ตอนที่9 ปุ๋ยแห่งอนาคต
อาจารย์อู๋ตกตะลึงเมื่อเห็นคะแนนของซ่งเย่ที่ทำถูกต้องหมดทุกข้อ
ในตอนนี้อาจารย์คนอื่นๆมารุมล้อมอาจารย์อู๋ั้แ่เขาพูดพึมพำถึงผลการตรวจข้อที่10 เป็ต้นไป
30 นาทีผ่านไปซ่งเย่ทำแบบทดสอบวิชาเคมีเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เธอยื่นแบบทดสอบให้กับอาจารย์เฮ่อปั๋ว
อาจารย์เฮ่อบอกกับเธอว่า“พรุ่งนี้อาจารย์จะแจ้งผลทดสอบครับ”
น้ำเสียงใจดีและอ่อนโยนดังขึ้นจากเขาเขามีความหวังลึกๆว่าจะค้นพบต้นกล้าที่ดีเช่นกัน
และยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นเมื่อเห็นคะแนนเต็มจากอาจารย์อู๋ที่พวกเขาช่วยกันดู
“นักเรียนซ่งเย่พรุ่งนี้เธอสามารถทำแบบทดสอบวิชาฟิสิกส์ด้วยได้ไหมครับ”เสียงของอาจารย์เล่อไน่ดังขึ้นทันที
ซ่งเย่ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าตอบ“ได้ค่ะ”
อาจารย์หญิงวัยกลางคนที่นิ่งเงียบอยู่นานในตอนนี้เธอไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปจึงเอ่ยถามซ่งเย่ว่า
“เอ่อ ซ่งเย่ทำแบบทดสอบวิชาชีววิทยาด้วยได้ไหมจ๊ะ?”
ซ่งเย่ในตอนนี้ไม่คิดอะไรมากเธอพยักหน้าทันที“ได้ค่ะ”
ท่าทางตอบตกลงที่สบายและผ่อนคลายของเธอกระตุ้นความคาดหวังของอาจารย์มากยิ่งขึ้น
อาจารย์เฮ่อที่ได้คำตอบจากเธอเขารีบตรวจคำตอบทันทีโดยมีเพื่อนอาจารย์มารุมล้อมดูด้วยกัน
ซ่งเย่เดินหันหลังกลับห้อง
ภาคบ่ายนี้เป็ภาษาจีนของอาจารย์ถงผานลุ่ย ซึ่งยังเหลือเวลาเรียนอีกสิบห้านาทีก่อนหมดเวลา
ซ่งเย่เข้าไปนั่งเรียนกับตามปกติและรอให้หมดเวลาเรียน
“กริ๊ง”เสียงกริ่งดังขึ้นหมดเวลาเรียนภาคบ่าย ต่อไปเป็วิชาอิสระ
“ว้าว!”
“กรี๊ด!”
“โอ้โฮ หล่อมาก!”
