บทที่ 110 ข้าทำอะไรผิด?
หลังจากที่ ชายชรานั้นหมดสติไป ซูหยาง ก็ได้เปิดประตูห้องเข้ามา และพบว่า ภายในห้องแห่งนี้มันมีพลังอัดแน่นอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้าเกิดผู้ใดที่พลังฝึกยุทธ์หรือจิตใจไม่แข็งแกร่งพอ บางทีอาจจะทำให้คนผู้นั้นต้องเสียชีวิตไปเลยก็เป็นได้ “น...นี่ หรือว่ามันคือ! เสด็จพ่อได้พลังยุทธ์กลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ?” ซูเหยียนได้แต่ตกตะลึงกับพลังที่อยู่ในห้อง ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นของเผ่ามาร และยังมีพลังจำนวนมหาศาลอีกด้วย
ในขณะนั้นเอง ซูเหยียนก็กำลังที่จะก้าวเข้ามาในห้อง แต่ทว่า กลับได้ยินเสียงของ ซูหยาง ตะโกนขึ้นมา
“หยุดก่อน!!!”
ซูเหยียน มีท่าทีตกตะลึงถึงที่สุด นางไม่เคยเห็นซูหยางมีท่าทีเช่นนี้มาก่อน มันจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นข้างในอย่างแน่นอน...
เพียงเวลาไม่นานเสียงของ ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้ดังขึ้นมา “เดี๋ยวข้าจะออกไปหาเจ้า ได้โปรดรอข้าข้างนอกสักแปบเดียว...” แน่นอนว่า ชิว เหวินเจี้ยน เองก็พึ่งจะฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ไม่นาน เนื่องจากเขาสูญเสียพลังงานเป็นจำนวนมากในการรักษาในครั้งนี้
ปั้ง!!!
ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้ลุกขึ้นเดินไปปิดประตูอย่างดัง และเริ่มบทสนทนาในทันที “เอาหละ พวกเรามาคุยเรื่องข้อตกลงสักสองถึงสามเรื่องกันดีไหม ฮึ ฮึ ฮึ”
“เชิญท่านกล่าว...” ซูหยาง ตอบกลับไปโดยที่ไม่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ เนื่องจากสมบัติที่มีค่ามากที่สุดของนางก็คือเสด็จพ่อของนางนั่นเอง และชิว เหวินเจี้ยน ก็เป็นคนที่รักษาท่าน แล้วแบบนี้นางจะยังหวงสมบัติไว้ได้เช่นไรกัน ส่วนของชิ้นอื่นๆมันไม่สำคัญเลยแม้แต่น้อยเมื่อเทียบกับเสด็จพ่อของตนแล้ว
ชิว เหวินเจี้ยน ได้พยักหน้ารอบนึงแล้วกล่าวสิ่งที่ของต้องการออกมา “ว่าง่ายดี เอาหละก่อนอื่นเลย ชิ้นแรก! ข้าขอเป็นเกล็ดลมปราณสีรุ้ง ชิ้นที่สอง.... ส่วนชิ้นสุดท้าย เดี๋ยวข้าจะกลับมาบอกเจ้าอีกที เนื่องจากของชิ้นนี้มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ข้าไม่สามารถให้ผู้ใดได้รับรู้ได้...”
ในขณะนั้นเอง เสียงของชายชราก็ดังขึ้นมา “ชิ้นสุดท้าย! หรือว่ามันจะเป็น...”
