“เซียวเฉินเ้าลองหยั่งเชิงระดับพลังของมันดูก่อนระวังตัวให้มากอย่าประมาทเด็ดขาด” ่พลังที่กว้างเกินไปทำให้การกระทำการใดต้องเป็ไปอย่างรอบคอบและรัดกุมจิ้งหวางเองก็ระแวงระวังกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างมากเขาจึงมีคำสั่งให้หัวหน้าองครักษ์เปิดฉากการสู้รบด้วยความระวัง
“รับคำสั่ง”ชายวัยสามสิบตอนกลาง ร่างสูงผิวดำแดงรับคำของผู้เป็นายแล้วจึงก้าวขาออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเซียวเฉินถือดาบเหล็กรมดำระดับหวงต้นไว้มั่นคงแล้วจึงส่งปราณของตนเข้าสู่ดาบ จากนั้นตวัดดาบเหล็กเล่มใหญ่พุ่งตรงไปทางหมาป่าขนเงินอย่างรวดเร็วขณะที่องครักษ์ที่เหลือก็แผ่ปราณป้องกันเพื่อรักษากระบวนทัพให้สอดคล้องกันทั้งรุกและรับ
เซียวเฉินธาตุน้ำด้วยเหตุนี้ปราณของเขาจึงเป็สีดำ
ประกายสีดำแลบขึ้นแล้วจางหายก่อนจะรวมตัวเป็เส้นปราณสังหารมุ่งประจัญทว่าหมาป่าขนเงินหาใช่ชนชั้นสามัญเมื่อมันเห็นปราณคุกคามหมายทำร้ายมันก็คำรามด้วยปราณสังหารตอบโต้ไปอย่างไม่กลัวเกรง ก่อเกิดเป็วงพลังคล้ายคลื่นเสียงสีเงินจางๆ
หนึ่งดำ หนึ่งเงินต่างเต็มไปด้วยพลังสังหารระดับใกล้เคียงกัน
เมื่อสองพลังกันจึงเกิดคลื่นปะทะเป็ระลอกดุจวงน้ำกระเพื่อมกลางสระคลื่นพลังได้พัดพาเอาความกดดันติดตามไปด้วยทุกหนทุกแห่งที่มันไปถึง ดีที่องครักษ์ได้กางเขตป้องกันไว้ก่อนเมื่อแรงกดดันมาถึงมันจึงสลายไปอย่างไม่ยากเย็น
เมื่อกระบวนท่าแรกไม่ได้ผลหัวหน้าองครักษ์หนุ่มจึงลงมือเป็คำรบสองเขารีดเค้นพลังปราณในกายออกมาเต็มสิบส่วนผนึกกำลังเข้าสู่อาวุธในมือแล้วเปิดฉากจู่โจมอย่างไม่รอช้า
หมาป่าเ้าเล่ห์เองก็เตรียมตัวพร้อมพรักมันขยับกายเพียงน้อยร่างก็กระโจนห่างออกไป มันสามารถหลบเลี่ยงพลังดาบที่ส่งไปก่อนหน้ามิหนำซ้ำเ้าสุนัขขนเงินกลับใช้จังหวะนี้โต้กลับอย่างร้อนแรงขาหน้าข้างซ้ายยกขึ้นสูงก่อนจะตวัดอย่างแรงก่อเป็ปราณกรงเล็บสังหารสีเงินขนาดใหญ่กรงเล็บอสูรแล่นล่องดุจมีชีวิต...เป้าหมายของมันคือชายหนุ่มถือดาบใหญ่เล่มนั้น
แม้เซียวเฉินจะตั้งท่าป้องกันโดยใช้ดาบยกขึ้นรับมือแต่กรงเล็บสังหารนั้นแฝงด้วยพลังทำลายล้างระดับสูงเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ เมื่อปราณกรงเล็บปะทะกับใบดาบเหล็กรมดำก็เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบทั้งยังมีแรงกระแทกรุนแรงจนผู้ฝึกตนระดับปฐีขั้น ๔ อย่างเซียวเฉินยังต้องเซถอยถึงสามก้าว
