ผงฝุ่นลอยตลบอบอวล อยู่ทั่วทุกสารทิศผู้คนที่เดินผ่านมักจะสูดดมมันเข้าไปอย่างไม่เต็มใจ แม้ว่าผู้คนจะสูดดมมันเข้าไปมากเพียงใด แต่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะบ่นถึงมัน มันเป็นเพราะว่าทุกคนต่างคุ้นชินไปกับมันแล้ว
อย่างไรก็ตามภานุที่มักจะเดินเท้าทางไปยังโรงเรียนตอนเช้านั้นกลับบ่นมันทุกวันในเวลาที่ตัวเองออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้านครั้งแรก สาเหตุของฝุ่นควันนั้นเกิดจากอุตสาหกรรมการทำเหมืองขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางตัวเมืองสตาร์แร็คแห่งนี้ซึ่งเป็นบ้านเกิดของชายหนุ่ม
“เมื่อไหร่ตัวฉันจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์บ้างสักที! ”
นี่เป็นประโยคที่ภานุมักจะบ่นตลอดในช่วงเวลาตอนเช้าของทุกวัน อย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่ฝุ่นควันนั้นไม่ใช่ปัญหาเพียงปัญหาเดียวของเมืองแห่งนี้ แต่มันยังมีหมอกที่ซึ่งปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองอยู่แล้ว เมื่อพวกมันรวมกันกลับกลายเป็นว่าผู้คนในเมืองนี้ที่สายตาดีสามารถมองเห็นในรัศมีรอบตัวได้ไม่เกินห้าเมตรเท่านั้นโดยประมาณ
“ฟึบ! ”
หินแร่ตามทางอยู่ๆ ก็ได้เรืองแสงขึ้นมาในทันใดเหมือนกับตะเกียงเปลวไฟที่มักจะเปิดขึ้นในช่วงเวลาตอนเย็นของทุกๆ วัน อย่างไรก็ตามตอนนี้นั้นในเมืองสตาร์แร็คแห่งนี้ยังเป็นเวลาเช้าอยู่!
ไฟจากหินแร่เรืองแสงนั้นถูกจุดขึ้น ทำให้หมอกรอบๆ ดูจางลงไปช้าๆ บนผืนแผ่นดินที่มนุษย์ได้อาศัยอยู่ในปัจจุบันนี้นั้นถูกเรียกว่าดินแดนแห่งสายหมอก สาเหตุที่เหล่ามนุษย์ได้เรียกชื่อนี้นั้นแน่นอนว่าไม่ใช่พวกเขาตั้งกันเองตามใจชอบ แต่เป็นเพราะสภาพแวดล้อมทั่วทุกมุมบนดาวเคราะห์แห่งนี้ได้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก
แล้วเหตุใดมนุษย์จึงต้องมาอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมเช่นนี้กันล่ะ? แน่นอนเรื่องนี้นั้นมีคำตอบอยู่แล้วและมันถูกบันทึกวันในหนังสือประวัติศาสตร์แทบทุกเล่มที่หาอ่านได้
ในอดีตที่ผ่านมานั้นมนุษย์เคยเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่เปรียบเทียบได้กับเหล่าพระเจ้าเมื่ออยู่บนดาวเคราะห์ของพวกเขาที่เรียกว่า” โลก” ในยุคนั้นไม่ว่าจะบนฟ้าหรือใต้ผืนดินมนุษย์สามารถบงการตามใจนึก
อย่างไรก็ตามราวกับว่าสิ่งที่กล่าวออกมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงความฝันจากผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหวงโซ่ด้วยความหยิ่งทะนงกลับกลายเป็นผู้ที่อยู่ลำดับสุดท้ายของหวงโซ่เสียแทน
พระเจ้าที่แท้จริงได้เห็นความหยิ่งทะนงของมวลมนุษย์ ท่านอาจจะโกรธที่ตัวตนอันเล็กจ้อยนั้นริบังอาจอ้างตนว่าเป็นเช่นเดียวกับท่าน โลกมนุษย์ก็ได้ถูกทำลายจนไม่เหลือซาก โดยที่พระเจ้านั้นแทบไม่ได้ใช้ความพยายามใดๆ เลยเสียด้วยซ้ำ ในตอนนั้นเหล่ามนุษย์ได้คิดว่าตนเองนั้นได้จบสิ้นเสียแล้ว…