เวลานี้มีเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวๆในห้องเรียน
เนื่องจากเกาเฉินและเพื่อนชายอีกสามคนมายืนรอซ่งเย่ที่หน้าห้องเรียน
ซ่งเย่ที่เก็บของใส่กระเป๋าเป้เสร็จเรียบร้อย
เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วมองเห็นเกาเฉินยืนกอดอกสบายๆอยู่หน้าห้องโดยมีสาวๆรุมล้อมรอบตัวเขา
แต่สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ซ่งเย่คนเดียว
ซ่งเย่และซูฉีเดินออกไปพร้อมกัน
“ไปกันเถอะครับ”เกาเฉินพูดชวนก่อนที่พวกเขาจะหลีกทางและเดินจากไปพร้อมกัน
ณสนามบาสเก็ตบอล
เวลานี้ซ่งเย่เกาเฉิน ซูฉี และเพื่อนนักเรียนชายหญิงอีกเจ็ดคน
พวกเขาแบ่งออกเป็สองทีมและเล่นด้วยกันอย่างสนุกสนานในครึ่งแรก
แต่ในครึ่งหลังพวกเขาเริ่มเหนื่อยหอบกันจนวิ่งช้าลงมาก
มีเพียงซ่งเย่เกาเฉิน และเพื่อนนักเรียนชายอีก 2 คนเท่านั้นที่ยังคงวิ่งไปมาในสนาม
“โอย! ซ่งเย่!เธอไม่เหนื่อยหรือจ๊ะ?”เสียงบ่นของซูฉีดังขึ้นเมื่อพวกเขาพักเบรก
“เหนื่อยจ้ะ” ซ่งเย่ตอบด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ไม่น่าจะเหนื่อยนะครับไม่เห็นหายใจหอบและมีเหงื่อเลย” เกาเฉินทักขึ้นเมื่อเหลือบมองใบหน้าของเธอ
“ซ่งเย่! เธอเล่นเก่งจริงๆ”เสียงชื่นชมดังมาจากเพื่อนชายของเกาเฉินอีกคน
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าขอบคุณเล็กน้อย
ในเวลานี้มีลูกบาสพุ่งตรงเข้าหาซ่งเย่ด้วยความเร็วสูง
“อ๊ะ!” เกาเฉินรู้สึกตัวและกำลังจะพุ่งตัวออกไปรับลูกแทน
แต่ปรากฏว่าเขาไม่ทันซ่งเย่ที่ขยับตัวยื่นมือออกไปรับลูกบอลด้วยมือเพียงข้างเดียว
“หืม”ซ่งเย่แปลกใจที่ลูกบอลพุ่งมาแบบนี้เธอกวาดสายตามองไปยังทิศทางที่ลูกบาสเก็ตบอลพุ่งมา
พบว่าเป็ชายหนุ่มคนหนึ่งในห้องเรียนเดียวกันกับเธอและยืนอยู่ข้างๆหรูเพ่ยเพ่ยสาวขี้อิจฉานี่เอง!
ซ่งเย่จะไม่สร้างปัญหาท่ามกลางสายตาคนแบบนี้
แต่เธอจะจัดการพวกเขาอย่างแน่นอน
“โอ๊ะ! ขอโทษทีพวกเราไม่ทันระวัง”น้ำเสียงขอโทษผิวเผินดังขึ้นจากปากของหรูเพ่ยเพ่ย
“พวกเธอตั้งใจจะแกล้งซ่งเย่ใช่ไหม?” ซูฉีไม่ยอมรับคำขอโทษที่ไม่จริงใจนั้นเธอออกตัวแทนเพื่อนสนิททันที
“.....”ซ่งเย่จับแขนของซูฉีไว้เมื่อเห็นว่าเธอจะเดินไปหาหรูเพ่ยเพ่ยซึ่งยืนอีกฝั่งของสนาม
“ทำไมล่ะซ่งเย่?” ซูฉีไม่พอใจที่เธอห้ามปรามไว้
“เดี๋ยวจัดการเองจ้ะไม่ใช่ตอนนี้” ซ่งเย่พูดประโยคยาวๆเพื่อให้ซูฉีสบายใจ
“ฮึ่ม! ระวังตัวไว้!”ซูฉียังไม่ยอมแพ้และชี้นิ้วต่อว่าพวกเขาแทน
“กลับบ้านจ้ะ”ซ่งเย่เตือนซูฉีให้เก็บของเตรียมกลับบ้าน
ในเวลานี้เธอแอบหยิบลูกหินขนาดเล็กเท่าเล็บมือจำนวนหนึ่งใส่ในกระเป๋าเสื้อฮู้ด
ซ่งเย่จงใจเดินช้าและปล่อยให้ซูฉีเดินนำไปกับเกาเฉินและคนอื่นๆ
จากนั้นเธอหยิบลูกหินขนาดเล็กสองก้อนออกมา
กวาดสายตามองหามุมอับกล้องวงจรปิดแล้วดีดลูกหินด้วยความแรงและเร็วสูงพุ่งเข้าใส่หัวของหรูเพ่ยเพ่ยและเพื่อนชายคนนั้น
“โอ๊ย!”
“อุ๊ย!”