เซียวเฉินถึงกับกระอักเืออกมาคำใหญ่แต่เขาก็แข็งใจยืนหยัดอย่างไม่เกรงกลัว เมื่อตั้งหลักได้อีกครั้ง มือขวาของหัวหน้าเซียวก็เงื้อดาบขึ้นเตรียมจู่โจมอีกครา
“เซียวเฉิน”เสียงทุ้มของผู้เป็นายดังขึ้น เซียวเฉินจึงรั้งดาบกลับรอคำสั่งจากนายเหนือหัว ระหว่างนั้นหนานกงฉางเซินได้โยนผ้าคลุมบรรพตมหานทีของตนไปขวางด้านหน้าหมาป่าเวทก่อเกิดเป็ปราการป้องกันสีขาวโปร่งแสง หากปราการนี้มีเส้นเงาของูเา แผ่นน้ำเป็ทิวทัศน์ภาพวาดงดงามจับตา
ซึ่งเป็ลวดลายเดียวกับที่วาดอยู่บนผ้าคลุมนั้นเอง
เ้าขนเงินจับจ้องสมบัติเวทที่ก่อปราการขวางกั้นอย่างลังเล
“หมาป่าตัวนี้เ้าเล่ห์นัก ระดับฝีมือของมันสูงกว่าเ้าเท่าที่ข้าคาดเดาได้ตอนนี้ ทำให้รู้ว่ามันยังไม่แสดงพลังที่แท้จริงของมันออกมา” คำที่จิ้งหวางพูดขึ้นมานั้นทำให้เหล่าองครักษ์ถึงกับมองหน้ากันอย่างตกตะลึงหัวหน้าเซียวของพวกเขามีฝีมือสูงสุดในบรรดาองครักษ์ทั้งยี่สิบนาย แต่หมาป่าตัวนี้มีฝีมือสูงกว่าหัวหน้าของพวกเขาอีกงั้นหรือ
“สัตว์เวทระดับหวงกลางถ้าจะเทียบกับผู้ฝึกตนก็อาจเทียบได้ั้แ่รากยุทธ์ขั้นก้าวย่างถึงปฐีขั้น ๓แต่เ้าหมาป่าตัวนี้แม้แต่หัวหน้าเซียวลงมือเต็มกำลัง มันยังไม่แสดงพลังที่แท้จริงออกมาตอนนี้ได้แต่ภาวนาว่ามันจะอยู่เพียงชั้นหวงขั้นสูงไม่ได้บรรลุจนไปถึงหวงขั้นสูงสุด มิฉะนั้นต่อให้ข้า เจียหย่งและพวกเ้าทั้งหมดลงมือพร้อมกัน ก็ยังไม่แน่ว่าจะสามารถสยบมันลงได้”บุรุษหน้าหยกที่ยืนเงียบมานานพูดขึ้นข้อมูลที่ออกจากปากชายผู้นี้กลับน่าตระหนกยิ่งกว่าสิ่งที่จิ้งหวางพูดเมื่อครู่เสียอีก
“สัตว์เวทระดับหวงกลางเดิมทีไม่ควรปรากฎในเขตป่าดิบร้อยลี้ด้วยซ้ำเหตุไฉนระดับสูงกว่าจึงได้มาเยือนพวกเราวันนี้กันเล่า” สือเจียหย่งเอ่ยข้อสงสัยของตนเองออกมาแม้พยายามคิดหาคำตอบก็ไม่มีเหตุผลใดมารองรับ
