ั์ตาของกู้ชิงเฉิงฉายแววเหี้ยมล้ำลึกยิ่งนัก
“ท่านหมอกู้ ผู้คนเหล่านี้เพียงาเ็ ยังไม่ถึงตาย” เฟิงเจ๋อมองกู้ชิงเฉิง เขาััได้ถึงไอสังหารรอบกายนั่นทำให้เขาเองก็ถึงกับตะลึงงันไปเล็กน้อย
ยามนั้นองค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินเคยกำชับเขาไว้แล้วว่าอย่าให้อันหยวนถังกับกองทัพของตระกูลไป๋ขัดแย้งกันเกินไปนัก
ดูจากตอนนี้กู้ชิงเฉิงคง้าสังหารหลิวผิง
แม้หลิวผิงจะนำทัพออกมาโดยพลการแต่ก็ไม่ควรถูกสังหารอย่างง่ายดายเช่นนี้
“ยังไม่มีผู้ใดตาย ก็เพราะเขายังไม่ได้ลงมืออย่างเต็มที่อย่างไรเล่า”กู้ชิงเฉิงแค่นเสียงเย็น
นางรู้ดีหากไม่ใช่เพราะเฟิงเจ๋อสกัดไว้ ป่านนี้อันหยวนถังคงไม่มีชีวิตรอดแล้วกระมังอันหยวนถังหรือจะสู้กองทัพตระกูลไป๋ได้
มีเพียงจินซานที่ยังพอฝืนประคับประคองได้อยู่บ้างแต่สองกำปั้นจะต้านทานสี่มือได้อย่างไร [1]
ได้ยินดังนั้นเฟิงเจ๋อก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ใบหน้าซีดเผือดสลับแดง
เขารู้ว่าสตรีตรงหน้าผู้นี้หยิ่งยโสและอวดดีนักแม้แต่องค์รัชทายาทก็ยังทำอะไรนางไม่ได้
ครู่หนึ่งเขาก็กระวนกระวายใจยิ่งนัก“ท่านหมอกู้เขาเป็แม่ทัพใหญ่ภายใต้บัญชาการของบุตรชายคนโตตระกูลไป๋ จะสังหารไม่ได้”
หลิวผิงแค่นเสียงเย็นพลางถลึงตาใส่กู้ชิงเฉิง เพราะนางสวมผ้าคลุมหน้า เขาจึงมองไม่เห็นใบหน้าของนางแต่ในความคิดของเขา หญิงผู้นี้ต้องน่าเกลียดอัปลักษณ์เป็แน่ไม่เช่นนั้นคงไม่สวมผ้าปิดหน้า ไม่กล้าเผยโฉมต่อผู้ใด
แน่นอนว่ายังมีอีกเื่หนึ่งนั่นคือสตรีตรงหน้าได้รังแกกู้ตงหลิง สำหรับเขาแล้ว ผู้ใดแตะต้องกู้ตงหลิงผู้นั้นสมควรตาย!