เสียงร้องด้วยความใและเ็ปดังขึ้น
นักเรียนที่กำลังทยอยเดินไปหน้าประตูโรงเรียน
พลันใที่เห็นหรูเพ่ยเพ่ยและนักเรียนชายล้มลงหัวแตกมีเืสีแดงไหลอาบใบหน้า
ทั้งสองคนร้องไห้และโวยวายเสียงดังด้วยความใและเ็ป
ซ่งเย่มั่นใจว่าพวกเขาจะหาก้อนหินเ่าั้ไม่เจออย่างแน่นอน
เป็เพราะว่าเธอเลือกมุมที่มันกระเด็นออกไปไกลเกินกว่าที่ทุกคนจะคาดคิด
หรูเพ่ยเพ่ยคิดว่าเป็ซ่งเย่อย่างแน่นอน
แต่เมื่อเธอหันหลังไปมองกลับพบว่าซ่งเย่เดินอยู่ด้านหน้าของพวกเธอ
แล้วใครกันที่โยนหินใส่หัวด้านหลังของพวกเธอ?!
และสายตาของซ่งเย่เองก็ดูงุนงงกับเหตุการณ์นี้
“กรี๊ด!!!”หรูเพ่ยเพ่ยกรีดร้องเสียงดังด้วยความโมโหและเ็ป
เสียงดังของเธอทำให้ยามรักษาความปลอดภัยและอาจารย์วิ่งเข้ามาดูด้วยความห่วงใย
และพวกเขาพาเธอไปทำแผลที่ห้องพยาบาล
แต่หรูเพ่ยเพ่ย้าไปโรงพยาบาลพร้อมกับเพื่อนชายของเธอ
อาจารย์จึงตกลงพาพวกเธอไปทันที
ฝูงชนจำนวนมากยืนรายล้อมและซุบซิบด้วยความแปลกใจกับการาเ็ที่ไม่สามารถหาที่ไปที่มาได้
“ตายจริง! นี่มัน์มีตาเสียจริงไม่ทันไร์ลงโทษเสียแล้ว”
น้ำเสียงสะใจของซูฉีดังขึ้นเบาๆพลางเหล่ตามองซ่งเย่อย่างมีความหมาย
“นั่นสิ”ซ่งเย่ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“.....”เกาเฉินเกาหัวด้วยความงุนงง
“เฮ้อ! คิดจะทำคนอื่น ตัวเองโดนเสียเอง”เสียงสบายๆของเพื่อนเกาเฉินดังขึ้น
ทันใดนั้นมีเสียงใของใครบางคน“น้องสาวเป็อะไรไหมจ๊ะ?”
ซ่งเย่หันไปมองด้วยใบหน้าเรียบเฉย“.....”
เสียงอ่อนหวานของซ่งจูหว่านทำให้เกาเฉินและเพื่อนของเขาหันมามองเธอสลับกับซ่งเย่อย่างงุนงง
“ซ่งเย่ไม่เป็ไรใช่ไหมจ๊ะ?”ซ่งจูหว่านแสดงท่าทีอ่อนโยนต่อหน้าทุกคน
“คนที่เป็โน่นหรูเพ่ยเพ่ย เพื่อนเธอน่ะ” ซูฉีที่รู้สึกรำคาญท่าทางแม่ดอกบัวขาวจึงอธิบายแทนซ่งเย่
“ตายจริง! เธอเป็อะไรคะ?”เสียงแปลกใจดังขึ้นจากซ่งจูหว่าน
“ไม่รู้สิเห็นแต่เืเปื้อนเต็มหน้าเลย” ซูฉียักไหล่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ
มุมปากของซ่งจูหว่านกระตุกก่อนขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
เธอไม่คิดว่าคนที่าเ็จะกลายเป็เพื่อนสนิทของเธอที่คอยส่งข่าวของซ่งเย่ให้เธอรู้
“พวกเราเลิกเรียนพร้อมกันถ้าอย่างนั้นกลับไปพร้อมกันเลยดีไหมจ๊ะ?” ซ่งจูหว่านหันมายิ้มหวานใส่ซ่งเย่
“ไม่เป็ไร”ซ่งเย่ปฏิเสธซ่งจูหว่านโดยตรง
จากนั้นเธอเดินออกจากประตูโรงเรียนและเตรียมตัววิ่งกลับบ้านถือเป็การออกกำลังกายไปด้วยในตัว
แต่ทันใดนั้นมีรถฮัมเมอร์สีเขียวเข้มวิ่งเข้ามาจอดใกล้กับที่เธอยืนอยู่
“เอี๊ยด”หลิวเย่หมุนกระจกลงและยื่นหน้ามาทักทายเธอ “มาสิสาวน้อย ผมกำลังกลับบ้านพอดีครับ”
ซ่งเย่เอียงคอมองด้วยความสงสัยครู่หนึ่งก่อนเปิดประตูก้าวขึ้นไปนั่งคู่กับเขา
“คุณทำงานที่ไหนคะ?”
