ตอนที่ 9 แม่ทัพหรือจะปกป้องข้า
“ข้าจะปกป้องเขาเอง”
เด็กหนุ่มพูดกับพระจันทร์ที่อวดแสงอยู่บนฟ้าโดยไม่สนว่าเมียเก่าที่แสนแก่ของตนจะได้ยินหรือไม่ เพราะคิดว่าหากในเมื่อไม่ได้ยินก็ถือว่าไม่ได้พูดหละกัน
“แลกกับสิ่งใดหรือบอกไว้ก่อนนะข้าจะไม่ยอมแยกจากลูก”
“อะ… แฮ่มพวกเ้ายังไม่นอนหรือนี่ พอดีเลยๆ” ชายชราที่พึ่งกลับมาจากธุระข้างนอกเอ่ยขัดจังหวะการชมจันทร์ของสองหนุ่ม
“เ้าใช่ไหมที่บังอาจให้…เด็กเรียนเอง ไม่รู้หรือไง! พลาดมาถึงตายได้”เด็กหนุ่มซัดคนแก่ที่ไม่รู้ความทันทีเพราะนับเป็โชคที่เ้านั่นะเิพลังได้พอเหมาะหากพลาดเขาไม่อยากนึกเลยว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น คิดแล้วยิ่งโมโห รอบกายเ้าเด็กติดนมมีแต่คนไม่ได้เื่ทั้งนั้น
“หือ…เรียนจำแนกสมุนไพรถึงตายเลยรึ”
“จำแนกสมุนไพรทะท่านให้ข้าสอนลูกตามตำรานี่นะ”
คนแก่เริ่มสงสัย รีบค้นตำราที่พกติดตัวกุกๆกักๆก่อนจะหยิบเอาตำราจำแนกสมุนไพรที่หน้าปกเหมือนกับตำราฝึกการต่อสู้ในมือของอู่หนานเปะๆ
“ไอหยา ศิษย์ข้า เป็ไงบ้าง”ปู่เจียหน้าซีดจะเป็ลม เพราะรู้แล้วว่าทำอะไรพลาด “ข้าขอโทษท่านแม่ทัพ อู่หนาน…ทงทงไม่าเ็ใช่ไหม”
“ไม่ ไม่าเ็ช่างเถอะ…มันผ่านไปแล้ว ท่านใจเย็นๆก่อนสินั่งๆ ” อู่หนานรีบคว้าคนที่เหมือนจะล้มเพราะใสุดขีดแล้วประคองไปนั่งที่เก้าอี้ก่อนจะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ฟังตามที่ผู้เฒ่าร้องขอ
“แย่ๆ ข้ารู้สึกแย่จริงๆวันนี้ข้าทำพลาดไปหมด เ้ารู้ไหมข้าไปสำนักคลื่น์มา เพื่อจะให้เพื่อนเก่ารับเอาเ้ากับทงทงไปพักอยู่ด้วย แต่เ้านั่นก็ดันไม่สะดวกอ้างว่ากฏของของสำนักไม่รับคนที่ไม่ใช่ศิษย์ทุเรศจริงๆไร้น้ำใจที่สุดข้าเลยเลิกเป็เพื่อนกับมันแล้ว คนใจดำเช่นนี้ไม่คบต่อให้เสียเวลาเฮ้อ…คงเพราะรีบร้อนแหละถึงได้หยิบตำราผิดเล่มให้พวกเ้า ช่างน่าละอายนัก”
“ฮึ…อย่ามาอ้างเ้าไม่สมควรเป็อาจารย์ใคร ในเมื่อขาดความรอบคอบเพียงนี้”คนหน้าเคร่งหาได้สงสารไม่ คนที่จะสั่งการคนอื่นต้องสุขุมไตร่ตรองสิใช่จะหลับหูหลับตาสั่งได้
“จริงของท่านแม่ทัพท่านพูดถูกทุกอย่าง เมื่อกี้ข้ายินดีมากที่ท่านบอกจะปกป้องลูกชายตนเองแค่นี้ข้าก็โล่งใจแล้ว ” ผู้เฒ่าเสียใจอย่างที่สุดในความผิดพลาดครั้งนี้
“เด็กอวดดีนั่นไม่ใช่ลูกข้าอย่าได้…”
