หยู่เปิงเฉียวและหลีมู่จงได้ยินท่านอ๋องกล่าวเช่นนั้นก็ต้องใอีกครั้งที่ท่านอ๋องยอมทำตามที่คุณหนูเว่ยบอกโดยง่ายและไม่มีท่าทีโมโหหรือไม่พอใจอะไรเลยแถมยังให้ค่าตอบแทนแพงแสนแพงนี่ก็เท่ากับว่าคุณหนูเว่ยคุยกับสิบคนก็ได้เป็หมื่นตำลึงเชียวหรือ
"ได้เลยเ้าค่ะเจียวจิงจะทำอย่างสุดความสามารถคุณชายเทียนหลงโปรดวางใจ แต่ว่าเื่ค่าตอบแทนมันจะไม่มากเกินไปหรือเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงที่ได้ยินค่าตอบแทนที่สุดแสนจะแพงก็ดีใจอยู่หรอกแต่ว่าถึงนางอยากได้เงินมากขนาดไหนก็ไม่อยากเอาเปรียบใคร
"หากว่ามันมากไปคุณหนูเว่ยเจียวจิงก็ทำอาหารเลี้ยงข้าสักสามวันเป็เช่นไรคุณหนูเว่ยเจียวจิงจะได้สบายใจ"โม่เทียนหลงกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่านางคิดมากเื่เงินเขาไม่เคยเห็นสตรีใดปฏิเสธเงินของเขามาก่อนแต่ละนางล้วนแต่อยากได้ทั้งนั้นอีกอย่างเขาก็ได้รู้มาว่านางจะทำเหลาอาหารเขาอยากลองชิมฝีมือของนางดูสักครั้ง
"ได้เ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นเราจะไปกันเลยหรือไม่เ้าคะ"เว่ยเจียวจิงตอบรับอย่างง่ายดายแค่ทำอาหารให้กินสามวันไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรสำหรับนาง
"พี่ใหญ่มันจะดีหรือขอรับทำอาหารให้บุรุษที่ไม่ใช่คู่หมั้นคู่หมายคนเขาจะนินทาเอาได้นะขอรับ"เว่ยฮุ่ยิกล่าวขึ้นอย่างกังวลมันจะดูไม่ดีเอาได้
"ไม่เป็ไรหรอกเ้าอย่าคิดมากเลยต่อไปในอนาคตพี่ใหญ่ของเ้าจะเปิดเหลาอาหารต้องทำอาหารให้บุรุษอื่นอีกมากมายกินมันมิใช่เื่ไม่ดีอะไร"เว่ยเจียวจิงอธิบายและให้เหตุผล
"เชิญคุณชายเทียนหลงด้วยนะเ้าคะ แต่ตอนนี้ยังไม่ทันได้เริ่มสร้างเลยแต่ก็อีกไม่นานแล้วละเ้าค่ะ จริงสิเจียวจิงทำข้าวเหนียวมะม่วงมาด้วยคุณชายเทียนหลงอยากลองชิมดูหรือไม่เ้าคะ"เว่ยเจียวจิงหันไปเอ่ยกับนายจ้างใจป๋าของนางด้วยรอยยิ้มสดใสและนึกได้ว่านางนำข้าวเหนียวมะม่วงมาด้วยจึงอยากให้เขาลองกินดูเผื่อถูกใจเขาและเขาอาจจะพาครอบครัวหรือชวนญาติมิตรสหายของเขามาที่เหลาอาหารของนางก็ได้และจะได้ดึงลูกค้ามาเยอะๆนางจะได้มีลูกค้าประจำเว่ยเจียวจิงมองหน้าเขาด้วยสายตาเป็ประกายความหวัง
โม่เทียนหลงมองใบหน้าที่แสดงชัดว่าอยากให้เขาลองกินเ้าอาหารชื่อแปลกๆของนางเขาก็เผลอพยักหน้าให้นางแบบไม่รู้ตัวเสียแล้วลองกินดูก็ไม่เสียหายอะไรเพราะตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย แต่เขารู้สึกไม่พอใจกับคำพูดของนางที่ว่าทำอาหารให้บุรุษอื่นอีกมากมายกินแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มันขัดหูเขายิ่งนัก