“ทำงานทุกที่ครับ”หลิวเย่ครุ่นคิดก่อนตอบอย่างผ่อนคลาย
“เข้าใจแล้วค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับรู้และไม่ถามอะไรอีก
ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาจนเกือบจะถึงวิลล่าตระกูลซ่ง
พลันเธอถามเขาขึ้นมา“ห้องชั้นบนที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปใช้ได้ไหมคะ?”
หลิวเย่ยิ้มเล็กน้อยกับคำถามของเธอ
เขาสังเกตเห็นว่าเธอสนใจั้แ่ตอนนั้นแล้ว
จึงได้ปรับปรุงใหม่เป็ห้องขนาดใหญ่อยู่ชั้นล่างโดยมีอุปกรณ์ครบครันสามารถเป็ห้องทดลองขนาดย่อม
“ได้สิครับใช้ได้ตลอดเวลา”
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าขอบคุณเขาเสียงอ่อนโยนลงเล็กน้อย
“.....”รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าของหลิวเย่เขาพบว่าเป็ความแปลกใหม่ที่เธอมีน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นนี้
“มาเย็นนี้เลยก็ได้ครับ”เขากล่าวเพิ่มเติมให้เธอก่อนจะลงจากรถ
“ขอบคุณค่ะ”เสียงรับคำเบาๆดังขึ้นก่อนที่เธอจะเดินเข้าประตูวิลล่าไป
หลิวเย่มองตามแผ่นหลังของเธอจนเข้าไปในวิลล่าแล้วเขาถึงขับรถออกไป
ในเวลานี้มีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองตามหลังรถหลิวเย่ไปด้วยความอิจฉาและขุ่นเคืองใจ
ซ่งเย่เดินเข้าห้องโถงและพบกับสายตาเ็าจากหลายคู่
ชายชรา หญิงชราซ่งซ่านเจ๋อ ไป๋จูซี และซ่งจูหว่าน พวกเขากำลังพูดคุยอย่างสนุกสนาน
แต่เมื่อเธอเดินเข้าไปพวกเขาพลันหยุดพูดคุยกันและจ้องมองเธอด้วยความรังเกียจ
ซ่งเย่ไม่สนใจพวกเขาเธอรู้สึกรำคาญจึงเดินขึ้นห้องนอนโดยตรง
“นี่ยังไงล่ะมารยาทของเด็กกำพร้าที่ไม่รู้จักาุโ” เสียงของหญิงชราดังขึ้นตามหลังเธอ
“เธอไม่มีใครสั่งสอนนี่คุณแม่ก็เลยเหมือนคนป่าเถื่อนแบบนี้ล่ะคะ” เสียงสนับสนุนของไป๋จูซีตามหลัง
“เฮ้อ! ที่แท้น้องสาวก็มีคนคอยรับส่งนี่เองค่ะถึงไม่ค่อยอยากกลับบ้านพร้อมกัน”
ซ่งจูหว่านทำทีฟ้องพฤติกรรมซ่งเย่
“หน็อยแน่! เพิ่งไปโรงเรียน จะมีคนรับส่งเลยหรือ?” น้ำเสียงแปลกใจของซ่งซ่านเจ๋อดังขึ้น
“หนูไม่รู้ค่ะเห็นเป็ผู้ชายท่าทางน่ากลัว” ซ่งจูหว่านได้ทีเพิ่มข้อมูลด้านลบเข้าไป
“แบบนี้ต้องลงโทษเด็กอะไรจะชอบมั่วสุมขนาดนี้” เสียงรังเกียจและดูถูกมาจากหญิงชรา
“อย่าเพิ่งตัดสินสอบถามดูก่อน” ความคิดเห็นคล้ายยุติธรรมดังขึ้นจากชายชรา
ความวุ่นวายด้านล่างซ่งเย่ไม่ได้ให้ความสนใจแต่อย่างใด
