นหลัง
“เพลาๆ มือหน่อยก็แล้วกัน อย่าให้ถึงชีวิตล่ะ” ผู้นำการประชุมกำชับ..
ฝึ่บ..ตู้ม! ! ! ! ! ! ! ! ! !!
ภายในพริบตา..เหล่าทหารหาญฝีมือดีที่ล้อมวงอยู่ก็โดนแรงอัดอะไรบางอย่างโจมตีจนระเนระนาดกันไปเป็แถบๆ ..
จากเหตุการณ์นั้นก็ทำเอาเหล่าผู้บุกรุกที่เหลืออยู่ตกตะลึงไปตามๆ กัน.. หัวหน้ากลุ่มทหารที่ตั้งสติได้ก่อนจึงสั่งการลูกน้องที่ยังเหลืออยู่ของเขา“ยิงพวกมันด้วยกำลังรบสูงสุด!!”
ทันที่ที่ได้รับคำสั่งเหล่าเ้าหน้าที่ผู้คอยปกป้องภัยร้ายให้กับชาวโลกก็ได้เริ่มซัดอาวุธยุทโธปกรณ์อันล้ำสมัยทุกอย่างที่มีเข้าใส่กลุ่มคนที่พวกเขาคิดว่าเป็ภัยต่อมนุษยชาติ!
แต่ทว่า.. กลับไม่มีะุนัดใดแม้แต่นัดเดียวผ่านม่านบาเรียสีฟ้าที่คอยปกป้องกลุ่มผู้ชุมนุมไปได้เลย
“เสียงลูกปืนนี่มันน่าหนวกหูจริงๆ ให้ตายสิ..” ชายอีกคนที่ดูท่าทางรักความเงียบสงบพูดก่อนที่เขาจะเริ่มทำอะไรบางอย่าง..
“กร่อบบ..”
เสียงอันหน้าฉงนดังออกมาจากภายในร่างกายของเหล่าทหาร
“หะ..หัวหน้าครับ!! อยู่ ๆ ผมก็ขยับตัวไม่ได้ครับเหมือนข้อต่อกับกระดูกในร่างกายมันแข็งไปหมด!!” “ผมด้วย!!” “ผมก็เหมือนกันครับ!!”เ้าหน้าที่ที่เหลือะโด้วยความหวั่นกลัวเป็เสียงเดียวกัน
“พวกมัน..เป็ตัวอะไรกันแน่เนี่ย..” หัวหน้ากองรบผู้มีชะตากรรมที่ไม่ต่างอะไรกับลูกน้องพูดเสียงระส่ำ
“ด้วยพลังแห่ง เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ขอบันดาลให้มนุษย์ผู้ไม่เกี่ยวข้องกับเหล่าออแกเนียนจงลืมเื่ราวทั้งหมดเกี่ยวกับชาวออแกเนียนและวาร์ปกลับไปในที่ที่พวกเขาควรอยู่!”ผู้นำประชุมเอ่ยวาจาสิทธิ์
และเช่นเดิม..หลังจบคำกล่าวก็ได้ปรากฏแสงสีน้ำเงินสว่างวาบก่อนที่เหล่าทหารพวกนั้นจะหายวับไปกับตา..
“ทำไมคุณถึงไม่ฆ่าหรือจับพวกมันขังไปซะเลยล่ะ..ไม่งั้นเดี๋ยวพวกมันก็กลับมาสืบจนรู้อีกครั้งว่ามีผู้มีพลังอวัยวะพิเศษอย่างเราอยู่บนโลกแล้วเดี๋ยวก็มาโมเมกล่าวหาว่าพวกเราเป็ภัยคุกคามอีก.. ไม่ได้อะไรนะแต่มันน่ารำคาญชะมัด..” หญิงสาวปริศนาคนหนึ่งในกลุ่มถามขึ้น
“สิ่งนั่นมันอยู่นอกเหนือหน้าที่ของผม”ผู้ร่ายคำพูดวิเศษเผย..
“เอาล่ะเข้าเื่กันได้สักที.. ที่ผมเรียกเหล่าผู้พิทักษ์ทั้งแปดมารวมกันในวันนี้ ก็เพื่อที่จะกำชับให้ทุกคนดูแลความสงบเรียบร้อยของขอบเขตที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเองให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้นเพราะในอีกไม่กี่วันนับจากนี้ การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยออแกเนียนก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วซึ่งผม..ในฐานะผู้อำนวยการมหาวิทยาลัย อาจจะไม่สามารถให้ความสนใจในเื่ภายนอกรั้วมหาวิทยาลัยได้มากเท่าที่ควรหากมีเหตุร้ายอะไรเกี่ยวกับออแกเนียนเกิดขึ้น ผมจะมอบอำนาจในการจัดการให้กับพวกคุณหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม แต่ถ้ามันเหนือบ่ากว่าแรงจริงๆ ก็สามารถติดต่อเข้ามาหาผมได้ในทันที..” เขากล่าวต่อถึงผู้เข้าร่วมประชุมทั้งแปดที่นั่งรายล้อม
“การบ่มเพาะเหล่าผู้มีพลังอวัยวะพิเศษรุ่นใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว..มหาวิทยาลัยออแกเนียนกำลังจะเปิดภาคเรียนแล้ว..”ชายเสียงละมุนนุ่มลึกกล่าวปิดท้าย..