นับั้แ่อดีตจนถึงปัจจุบัน การปรากฏตัวของบุตรแห่งจักรพรรดิหมายความว่ามีอัจฉริยะที่หาตัวจับยากในรอบหลายยุคสมัย ซึ่งมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะทะลวงเข้าสู่ขอบเขตมหาจักรพรรดิได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว
ทวีปหนึ่งทวีป ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลากี่ปีจึงจะให้กำเนิดบุตรแห่งจักรพรรดิได้สักคน
ทวีปชิงซานให้กำเนิดบุตรแห่งจักรพรรดิครั้งล่าสุด ก็ยังคงอยู่ในยุคาอันไกลโพ้น
กู่เฟิงตื่นรู้กายาศักดิ์สิทธิ์า ได้รับมรดกสืบทอดอันไร้ขอบเขตของราชัน์า ทำให้แผนที่ดวงดาวอันกว้างใหญ่ไพศาลที่ซ่อนเร้นอยู่ในทวีปชิงซาน ปรากฏดาวจักรพรรดิปราณสีม่วงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
การถือกำเนิดของบุตรแห่งจักรพรรดิ ไม่เพียงแต่หมายความว่าเขามีคุณสมบัติที่จะยืนยันมรรคาวิถีเพื่อตั้งตนเป็มหาจักรพรรดิเท่านั้น แต่มันยังหมายความว่าทัณฑ์ราชันเซียนในตำนาน ก็จะจุติลงมาตามด้วย
บุตรแห่งจักรพรรดิที่ถือกำเนิดขึ้นมา มีโชคชะตาฝืนลิขิตฟ้า ไร้ผู้ใดต่อกรได้
ทว่าโชคชะตาของทวีปชิงซานนั้นมีอยู่อย่างจำกัด เมื่อบุตรแห่งจักรพรรดิปรากฏตัว ย่อมต้องแย่งชิงโชคชะตาของผู้ยิ่งใหญ่คนอื่น ๆ ไปอย่างแน่นอน
ขอบเขตราชันเซียนแห่งทวีปชิงซานโชคชะตาอันยิ่งใหญ่ไร้ที่สิ้นสุด โดยธรรมชาติแล้วจึงต้องเป็ผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็คนแรก
กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินที่ซ่อนเร้นอยู่ จะต้องกำจัดขอบเขตราชันเซียนทิ้งไปสักคนสองคน เพื่อลิดรอนโชคชะตาของพวกเขา และนำไปหล่อเลี้ยงบุตรแห่งจักรพรรดิ
จำนวนของขอบเขตราชันเซียนที่จะต้องร่วงหล่นมีมากหรือน้อย ล้วนขึ้นอยู่กับว่าโชคชะตาของบุตรแห่งจักรพรรดินั้นฝืนลิขิตฟ้ามากเพียงใด!
หากขอบเขตราชันเซียน้าที่จะอยู่นอกเหนือเื่ราวเหล่านี้ มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้น นั่นก็คือต้องลงมือกำจัดขอบเขตราชันเซียนด้วยกันเองเสียก่อนที่จะถูกกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินลบเลือนทิ้งไป เพื่อนำโชคชะตาของผู้นั้นมาหักล้างกับทัณฑ์นี้
ขอบเขตราชันเซียนทุกคนล้วนผ่านความยากลำบากมานับครั้งไม่ถ้วน จึงจะสามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของทวีปได้ ย่อมไม่มีผู้ใดเต็มใจที่จะกลายเป็เครื่องสังเวยให้กับการผงาดขึ้นของบุตรแห่งจักรพรรดิ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อใดก็ตามที่มีบุตรแห่งจักรพรรดิปรากฏตัวขึ้น ขอบเขตราชันเซียนในทวีปนั้นก็จะเริ่มมุ่งเป้าเข้าหากัน ทุกคนล้วน้าที่จะสังหารอีกฝ่าย เพื่อรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้
ดังนั้นจึงก่อให้เกิดมหาาสะท้านโลกที่ย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็สีเืขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนกว่าจะมีขอบเขตราชันเซียนร่วงหล่น จึงจะยอมยุติลง
