ท้องพระโรงวังหลวง
“ก็ตามนี้แหล่ะ พวกท่านไปจัดแบ่งเส้นที่จะขุดนำร่องมา หากกรตอบรับดีค่อยขุดเพิ่มเติม มีใครจะคัดค้านมั้ย?”
“ฝ่าาทรงพระปรีชา”
“แผนนี้เสนอโดยฮุ่ยซิ่ว ข้าเองก็สนับสนุนแินี้”
องค์ชายหนึ่ง รัชทายาท จ้าวฮุ่ยเจิน
องค์ชายสอง จ้าวฮุ่ยิ
องค์ชายเจ็ด จ้าวฮุ่ยหวง
ทั้งหมดล้วนหันมามองฮุ่ยซิ่ว
จ้าวฮุ่ยเจินทักขึ้น
“น้องห้า ไม่นึกว่าเ้าเองก็สนการบ้านการเมืองกับเขาด้วย ปกติเห็นเ้าชมชอบสุรานารีนี่”
จ้าวฮุ่ยหวงรีบแทรก
“ข้าว่าพี่ห้าเสนอมามีเหตุผล นี่นอกจากไม่ต้องยับยั้งโครงการของพี่ใหญ่แล้ว ยังทำให้ขุนนางที่พากันคัดค้านโครงการนี้รวมทั้งข้าเองก็พอจะรับได้”
“เ้า....”
เฉินเซียวกล่าวขึ้น
“องค์ชายห้าหันมาจับงานบ้านงานเมือง แบ่งเบาพระราชกิจของฝ่าา เป็สิ่งที่น่ายินดียิ่ง ที่องค์ชายเสนอมาข้าเองก็พอจะรับได้”
จ้าวฮุ่ยหวงกล่าวขึ้น
“ท่านอำมาตย์... กระทั่งท่านก็......”
ฮ่องเต้แทรกขึ้น
“พอแล้ว ข้าตัดสินใจแล้ว ตกลงตามนี้”
.......
ทั้งหมดพากันเดินออกมา มีองค์ชายห้าคนเดียวที่ไม่มีขุนนางคอยตาม แสดงถึงความที่ไม่มีคนสนับสนุน
รัชทายาทกล่าวอย่างร้อนรน
“น้องห้าไม่มีปัญญาคิดเื่แบบนี้แน่ ต้องเป้นจูเหอที่ซีจิ๋วหักหลังเราแน่แล้วโธ่..”
เฉินเซียวกล่าวกับรัชทายาท
“จูเหอไม่มีความหาญกล้าขนาดหักกับข้าหรอก เขาไม่ชอบยุ่งกับใคแต่ก็เกรงใจข้าจนต้องสนับสนุนองค์ชาย ข้ามองว่าต้องเป็ฝีมือของลูกแม่ทัพอวดดีนั่นแน่”
“ท่านหมายถึง...บุตรชายของแม่ทัพเซียวลู่เสียน ... เซียวลู่เอิน!?”
“อาจเป็เขา”
“เขาเป็แค่แม่ทัพเฝ้าเมืองไหนเลย.....
“ชีจิ๋วแม้ไม่ใช่เมืองที่มีอะไรพิเศษ แต่รอบๆ กลับมีไม่ขาด ไม่ส่าจะคมนาคมทางน้ำ ไปจากทางฮูโต๋ก็มีสันเขากั้น มีการค้าโดยรอบคึกคัก เมื่อกาลก่อน ถ้าไม่เพราะเตียวหุยเมาเหล้าไหนเลยจะเสียเมืองให้ลิโป้โดยง่าย”
“ดังงั้นการที่เขาได้เป็แม่ทัพชีจิ๋วทั้งที่อายุยังน้อย แสดงว่าบารมีพ่อเขาที่ตายไม่ธรรมดา?!”