“ท่านปู่เป็อาจารย์ที่ดีของลูกข้าแล้ว อย่าโทษตนเองเลยขอรับว่าแต่…เหตุใดท่านถึงอยากให้เราไปอยู่ในสำนักศึกษากันเล่าหรือเพื่อนท่านจะปกป้องทงทงได้”
“ เ้าคนโลเล นี่ยังจะคิดให้คนอื่นมาดูแลลูกอีกรึเมื่อครู่เ้าไม่ได้ยินที่ข้าพูดไปหรือไง”
“ปะเปล่านะ ข้าแค่อยากรู้”
“พวกเ้าคุยกันต่อเถอะข้าขอตัวไปพักก่อน เื่ที่ชายาอยากรู้ ท่านแม่ทัพจะบอกเอง ”ผู้เฒ่าเห็นสายตาอยากสังหารเมียเก่าของเด็กหนุ่มแล้วก็ไม่อยากจะขัดจังหวะยังไงสะควรให้อยู่กันสองคนจะได้คุยกันสะดวกใจกว่า
“ท่านรู้หรือว่าทำไหมข้าควรไปอยู่ที่นั่น”
พออยู่กันสองคนอู่หนานก็ถามขึ้นเบาๆ
“เ้าเกิดที่เมืองฉางจริงหรือเปล่านี่ไม่รู้หรือไงว่าสำนักคลื่น์อยู่เหนือการเมืองและการแย่งชิงทั้งหลาย แถมทำตัวเป็กลางต่อทุกสกุลการไปอยู่ที่นั่นย่อมยากที่คนอื่นจะเข้าถึงตัวเด็กนั่นแม้แต่องค์จักรพรรดิก็หาได้มีอำนาจเหนือสำนักนี้กลับกันคนที่ได้เป็ศิษย์เอกของเ้าสำนักคลื่น์จะได้เป็จักรพรรดิทุกคนแบบนี้พอเข้าใจหรือยังว่าคนผู้นั้นถึงได้ดิ้นรนพาเ้าไปอยู่ในสำนัก”
“ดีจังข้าต้องหาทางเข้าไปเป็ศิษย์ให้ได้”
อู่หนานรู้สึกเหมือนเจอแสงสว่างปลายอุโมงค์จนเผลอพูดออกมาแต่พอนึกได้ก็เจอสายตาเย็นเฉียบจ้องจะฆ่าแกงอยู่แล้ว
“ขะข้าหมายถึงหากท่านแม่ทัพไปเป็ศิษย์ของสำนักคงจะดี”
“เหอะเหตุใดข้าต้องทำ สำนักนั้นมีอะไรให้ข้าเรียนอย่างนั้นรึอีกอย่างลำพังแค่ปกป้องเด็กคนหนึ่ง ข้าก็ทำได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว หรือเ้าคิดว่าข้าไร้ฝีมือ”
“ไม่เลยขอรับท่านเป็ถึงผู้ครองปราณมืดอันดับหนึ่งขอแคว้น เอ่อ…เพียงแต่ข้าได้ยินมาว่า่นี้ท่านกำลังเร่งทำคะแนนจีบองค์หญิงฟางตงหวี่ แข่งกับองค์รัชทายาทซึ่งถ้าหากท่านได้เป็ศิษย์เอกของท่านเ้าสำนักลองคิดดูสิว่าศักดิ์ของท่านจะสูงขึ้นขนาดไหนและองค์หญิงต้องเลือกท่านแน่นอน ”ชายหนุ่มจับแพะชนแกะไปเรื่อยเผื่อเ้าเด็กหนุ่มคนนี้จะยอมไปอยู่ในสำนักเขาจะได้พาลูกติดตามไปด้วย
“ไม่จำเป็ยังไงนางก็เลือกข้า ไม่มีผู้ใดในแคว้นนี้ไม่อยากเป็ชายาข้า”
“…”คนเป็ชายาเก่า พูดไม่ออกได้แต่มองตาปริบๆ
“เลิกคุยเื่นี้ ข้าจะปกป้องเด็กนั่นส่วนเ้าก็ทำหน้าที่ปรุงยาตามที่ข้าสั่งพูดง่ายๆเป็บ่าวรับใช้ข้าจนกว่าลูกเ้าปีกกล้าขาแข็ง และห้ามขัดใจข้าเด็ดขาดตอนนี้ข้าอยากลองกินยานอนหลับนี่ ไปหาน้ำมาซะ อ้อ…แล้วไปนอนที่อื่นข้าจะไปนอนในห้อง”