ซ่งเย่ตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่ปล่อยให้มันทำงานค้างไว้
“เยี่ยม!” เธอพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับแผนงานที่คิดไว้
นั่นคือ“ปุ๋ยแห่งอนาคต”
ข้อมูลจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เธอตั้งค่าไว้ให้ตรวจสอบแร่ธาตุและสสารในโลกนี้
ที่สามารถแปรรูปเป็ปุ๋ยทดแทนธาตุไนโตรเจนฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
และสามารถสลายไปเองได้ภายในสามเดือนถึงหนึ่งปี
ทำให้ลดปัญหาสารเคมีตกค้างปนเปื้อนดินและน้ำไปได้
ปรากฏว่ามีสารตัวหนึ่งชื่อZ ที่ใช้กับใบไม้หรือพืชสีเขียวได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็พืชสดหรือพืชแห้ง
หากใช้ในสัดส่วนที่เหมาะสมสามารถผลิตเป็ปุ๋ยไนโตรเจนหรือฟอสฟอรัสหรือโพแทสเซียมได้
“เยี่ยมจริงๆ”ซ่งเย่พึมพำกับตัวเองที่สามารถแก้ไขปัญหาระดับโลกได้หลายเื่ในเวลาเดียวกัน
สาร Z สามารถผลิตโดยการแปรรูปเกลือจากน้ำทะเลซึ่งมีมากมายในโลกนี้
..........
ซ่งเย่ทำงานเพลินจนถึงเวลา21.00 น.
“โครกคราก!” มีเสียงท้องเธอเรียกร้องอาหารมาเติมเต็มดังขึ้น
ซ่งเย่ส่ายหัวเบาๆที่พบว่าพวกเขาจงใจละเลยเธออย่างสิ้นเชิง
เธอมองดูเวลาและตัดสินใจไปบ้านของหลิวเย่ทันที
“เธอมา เธอไม่มาเธอมา เธอไม่มา เธอมา เธอไม่มา”
เวลานี้หลิวเย่กำลังนั่งนับนิ้วมือเรียวยาวของตนเองและสายตาจ้องมองไปที่ประตู
พลันมีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาและภาพของสาวน้อยเปิดประตูห้องโถงดังขึ้น“แอ๊ด!”
หลิวเย่ยิ้มกว้างอย่างมีความสุขทันที
“มีข้าวไหมคะ?” ซ่งเย่เอามือลูบท้องและมองหน้าหลิวเย่
เขาพลันมีสีหน้าดำคล้ำและไม่พอใจทันทีที่พบว่าสาวน้อยของเขายังไม่ได้ทานข้าว
“มานี่ครับ”เขาเดินเข้าไปผลักไหล่เธอเบาๆให้ไปนั่งรอในห้องอาหาร
จากนั้นเขาเดินเข้าไปในครัวและต้มบะหมี่ให้กับเธออย่างรวดเร็ว
“.....”ซ่งเย่เดินตามหลังเขาและไปยืนพิงขอบประตูห้องครัวพลางมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน
“ต่อไปมาทานที่นี่นะครับจะทำอาหารอร่อยให้กิน วันนี้รีบกินบะหมี่ไปก่อนครับ”
หลิวเย่เหล่ตามองเห็นเธอมายืนที่ประตูจึงเอ่ยบอกเธอเสียงเข้มและจริงจัง
“ได้ค่ะ” ซ่งเย่รับคำทันทีเพราะเธอเองก็เบื่อกับบ้านนั้นเต็มทน
พ่อของเธอคงจะงานยุ่งมากเขาโทรถามเธอทุกวันแต่เขาไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงภายในบ้านว่าเป็อย่างไร?