อย่างไรก็ตาม…พระเจ้านั้นแสนจะมีเมตตา ท่านได้มอบโอกาสครั้งใหม่ให้กับมนุษย์โดยให้มนุษย์ได้เริ่มต้นใหม่กับดาวเคราะห์ดวงใหม่ โดยพระเจ้าได้มอบนามให้กับดาวเคราะห์นี้ว่า “พระเจ้า! ” ดังนั้นแล้วนอกจากชื่อดินแดนที่ผู้คนมักจะเรียกกันว่าดินแดนแห่งสายหมอกแล้ว ยังมีอีกชื่อเรียกว่าดินแดนแห่งพระเจ้าซึ่งแม้จะไม่ได้เรียกกันอย่างติดปากเหมือนชื่อแรก แต่ผู้คนไม่เคยคิดจะลืมเกี่ยวกับมัน
ดาวเคราะห์ดวงใหม่และการเริ่มต้นใหม่ในเวลาเดียวกัน เทคโนโลยีของมนุษย์ที่เจริญก้าวหน้าได้ถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น แม้แต่ความทรงจำเกี่ยวกับมันมนุษย์ก็ยังคงไม่มีเหลือ หากไม่มีหนังสือประวัติศาสตร์ที่เหลือทิ้งเอาไว้ พวกเขาคงจะคิดว่าตนเองนั้นเป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ
ในดินแดนแห่งสายหมอกนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่มนุษย์ไม่รู้จัก และสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่แข็งแกร่งเกินกว่ามนุษย์จะเทียบได้ทำให้การเริ่มต้นใหม่นั้นเป็นไปด้วยความยากลำบากและเกือบจะทำให้มนุษยชาติต้องสูญพันธุ์ อย่างไรก็ตามการที่มนุษย์ได้เรียนรู้อดีตของตนเองจากบันทึกประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าหลงเหลือให้นั้นทำให้เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เนื่องจากทราบว่าตนเองนั้นเคยเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมาก่อน จากมนุษย์ที่ไร้หนทางต่อสู้กับเหล่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่แข็งแกร่งกว่า กลับดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งด้วยความที่เชื่อว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งที่สุด เพียงแค่ความเชื่อนี้นั้นมนุษย์ได้ค้นพบความแข็งแกร่งจากธรรมชาติของตนเอง มันเป็นวิธีที่จะทำให้มนุษย์นั้นเติบโตขึ้นและเหนือกว่าขีดจำกัดของตัวเองในทุกๆ ครั้งในการเติบโต
สิ่งนั้นเรียกว่าการบำเพ็ญตนหรือการฝึกตน มนุษย์ผู้ใดก็ตามที่สามารถปลุกอวัยวะภายในแสนลึกลับที่ถูกเรียกว่าตันเถียนได้ พวกเขาจะเก่งกาจกว่าคนทั่วไป ในปฏิทินของยุคมืดปีที่ 345 มนุษย์ที่อุดอยู่ภายในกำแพงที่ล้อมกรอบตนเองจากสิ่งอันตรายภายนอกนั้นได้ปฏิวัติตนเอง พวกเขาร่วมมือกันและรุกล้ำสำรวจพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหมอกหนา ซึ่งได้สำรวจออกไปกว้างไกลเท่าที่จะกว้างไกลได้ ทำให้อาณานิคมของมนุษย์ถูกขยายกว้างไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามการออกสำรวจนั้นกลับทำให้พวกเขาพบกับสิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือโลกใบนี้นั้นกว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้ มันกว้างใหญ่กว่าดาวเคราะห์โลกที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ในอดีต
“อยากอาบน้ำจัง…”
ในความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ของเหล่ามวลมนุษยชาตินั้น ไม่อาจจะเทียบได้กับความทะเยอทะยานที่ต้องการจะอาบน้ำของภานุได้ ภานุนั้นเกิดในครอบครัวยากจนและอาศัยอยู่ในเมืองสตาร์แร็คซึ่งเป็นส่วนย่อยของย่อยของทวีปหมาป่า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทวีปแห่งล่าสุดที่มนุษย์ได้ค้นพบและพึ่งตั้งถิ่นฐานได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งร้อยปี
ปัจจุบันในปฏิทินของยุคมืดคือปีที่ 930 ซึ่งห่างไกลจากอดีตมากนัก ทำให้เมืองแต่ละเมืองต่างก็เริ่มมีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับแร่เพื่อใช้สร้างอาวุธและชุดเกราะ ซึ่งเมืองสตาร์แร็คก็เป็นหนึ่งในเมืองที่มีแร่โลหะที่ขึ้นชื่อเรียกกว่าสตาร์แร็ค ซึ่งเป็นเหตุผลให้นักลงทุนและเจ้าเมืองนั้นได้ทำเหมืองใหญ่ และทำให้เกิดฝุ่นตลบไปทั่วดั่งเช่นตอนนี้
แท้จริงแล้ทรัพยากรอย่างเช่นน้ำนั้น ไม่ได้มีค่าอะไรมากนักอย่างไรก็ตามในกระท่อมหรือบ้านที่ภานุได้อาศัยอยู่กับครอบครัวนั้นไม่ได้มีระบบน้ำที่จะเข้าถึง ส่วนการจะซื้อน้ำดื่มมาอาบนั้นเรียกได้ว่ายังเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยสำหรับครอบครัวภานุ ดังนั้นการที่ฝนตกลงมาครั้งหนึ่งนั้นจึงเป็นเหมือนกับช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุขของครอบครัวเขาก็ว่าได้ แต่ฝนนั้นก็ไม่ได้ตกมาเป็นอาทิตย์แล้ว
ภานุได้เดินทางมาถึงโรงเรียนฝึกฝนวิชาทหารชายในที่สุด ซึ่งเด็กทุกคนไม่ว่าจะชายหรือหญิงต่างก็ต้องเรียนที่โรงเรียนฝึกฝนวิชาทหารมันเหมือนกับเป็นการศึกษาภาคบังคับ แต่โรงเรียนฝึกฝนที่ภานุเรียนอยู่มันคือโรงเรียนชายล้วนและมีโรงเรียนหญิงล้วนเช่นเดียวกันซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลจากที่นี่
“หยุด! ”
ทันทีที่ภานุเดินมาถึงหน้าโรงเรียนพร้อมๆ กับนักเรียนคนอื่นๆ ชายผู้หนึ่งซึ่งมีรูปร่างใหญ่โตและมีรอยแผลฉีกที่บริเวณริมฝีปากข้างซ้ายได้ตวาดขึ้นส่งผลให้นักเรียนทุกคนต่างหยุดนิ่ง
“ฉิบหายแล้ว! ไอหมาบ้ามันจะเล่นพวกเราแล้ว! ”
นักเรียนผู้ซึ่งได้อยู่ห่างจากภานุไม่ไกลได้กล่าวขึ้นเสียงของมันนั้นค่อนข้างเบา แต่ภานุสามารถได้ยินอย่างชัดเจน หมาบ้านั้นเป็นชื่อที่ผู้คนในโรงเรียนนี้ต่างใช้เรียกชายวัยกลางคนท่าทางดุร้ายที่ตวาดขึ้นผู้นี้ หมาบ้าผู้นี้มักจะหาเรื่องเหล่านักเรียนที่ทำให้มันไม่พอใจ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังจะเกิดเรื่องนั้นขึ้น
“แกออกมา! ”
หมาบ้าชี้ไปที่นักเรียนชายร่างเตี้ยผู้หนึ่ง นักเรียนชายผู้นั้นเมื่อถูกเรียกมันก็สะดุ้งทันทีขาของมันไร้เรี่ยวแรงและอ่อนปวกเปียก จนล้มไปนั่งกองกับพื้นในที่สุด เห็นได้ชัดว่านี่คือสภาพของผู้คนที่หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
“แกไม่แต่งเครื่องแบบให้ครบ ผ้าพันคอจะเก็บไว้บ้านให้แม่แกผูกคอตายหรือยังไง ทำไมไม่เอามา! ไปวิ่งรอบสนามสามสิบรอบ! ”
“คะ…ครับ! ”
นักเรียนชายเมื่อได้ยินคำสั่งทำโทษของไอ้หมาบ้า เขาก็ได้วิ่งออกไปปฏิบัติด้วยสีหน้าดีใจทันที ในขณะเดียวกันนักเรียนชายคนอื่นๆ ก็มองไปที่นักเรียนชายผู้นั้นด้วยความอิจฉาเล็กน้อย โดยเฉพาะพวกที่เคยโดนไอ้หมาบ้าจับทำโทษ