“หุบปาก!!!” ชิว เหวินเจี้ยน ตะคอกขึ้นมา โดยที่เขาไม่รู้สึกเกรงกลัวชายชราเลยแม้แต่น้อย
ในขณะนั้นเอง ชิว เหวินเจี้ยน ก็เริ่มกล่าวต่อ “ข้านั้นยังคงมีอีกเรื่องนึง ที่จะต้องขอแรงจากพวกเจ้าทั้งสองด้วย ขอให้พวกเจ้าโปรดร่วมมือ....~ซุบซิบ ซุบซิบ~”
หลังจากที่ ชิว เหวินเจี้ยน กล่าวจบ เขาก็ขอตัวในทันที เนื่องจากนี่ก็ดึกมากแล้ว จะให้ซูเหยียนรอนานมันก็ยังไงอยู่
ชิว เหวินเจี้ยน จึงรีบเปิดประตูออกมาจากห้องสมบัติในทันที “แม่นางรอข้านานหรือไม่? พวกเรากลับบ้านกันเถิด”
ซูเหยียน ได้ยินดังนั้นก็เริ่มเกิดอาการโมโหขึ้นมา “นี่เจ้า!! ใจคอจะไม่บอกอะไรหน่อยหรือ ทำไมเจ้าถึงได้คุยกับท่านจอมมารนานนัก” ที่นางกล่าวออกมายังไม่ถึงครึ่งที่นางอยากรู้เลยด้วยซ้ำ ไหนจะเรื่องที่ทำไม จอมมารถึงได้เคารพ ชิว เหวินเจี้ยน ขนาดนั้นอีก ไหนจะเรื่องต่างๆอีกมากมาย ยิ่งนางคิดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้นางหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น นางเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้อยากรู้เรื่องของ ชิว เหวินเจี้ยน มากขนาดนั้นเช่นกัน
“แค่เรื่องไร้สาระ...” ชิว เหวินเจี้ยน ตอบปัดแบบโง่ๆเลย เนื่องจากเขาหน่ายที่จะตอบคำถามเต็มทนแล้ว
“หนอย~ ชิ!” ซูเหยียน ทำหน้าตาโกรธเคืองและก็ได้เดินกลับบ้านไป
ในระหว่างที่ ชิว เหวินเจี้ยน และ ซูเหยียน กำลังเดินกลับอยู่นั้นเอง ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้เหลือบไปเห็น กลุ่มโจรที่กำลังชุมนุมกันอยู่ เหมือนว่าจะมีการนัดรวมพลอย่างไรอย่างนั้น ‘เจ้าพวกนี้อีกแล้วหรือ?’ เฮ้อ~
“เจ้าเป็นอะไรของเจ้า ชิ!” ซูเหยียน ถึงกับโกรธเคือง ชิว เหวินเจี้ยน มากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากอยู่ๆ ชิว เหวินเจี้ยน ก็มาถอนหายใจข้างๆนาง
‘น...นี่ข้าทำอะไรผิด!!’ ในตอนนี้ความรู้จากยุคบรรพกาลก็ช่วยเขาไม่ได้ เขาไม่เคยรับรู้เลยว่าพวกผู้หญิงต้องการอะไรกันแน่ และไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวเลยแม้แต่น้อย
ในขณะนี้ ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กลับมาถึงบ้านสักพักแล้ว เวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ไม่มีเสียงพูดคุยกันเกิดขึ้น เขาจึงสงสัยว่านางกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ “นี่ แม่นางซูเหยียน ข้าหิวแล้ว ได้โปรดทำอาหารอร่อยๆให้ข้าทานหน่อยได้หรือไม่~” ชิว เหวินเจี้ยน ตะโกนดังลั่น เพราะเขารู้ว่านางยังไม่หลับอย่างแน่นอนในเวลาแบบนี้
โคร่ม~ เปร้ง! เพล้ง!
ของในห้องครัวต่างบินลอยลงมาใส่ ชิว เหวินเจี้ยน อย่างไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นหม้อ กระทะ จาน ชาม อะไรต่างๆ ทั้งหมดมีจุดหมายเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือ หัวของ ชิว เหวินเจี้ยน นั่นเอง
แต่เท่านั้นยังไม่หมด ยังมีเสียงของหญิงสาวดังสนั่นฟังชัดขึ้นมาให้ได้ยินอีกหนึ่งคำ “ถ้าเกิดเจ้าหิว เจ้าก็ไปหัดทำกินเองซะบ้างสิ๊!!!!”
ชิว เหวินเจี้ยน ที่พึ่งจะเคยพบเจอปฏิกิริยาการตอบสนองเช่นนี้เป็นครั้งแรก เขาก็ได้แต่นอนอยู่เฉยๆ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหายังไงดี ‘นี่ข้าทำอะไรผิดไป?’ เขายังคงคิดทบทวนในแต่ละเรื่องที่เขาเคยกระทำมาตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เขาทำอะไรไม่ดีเอาไว้