ซ่งเย่นั่งทานบะหมี่เงียบๆโดยมีหลิวเย่นั่งเท้าคางมองเธอด้วยรอยยิ้มทั้งใบหน้าและแววตา
“อิ่มแล้วขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวเบาๆเมื่อทานหมดแล้ว
“ดึกแล้วจะทำงานต่อไหมครับ?” หลิวเย่ถามด้วยความเป็ห่วง
“คุณจะนอนแล้วหรือคะ?” ซ่งเย่ถามอย่างเกรงใจเขา
“ไม่ครับ ผมเป็ห่วงเธอสาวน้อยต้องพักผ่อนให้เพียงพอนะครับ”
หลิวเย่โบกมือปฏิเสธและกล่าวแนะนำเธออย่างอ่อนโยน
“ทำแป๊บเดียว!” ซ่งเย่ยังคงยืนยันเมื่อเห็นว่าเขาไม่มีปัญหา
“สาวน้อยจะทำอะไรผมรู้ได้ไหมครับ?” หลิวเย่แปลกใจที่เธอมาในเวลานี้จึงเอ่ยถามทันที
“จะแปรรูปเกลือจากน้ำทะเลให้กลายเป็สารZ แล้วใช้กับใบไม้หรือพืชสีเขียวได้ทุกประเภทไม่ว่าจะเป็พืชสดหรือพืชแห้ง หากใช้ใน
สัดส่วนที่เหมาะสมสามารถผลิตเป็ปุ๋ยไนโตรเจนหรือฟอสฟอรัสหรือโพแทสเซียมได้และพวกมันจะสลายไปเองภายในสามเดือนถึง
หนึ่งปีค่ะ”
ซ่งเย่อธิบายแิของเธอให้เขาฟังเมื่อเธอพบว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อเธอ
และที่สำคัญเขายังมีน้ำใจให้ใช้อุปกรณ์ของเขาอีกด้วย
“นี่มันเยี่ยมมากเลยครับสาวน้อยสนใจที่จะเข้าร่วมกับกองทัพไหมครับ?”หลิวเย่ถามด้วยความกระตือรือร้น
หากสาร Z ที่ว่าของเธอสามารถใช้งานได้จริง
นั่นจะเป็การปฏิวัติวงการเกษตรกรรมและวิทยาศาสตร์อาหารอย่างยิ่งใหญ่และทรงพลังมาก
“แบบไหนคะ?” ซ่งเย่เอียงคอถามด้วยความงุนงง
“ให้กองทัพเข้ามามีส่วนร่วมและเป็หุ้นส่วนเล็กๆเพราะสิ่งที่เธอทำมันเป็การปฏิวัติที่ส่งผลกระทบต่อผู้มีอำนาจและผลประโยชน์เป็
อย่างมาก”คำแนะนำของหลิวเย่เป็ไปอย่างจริงใจ
ซ่งเย่ขมวดคิ้วครุ่นคิดตามคำพูดของเขาและเธอเข้าใจความหมายนั้นดี
เธอกำลังกังวลกับความปลอดภัยของพ่อและแม่ของเธอ
หากได้ร่วมมือกับกองทัพของประเทศ
อย่างน้อยก็รับรองความปลอดภัยของครอบครัวเธอได้ระดับหนึ่ง
จนกว่าเธอจะแข็งแกร่งมากกว่านี้
ที่จะสามารถปกป้องคนที่เธอรักได้อย่างเต็มที่
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าเห็นด้วย
“ถ้าเช่นนั้น ผมจะขอเป็หุ้นส่วนด้วยคนหนึ่งได้ไหมครับ?” หลิวเย่ได้ทีเริ่มรุกไล่เธอ
“แค่หุ้นเล็กๆก็พอครับ”เขากล่าวเพิ่มเมื่อเห็นความเฉยเมยจากเธอ
“ได้ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าเล็กน้อย
อย่างน้อยในตอนนี้เธอรู้สึกว่าเขาไว้วางใจได้และเธอ้ามีผู้ช่วยพอดีจึงตกลงอย่างง่ายดาย