“จะบอกว่าเป็แผนร้ายของเหลียนต้าหวางก็คงไม่ใช่สัตว์เวทระดับหวงขั้นสูงหรือหวงขั้นสูงสุดหากจะควบคุมพวกมันได้อย่างน้อยต้องเป็ชนชั้นนภาขั้นกลางขึ้นไป ซึ่งความสามารถเช่นนี้เ้าเหอเย่เหลียงยังมีไม่มากพอหรือต่อให้มีชนชั้นนภาขั้นกลางหนุนหลังจริง เหตุใดระดับนภาผู้นั้นไม่ลงมือด้วยตนเองกันเล่าทั้งง่ายและรวดเร็วกว่าการใช้สัตว์หน้าขนตัวนี้เป็ไหน ๆ ” หนานกงฉางเซินวิเคราะห์อย่างมีเหตุมีผลข้อที่จะคาดการณ์ว่าเป็แผนร้ายที่มีเหลียนต้าหวางอยู่เื้ัสามารถตัดทิ้งไปได้เลยดังที่คุณชายหนานกงผู้นี้กล่าวมานั่นแหละ
หากมีผู้ฝึกตนระดับนภาจริงชนชั้นสูงผู้นี้สามารถสังหารพวกเขาทั้งหมดได้ในพริบตาทั้งยังสามารถทำลายหลักฐานให้เรียบร้อยหมดจดไม่มีความจำเป็ต้องใช้สัตว์เวทตัวนี้มาลงมือเลย
ยิ่งคิดก็ยิ่งงุนงงเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุผลที่ทำให้สัตว์เวทระดับหวงขั้นสูงตัวนี้ปรากฏตัวที่นี่คืออะไร
กลางป่าดิบร้อยลี้บรรยากาศเงียบเชียบดุจยามอนธกาล สายลมยามบ่ายแทบไม่พัดผ่าน
สถานการณ์ในเวลานี้คือต่างฝ่ายต่างคุมเชิงกันอย่างระแวงระวังแม้ผ้าคลุมบรรพตมหานทีจะสามารถขวางไม่ให้หมาป่าขนเงินโจมตีเข้ามาได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถป้องกันได้ตลอดไปยามนี้จิ้งหวางหนานกงฉางเซินต้องรีบหาวิธีรับมือกับสถานการณ์คับขันตรงหน้าให้เร็วที่สุด
“เรายังไม่รู้ระดับแท้จริงของมันจะทำอะไรบุ่มบ่ามไม่ได้อย่างไรเสียลองลงมือข่มขวัญมันดูก่อน ถ้ามันหนีไปก็ถือว่าเป็โชคของฝั่งเรามิฉะนั้นก็คงต้องสู้ตายกันไปข้างหนึ่ง”สือเจียหย่งซึ่งเป็นายสูงสุดในขบวนเดินทางตัดสินใจเสนอแผนการออกมาซึ่งเขาหวังว่าวิธีแรกจะได้ผลเพราะเขาไม่อยากให้เกิดการสูญเสียขึ้นแม้แต่น้อยการต้องต่อสู้กับสัตว์เวทระดับหวงขั้นสูงตรงหน้าไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลย
“เอาตามที่เ้าว่าก็แล้วกันข้าจะช่วยด้วยอีกแรง”
“ไม่ได้ข้ากับเซียวเฉินจะลงมือร่วมกันดูก่อนหากตึงมือเกินไปเ้าค่อยลงมือ อาการาเ็ของเ้าตอนนี้ยังไม่หายดีหากฝืนใช้ปราณมากเกินไปจะทำให้อาการแย่ลง”จิ้งหวางรีบส่ายหน้าห้ามปรามอย่างขึงขัง เนื่องจากหนานกงฉางเซินาเ็สาหัสใน่ปีสุดท้ายของการท่องแดนยุทธภัณฑ์แม้เวลาจะผ่านมาแล้วเกือบปีแต่อาการของชายผู้นี้ยังไม่หายดี