“มันโชคดีจริงๆ …”
หลายคนต่างกล่าวประโยคนี้ออกมาพร้อมกัน เป็นเพราะว่าการทำโทษโดยปกติของหมาบ้านั้นมักจะเป็นการฟาดด้วยฝ่ามือของมัน ซึ่งผู้ที่ถูกมันฟาดนั้นจะต้องนอนห้องพยาบาลถึงครึ่งวันจึงจะสามารถลุกขึ้นมาใช้ชีวิตดังคนปกติได้ ดังนั้นผู้คนจึงบอกว่าชายคนนั้นโชคดี
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดภานุไม่รอช้า รีบพาตัวเองออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว เข้าสู่อาคารเรียนที่สามซึ่งเป็นอาคารเรียนของนักเรียนปีที่สามซึ่งเป็นชั้นปีสุดท้าย ซึ่งนักเรียนจะสามารถรับใบประกาศและเรียนจบได้อย่างเป็นทางการนั้นจำเป็นจะต้องได้รับการทดสอบภาคปฏิบัติเสียก่อน
ซึ่งการทดสอบภาคปฏิบัตินั้นนับว่าโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก และมีคนตกตายกว่าร้อยละสามสิบของนักศึกษาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย และเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้นที่ภานุจะต้องเข้ารับการทดสอบ ซึ่งบอกตรงๆ ชายหนุ่มเองก็ยังไม่มีความพร้อมเช่นกัน ชายหนุ่มอายุสิบห้าปีเหตุใดต้องเข้าไปพัวพันกับความเป็นตายเช่นนี้?
ภานุรีบเดินตรงไปที่ห้องเรียนของเขาทันทีเมื่อเนื่องจากออดสัญญาณเตือนเริ่มคาบเรียนได้ดังขึ้นแล้ว ชายหนุ่มเรียนอยู่ห้องเรียนที่สิบซึ่งนักเรียนในห้องเรียนนี้นับได้ว่าไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก
“เจ้าตัวเหม็นแกมาได้ซะที! ”
เสียงแหบใหญ่ดังขึ้นทันทีที่ภานุได้ก้าวเข้ามาถึงห้องเรียน ไม่จำเป็นต้องบอกชายหนุ่มก็สามารถรู้ได้ว่าเสียงที่ดังขึ้นนั้นเป็นเสียงของเจ้าอ้วนหวังซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งเพื่อนสนิทของเขา มันมีรูปร่างอ้วนตามชื่อและมีผิวที่ขาวและตาตี่ และมันมีเชื้อจีน
“เจ้าอ้วนหวังยังอยู่ดีนี่ แต่ดูเหมือนแกจะตัวใหญ่ขึ้นอีกแล้ว…”
ภานุกล่าวทักทายไม่สุภาพเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเจ้าอ้วนหวังเพียงได้ฟังก็แค่หัวเราะเท่านั้น การทักทายของทั้งสองนั้นเห็นได้ว่าเป็นเรื่องปกติ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันเรื่องทั่วไปอยู่นั้น ชายสองคนก็ได้เดินเข้ามาหาด้วยเช่นเดียวกัน ชายสองคนนี้มีผิวดำตัวสูงใหญ่และมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกัน แทบจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร พวกมันทั้งสองก็เป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของภานุเช่นเดียวกัน พวกมันเป็นฝาแฝดคนพี่มีชื่อว่าอัน คนน้องมีชื่อว่าซัน อันกับซันนั้นเป็นนักเรียนที่นับได้ว่ามีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายมากที่สุดในห้อง
ภานุและเจ้าอ้วนหวังหันไปพยักหน้าและยิ้มทักทายกับทั้งสอง ซึ่งทั้งสองก็ได้พยักหน้าตอบกลับเท่านั้น เป็นที่รับรู้กันว่าพี่น้องฝาแฝดคู่นี้นั้นไม่ชอบพูดเท่าไหร่นัก ยากที่ใครจะคบหาได้ อย่างไรก็ตามการที่กลุ่มนี้สามารถคบหากันได้เป็นเพราะพวกเขามีอุดมการณ์ในแบบเดียวกัน