“รัชทายาท ท่านผิดแล้ว บุรุษหนุ่มผู้นี้บิดาลากพาเขาออกศึกไล่ปราบเมืองที่ยังไม่ยอมสงบหลังา ฟังว่าเขาให้บุตรชายวางแผนเข้ายึดตีเมืองต่างๆได้ร่วมหลายเมือง”
“เขาให้อำนาจเด็กหนุ่มสั่งการกองทัพได้อย่างไร?”
“แม่ทัพ เซียวลู่เสียน บิดาเขาเดิมเป็ขุนพลคู่ใจฝ่าา่ที่กำลังชิงบัลลังก์จากฮ่องเต้เลี่ยงหวง จนได้รับปูนบำเหน็จ เป็แม่ทัพใหญ่ ดังนั้นเขาได้รับพระาานุญาตให้คัดสรรเลือกใช้คนนอกในได้ตามสบาย เพียงแต่ห้ามแต่งตั้งยศตำแหน่งในทัพตามใจแค่นั้น”
“เซียวลู่เอินมีผลงานขนาดนี้ เหตุใดข้าไม่ล่วงรู้?”
“หากท่านสนใจการบ้านการเมืองสักนิดในการก่อนล่ะก็....”
ถึงตรงนี้ จ้าวฮุ่ยเจินรัชทายาทหัวเราะแหะๆ เดินตามเฉินเซียวออกนอกวัง
ระหว่างทางยังสนทนาต่อ
“แบบนี้มิเท่ากับน้องห้าได้พยัคฆ์ซ่อนเล็บมาเป็ขุมกำลังแล้ว? แบบนี้แผนงานของเราโดนระงับหักหน้า คนผู้นี้ร้ายกาจไปแล้ว”
“เขาเป็อันตราย ยิ่งการเสนอแบบแบ่งรับแบ่งสู้ที่องค์ชายห้ากล่าวมายิ่งเป็เครื่องตอกย้ำ แต่ข้าไม่ได้กะสำเร็จแผนขุดลอกคูคลองแต่แรก”
“แล้วท่าน...ท่านวางแผนนี้เพื่อการใด?”
“เพื่อให้องค์ชายห้าเคลื่อนไหว”
“น้องห้า?...เขาเคลื่อนไหวแล้วจะยังไง?”
“ข้าสงสัยพฤติกรรมความสามารถเขามานานแล้ว เพียงแต่ที่ผ่านๆ มาไม่แน่ใจจึงไม่กล้าพูด”
ก่อนจะแยกกันขึ้นรถเทียมม้ากลับ
“องค์ชาย ข้ามีบางสิ่งจะเตือนท่าน จับตาดูองค์ชายห้า”
“ข้าไม่เข้าใจท่าน น้องห้ามีอันใดให้น่าจับตา?”
“เขาโดนไล่ไปสำนึกตัวที่ชีจิ๋วมาหลายปีดีดัก”
“มิผิด ก็เขาทำตัวเอง”
“เงินทองโดนตัด ให้ใช้จำกัด”
“มิผิด เงินทองโดนเสด็จพ่อระงับจ่าย”
“ขนาดพวกท่านแลองค์ชายท่านอื่นๆยังมีปัญหาการเงิน”
“ฮ้า..! แต่น้องห้ามีเงินใช้จ่ายมิขาดมือ เทียวไปเทียวมาสำราญเสพสุขได้ตลอด!!”
“มิผิด ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนสนับสนุน ก็ต้องเป็เพราะเขามีการประกอบกิจการ รุ้จักทำการค้าสั่งสมเงินทอง คนเยี่ยงนี้ไหนเลยใช้ชีวิตเละเทะแหลกเหลว”
“ท่านว่าน้องห้าแสร้งทำ!?”