ก่อนอาจารย์จะสิ้นลมนอกจากพัดและผ้าคลุมบรรพตมหานทีที่ท่านมอบให้พวกเขาคนละชิ้นท่านอาจารย์ยังได้มอบโอสถระดับเสวียนขั้นสูงสุด ซึ่งเป็ของล้ำค่าช่วยฟื้นฟูร่างกายแก่พวกเขาคนละเม็ด...แม้โอสถฟื้นฟูมีคุณอนันต์แต่เพราะหนานกงฉางเซินยังไม่บรรลุระดับนภาจึงจำต้องใช้เวลาถึง๒ ปีในการดูดซับประโยชน์ของโอสถระดับเสวียนขั้นสูงสุดจนหมด ต่อให้จิ้งหวางมอบโอสถของตนให้เขาอีกเม็ดก็ไม่มีประโยชน์อะไรกลับกันมันอาจกลายเป็โทษมหันต์เพราะร่างกายมิสามารถต้านทานสรรพคุณโอสถที่ล้ำลึกได้
จากช่วยรักษาอาจกลายเป็ทำลาย
หนานกงฉางเซินกินโอสถเข้าไปก่อนอาจารย์จะสิ้นลมได้ไม่นานซึ่งนับจนถึงวันนี้เวลาก็ผ่านมาเพียง ๔ เดือนก็เท่านั้นเอง ระหว่างดูดซับพลังโอสถจำต้องรักษาสภาวะปราณให้มั่นคงต้องควบคุมอารมณ์ให้นิ่งเรียบ มิฉะนั้นจะก่อให้เกิดกระแสปั่นป่วนอาการาเ็ที่เริ่มได้รับการรักษาก็จะยืดเยื้อจนต้องใช้เวลามากกว่าที่ควรจะเป็
“ก็ได้” ท้ายที่สุดผู้สวมชุดสีฟ้าน้ำทะเลจำต้องยินยอม
“พวกเ้าทั้งหมดเตรียมรับคำสั่ง”ร่างสูงผึ่งผายยืดกายขึ้นตรงพร้อมเรียกองครักษ์ทั้งหมดมาเพื่อรับคำสั่งไม่ไว้แม้แต่สองคนที่ยืนอารักขาอยู่หน้ารถม้าของฝูอวี้ฉยง
“ลำดับที่ ๑๗ ๑๘ และ ๑๙”จิ้งหวางขานเรียกองครักษ์ตามลำดับในสังกัดชั้น ซึ่งเป็รหัสเรียกแทนชื่อของพวกเขาเพื่อง่ายต่อการเรียกพลและใช้งานในบรรดาองครักษ์ทั้งหมดมีเพียงเซียวเฉินผู้เป็หัวหน้าเท่านั้นที่มีชื่อเรียกส่วนรหัสที่เรียกใช้เขาคือ “หัวหน้าเซียว”
ครานี้มีองครักษ์ติดตามจิ้งหวางทั้งหมดยี่สิบคนถัดจากหัวหน้าเซียวแล้วจึงมีรหัสเรียกแทนเริ่มจากลำดับ ๑ ไปถึง ลำดับ ๑๙
“พวกเ้าทั้งสามอารักขาหน้ารถม้าของเสี่ยวฉยงให้ดีไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นห้ามออกจากบริเวณหน้ารถม้าเด็ดขาด”
“รับคำสั่ง”ชายทั้งสามยกมือประสานค้อมศีรษะแล้วรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อได้รับมอบหมายงานของตน องครักษ์ทั้งสามก็เดินไปประจำที่ของตนซึ่งอยู่ด้านหน้ารถม้าคันใหญ่ที่สุดของขบวนในมือของคนทั้งสามมีกระบี่ชั้นดีถือไว้อย่างมั่นคง