"ฮุ่ยิไปเอามาให้พี่ใหญ่ได้หรือไม่อีกอย่างเซาจางอาจจะกำลังตามหาเราอยู่ก็ได้พี่ใหญ่จะรออยู่ที่นี่เพื่อคุยรายละเอียดกับคุณชายเทียนหลงรอเ้า"เว่ยเจียวจิงขอให้น้องชายไปเอาข้าวเหนียวมะม่วงที่รถม้ามาให้นางและอีกอย่างเหอเซาจางอาจจะตามหาพวกนางไม่พบเขาอาจจะเป็ห่วงเอาได้
"ขอรับพี่ใหญ่ข้าจะรีบกลับมา"เว่ยฮุ่ยิได้แต่ตอบรับในเมื่อพี่ใหญ่กล่าวเช่นนั้นแล้วแต่ว่าเขาไม่ให้หมดหรอกนะเขาก็อยากกินเช่นกันว่าจบเขาก็เดินออกไปเพื่อไปเอาข้าวเหนียวมะม่วงมาให้ทันที
เมื่อเว่ยฮุ่ยิออกไปพร้อมกับคนติดตามของโม่เทียนหลงก็เหลือแต่นางกับเขาสองคนที่อยู่ในห้องทำไมต้องมองนางขนาดนั้นด้วยใจมันเต้นแรงแบบแปลกๆยังไงไม่รู้คนยุคนี้หล่อขนาดนี้ได้ยังไงนะโอปป้ามาเองเลยนะเนี่ย
"เหลาอาหารที่จะทำอยู่ที่ใดงั้นหรือ"โม่เทียนหลงถามขึ้นถึงเขาจะรู้ทุกอย่างแล้วก็ตามแต่เขาอยากฟังเสียงนุ่มหวานหูของนางจึงหาเื่คุย
"เหลาอาหารที่เจียวจิงกำลังจะทำ อยู่เขตตงเปียน(ทิศตะวันออก)ของเมืองเ้าค่ะ คุณชายเทียนหลงเป็อะไรหรือไม่เ้าคะ"เว่ยเจียวจิงตอบคำถามโม่เทียนหลงและถามเขากลับเมื่อเห็นสีหน้าของเขาขมวดคิ้วและเอื้อมมือไปที่หลังเหมือนจะเกา
"ไม่มีอะไร"โม่เทียนหลงตอบแต่มือก็ยังเอื้อมไปที่หลังอยู่แต่ว่าไม่ถึง
"มาเ้าค่ะเจียวจิงจะดูให้"ไม่ว่าเปล่าเว่ยเจียวจิงลุกจากที่นั่งและเดินไปหาโม่เทียนหลงเดินอ้อมไปที่หลังของเขาและใช้มือจับที่หลังและถาม
"ตรงไหนเ้าคะ ใช่ตรงนี้หรือไม่"นางใช้มือลูบไปเกาไปที่หลังของเขาและถาม
โม่เทียนหลงไม่คิดว่านางจะกล้าทำเช่นนี้จึงนั่งแข็งทื่อไปมือนุ่มนิ่มนั้นจับลูบเกาไปมาทั่วแผ่นหลังมันทำให้เขารู้สึกแปลกๆ
"ขอบใจเ้าแล้วคุณหนูเว่ยข้าหายแล้ว"โม่เทียนหลงกล่าวขึ้นและหันไปจับมือเว่ยเจียวจิงเอาไว้เพื่อให้นางหยุดทำให้ใบหน้าของทั้งสองอยู่ห่างกันเพียงแค่ฝามือสายตาสบมองกันอย่างใ
"ขออภัยเ้าค่ะ ข้าแค่อยากช่วย"เว่ยเจียวจิงเอ่ยขึ้นเมื่อตั้งสติได้และดึงมือกลับก่อนจะกลับไปนั่งเก้าอี้ของตน ทำไมใจนางถึงสั่นไหวถึงเพียงนี้นะ นางชอบลืมตัวตลอดว่าโลกนี้ชายหญิงไม่ควรชิดใกล้
ทั้งสองใมากได้แต่นิ่งสบตากันอยู่อย่างนั้นเว่ยเจียวจิงรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้งจนกลัวว่าเขาจะได้ยินยิ่งมองใกล้ๆยิ่งเห็นความหล่อเหลาของเขาอ่าช่างเป็ผู้ชายที่มีเสน่ห์จริงๆเสน่ห์แรงมากเสียด้วย
โม่เทียนหลงที่ได้สบตากับเว่ยเจียวจิงก็พานให้หัวใจไม่สงบยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งได้กลิ่นหอมอ่อนๆเฉพาะตัวของนางไม่ฉุนเหมือนสตรีอื่นที่เขาเคยพบเจอเรียวปากจิ้มลิ้มนี่ก็ด้วยมันช่างเย้ายวนใจดีแท้โม่เทียนหลงมองไปที่เรียวปากของนางอย่างอดใจไม่อยู่