“แค่คาดการณ์ ยังต้องรอดูที่ท่า แต่ที่แน่ๆ ข้าจะหาทางให้เซียวลู่เอินกลับนครหลวง”
“ท่านมีวิธี? เรียกแม่ทัพกลับสักคน หาใช่ง่ายไม่”
“องค์หญิงฮุ่ยหลิง”
“น้องหญิงสาม”
“พวกเขาไม่เคยรู้จักมักจี่แล้วจะทำยังไง?”
“เื่นี้ข้าต้องเป็จำเลยสังคมบ้าง”
......
“ทูลฝ่าา ไต้เท้าเฉินมา....”
“หืม...? เมื่อวานประชุมขุนนางไปแล้ว วันนี้เขามาทำไม? ...เรียกเข้ามา”
“ไต้เท้าเฉินเข้าเฝ้า!!”
...
“ถวายบังคมฝ่าา”
“ลุกขึ้น”
“ขอบพระทัย”
“ท่านมาแบบส่วนตัว มีอะไร? ถ้าเื่ขุดลอกคูคลอง ข้าตัดสินใจทำตามแผนของฮุ่ยซิ่วแล้ว”
“ทูลฝ่าา กระหม่อมหาได้มาด้วยกิจนั้นไม่ กระหม่อมเองก็เห็นด้วยกับข้อเสนอองค์ชายห้าพระเ้าข้า”
“แล้วท่านมาเพื่อ.....”
“กระหม่อมหาได้คิดดูแคลนองค์ชายห้า ฝ่าาลองตรอง องค์ชายขาดเงิน แต่ทำไมยังจับจ่ายสุรุ่นสุร่ายมิได้เดือนร้อนแรมปีราวกับมีเงินเติมตลอด”
“หืม... ....ท่าน้าจะบอกอะไร?”
“องค์ชายห้า อาจจะมีความสามารถที่ซ่อนไว้ รู้จักประกอบการ ตั้งตัวด้วยธุรกิจทำให้มีเงินทองหมุนเวียนใช้จ่ายได้เอง นับว่าไม่ธรรมดา”
“อืม...ท่านอำมาตย์พูดมามีเหตุผล ลูกข้าคนนี้ เอาเข้าจริงๆ ก็ไม่เบา...ว่าต่อซิ”
“แิที่สอง องค์ชายห้าอาจมีคนสนับสนุน”
“ท่านว่าใครสนับสนุนเขา?”
“กระหม่อมเองก็ไม่ทรบพระเ้าข้า แต่ทว่าั้แ่เขาคบหาแม่ทัพเซียวลู่เอิน องค์ชายห้าก็มีพัฒนาการด้านนี้ดีขึ้น แม้ภายนอกยังเสเพลก็ตาม”
“ท่านว่า ... เซียวลู่เอินหากไม่ใช่คนสนับสนุนฮุ่ยซิ่วก็ชักนำเขาให้รู้จักทำการค้าขายสินะ”
“กระหม่อมแค่คาดการณ์”
“ทำไมไม่ยกความดีนี้ให้ท่านจูเหอเ้าเมืองชีจิ๋วมั่งล่ะ ลูกของเขาฉายาบุรุษหยกวานิชย์ ข้าเองยังอยากได้มาใช้งานเลย เขาน่าจะมีส่วนให้ฮุ่ยซิ่วพัฒนามากกว่า”
“จูเหอรู้จักกับองค์ชายห้ามาช้านาน ถ้าจะดีคงดีนานแล้ว แต่เท่าที่ทราบ แม่ทัพเซียวเข้าออกหอเหมยกุยที่เป็หอเริงรมณ์ไปพบเขาเป็ประจำเพื่อร่วมพูดคุยดื่มกิน ไม่เช่นนั้นองค์ชายคงย่ำแย่กว่านี้”
“อืม...ข้าไม่รู้ว่าบุตรชายของจูเหอหรือเซียวลู่เอินกันแน่ที่ทำให้ฮุ่ยซิ่วดีขึ้น”
“งั้น....ใยมิให้ทั้งคู่มานครหลวง”
“เพื่อ.....?”