ไม่มีทางเลือกนี่…ก็ต้องยอมไปก่อนบ่าวคนใหม่รีบทำตามคำสั่งเหมือนหุ่นยนต์ส่วนเ้านายทานยาเสร็จก็ไปนอนข้างๆทงทงบนเตียง ตัวเขาก็ปูเสื่อนอนนอกห้องไปสิ
“เฮ้อ…”
อู่หนานถอนหายใจขณะนอนมองดูเพดานรู้สึกไม่คุ้นเคยเลยเพราะปกติมีลูกอยู่ข้างๆ จนผ่านไปค่อนคืนแล้วยังไม่อาจหลับลงส่วนคนๆนั้นนะเหรอ เห็นหลับไปั้แ่หัวถึงหมอนแล้ว ไหนคำผวนบอกว่านอนยากนอนเย็นรู้งี้ไม่เอายานอนหลับให้กินหรอก…เปลือง
“ท่านแม๊แงๆ ท่านแม๊ๆ แค่กๆ”
ชายหนุ่มสะดุ้งตื่นตอนเช้าเพราะเสียงลูกร้องลั่นพอเดินสะโลสะเลไปดูก็เห็นร่างอันใหญ่โตนั่นทับร่างเล็กๆอยู่ครึ่งตัวดีที่อู่ทงยังโผล่หัวออกมาได้ ไม่งั้นคงขาดใจตายไปแล้วเขารีบผลักคนบ้าที่นอนไม่ยอมตื่นออกจากร่างลูก แต่คงใช้แรงมากไปมั่ง…ร่างของแม่ทัพเลยกลิ้งตกเตียงไปอีกฝั่ง และตอนนี้เด็กหนุ่มที่จู่ๆตกเตียงก็ยืนขึ้นโดยมีเปลวเพลิงสีดำรอบตัวลุกพรึบๆเตรียมจะเผาสองแม่ลูกที่นั่งปลอบกันอยู่บนเตียงแล้ว
“ทงทงพี่หลงซานมาแล้ว ตื่นหรือยัง”
เด็กหนุ่มหน้าหวานผิวหน้าขาวผ่องหอบข้าวของเต็มมือเดินเข้ามาในห้องได้จังหวะนรกมากเขาไม่รู้ว่าพึ่งเกิดอะไรขึ้นพอเห็นประตูห้องเปิดอยู่ก็เข้าไปหาสหายตัวน้อยและพี่ชายที่แสนดีของตนอย่างเคยๆพอเห็นอู่หนานหันมามอง ก็รีบยิ้มหวานปานน้ำผึ้งให้ ด้วยความคิดถึง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันนี่หน่า
“พี่หลงซานข้าคิดถึงท่านที่สุด” ร่างเล็กๆ รีบผละจากอกแม่ เลิกร้องไห้ทันใด ก่อนจะะโดึ๋งๆไปหาอ้อมกอดของหนุ่มน้อยรูปงามเพราะรู้ดีว่าในถุงที่อีกฝ่ายถือมานั่นล้วนแต่เป็ขนมที่เขาชอบแล้วทงทงจะยอมพลาดได้ไง ซึ่งก็เป็จริงอย่างที่คิดพอยอมให้พี่ตัวหอมดมดอมแก้มนุ่มไปสักสามที บรรดาขนมต่างๆ ก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าดูละลานตาจนเลือกไม่ถูกเลย
“กินได้สามชิ้นที่เหลือเก็บไว้คราวหลัง"
“แหมะแม่”
“ให้เขาสี่ชิ้นเถอะเดียวข้าจะพาไปบ้วนปากเองส่วนถุงนี้เป็ผ้าตัดเสื้อข้าไปเมืองหลวงมาเลยซื้อมาฝากพี่” หลงซานแกะขนมป้อนพลางส่งถุงของฝากให้อู่หนานโดยไม่สนใจคนที่เดินตามมายังโต๊ะอาหารอีกคนแม้แต่นิดจนคนกลางต้องเอ่ยแนะนำขึ้นเพราะไม่ให้เสียบรรยากาศมากไปกว่านี้
“นี่ท่านแม่ทัพกงปี่หลงซานเป็…”