“เพราะเหตุใด? พวกเขาสังหารคนของอันหยวนถังได้แต่ข้ากลับสังหารเขาเพื่อแก้แค้นไม่ได้ นี่มันเหตุผลอันใดกัน? กองทัพตระกูลไป๋สร้างคุณงามความดีให้ต้าฉินทว่าพวกเขาไม่ได้มีหน้าที่พิทักษ์ราษฎรหรอกหรือ? เหตุใดคมดาบของพวกเขาจึงใช้ข่มเหงและสังหารราษฎรเล่า?”ความโกรธแค้นในใจของกู้ชิงเฉิงยิ่งปะทุรุนแรงขึ้น
กู้ตงหลิงผู้นี้ช่างสมควรตายนักการที่กู้ชิงเฉิงคิดสังหารนาง ก็เพราะความแค้นจากชาติก่อนแต่การกระทำต่ออันหยวนถังเช่นนี้ ช่างโเี้และชั่วช้ายิ่งนัก
คำพูดเหล่านี้ทำให้ใบหน้าของหลิวผิงซีดเผือดสลับแดงไม่อาจโต้ตอบได้การกระทำของเขาเช่นนี้ย่อมทำลายชื่อเสียงของกองทัพตระกูลไป๋เป็แน่
หากเื่นี้แพร่กระจายออกไปกองทัพตระกูลไป๋จะต้องได้รับผลกระทบเป็แน่
หลิวผิงกัดฟัน“จะสังหารก็สังหารไปเถิด! อย่ามัวแต่พูดมาก” เื่ที่เขากระทำเขาย่อมต้องรับผิดชอบเอง
กู้ชิงเฉิงถือกระบี่และจ้องมองหลิวผิงอย่างเ็า “วางใจเถิดข้าจะไม่ให้เ้ามีชีวิตรอดกลับไป แต่เื่นี้เป็ฝีมือของกู้ตงหลิงอย่าได้คิดว่าจะรอดพ้นไปได้” นางไม่เพียงแต่จะสังหารหลิวผิงแต่ยังจะให้กู้ตงหลิงรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างด้วย
“เื่ราวที่นี่ ไม่เกี่ยวข้องกับคุณหนูใหญ่กู้!” หลิวผิงก็ร้อนรนเขาจึงะโออกมาเสียงดัง พลางหันไปกล่าวกับเฟิงเจ๋อว่า “สังหารข้าเสียข้าสมควรตายแล้ว”
“ไม่ได้! เ้าสมควรตายหรือไม่ องค์รัชทายาทจะทรงตัดสินเอง” เฟิงเจ๋อยืนกราน เขาฟังคำสั่งของโม่อวี้เฉินเท่านั้น
จินซานโกรธจัดและกัดฟันแน่น “นายหญิง ข้าจะสังหารเขาเองหากราชสำนักจะลงโทษ ก็ลงโทษข้าเถิด”
เมื่อครู่กองทัพตระกูลไป๋ผู้นี้ไม่ได้แสดงความเมตตาต่อคนของอันหยวนถังแม้แต่น้อย
เดิมทีจินซานคิดเพียงแค่ตอบโต้เท่านั้นยามนี้ได้ยินคำพูดของกู้ชิงเฉิง ความเกลียดชังก็พลันปะทุขึ้นในใจนี่มันช่างไม่ยุติธรรม
กู้ชิงเฉิงไม่เกรงกลัวสิ่งใดนาง้าทำให้เื่ราวใหญ่โต และตัดทางถอยของกู้ตงหลิงให้สิ้น
ให้นางตายอย่างไร้ที่ฝัง!
“ไม่ต้อง!” กู้ชิงเฉิงโบกมือ พลันเงื้อแขนขึ้นโยนมีดใบหลิวเล่มหนึ่งเข้าใส่กระบี่ของเฟิงเจ๋อ นางแฝงพลังภายในไว้ในกระบวนท่านั้นทำให้เฟิงเจ๋อแทบจะจับกระบี่ไม่อยู่
ในขณะนั้นกู้ชิงเฉิงก็เงื้อกระบี่ขึ้นเพื่อปัดกระบี่ของเฟิงเจ๋อออกไปแล้ว พลันกดข้อมือลงปลายกระบี่ก็พุ่งเข้าใส่ลำคอของหลิวผิง
แม้กองทัพตระกูลไป๋จะเป็กองกำลังของตระกูลมารดาของนางทว่าเมื่อมีคนชั่วเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็ต้องเก็บไว้
ผู้ใดที่ไม่เห็นแก่ประชาราษฎร์แห่งต้าฉิน…ผู้นั้นสมควรตาย!