ทัณฑ์ราชันเซียนในตำนาน จึงมีที่มาจากเหตุนี้เอง
โทสะแห่งเต๋า์แผดเผาชั้นฟ้า สร้างความแตกตื่นให้กับสรรพสิ่งและสิ่งมีชีวิตทั้งมวล มันคงอยู่ชั่วครู่หนึ่ง โทสะแห่งเต๋า์จึงค่อย ๆ เลือนหายไป
ระหว่างฟ้าดินย่อมมีกฎเกณฑ์ของมัน กฎเกณฑ์นี้แม้แต่เต๋า์อันสูงสุดก็ไม่อาจฝ่าฝืนได้
ดังนั้น เต๋า์จึงสามารถลงมือกับกู่เฟิงได้เฉพาะในสถานการณ์ที่กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินอนุญาตเท่านั้น ไม่อาจอาศัยเพียงความปรารถนาของตน เพื่อลงมือสังหารทารุณกู่เฟิงตามอำเภอใจได้
ท้ายที่สุดแล้ว เต๋า์ก็เป็ตัวตนที่คล้ายคลึงกับจิตสำนึกของผู้ฝึกตน ซึ่งมีความเห็นแก่ตัวเป็ของตนเอง
หากในอดีตราชัน์าสามารถสังหารเต๋า์และขึ้นเป็แทนได้ เต๋า์ในปัจจุบันก็คงจะเป็ราชัน์าไปแล้ว
...
ป่าปีศาจ์ฟื้นคืนสภาพอากาศที่ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆหมอกอีกครั้ง สัตว์ิญญาที่ถูกโทสะแห่งเต๋า์ข่มขวัญ ยังคงหวาดกลัวไม่หาย ยามที่พวกมันมองไปยังท้องฟ้า แววตาล้วนเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
"ปรากฏการณ์ฟ้าดินที่เกินจริงเช่นนี้ ตกลงแล้วเกิดเื่อันใดขึ้นกันแน่?"
กู่ตง... ผู้นำตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลงยืนอยู่ตรงแนวชายแดนของป่าปีศาจ์ เขาทอดสายตามองไปยังท้องฟ้าที่กลับมาแจ่มใสอีกครั้งด้วยแววตาที่ตื่นตระหนกกระวนกระวาย ภายในใจยังคงหวาดผวา
เมื่อครู่นี้ เขายังรู้สึกสิ้นหวังราวกับว่าร่างกายกำลังจะถูกอัคคี์แผดเผาจนกลายเป็เถ้าถ่าน
"ช่างเถิด ตัวตนที่สามารถก่อให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าดินเช่นนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็ผู้ฝึกตนหรือของวิเศษ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะไปล่วงเกินได้เลย"
กู่ตงสะกดข่มความคิดที่พลุ่งพล่านภายในใจลงไป และดึงความสนใจกลับมาที่เื่การไล่ล่าสังหารกู่เฟิงอีกครั้ง
เมื่อเทียบกับปรากฏการณ์ฟ้าดินที่สร้างความะเืเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาจักรแล้ว การสังหารกู่เฟิงและได้รับรางวัลนำจับที่กู่เว่ยประกาศไว้ต่างหาก จึงจะเป็โชควาสนาที่เขาสามารถเอื้อมถึงได้
โอสถิญญาระดับหกและอาวุธิญญาระดับหก สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ของวิเศษชั้นยอดที่มียอดยุทธ์ในขอบเขตมหาสุญตาเท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติได้
หากกู่เว่ยไม่ได้รับการให้ความสำคัญจากบรรพชน ด้วยตบะบารมีในปัจจุบันของเขา ย่อมไม่มีทางหยิบเอาของวิเศษในระดับนี้ออกมาได้อย่างแน่นอน
ตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลงที่กู่ตงสังกัดอยู่ แม้แต่อาวุธิญญาระดับห้าก็ยังไม่มีให้เห็นเลย จึงสามารถจินตนาการได้ว่าอาวุธิญญาระดับหกและโอสถิญญาระดับหกนั้นมีเสน่ห์เย้ายวนใจเขามากเพียงใด!
ฟุ่บ!
