บทที่ 18 ฉลองวันครบรอบ
เซียวหย่งฝูพาเ้าก้อนแป้งไปบ้านของหลี่เจิ้ง
เดิมทีเขาคิดแค่ว่าเป็เื่แบ่งที่ดิน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะพามาห้องบรรพบุรุษเลยสักนิด
“ชื่อหน่วนหยางใช่หรือไม่ ไปกันเถอะ ปู่จะพาเ้าไปเล่น” หลี่เจิ้งรับเ้าก้อนแป้งมาอุ้มแล้วพาเดินไปยังห้องบรรพบุรุษ
เซียวหย่งฝูอดสงสัยไม่ได้ว่า ั้แ่เมื่อไรกันที่ห้องบรรพบุรุษเป็ที่ที่ให้เด็กน้อยเข้ามาเล่นได้?
“ท่านลุง นี่มันออกจะไม่ค่อยเหมาะเท่าไรกระมัง?” แน่นอนว่าเซียวหย่งฝูเองไม่ได้คิดว่ามีอะไรผิดปกติที่จะมากราบไหว้ เพียงแต่มีสายตาหลายคู่จับจ้อง พอถึงตอนนั้นจะหาว่าหน่วนหยางไม่เคารพบรรพบุรุษ ก็พูดได้ไม่เต็มปาก
หลี่เจิ้ง “อะไร เ้าจะบอกว่าข้าพูดอะไรผิดอย่างนั้นหรือ?”
คำพูดของหลี่เจิ้งจะผิดได้อย่างไร
ในหมู่บ้านนี้คำพูดของหลี่เจิ้งน่าเชื่อถือมากกว่านายอำเภอเสียอีก
ภายในห้องบรรพบุรุษมีแผ่นศิลาอยู่สี่แถวบนแท่นโต๊ะบูชา โดยมีกระถางธูปวางอยู่ข้างหน้า แสงสลัว ๆ ของเทียนส่องสว่างให้เห็นรอบข้างอย่างเลือนราง
เมื่อเ้าก้อนแป้งเข้ามา นางก็เห็น ‘บรรพบุรุษ’ หลายคนตัวสั่นงันงกอยู่มุมห้อง
‘นางคงจะไม่ก้มหัวคำนับหรอกใช่หรือไม่ ข้ายังไม่อยากถูกฟ้าผ่า’
‘เ้าคงไม่ได้คิดว่าเด็กตัวแค่นั้นจะก้มหัวคำนับได้หรอกนะ?’
‘หรือนางคือ… ท่านผู้นั้น!’
ทันใดนั้น เปลวเทียนก็วูบไหวจนเกือบดับ
หลี่เจิ้งคิดว่าเป็เพราะลม เขาจึงไม่ได้สนใจมันมากนัก “เอาล่ะ จุดธูปคำนับกันเถอะ”
ในเวลานี้เองชายชราร่างเตี้ยค่อย ๆ ใช้ไม้เท้าพยุงลุกขึ้นจากพื้น
“เ้าที่มาแล้ว!”
เทพเ้ารู้สึกได้ถึงพลังิญญาแปรปรวนในห้องบรรพบุรุษของหมู่บ้านหลิวกัง ดังนั้นเขาจึงมาตรวจสอบ
เมื่อเห็นเ้าก้อนแป้ง เขาก็รีบคำนับด้วยความเคารพ
เ้าก้อนแป้งทำปากงึมงำ ทำให้สายลมแห่งเทพพัดผ่านเ้าที่ไป
หลี่เจิ้งวางเ้าก้อนแป้งลงบนฟูก และเตรียมประคองนางให้ไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งถือเป็เื่ที่ถูกต้องตามหลักพิธีไหว้บรรพบุรุษ
แต่เขาไหนเลยจะรู้ว่าบรรพบุรุษเ่าั้ค่อย ๆ โผล่หัวกันออกมา โดยทุกคนล้วนกระจุกกันอยู่ที่มุมห้อง
หากนางต้องก้มศีรษะคำนับจริง ๆ คาดว่าหมู่บ้านหลิวกังคงสิ้นบรรพบุรุษแล้ว
บรรพบุรุษที่มักจะคิดว่าหลี่เจิ้งเป็คนกตัญญูต่างกู่ร้องกันระงม ‘อย่า ๆ ๆ พวกเราไม่มีหลานคนนี้ก็ได้!’