"คือว่า...ขออภัยเ้าด้วย"โม่เทียนหลงเอ่ยขออภัยนางที่ล่วงเกินถึงนางจะเป็ฝ่ายมาแนะเนื้อต้องตัวเขาก่อนก็ตามแต่เขาก็ไม่ควรจับมือถือแขนกับสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือนหากมีคนรู้ผู้อื่นจะมองนางไม่ดีเอาได้
"คุณชายเทียนหลงคงไม่ได้ตั้งใจอย่าคิดมากไปเลยเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงกล่าวเป็นางเองที่ผิดไปวุ่นวายกับเขาเพียงแค่หวังดีเท่านั้น นางไม่คิดมากอะไรกับแค่จับมือกันแค่ไม่ถึงนาทีหรอกแต่นางก็รู้สึกเขินๆเหมือนกัน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะก่อนที่จะมีใครพูดอะไรเว่ยเจียวมองไปที่ประตูคนด้านนอกที่เปิดประตูเข้ามาก็คือเว่ยฮุ่ยิและเหอเซาจางนั้นเองที่กลับมาพร้อมกับหยู่เปิงเฉียวและหลีมู่จง
"พี่ใหญ่ข้ามาแล้วขอรับ"เว่ยฮุ่ยิกล่าวและนำห่อข้าวเหนียวมะม่วงมาวางไว้ที่โต๊ะหน้าพี่สาวสองห่ออีกหนึ่งห่อเขาจะเก็บไว้กินเอง
"ขอบใจเ้ามาก คุณชายเทียนหลงลองชิมดูเ้าค่ะถ้าหากติดใจละก็อย่าลืมไปอุดหนุนที่เหลาอาหารของเจียวจิงนะเ้าคะ นี่เรียกว่าข้าวเหนียวมะม่วงเ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงกล่าวขอบคุณน้องชายพร้อมกับชักชวนให้เขาไปอุดหนุนที่เหลาอาหารของนางและยื่นห่อข้าวเหนียวมะม่วงให้กับเขาหนึ่งห่อ ถึงแม้จะเขินอายกับเหตุการณ์เมื่อครู่อยู่แต่ก็ต้องพยายามทำตัวให้เป็ปกติทั้งๆที่ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ
เว่ยฮุ่ยิพึ่งเข้าใจแล้วว่าที่พี่สาวอยากให้คุณชายเทียนหลงกินข้าวเหนียวมะม่วงเพราะอยากจะหาลูกค้าที่มีเงินหนาเผื่อว่าเขาจะพาคนที่มีเงินเช่นเขาหรือแนะนำไปกินที่เหลาอาหารนั้นเอง
โม่เทียนหลงมองห่อข้าวเหนียวมะม่วงที่ห่อด้วยใบตองไว้อย่างดีช่างแปลกเสียจริงเขาแกะห่อใบตองออกก็ได้กลิ่นหอมทันทีและเห็นว่าด้านในมีแค่ข้าวเหนียวและน่าจะเป็ผลไม้อะไรสักอย่างสีเหลืองๆที่นางบอกเขาใช้ตะเกียบที่มีอยู่บนโต๊ะคีบข้าวเหนียวและมะม่วงเข้าปากและเคียวอย่างช้าๆมันอร่อยอย่างเหลือเชื่อมากเขาไม่เคยกินอาหารอะไรที่มีรสชาติอร่อยเช่นนี้มาก่อนมันทั้งหวานหอมแต่ไม่ใช่ความหวานเลี่ยนที่เคยได้กินทั่วไปมันหวานลงตัวกันดีจากที่กินอย่างช้าๆก็กลายเป็ตักกินอย่างรวดเร็วจนหมด
สององครักษ์ที่เห็นท่านอ๋องโม่เทียนหลงของตนกินอาหารของคุณหนูเว่ยเจียวจิงอย่างเอร็ดอร่อยก็ได้แต่สงสัยว่ามันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือถึงทำให้ท่านอ๋องที่กินอย่างช้าๆกลายเป็รีบกินเหมือนกลัวว่าใครจะแย่งกินเสียไม่ปาน