กู่ตงพุ่งทะยานเข้าสู่ป่าปีศาจ์ เป้าหมายชัดเจน ตรงดิ่งไปยังทิศทางหนึ่ง
ไม่นานนัก เขาก็พบคนของตระกูลกู่สาขาเมืองไป๋หลง
"ท่านผู้นำตระกูล!"
เมื่อกู่อวิ๋นและคนอื่น ๆ เห็นกู่ตงผู้เป็ผู้นำตระกูลอันสูงส่งปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างกะทันหัน พวกเขาทุกคนล้วนเผยสีหน้าตกตะลึงออกมา
"ฮ่าฮ่า ท่านผู้นำตระกูล ในที่สุดท่านก็มาถึงแล้ว!"
มีเพียงกู่ต้าซานที่มีท่าทางมีพิรุธเท่านั้น ที่ไม่ประหลาดใจกับการมาเยือนของกู่ตงเลยแม้แต่น้อย เขามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นขณะที่รีบเข้าไปหา
"เ้าคนสารเลว!"
กู่อวิ๋นไม่ใช่คนโง่ เมื่อเขาเห็นปฏิกิริยาของกู่ต้าซาน เขาก็คาดเดาทุกสิ่งทุกอย่างได้ในทันที
เขาโกรธจนกำหมัดแน่น สายตาที่จับจ้องไปยังกู่ต้าซานเต็มไปด้วยจิตสังหาร
เพียงแต่ว่า เมื่อมีกู่ตงผู้เป็ผู้นำตระกูลอยู่ที่นี่ ต่อให้มอบความกล้าให้เขาสักร้อยเท่า เขาก็ยังไม่กล้าลงมืออยู่ดี
หากเขาลงมือ คาดว่ายังไม่ทันได้สังหารเ้าคนถ่อยกู่ต้าซาน ก็คงจะถูกกู่ตงสกัดกั้นเอาไว้ และถูกลงโทษอย่างหนักหน่วงเสียก่อน
"กู่เฟิงอยู่ที่ใด?" กู่ตงเอ่ยถามกู่ต้าซาน
"เรียนท่านผู้นำตระกูล กู่เฟิงคงจะรู้สึกผิดจึงขโมยกระบี่ิญญาระดับห้าแล้วหนีไปแล้ว แต่ข้ารู้ว่าเขาหนีไปที่ใด กลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ในตอนที่เขาจากไปยังไม่ได้ถูกลบเลือนไป" กู่ต้าซานรายงานตามความจริง
ท้ายที่สุดแล้วกู่เฟิงก็ยังอ่อนเยาว์เกินไป ในตอนที่จากไปไม่ได้ลบเลือนกลิ่นอายที่หลงเหลืออยู่ทิ้งไป จึงถูกกู่ต้าซานแอบจดจำเอาไว้ได้
"กระบี่ิญญาระดับห้า! นี่มันเื่อันใดกัน?" ทันทีที่กู่ตงได้ยินว่ามีกระบี่ิญญาระดับห้าด้วย ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงเป็ประกายขึ้นมาในทันที
"ท่านผู้นำตระกูล พวกเราถูกคนชั่วทำร้าย จึงเข้าไปในรังของกิ้งก่าั์มารเพื่อแย่งชิงอาวุธิญญาระดับห้า เกือบจะถูกกิ้งก่าั์มารตัวเต็มวัยสังหารเอาแล้ว เป็กู่เฟิงที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเราได้ทันเวลา กระบี่ิญญาระดับห้าเล่มนั้นสมควรจะเป็ของเขาแล้ว"
"กู่เฟิงช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้ พวกเราไม่สมควรจะเนรคุณตอบแทนบุญคุณด้วยความแค้น!" กู่อวิ๋นรีบเอ่ยปาก อธิบายถึงต้นสายปลายเหตุของเื่ราวทั้งหมดให้กู่ตงฟัง
เดิมทีเขาคิดว่าหลังจากที่กู่ตงได้ฟังคำพูดของตนแล้ว จะยอมล้มเลิกการตามล่ากู่เฟิง แต่ผลปรากฏว่า สีหน้าของกู่ตงกลับไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก
"ท่านผู้นำตระกูลอย่าไปฟังที่เขาพูดเหลวไหล กู่เฟิงช่วยพวกเราก็แค่เพราะหมายตากระบี่ิญญาระดับห้าเล่มนั้นอยู่ หากไม่ใช่เพราะเหตุนั้นเขาจะใจดีถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?"