ท้องฟ้าด้านนอกห้องมืดครึ้มในพลัน ภายในห้องบรรพบุรุษแสงเทียนริบหรี่และโต๊ะสั่นะเื
เมื่อเห็นฉากนี้ เซียวหย่งฝูก็ลุกขึ้นยืนทันทีและอุ้มหน่วนหยางไว้ในอ้อมแขน “ท่านลุง อย่าให้หน่วนหยางก้มหัวเลย!”
ราวกับรับรู้ถึงความตั้งใจของเซียวหย่งฝู หลี่เจิ้งอุ้มหน่วนหยางพลางกล่าว “ก็ได้ ๆ เด็กเล็กขนาดนี้ไม่ต้องคำนับก็ได้”
‘เ้าหนุ่มนี่นับว่ายังฉลาดอยู่!’
เ้าก้อนแป้งแอบหัวเราะ แล้วส่ง ‘บรรพบุรุษ’ ให้กลับเข้าแผ่นป้ายไป
เอาล่ะ อย่าทำให้พ่อของนางกลัวนะ
เซียวหย่งฝูและหลี่เจิ้งไม่รู้เลยว่าเทพเ้าที่พวกเขาอยากพบ และเหล่าบรรพบุรุษที่ตนกราบไหว้เพิ่งมาปรากฏตัวที่นี่เมื่อครู่นี้
ที่หลี่เจิ้งให้นางมากราบไหว้บรรพบุรุษ เพื่อบอกบรรพบุรุษทุกคนว่าสกุลเซียวมีความสำคัญต่อเขามากเพียงใด
คืนนั้น บรรพบุรุษได้เข้าฝันหลี่เจิ้ง
บรรพบุรุษคนที่หนึ่ง “เ้าต้องปฏิบัติต่อเด็กน้อยคนนั้นและครอบครัวของพวกเขาให้ดี”
บรรพบุรุษคนที่สอง “ลำเอียงได้ย่อมดี”
บรรพบุรุษทุกคนพูดพร้อมกัน “อย่าปล่อยให้เด็กน้อยคนนั้นมาคุกเข่าคำนับอีก!”
ในความฝันของเขา กลุ่มบรรพบุรุษกำลังพูดถึงเื่นี้ ทำให้เขาเวียนหัวและตอบรับอย่างต่อเนื่อง แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความฉงนสงสัย
แม้แต่เ้าที่ก็มีสีหน้าสุขใจ “โชคดีได้มาถึงแล้ว”
ยังจะเดาไม่ออกอีกหรือ?
จะเป็ไรไป แม้แต่ไท่ซ่างเหล่าจวิน*[1]จะหลอมโอสถสำคัญ ยังต้องเชิญท่านผู้นี้มา
ตราบใดที่มีนางอยู่ด้วย โอสถจากเตาหลอมจะต้องมีคุณภาพสูงสุดอย่างแน่นอน
……
“ท่านพี่ทำไมถึงกลับมาเร็วขนาดนี้ แบ่งที่กันเสร็จแล้วหรือ?” หลินซื่อถามด้วยความแปลกใจ
เซียวหย่งฝูบอกเล่าแก่ภรรยาว่าหลี่เจิ้งจัดสรรที่ดินให้กี่หมู่และอยู่ที่ไหนบ้างอย่างไม่คิดปิดบัง
หลินซื่อบีบผ้าในมือโดยไม่รู้ตัว “ล้วนเป็ที่ดินที่ดีทั้งนั้นเลย!”