เว่ยเจียวจิงที่เห็นโม่เทียนหลงกินข้าวเหนียวมะม่วงจนหมดโดยไม่พูดอะไรสักคำก็พอใจมากนั้นเพราะเขาต้องชอบอาหารที่นางทำแน่
"ท่านทั้งสองลองชิมดูสิเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงที่เห็นหยู่เปิงเฉียวและหลีมู่จงยืนมองโม่เทียนหลงกินข้าวเหนียวมะม่วงตาไม่กะพริบจึงยกห่อข้าวเหนียวมะม่วงที่เหลืออยู่หนึ่งห่อให้ทั้งสองลองชิม
"ขอบคุณคุณหนูเว่ยขอรับ เรียกข้าว่าหลีมู่จงเถอะขอรับและนี่คือหยู่เปิงเฉียวขอรับ"หลีมู่จงรับมาพร้อมกับกล่าวขอบคุณและแนะนำตัวจากนั้นจึงเปิดออกกินทันทีเขาเองก็อยากรู้ว่ามันจะมีรสชาติเช่นไรถึงทำให้ท่านอ๋องกินจนหมดขนาดนั้นและหยู่เปิงเฉียวก็หยิบกินพร้อมกับคู่หูตน
"โอ้...อร่อยมากขอรับคุณหนู"หลีมู่จงมิน่าเล่าท่านอ๋องถึงได้กินเอากินเอา
"อร่อยมากจริงๆข้าไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน"หยู่เปิงเฉียวตาโต
"ไม่ใช่แค่นี้หรอกนะขอรับที่พี่ใหญ่ข้าทำอร่อยอาหารทุกอย่างที่พี่ใหญ่ทำอร่อยสุดๆ"เว่ยฮุ่ยิคุยอย่างภาคภูมิใจและอวดพี่สาวของตนอย่างภูมิใจ
"คุณชายเทียนหลงชอบหรือไม่เ้าคะ"เว่ยเจียวจิงถามขึ้นเมื่อเขากินหมดแล้วและนางก็รินน้ำชาให้เขาอย่างเอาใจ
"อร่อยดีรสชาติแปลกใหม่ชอบมาก"โม่เทียนหลงตอบสั้นๆแต่ขณะที่พูดสายตากลับจ้องมองนางไม่ละห่างเขายังคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้อยู่
เว่ยเจียวจิงขนลุกซู่เมื่อเจอสาวตาของเขาและไหนจะน้ำเสียงที่นางชอบอีกมันเซ็กซี่มีเสน่ห์จนนางคิดว่าหากเป็ที่โลกก่อนนางจะจับเขากดไปแล้วนะตายแล้วนี้นางจะมาใจเต้นแรงเพราะเด็กยุคโบราณไม่ได้นะ
"เอาละเราไปกันเถอะแต่อย่าลืมว่าคุณหนูเว่ยเจียวจิงตกลงจะทำอาหารให้ข้ากินสามวันเล่า"โม่เทียนหลงลุกขึ้นขณะกล่าวและทวงข้อตกลงกันก่อนหน้านี้กับเว่ยเจียวจิงก่อนจะเดินนำออกไป
"เ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงรับคำอย่างอารมณ์ดีและเดินตามเขาออกไปพร้อมกับเว่ยฮุ่ยิและเหอเซาจาง
เขาพานางเดินไปที่เรือลำแรกที่ขายพวกเครื่องใช้ของคนหัวแดงนางก็ทำหน้าที่แปลและพูดคุยว่าเขา้าสิ่งใดบ้างออกจากเรือลำนี้เข้าลำนั้นไปเรื่อยๆแต่เขาก็ซื้อแค่บางชิ้นเท่านั้นบางลำที่เข้าไปก็ไม่ซื้อก็มีโม่เทียนหลงพาเว่ยเจียวจิงเดินเข้าเรือที่จอดเทียบท่าของชาวต่างชาติแทบจะทุกลำเลยก็ว่าได้จนตอนนี้เหลือแค่นางที่เดินตามเขาและคนสนิทของเขาส่วนเว่ยฮุ่ยินั้นขอไปนั่งรอที่โรงเตี๊ยมใกล้ๆเพราะเหนื่อยถึงเขาเดินไปด้วยก็ไม่ได้ช่วยอะไรและมีเหอเซาจางตามไปดูแลเพราะนางสั่ง อีกอย่างนางมากับโม่เทียนหลงจึงไม่จำเป็ต้องติดตามนาง จนนางจำไม่ได้แล้วว่านางพูดคุยกับชาวต่างชาติมาแล้วกี่คน