“ช้าก่อน!” ในขณะนั้นมีผู้หนึ่งะโเสียงต่ำ“ไว้ชีวิตเขาเถิด!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นทุกคนต่างหันหน้าไปมองยังทิศทางของเสียง
“คุณชายเกอจวิ้น!” ผู้คนในอันหยวนถังล้วนตกตะลึง
เกอจวิ้นผู้นี้มักจะมาอันหยวนถังเพื่อขอให้กู้ชิงเฉิงรักษาอาการเจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้งเพราะร่างกายของเขาไม่สู้ดีนัก
อีกทั้งหากไม่ใช่เพราะกู้ชิงเฉิงในชาตินี้เขาอาจต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตก็เป็ได้
กู้ชิงเฉิงหันกลับไปดวงตาของนางยังคงฉายแววประหลาดใจ “คุณชายเกอจวิ้นท่านมาได้อย่างไร เื่ราวที่นี่ ไม่จำเป็ต้องให้ท่านวุ่นวาย”
กระบี่ที่กำลังจะแทงสู่ลำคอหลิวผิงก็พลันหยุดลง
เฟิงเจ๋อที่เพิ่งได้สติรีบดึงหลิวผิงถอยหลังไปก้าวหนึ่งพลางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ทว่าเมื่อเขาเห็นใบหน้าของเกอจวิ้นอีกครั้งเขาก็ไม่อาจสงบสติอารมณ์ลงได้อีก สิ่งนี้เขาใจนแทบสิ้นสติ
เมืองเล็กๆแห่งนี้ ช่างเป็ที่ซ่อนของเหล่าผู้กล้าอย่างแท้จริง ชั่วขณะหนึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
บัดนี้เขามีแต่ความหวังว่าโม่อวี้เฉินจะสามารถรุดมาจัดการเื่ราวเหล่านี้ได้ทันท่วงทีเขาไม่อาจทนรับต่อไปได้อีกแล้ว
แค่กู้ชิงเฉิงเพียงคนเดียวเขาก็ยังไม่อาจจัดการนางได้สำเร็จ นับประสาอะไรกับการปรากฏตัวของเกอจวิ้นอีกคน
เห็นได้ชัดว่าเกอจวิ้น้าแทรกเข้ามาในเื่ของอันหยวนถังการมาในครานี้ ย่อมไม่ใช่ด้วยเจตนาดี
เกอจวิ้นเดินมายืนข้างกายกู้ชิงเฉิงใบหน้าของเขาดูอบอุ่นเป็อย่างยิ่ง ริมฝีปากประดับด้วยรอยยิ้ม“ส่งเขาให้ข้าเถอะ”
“นี่…” กู้ชิงเฉิงยังคงกำกระบี่แน่นทว่าคิ้วของนางกลับขมวดเข้าหากัน “เกรงว่าจะไม่เหมาะกระมัง”
“ไม่มีอะไรที่ไม่เหมาะ ข้าเคยกล่าวไว้ว่าตราบใดที่ข้ายังอยู่ในเมืองอี๋สุ่ย จะไม่มีผู้ใดกล้ารังแกผู้คนในอันหยวนถังได้”เสียงของเกอจวิ้นไม่ได้ดังมากนัก ทว่าก็ไม่อาจโต้แย้งได้
เกอจวิ้นเลิกคิ้วมองหลิวผิงดวงตาพลันฉายแววสังหารทันที ทำให้หลิวผิงตัวแข็งทื่อ
หลิวผิงได้แต่อ้าปากค้างแต่ไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดออกมา ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ว่าเขาจะกล่าวสิ่งใดก็ไร้ประโยชน์
กู้ชิงเฉิงย่อมรู้ดีว่าหากนางมอบหลิวผิงให้เกอจวิ้นเื่ราวทั้งหมดก็จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอันหยวนถังอีกต่อไปนางก็จะสามารถถอนตัวออกมาได้โดยปลอดภัย และอันหยวนถังก็จะปลอดภัยเช่นกัน
นี่เป็สถานการณ์ที่ดีที่สุด
ทว่าการกระทำเช่นนี้กลับทำให้เกอจวิ้นต้องลงมาพัวพันด้วยในใจของนางยังคงขัดแย้งกันอยู่บ้าง
หลังจากลังเลอยู่หลายครั้งสุดท้ายนางจึงพยักหน้า “ขอบคุณคุณชายเกอจวิ้นเ้าค่ะ”