ผงฝุ่นลอยตลบอบอวน อยู่ทั่วทุกสารทิศผู้คนที่เดินผ่านมักจะสูดดมมันเข้าไปอย่างไม่เต็มใจ แม้ว่าผู้คนจะสูดดมมันเข้าไปมากเพียงใด แต่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะบ่นถึงมัน มันเป็นเพราะว่าทุกคนต่างคุ้นชินไปกับมันแล้ว
อย่างไรก็ตามภานุที่มักจะเดินเท้าทางไปยังโรงเรียนตอนเช้านั้นกลับบ่นมันทุกวันในเวลาที่ตัวเองออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้านครั้งแรก สาเหตุของฝุ่นควันนั้นเกิดจากอุตสาหกรรมการทำเหมืองขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางตัวเมืองสตาร์แร็คแห่งนี้ซึ่งเป็นบ้านเกิดของชายหนุ่ม
“เมื่อไหร่ตัวฉันจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์บ้างสักที! ”
นี่เป็นประโยคที่ภานุมักจะบ่นตลอดในช่วงเวลาตอนเช้าของทุกวัน อย่างน้อยหนึ่งครั้ง แต่ฝุ่นควันนั้นไม่ใช่ปัญหาเพียงปัญหาเดียวของเมืองแห่งนี้ แต่มันยังมีหมอกที่ซึ่งปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองอยู่แล้ว เมื่อพวกมันรวมกันกลับกลายเป็นว่าผู้คนในเมืองนี้ที่สายตาดีสามารถมองเห็นในรัศมีรอบตัวได้ไม่เกินห้าเมตรเท่านั้นโดยประมาณ
“ฟึบ! ”
หินแร่ตามทางอยู่ๆ ก็ได้เรืองแสงขึ้นมาในทันใดเหมือนกับตะเกียงเปลวไฟที่มักจะเปิดขึ้นในช่วงเวลาตอนเย็นของทุกๆ วัน อย่างไรก็ตามตอนนี้นั้นในเมืองสตาร์แร็คแห่งนี้ยังเป็นเวลาเช้าอยู่!
ไฟจากหินแร่เรืองแสงนั้นถูกจุดขึ้น ทำให้หมอกรอบๆ ดูจางลงไปช้าๆ บนผืนแผ่นดินที่มนุษย์ได้อาศัยอยู่ในปัจจุบันนี้นั้นถูกเรียกว่าดินแดนแห่งสายหมอก สาเหตุที่เหล่ามนุษย์ได้เรียกชื่อนี้นั้นแน่นอนว่าไม่ใช่พวกเขาตั้งกันเองตามใจชอบ แต่เป็นเพราะสภาพแวดล้อมทั่วทุกมุมบนดาวเคราะห์แห่งนี้ได้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก
แล้วเหตุใดมนุษย์จึงต้องมาอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมเช่นนี้กันล่ะ? แน่นอนเรื่องนี้นั้นมีคำตอบอยู่แล้วและมันถูกบันทึกวันในหนังสือประวัติศาสตร์แทบทุกเล่มที่หาอ่านได้
ในอดีตที่ผ่านมานั้นมนุษย์เคยเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่เปรียบเทียบได้กับเหล่าพระเจ้าเมื่ออยู่บนดาวเคราะห์ของพวกเขาที่เรียกว่า” โลก” ในยุคนั้นไม่ว่าจะบนฟ้าหรือใต้ผืนดินมนุษย์สามารถบ่งการตามใจนึก
อย่างไรก็ตามราวกับว่าสิ่งที่กล่าวออกมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงความฝันจากผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของหวงโซ่ด้วยความหยิ่งทะนงกลับกลายเป็นผู้ที่อยู่ลำดับสุดท้ายของหวงโซ่เสียแทน
พระเจ้าที่แท้จริงได้เห็นความหยิ่งทะนงของมวลมนุษย์ ท่านอาจจะโกรธที่ตัวตนอันเล็กจ้อยนั้นริบังอาจอ้างตนว่าเป็นเช่นเดียวกับท่าน โลกมนุษย์ก็ได้ถูกทำลายจนไม่เหลือซาก โดยที่พระเจ้านั้นแทบไม่ได้ใช้ความพยายามใดๆ เลยเสียด้วยซ้ำ ในตอนนั้นเหล่ามนุษย์ได้คิดว่าตนเองนั้นได้จบสิ้นเสียแล้ว…