เธอไม่กลัวว่าเขาจะทรยศเพราะเธอมีวิธีจัดการกับเขามากมาย
ปรากฏว่าหลิวเย่สามารถช่วยงานเธอได้มาก
เธอประหลาดใจที่พบว่าเขามีความรู้ในด้านคณิตศาสตร์ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยาเป็อย่างดี
และยังมีภาษาต่างประเทศอีกหลายภาษา
ทำให้เธอทำงานร่วมกับเขาอย่างสบายใจ
หลิวเย่เองที่ได้เห็นแบบร่างคร่าวๆจากเธอ
เขาใที่พบว่ามันเกินจินตนาการที่เขาเคยประเมินเธอเอาไว้
ความรู้ที่เธอสามารถประยุกต์ศาสตร์ด้านต่างๆนั้นอยู่ในเกณฑ์สูงกว่าอัจฉริยะทั่วไป
หลิวเย่ยิ่งมีความสุขที่ได้ทำงานและอยู่ใกล้ชิดเธอ
พวกเขาทำงานด้วยกันอย่างเงียบๆจนถึง 00.30 น.
“ไปนอนได้แล้วครับหรือจะนอนที่นี่ผมจะได้จัดห้องไว้ให้” หลิวเย่เอ่ยขึ้นเมื่อพบว่าเวลาดึกมากแล้ว
“พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อแล้วกันค่ะ”ซ่งเย่เข้าใจและเตรียมตัวกลับไปนอน
หลิวเย่เดินออกมาส่งเธอที่หน้าประตู
ทันใดนั้นเกิดลมพัดใบไม้ปลิวว่อนมีใบไม้แห้งใบหนึ่งตกลงบนหัวของซ่งเย่
“หยุดก่อน!”
เสียงของหลิวเย่ดังขึ้นทันใดและบรรยากาศรอบตัวคล้ายหยุดนิ่ง!
ซ่งเย่ตัวแข็งทื่อกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
ทุกอย่างรอบตัวเธอหยุดนิ่ง!
แต่หลิวเย่กลับเดินเข้ามาหาเธอแล้วหยิบใบไม้แห้งออกจากหัวเธออย่างแ่เบา
“อ๊ะ!”หลิวเย่ใที่เห็นว่าซ่งเย่กระพริบตาและมองเขาอย่างสงสัย
ฉับพลันบรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปชั่วพริบตา!
ลมพัดและใบไม้ปลิวกระจายทั่วบริเวณ!
ซ่งเย่ถามหลิวเย่เสียงเรียบ“คุณหยุดเวลาได้หรือคะ?”
หลิวเย่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองก่อนยอมรับเสียงเบา“ใช่ครับ”
“เข้าใจแล้วค่ะ”ซ่งเย่เข้าใจในทันทีว่าหลิวเย่เป็เอสเปอร์คนหนึ่ง
เธอหันหลังเดินกลับวิลลาตระกูลซ่งโดยไม่ได้สนใจอะไรเขาอีก
แต่ระหว่างนั้นเธอทบทวนกระบวนการั้แ่หลิวเย่ะโสั่ง“หยุดก่อน” จนถึงเวลาถูกทำให้หยุดนิ่ง
มันมีการเชื่อมโยงของคำสั่งเป็ตัวกระตุ้นมีพลังบางอย่างหมุนวนรอบบริเวณที่้าหยุดเวลา
และสุดท้ายคือการตัดพลังเพื่อให้เวลากลับคืนมาเหมือนเดิม
องค์ประกอบของการหยุดเวลาชัดเจนในสายตาและความรู้สึกของซ่งเย่ทันที
“.....”ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากด้วยความสนใจ