มีผู้คนมากมายนักที่ไม่ทราบถึงฐานะของเกอจวิ้นแต่กู้ชิงเฉิงกลับทราบดีทุกประการ เมื่อเขาเป็ผู้ยื่นมือเข้ามาย่อมไม่ก่อให้เกิดปัญหามากนัก
เฟิงเจ๋อยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง“ท่านหมอกู้ องค์รัชทายาทจะสามารถจัดการเื่นี้ได้อย่างแน่นอนและจะให้ท่านได้รับผลลัพธ์ตามที่ท่าน้า”
“ผลลัพธ์ที่ข้า้านั้นเรียบง่ายนักเพียงแค่จับตัวเขาไปขังในคุกหลวงต้าหลี่ซื่อที่เมืองหลวง สอบสวนให้กระจ่างว่าผู้ใดบงการให้เขาโจมตีอันหยวนถังและเข้ายึดเมืองอี๋สุ่ย!” กู้ชิงเฉิงเชิดหน้าขึ้นดวงตาของนางทอประกายลึกล้ำกล่าวเสียงหนักแน่น
กู้ตงหลิง้าจะทำลายเมืองอี๋สุ่ยนางไม่เคยคำนึงถึงชะตากรรมของเหล่าชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เ่าั้เลยแม้แต่น้อย
ทว่าหลิวผิงผู้นี้กลับยินยอมและยังนำทัพหน้ามารุกรานอีกด้วย ช่างเป็คนเลวทรามต่ำช้าโดยแท้เขาคือความอัปยศในกองทัพตระกูลไป๋
“ดี! ผลลัพธ์ที่เ้า้า องค์ชายเช่นข้าสามารถมอบให้เ้าได้” โม่อวี้เฉินเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มที่เ็า
เขาเลิกคิ้วมองเกอจวิ้น“ไม่คาดคิดว่าในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ จะได้พบกับคนรู้จักด้วยนี่ไม่ใช่เกอจวิ้นเซี่ยนจู่ [2] หรอกหรือ!”
ใบหน้าของเกอจวิ้นพลันเ็าลงทันทีเขามองโม่อวี้เฉินอย่างเคืองแค้น “ถวายบังคมองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
ต่อหน้าองค์รัชทายาทเกอจวิ้นแทบไม่มีความสำคัญเลยแม้แต่น้อย
“ตื่นแล้วหรือเพคะ” กู้ชิงเฉิงมองโม่อวี้เฉินพลางขมวดคิ้วแน่น
เดิมทีเพียงแค่นางใช้เข็มเงินกระตุ้นจุดชีพจรและใช้ยาขับพิษเหมันต์ออกจากร่างกายของเขา ภายในหนึ่งวันพิษเหมันต์ก็จะถูกขับออกมาจนหมดสิ้น ทว่าในระหว่างนั้นกลับเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นทำให้พิษเหมันต์ของโม่อวี้เฉินกำเริบหนักขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งการรักษาก็จะยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีก
เื่นี้ทำให้กู้ชิงเฉิงรู้สึกโกรธเคืองไม่น้อยทั้งหมดนี้เป็เพราะกู้ตงหลิง สตรีผู้นั้นสมควรตายยิ่งนัก
โม่อวี้เฉินก้าวออกมาข้างหน้าชักกระบี่ยาวออกจากเอว
เมื่อประกายกระบี่วูบวาบหลิวผิงพลันกรีดร้องโหยหวนออกมา
เชิงอรรถ
[1]สองกำปั้นจะต้านทานสี่มือได้อย่างไร (双拳难敌四手)เป็สำนวนที่ใช้เปรียบเปรยว่า แม้จะมีทักษะความสามารถสูงแค่ไหนก็ยากที่จะเอาชนะกลุ่มที่มีจำนวนมากกว่า
[2]เซี่ยนจู่ (县主) ตำแหน่งเชื้อพระวงศ์ขั้น2 ชั้นรอง ผู้ที่จะได้รับตำแหน่งนี้จะต้องเป็ลูกของจวิ้นอ๋อง (郡王) ตำแหน่งนี้แสดงถึงฐานันดรศักดิ์ของเชื้อพระวงศ์ลำดับที่4 ในราชสำนัก