อย่างไรก็ตาม…พระเจ้านั้นแสนจะมีเมตตา ท่านได้มอบโอกาสครั้งใหม่ให้กับมนุษย์โดยให้มนุษย์ได้เริ่มต้นใหม่กับดาวเคราะห์ดวงใหม่ โดยพระเจ้าได้มอบนามให้กับดาวเคราะห์นี้ว่า “พระเจ้า! ” ดังนั้นแล้วนอกจากชื่อดินแดนที่ผู้คนมักจะเรียกกันว่าดินแดนแห่งสายหมอกแล้ว ยังมีอีกชื่อเรียกว่าดินแดนแห่งพระเจ้าซึ่งแม้จะไม่ได้เรียกกันอย่างติดปากเหมือนชื่อแรก แต่ผู้คนไม่เคยคิดจะลืมเกี่ยวกับมัน
ดาวเคราะห์ดวงใหม่และการเริ่มต้นใหม่ในเวลาเดียวกัน เทคโนโลยีของมนุษย์ที่เจริญก้าวหน้าได้ถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น แม้แต่ความทรงจำเกี่ยวกับมันมนุษย์ก็ยังคงไม่มีเหลือ หากไม่มีหนังสือประวัติศาสตร์ที่เหลือทิ้งเอาไว้ พวกเขาคงจะคิดว่าตนเองนั้นเป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ
ในดินแดนแห่งสายหมอกนั้นเต็มไปด้วยสิ่งที่มนุษย์ไม่รู้จัก และสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นๆ ที่แข็งแกร่งเกินกว่ามนุษย์จะเทียบได้ทำให้การเริ่มต้นใหม่นั้นเป็นไปด้วยความยากลำบากและเกือบจะทำให้มนุษยชาติต้องสูญพันธุ์ อย่างไรก็ตามการที่มนุษย์ได้เรียนรู้อดีตของตนเองจากบันทึกประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าหลงเหลือให้นั้นทำให้เกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เนื่องจากทราบว่าตนเองนั้นเคยเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมาก่อน จากมนุษย์ที่ไร้หนทางต่อสู้กับเหล่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่แข็งแกร่งกว่า กลับดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งด้วยความที่เชื่อว่าตนเองนั้นแข็งแกร่งที่สุด เพียงแค่ความเชื่อนี้นั้นมนุษย์ได้ค้นพบความแข็งแกร่งจากธรรมชาติของตนเอง มันเป็นวิธีที่จะทำให้มนุษย์นั้นเติบโตขึ้นและเหนือกว่าขีดจำกัดของตัวเองในทุกๆ ครั้งในการเติบโต
สิ่งนั้นเรียกว่าการบำเพ็ญตนหรือการฝึกตน มนุษย์ผู้ใดก็ตามที่สามารถปลุกอวัยวะภายในแสนลึกลับที่ถูกเรียกว่าตันเถียนได้ พวกเขาจะเก่งกาจกว่าคนทั่วไป ในปฏิทินของยุคมืดปีที่ 345 มนุษย์ที่อุดอยู่ภายในกำแพงที่ล้อมกรอบตนเองจากสิ่งอันตรายภายนอกนั้นได้ปฏิวัติตนเอง พวกเขาร่วมมือกันและลุกล้ำสำรวจพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหมอกหนา ซึ่งได้สำรวจออกไปกว้างไกลเท่าที่จะกว้างไกลได้ ทำให้อาณานิคมของมนุษย์ถูกขยายกว้างไปอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามการออกสำรวจนั้นกลับทำให้พวกเขาพบกับสิ่งที่น่าสนใจ นั่นคือโลกใบนี้นั้นกว้างใหญ่ไพศาลมากกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้ มันกว้างใหญ่กว่าดาวเคราะห์โลกที่พวกเขาเคยอาศัยอยู่ในอดีต
“อยากอาบน้ำจัง…”
ในความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ของเหล่ามวลมนุษยชาตินั้น ไม่อาจจะเทียบได้กับความทะเยอทะยานที่ต้องการจะอาบน้ำของภานุได้ ภานุนั้นเกิดในครอบครัวยากจนและอาศัยอยู่ในเมืองสตาร์แร็คซึ่งเป็นส่วนย่อยของย่อยของทวีปหมาป่า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นทวีปแห่งล่าสุดที่มนุษย์ได้ค้นพบและพึ่งตั้งถิ่นฐานได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งร้อยปี
ปัจจุบันในปฏิทินของยุคมืดคือปีที่ 930 ซึ่งห่างไกลจากอดีตมากนัก ทำให้เมืองแต่ละเมืองต่างก็เริ่มมีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับแร่เพื่อใช้สร้างอาวุธและชุดเกราะ ซึ่งเมืองสตาร์แร็คก็เป็นหนึ่งในเมืองที่มีแร่โลหะที่ขึ้นชื่อเรียกกว่าสตาร์แร็ค ซึ่งเป็นเหตุผลให้นักลงทุนและเจ้าเมืองนั้นได้ทำเหมืองใหญ่ และทำให้เกิดฝุ่นตลบไปทั่วดั่งเช่นตอนนี้
แท้จริงแล้ทรัพยากรอย่างเช่นน้ำนั้น ไม่ได้มีค่าอะไรมากนักอย่างไรก็ตามในกระท่อมหรือบ้านที่ภานุได้อาศัยอยู่กับครอบครัวนั้นไม่ได้มีระบบน้ำที่จะเข้าถึง ส่วนการจะซื้อน้ำดื่มมาอาบนั้นเรียกได้ว่ายังเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยสำหรับครอบครัวภานุ ดังนั้นการที่ฝนตกลงมาครั้งหนึ่งนั้นจึงเป็นเหมือนกับช่วงเวลาแห่งความสุขที่สุขของครอบครัวเขาก็ว่าได้ แต่ฝนนั้นก็ไม่ได้ตกมาเป็นอาทิตย์แล้ว
ภานุได้เดินทางมาถึงโรงเรียนฝึกฝนวิชาทหารชายในที่สุด ซึ่งเด็กทุกคนไม่ว่าจะชายหรือหญิงต่างก็ต้องเรียนที่โรงเรียนฝึกฝนวิชาทหารมันเหมือนกับเป็นการศึกษาภาคบังคับ แต่โรงเรียนฝึกฝนที่ภานุเรียนอยู่มันคือโรงเรียนชายล้วนและมีโรงเรียนหญิงล้วนเช่นเดียวกันซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลจากที่นี่
“หยุด! ”
ทันทีที่ภานุเดินมาถึงหน้าโรงเรียนพร้อมๆ กับนักเรียนคนอื่นๆ ชายผู้หนึ่งซึ่งมีรูปร่างใหญ่โตและมีรอยแผลฉีกที่บริเวณริมฝีปากข้างซ้ายได้ตวาดขึ้นส่งผลให้นักเรียนทุกคนต่างหยุดนิ่ง
“ฉิบหายแล้ว! ไอหมาบ้ามันจะเล่นพวกเราแล้ว! ”
นักเรียนผู้ซึ่งได้อยู่ห่างจากภานุไม่ไกลได้กล่าวขึ้นเสียงของมันนั้นค่อนข้างเบา แต่ภานุสามารถได้ยินอย่างชัดเจน หมาบ้านั้นเป็นชื่อที่ผู้คนในโรงเรียนนี้ต่างใช้เรียกชายวัยกลางคนท่าทางดุร้ายที่ตวาดขึ้นผู้นี้ หมาบ้าผู้นี้มักจะหาเรื่องเหล่านักเรียนที่ทำให้มันไม่พอใจ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังจะเกิดเรื่องนั้นขึ้น
“แกออกมา! ”
หมาบ้าชี้ไปที่นักเรียนชายร่างเตี้ยผู้หนึ่ง นักเรียนชายผู้นั้นเมื่อถูกเรียกมันก็สะดุ้งทันทีขาของมันไร้เรี่ยวแรงและอ่อนปวกเปียก จนล้มไปนั่งกองกับพื้นในที่สุด เห็นได้ชัดว่านี่คือสภาพของผู้คนที่หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
“แกไม่แต่งเครื่องแบบให้ครบ ผ้าพันคอจะเก็บไว้บ้านให้แม่แกผูกคอตายหรือยังไง ทำไมไม่เอามา! ไปวิ่งรอบสนามสามสิบรอบ! ”
“คะ…ครับ! ”
นักเรียนชายเมื่อได้ยินคำสั่งทำโทษของไอ้หมาบ้า เขาก็ได้วิ่งออกไปปฏิบัติด้วยสีหน้าดีใจทันที ในขณะเดียวกันนักเรียนชายคนอื่นๆ ก็มองไปที่นักเรียนชายผู้นั้นด้วยความอิจฉาเล็กน้อย โดยเฉพาะพวกที่เคยโดนไอ้หมาบ้าจับทำโทษ
“มันโชคดีจริงๆ …”