“พวกเ้าที่เหลือจัดขบวนป้องกัน หากข้ากับเซียวเฉินสู้ไม่ไหวให้ลำดับ ๑ เสริมกำลังเข้าสู้ หากสถานการณ์ไม่สู้ดีก็ให้เพิ่มจำนวนครั้งละสองคนไปจนถึงลำดับ๑๐ ส่วนลำดับที่ ๑๑ เอ็ดลงไปให้ประจำที่ของตนสร้างเขตป้องกันต่อไปไม่ต้องสนใจอะไร”กล่าวจบเงาร่างสูงองอาจก็เคลื่อนกายไปยื่นอยู่ด้านหน้าสุดโดยมีเซียวเฉินยืนอยู่ด้านขวาองครักษ์ที่เหลือเรียงแถวกันสองแถวเป็ครึ่งวงกลมแถวละ ๘ คน ขณะที่หนานกงฉางเซินยืนอยู่ด้านหลังสุดของแถวองครักษ์แส้แข็งหกข้อปรากฏขึ้นในมือขวาพร้อมลงมือทันทีหากสถานการณ์ไม่สู้ดี
“ฉางเซิน”สือเจียหย่งเรียกชื่อของสหายรักเป็การส่งสัญญาณหนานกงฉางเซินซึ่งยืนอยู่หลังสุดจึงยกมือข้างที่ว่างของตนแล้วเรียกผ้าคลุมวิเศษกลับคืนมาทันทีที่ผ้าคลุมกลับมาหยุดบนหลังของชายหนุ่มปราการโปร่งแสงลวดลายบรรพตมหานทีก็หายไป
“ลงมือ”สิ้นเสียงของผู้เป็นายสูงสุดของขบวนเขาและเซียวเฉินก็ยกอาวุธในมือฟาดฟันเข้าใส่หมาป่าขนเงินอย่างไม่รอเวลา
จิ้งหวางมีปราณธาตุเพลิงเป็ธาตุประจำกายยามที่กระบี่ตัดสายใยอาวุธระดับหวงขั้นสูงกวัดไกวจึงปรากฏปราณสีแดงฉานลุกโหมด้วยความร้อนรุนแรง
ปราณสีดำและปราณสีแดงสองสายพุ่งโจมตีเข้าใส่หมาป่าร่างสูงใหญ่แต่มันได้เตรียมตัวไว้ก่อนแล้วยามที่ถูกโจมตีมันก็ยกขาหน้าทั้งสองของตนขึ้นพร้อมกันก่อนจะกระทืบลงบนพื้นดินก่อเกิดเสียงสนั่นหวั่นไหวราวแผ่นดินจะเลื่อนลั่น
หลาวศิลานับสิบนับร้อยแทงยอดขึ้นจากพื้น ทำให้ด้านหน้าของสัตว์เวทตัวนี้มีปราการศิลากั้นขวางซ้อนกันหลายชั้น แม้ปราณโจมตีของเซียวเฉินกับจิ้งหวางจะรุนแรง แต่ต้องเสียเวลาอย่างมากเพื่อทำลายบรรดาแท่งหินตรงหน้าให้หมด
ขณะที่แท่งศิลาถูกทำลายจนเหลือเพียง ๑ส่วนสุดท้าย เ้าขนเงินก็ใช้่เวลาเพียงอึดใจเดียว กระโจนร่างของมันขึ้นสูงเสียดฟ้าข้ามผ่านเหนือศีรษะพวกเขาทั้งหมดแล้วไปหยุดอยู่ด้านหน้าองครักษ์สามคนที่กำลังคุ้มภัยอยู่ด้านหน้ารถม้าของฝูอวี้ฉยง
ลมหายใจของหนานกงฉางเซินแทบหยุดลงทันทีที่เห็นว่าเป้าหมายของสัตว์หน้าขนตัวนี้คือใคร
เงาร่างสีฟ้าขยับเคลื่อนไหวไปขวางแต่ตัวเ้าเล่ห์กลับรู้ทันความคิดของชายหนุ่ม ขาหลังของมันกระทืบลงบนพื้นอีกคราบังเกิดหลาวศิลาชุดใหม่ขึ้นขวางทางแท่งหินเหล่านี้เรียงรายกันเป็แถวซ้อนกันเกือบสิบ ความสูงของแต่ละแท่งสูงมากกว่าครึ่งจั้ง
“พวกเ้าทั้งหมดลงมือพร้อมกันข้ากับฉางเซินจะไปช่วยเสี่ยวฉยง” จิ้งหวางรีบสั่งการเสียงดังร่างของเขากับหนานกงฉางเซินเหินขึ้นจากพื้นเพื่อข้ามผ่านยอดศิลาแหลมนับร้อยตรงหน้าแผนการที่วางไว้ก่อนหน้าถูกพับเก็บเพราะความเ้าเล่ห์ของสุนัขหน้าขน