"กลับเป็กู่อวิ๋นที่ไม่รู้จักรักษาน้ำใจ ข้า้าจะนำข่าวคราวของกู่เฟิงไปรายงานท่าน เขากลับขัดขวางข้า ซ้ำยังตบหน้าข้าหนึ่งทีจนฟันหลุดไปหลายซี่เลยทีเดียว" หลังจากที่กู่ต้าซานพูดจบ เขาก็ถลึงตาใส่กู่อวิ๋นอย่างดุร้าย
"บังอาจ!" เมื่อกู่ตงได้ยินเช่นนั้น เขาก็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาในทันที เขาปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ทำให้กู่อวิ๋นใจนคุกเข่าล้มลงดังตุบ
"ท่านผู้นำตระกูล เื่นี้ไม่ใช่แบบที่เขาพูดนะ..."
"พอได้แล้ว!"
"เมื่อก่อนข้าสอนเ้าไว้อย่างไร? เหตุใดตอนนี้ถึงได้ทำตัวอิดออด โลเลราวกับสตรีเช่นนี้ เพียงแค่นี้ยังจะมาพูดเื่การเป็ยอดยุทธ์อะไรอีก?"
"แถมยังเกือบจะทำลายเื่สำคัญของข้าเสียแล้ว!"
"รอให้ข้าสังหารกู่เฟิงได้ก่อน ค่อยกลับมาคิดบัญชีกับเ้า ต้าซานนำทางไป!" เมื่อกู่ตงพูดจบ เขาก็ออกคำสั่งกับกู่ต้าซาน
"ท่านผู้นำตระกูล ก่อนที่จะไปไล่ล่าสังหารกู่เฟิง ลงโทษกู่อวิ๋นก่อนได้หรือไม่..." กู่ต้าซานกลอกตาไปมา ้าฉวยโอกาสนี้แก้แค้นกู่อวิ๋น
"อืม"
เมื่อกู่ต้าซานเห็นกู่ตงพยักหน้า เขาก็รีบเดินเข้าไปหากู่อวิ๋นที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น กางนิ้วทั้งห้าออก และตบฉาดเข้าที่ใบหน้าของกู่อวิ๋นอย่างแรง
เพียะ!
พรวด!
ตอนที่กู่อวิ๋นตบเขานั้น ใช้เพียงแค่พละกำลังทางกาย ทว่ากู่ต้าซานที่มีจิตใจโเี้ ในเวลานี้กลับใช้พลังิญญา
เพียงฝ่ามือเดียวที่ตบลงไป ก็ทำให้กู่อวิ๋นกระอักเืคำโตออกมา คอแทบจะหักสะบั้นไปแล้ว
"ฮ่าฮ่าฮ่า สะใจยิ่งนัก!" เมื่อกู่ต้าซานเห็นสภาพอันน่าเวทนาของกู่อวิ๋นที่กระอักเืล้มลงบนพื้นจนยากจะลุกขึ้นมาได้ เขาก็หัวเราะลั่นด้วยความตื่นเต้น
"นำทางไป รอให้สังหารกู่เฟิงได้ และได้รับรางวัลนำจับของกู่เว่ยแล้ว ข้าจะตบรางวัลให้เ้าอย่างงาม"
ในเวลานั้นเอง เสียงของกู่ตงก็ดังขึ้น เมื่อกู่ต้าซานได้ยิน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก
กู่ต้าซานรีบพากู่ตงเร่งเดินทางไปยังทิศทางที่กู่เฟิงจากไป เมื่อคนอื่น ๆ ในตระกูลเห็นเช่นนั้น หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็พากันตามไปจนหมด
เหลือเพียงกู่อวิ๋นอยู่ตามลำพัง เขาใช้เวลาพักฟื้นอยู่ครู่ใหญ่จึงจะพยุงตัวลุกขึ้นมาได้ เขากุมปากที่เต็มไปด้วยเืเอาไว้ มองตามทิศทางที่ผู้นำตระกูลและคนอื่น ๆ จากไป แล้วรีบไล่ตามไปเช่นกัน...