หลายคนต่างกล่าวประโยคนี้ออกมาพร้อมกัน เป็นเพราะว่าการทำโทษโดยปกติของหมาบ้านั้นมักจะเป็นการฟาดด้วยฝ่ามือของมัน ซึ่งผู้ที่ถูกมันฟาดนั้นจะต้องนอนห้องพยาบาลถึงครึ่งวันจึงจะสามารถลุกขึ้นมาใช้ชีวิตดังคนปกติได้ ดังนั้นผู้คนจึงบอกว่าชายคนนั้นโชคดี
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดภานุไม่รอช้า รีบพาตัวเองออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว เข้าสู่อาคารเรียนที่สามซึ่งเป็นอาคารเรียนของนักเรียนปีที่สามซึ่งเป็นชั้นปีสุดท้าย ซึ่งนักเรียนจะสามารถรับใบประกาศและเรียนจบได้อย่างเป็นทางการนั้นจำเป็นจะต้องได้รับการทดสอบภาคปฏิบัติเสียก่อน
ซึ่งการทดสอบภาคปฏิบัตินั้นนับว่าโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก และมีคนตกตายกว่าร้อยละสามสิบของนักศึกษาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย และเหลือเวลาอีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้นที่ภานุจะต้องเข้ารับการทดสอบ ซึ่งบอกตรงๆ ชายหนุ่มเองก็ยังไม่มีความพร้อมเช่นกัน ชายหนุ่มอายุสิบห้าปีเหตุใดต้องเข้าไปพัวพันกับความเป็นตายเช่นนี้?
ภานุรีบเดินตรงไปที่ห้องเรียนของเขาทันทีเมื่อเนื่องจากออดสัญญาณเตือนเริ่มคาบเรียนได้ดังขึ้นแล้ว ชายหนุ่มเรียนอยู่ห้องเรียนที่สิบซึ่งนักเรียนในห้องเรียนนี้นับได้ว่าไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก
“เจ้าตัวเหม็นแกมาได้ซะที! ”
เสียงแหบใหญ่ดังขึ้นทันทีที่ภานุได้ก้าวเข้ามาถึงห้องเรียน ไม่จำเป็นต้องบอกชายหนุ่มก็สามารถรู้ได้ว่าเสียงที่ดังขึ้นนั้นเป็นเสียงของเจ้าอ้วนหวังซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งเพื่อนสนิทของเขา มันมีรูปร่างอ้วนตามชื่อและมีผิวที่ขาวและตาตี่ และมันมีเชื้อจีน
“เจ้าอ้วนหวังยังอยู่ดีนี่ แต่ดูเหมือนแกจะตัวใหญ่ขึ้นอีกแล้ว…”
ภานุกล่าวทักทายไม่สุภาพเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามเจ้าอ้วนหวังเพียงได้ฟังก็แค่หัวเราะเท่านั้น การทักทายของทั้งสองนั้นเห็นได้ว่าเป็นเรื่องปกติ
ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันเรื่องทั่วไปอยู่นั้น ชายสองคนก็ได้เดินเข้ามาหาด้วยเช่นเดียวกัน ชายสองคนนี้มีผิวดำตัวสูงใหญ่และมีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกัน แทบจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร พวกมันทั้งสองก็เป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของภานุเช่นเดียวกัน พวกมันเป็นฝาแฝดคนพี่มีชื่อว่าอัน คนน้องมีชื่อว่าซัน อันกับซันนั้นเป็นนักเรียนที่นับได้ว่ามีความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายมากที่สุดในห้อง
ภานุและเจ้าอ้วนหวังหันไปพยักหน้าและยิ้มทักทายกับทั้งสอง ซึ่งทั้งสองก็ได้พยักหน้าตอบกลับเท่านั้น เป็นที่รับรู้กันว่าพี่น้องฝาแฝดคู่นี้นั้นไม่ชอบพูดเท่าไหร่นัก ยากที่ใครจะคบหาได้ อย่างไรก็ตามการที่กลุ่มนี้สามารถคบหากันได้เป็นเพราะพวกเขามีอุดมการณ์ในแบบเดียวกัน