ขณะเดียวกันสามองครักษ์ซึ่งเป็ผู้ฝึกตนระดับปฐีขั้นสองยกกระบี่ในมือฟาดฟันเข้าใส่อย่างพร้อมเพรียงพวกเขาต่างรู้ดีว่าเด็กหญิงภายในรถม้าคือแก้วตาดวงใจของคุณชายหนานกงเพราะฉะนั้นพวกเขาจึงต้องทุ่มเทความสามารถทั้งหมดเพื่อยับยั้งภัยร้ายที่กำลังคุกคามอยู่ตอนนี้
ปราณโจมตีสามสายมีเป้าหมายที่เดียวกันนั่นคือร่างของหมาป่าั์หากสติปัญญาของมันก็ยังคงทำงานได้ดีเลิศไม่แพ้ครั้งก่อนแม้ถูกโจมตีแต่มันก็สามารถะโหลบเลี่ยงได้อย่างปราดเปรียวทุกคราที่มันะโหลบไม่มีช่องโหว่ใดหลงเหลือให้ถูกโจมตีซ้ำ หากหลาวน้ำแข็งที่เกิดจากการลงมือของหนานกงฉางเซินก็ทำให้เ้าเดรัจฉานขนเงินถูกเล่นงานเป็ครั้งแรก
ร่างของมันถึงกับไถลไปหลายสิบก้าวมันไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันที่เกิดมาอายุใกล้ ๕ร้อยปีเข้าไปแล้วจะกลับถูกมนุษย์ระดับปฐีทำร้ายเข้าจนได้
“โจมตีพร้อมกัน”หนานกงฉางเซินสั่งการด้วยเสียงดังกึกก้องทั่วบริเวณทางด้านจิ้งหวางบัดนี้ได้เปลี่ยนอาวุธในมือเป็พัดบรรพตมหานทีแล้วเมื่อเขากรีดพัดของตนออกก็เกิดเสียงสั่นของอากาศ คล้ายเสียงลมลอดผ่านช่องเขาแคบ ๆเพียงได้ยินก็รู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย
ดวงตาสีอำพันจ้องมองไปยังบุรุษทั้งสองที่หยุดยืนอยู่เหนือยอดหลาวศิลาชายร่างโปร่งสวมชุดยาวสีฟ้ามีแส้แข็งระดับหวงสูงแต่ระดับฝึกตนของเขากลับสูงถึงชั้นปฐีขั้น๘ ขณะที่ชายร่างสูงใหญ่ผึ่งผายระดับชั้นปฐีขั้น ๗หากอาวุธเวทในมือของเขาเป็ระดับหวงขั้นสูงสุดไม่นับบรรดาองครักษ์ที่เหลืออีกสิบกว่าคน ที่บัดนี้ต่างพุ่งเป้าสังหารมาที่มันตัวเดียว
ยามนี้มันจึงรู้ตัวว่าหากไม่แสดงความสามารถที่แท้จริงของมันออกมาผู้ที่ต้องสูญสิ้นลมหายใจในสมรภูมิรบครั้งนี้คงไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากตัวมันเองมันอยู่มาเกือบห้าร้อยปีอีกครึ่งก้าวก็บรรลุเขตแดนที่สูงขึ้นไปมันไม่มีวันยอมมาทอดกายทิ้งชีวิตไว้กลางป่าเช่นนี้แน่ ๆคิดได้เช่นนี้มันจึงหลับตาสีเหลืองอำพันลง กายของมันมีสนามพลังปลดปล่อยออกมาจากไอวิเศษเกิดความสั่นไหวปั่นป่วนและน่าพรั่นพรึงเสียยิ่งกว่าเสียงตัดอากาศของพัดบรรพตมหานทีเท่าตัว