“ยินดีที่ได้รู้จักข้าหลงซานเป็เพื่อนคนเดียวของพี่อู่หนาน”
“อ้อ…ข้าจะอาบน้ำอุ่นเปลี่ยนเสื้อผ้าไปจัดการด้วย” สั่งเสร็จก็นั่งเฉยไม่สนใจผู้ใดอีกรอจนกระทั่งบ่าวคนใหม่ที่วิ่งไปจัดเตรียมทุกอย่างให้กลับมารายงานถึงได้เดินหนีไปอาบน้ำ ปล่อยให้หลงซานได้แต่มองตาปริบๆ ด้วยความคับแค้นใจที่รู้ทั้งรู้ว่าแม่ทัพคนนี้แกล้งข่มเหงพี่ชาย แต่เขาไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย
“พี่อู่ ท่านทำไหมยอมเขาแค่สามีเก่าไม่ใช่รึ”ชายหนุ่มรีบถาม“เื่มันยาวเฮ้อ…ไว้พี่จะเล่าให้ฟังวันหลังนะ ว่าแต่มาแต่เช้านี่มีเื่อะไรรึ”
“ข้าจะมาขอยาบำรุงปราณตอนนี้ร่างกายดีขึ้นมากแล้ว เลยจะไปสมัครเรียนที่สำนักคลื่น์แต่ไม่รู้จะผ่านหรือเปล่านะขอรับที่นั่นการสอบเข้ายากมากปีหนึ่งๆมีคนไปสมัครหลายหมื่นแต่ได้เป็ศิษย์สำนักไม่กี่ร้อยคนเฮ้อ….รู้สึกเหมือนตนเองจะไม่ผ่านยังไงก็ไม่รู้ ”
“พี่ชายสอบได้แน่นอน”
“ใช่! พี่ก็เห็นด้วยกับทงทงนะพี่รู้นะว่าเ้าขยันฝึกซ้อมมากแค่ไหน”
“ทะท่านรู้ได้ไงกันไปแอบดูที่บ้านข้าหรือ”
“อิๆจับดูต้นแขนเ้าข้าก็รู้แล้ว” ชายหนุ่มลูบต้นแขนคนตรงหน้า ด้วยแววตาชื่นชมตอนป่วยยังผอมแห้งแรงน้อย แปบเดียวกำยำขึ้นตั้งเยอะไม่เสียแรงที่เขาให้ยาบำรุงติดไปตั้งหลายกระปุก
“…ท่านชอบกล้ามข้าเพียงนี้เหรอ”คนถามหน้าแดงไปหมดแล้ว
“อ้าว ชอบสิกล้ามเ้าเกิดจากความเพียรก็จริงแต่ยาบำรุงของข้าก็มีส่วนนี่ อิๆแข็งแกร่งแบบนี้ยังจะกลัวอะไรอีก ไว้วันทดสอบพี่กะทงทงจะไปให้กำลังใจดีไหม”
“ยังไม่ตั้งข้าวอีกรึไง” คนที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จทำท่าเหมือนโมโหหิวจัดๆเพราะพูดเหมือนะโ จนบ่าวจำเป็ต้องรีบไปจัดสำรับมาตั้งให้ พออาหารพร้อมคนตัวเล็กก็หาทางเลี่ยงที่จะไม่กินของไม่ชอบทันทีโดยอาศัยพี่ชายที่อุ้มอยู่เป็เครื่องมือ จะได้ไม่ถูกดุ
“พี่ชาย ป้อนข้าวทงทงหน่อยเอานี่ นี่ด้วย” ชี้ที่เนื้อเท่านั้น
“…” อู่หนานได้แต่ปลงเห็นทีวันนี้ต้องยอมเขาแล้ว
“ถ้าไม่กินผักเช้านี้ข้าจะจับเ้าไปฝึก” เสียงเข้มๆ ทำเอามือน้อยๆที่ชี้เอาแต่ของชอบชะงักก่อนจะหันขวับไปหาคนที่ทับตนจนแทบแบนตาคาเตียงแววตาสีทองแวววับแสดงความขัดใจอย่างยิ่งแต่หลังจากต่อสู้ทางสายตากันไปหลายยกเสียงเล็กๆก็ยอมเอ่ยขึ้นอย่างแค้นเคือง
“ใครบอกทงทงจะไม่กินผักแค่….จะกินเนื้อก่อนเอง! ”