“คัดเลือกใครคนใดคนหนึ่งที่คู่ควรมาเป็ราชบุตรเขยพระเ้าข้า”
“เพื่อให้ข้าเอาพวกเขาไว้ใช้งานได้ตลอดอย่างสนิทใจ...อืมไม่เลว ว่าแต่...จะให้แต่งกับ.....”
“บุรุษรูปงามมากความสามารถ ก็ต้องคู่กับสตรีที่งามที่สุดในนครหลวงอย่างองค์หญิงฮุ่ยหลิงพระเ้าข้า”
“ฮุ่ยหลิง.... นางอายุป่านนี้แล้ว ปีนี้ 23 แล้วสินะ ยังไม่คิดจะครองคู่ ดื้อรั้นหาใครให้ก็ไม่เอา ข้ารับมือลูกคนนี้ไม่ไหวจริงๆ”
“เ้าชีวิตั์ไหนเลยรับมือธิดาน้อยไม่ได้ หากแต่สำหรับฝ่าา นางน่ารักเกินไป ดีงามเกินไป ยากจะหักหานน้ำใจให้เสียใจต่างหากพระเ้าข้า”
“ฮ่าๆ เฉินเซียว เฉินเซียว...ท่านนี่ช่างเข้าใจข้าจริงๆ นะ....แล้ว...ท่านมีความคิดใด?”
“ทำให้พวกเขาชอบพอกัน แต่ฝ่าาจะต้องมีส่วนร่วมพระเ้าข้า”
“ยังไง?”
“วิกฤตการณ์สร้างวีรบุรุษ”
“ท่านจะให้จีดฉากให้นางลำบาก แล้วให้โอกาสพวกเขาช่วยเหลือนาง?”
“ทรงพระปรีชา”
“แต่เซียวลู่เอินเป็แม่ทัพ เพลงทวนพิทักษ์ปราการของสกุลเขายากหาใครต่อกร แบบนี้ไม่ลำเอียงสำหรับบุรุษหยกวานิชย์ไปหน่อยเหรอ?”
“สำหรับบุรุษหยกวานิชย์ ไว้มานครหลวงค่อยให้เขามีบทบาทชิงมีเปรียบ ที่เหลือก็ให้องค์หญิงตัดสินใจว่าจะชอบแบบบุ๋นหรือแบบบู๊พระเ้าข้า”
“อืม แบบนี้ยุติธรรมต่อนางดี ดี งั้นข้าเอาด้วย ว่าแต่โยกย้ายนายทัพด้วยเื่แค่นี้ มันออกจะ....”
“ฟังว่าเซียวลู่เอินไปไหนฝากฝังรองแม่ทัพนามเลินเป่า เขาทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมมาตลอด สามารถฝากเมืองได้ หากองค์หญิงไม่พอใจแม่ทัพเซียว ค่อยให้เขากลับไปประจำการ แต่หากพอใจ นอกจากได้ราชบุตรเขยแล้ว หลินเป่ายังได้รับการผลักดัน เขาจะได้มีแรงใจในการปกปักษ์เมืองพระเ้าข้า”
“อื้ม......ดี...ดี...ตกลงตมนี้”
....
เพล้ง!!
กาน้ำชากระเบื้องตกแตก
ที่น่าแปลกคือ ตำหนักองค์ชายห้าที่ฮูโต๋ กับป้อมทหารชีจิ๋วแตกพร้อมกัน
ฮุ่ยซิ่วกล่าวที่ตำหนักตน
“อา...หวังว่าไม่ใช่ลางร้าย”
ป้อมชีจิ๋ว
“คุณชายอยู่นิ่งๆ ค่ะ ข้าเก็บเอง เดี๋ยวท่านจะเหยียบเอา”
“ข้าไม่ทันระวังเผลอปัดตก เดี๋ยวข้าเก็บเอง”
[ทำไมรู้สึกไม่สบายใจเอาซะเลยนะ]