"ปิ่นปักผมนี้เท่าไหร่"โม่เทียนหลงถามเว่ยเจียวจิงและนางก็หันไปถามคนขายต่อที่จริงเขาเองก็พูดและฟังเข้าใจแต่เมื่อได้ฟังนางพูดคุยแล้วก็รู้สึกว่านางพูดเก่งกว่าเขาเสียอีก ปิ่นปักผมที่เขาถามมีรูปแกะสลักดอกกุหลาบสวยงามเป็หยกเนื้อดี
"เขาบอกว่าปิ่นนี้ทำมาจากแร่เงินและยังมีหยกแกะสลักลายดอกกุหลาบที่งดงามที่สำคัญมีแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นจึงมีราคาแพงมากเขาขายที่หนึ่งพันตำลึงทองเ้าค่ะคุณชายเทียนหลง"เว่ยเจียวจิงบอกนางถึงกับอึ้งเมื่อสมัยนี้ยุคนี้มีฝีมือขนาดนี้แล้วหรือและยังแกะสลักได้ละเอียดสวยงามมาก
โม่เทียนหลงตกลงซื้อทันทีเว่ยเจียวจิงนึกสงสัยว่าเขาจะซื้อปิ่นปักผมของสตรีไปทำไมหรือว่าเขามีคนรักแล้วหรือว่าจะเป็ภรรยาของเขาจึงซื้อไปฝากนางเมื่อคิดได้ดังนั้นเว่ยเจียวจิงรู้สึกเจ็บแปลบในอกมันโหวงๆยังไงไม่รู้นั้นสินะเราพึ่งเจอกันแค่ครั้งแรกเขาอาจจะมีคนรักอยู่แล้ว นี่นางเป็อะไรไปไม่ได้นางจะคิดมากทำไมกันถึงจะบอกตัวเองแบบนั้นแต่ก็ยังรู้สึกเศร้าอยู่ดี
เมื่อไม่มีสิ่งใด้าแล้วจึงพากันเดินกลับไปหาเว่ยฮุ่ยิที่นั่งรออยู่โรงเตี๊ยมโม่เทียนหลงรู้สึกได้ว่าเว่ยเจียวจิงเงียบลงผิดปกติแต่ก็ไม่ได้ถามออกไปเขาอาจจะคิดไปเองก็ได้
"เอาละวันนี้คุณหนูเว่ยเจียวจิงคุยไปแล้วกี่คน"โม่เทียนหลงถามขึ้นเมื่อนั่งลงเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว
"คุณชายเทียนหลงเรียกข้าว่าเจียวจิงก็ได้เ้าค่ะ"เว่ยเจียวจิงเอ่ยเพราะมันสั้นและเรียกง่ายกว่านางไม่ชอบมีพิธีรีตองอะไรมากมาย
"เจียวจิงจำไม่ได้เ้าค่ะ คิดว่าน่าจะห้าหกคนได้มั้งเ้าคะ"เว่ยเจียวจิงตอบก็นางพูดคุยไปก็เยอะจนจำไม่ได้แล้วจริงๆ
"อืม..เท่าที่ข้าจำได้คุณหนูเจียวจิงคุยไปเยอะมากจริงๆเพราะฉะนั้นเงินค่าตอบแทนที่จะได้ก็ต้องเยอะมากเท่าที่ข้าคำนวนก็สองหมื่นตำลึงทอง หยู่เปิงเฉียวจ่ายค่าตอบแทนให้คุณหนูเจียวจิงด้วย"โม่เทียนหลงกล่าวและเปลี่ยนมาเรียกเจียวจิงสั้นๆตามที่นางบอก จริงๆแล้วนางคุยแค่สิบคนเท่านั้นในเมื่อนางบอกจำไม่ได้เขาจึงจัดการจำให้นางเกินไปเลย
"เ้าค่ะ หากครั้งหน้า้านักล่ามอีกก็ติดต่อมาได้ตลอดเวลาเลยนะเ้าคะ"เว่ยเจียวจิง กล่าวดีจริงๆได้เงินตั้งสองหมื่นตำลึงทองเชียวนะ
เว่ยฮุ่ยิที่ได้ยินจำนวนเงินค่าตอบแทนที่พี่สาวได้มาก็ใมากเงินตั้งสองหมื่นตำลึงทองเชียวนะพี่ใหญ่หาเงินวันเดียวได้มากขนาดนี้เชียวหรือ
ไม่ต่างจากเหอเซาจางที่ได้ฟังจำนวนเงินก็ใไม่แพ้เ้านายเว่ยฮุ่ยิเลยเขานับถือคุณหนูใหญ่จริงๆที่สามารถหาเงินได้มากมายขนาดนี้