มีทุ่งนา สวนผลไม้ บ่อปลา รวมพื้นที่ก็สิบกว่าหมู่
“แบบนี้ข้าไม่เหนื่อยจนตายเลยหรือ” เซียวหย่งฝูพูดอย่างขมขื่น
ผู้เฒ่าเซียวถอนหายใจ “เ้านี่โง่จริง ๆ ถึงตอนนั้นเ้าจ้างคนก็ได้ เ้าเคยไปช่วยบ้านอื่นมาแล้ว นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย”
หลินซื่อยิ้ม “ท่านพ่อพูดถูก ที่ดินเยอะขนาดนี้ท่านก็แค่ซื้อเมล็ดพันธุ์มากหน่อยเท่านั้น”
ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าเมื่อถึงวันครบรอบหนึ่งเดือนในอีกสองวันข้างหน้า ทั้งครอบครัวจะไปเที่ยวในเมืองกัน
ในเมื่อต้องจัดงานครบรอบ ทั้งครอบครัวจึงนับว่าวุ่นวายอย่างยิ่ง
เซียวหยวนหลางพาน้องชายและหมาป่าขาวขึ้นไปบนูเาอีกครั้ง เด็กหนุ่มนำไก่ป่า กระต่าย เห็ด และของป่ามากมายกลับมาด้วย
สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือมีเห็ดหลินจืออายุร้อยปีปะปนอยู่ด้วย
เซียวหย่งฝูไปที่บ่อปลาเพื่อดูรอบ ๆ และนำตะกร้าใส่ปลาตัวใหญ่กลับมา ซึ่งขนาดของมันตกตัวละยี่สิบจิน
ทุกวันนี้แม่ไก่ออกไข่อย่างต่อเนื่อง ไก่ตัวหนึ่งแทบกลายเป็สุนัขหอบแล้ว*[2]
เมื่อถึงวันครบรอบ สกุลเซียวพากันตื่นแต่เช้าเพื่อฆ่ากระต่ายและไก่ป่า ทุกคนมีชีวิตชีวามาก
ผักที่ปลูกในแปลงของพวกเขาก็นับว่ามีประโยชน์เช่นกัน
เพื่อนบ้านที่มาช่วยยังมองว่าเป็ของที่พวกเขาซื้อมา ใครจะคิดว่าสกุลเซียวผู้เคราะห์ร้ายจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากมายขนาดนี้
พวกผู้หญิงช่วยกันอยู่ในครัว ส่วนพวกผู้ชายจัดโต๊ะกลมขนาดใหญ่กันข้างนอกและเตรียมชามตะเกียบ
ส่วนเด็ก ๆ กำลังวิ่งเล่นอยู่ในลานบ้าน
เมื่อวานนี้สกุลเซียวกำลังยุ่งอยู่กับการย้ายจากบ้านเก่าทรุดโทรมมาสู่บ้านหลังใหม่
พื้นที่กว้างขวาง ลานบ้านขนาดใหญ่รับกับตัวบ้านหลักที่ตั้งอยู่ตรงกลางและมีห้องฝั่งตะวันออกและห้องฝั่งตะวันตก
มีห้องมากมายเพียงพอ ลูกชายทั้งสี่คนมีห้องเป็ของตัวเอง ผู้เฒ่าเซียวก็เลือกไปห้องหนึ่งด้วย
แต่เดิมอยากให้ชายชราพักอยู่ห้องหลัก แต่เขาอยากอยู่กับเซียวจี้หลาง หนึ่งเด็กหนึ่งคนแก่ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น
ห้องครัวใหม่สว่างและกว้างขวาง สถานที่ที่ครอบครัวทำกับข้าวและทานอาหารเชื่อมต่อกัน กั้นด้วยผนังเตี้ย
เมื่อเซียวหย่งฝูสร้างบ้าน เขาตัดสินใจสร้างเตียงเตา ดังนั้นทุกห้องจึงมีเตียงเตาอุ่น ๆ ไว้สำหรับหน้าหนาว
หลังจากยุ่งมาหลายวัน ถึงเวลาที่ต้องจ้างคนมารื้อครัวเก่าและบ้านที่ทรุดโทรมหลังนั้นออก ลานด้านหน้าจะได้กว้างขึ้น
เขาคิดไว้อยู่แล้วว่าจะปลูกองุ่นให้หน่วนหยาง เพื่อให้เ้าตัวเล็กได้เก็บองุ่นกิน พอถึงฤดูร้อน ทุกคนในครอบครัวจะได้มีร่มไม้และรับความเย็นสบายใต้โครงเถาองุ่นด้วย
ชาวบ้านจำนวนมากมาแต่เช้าเพื่อช่วยเหลือและพูดคุยกัน
ครอบครัวของหลิวต้าหย่งกลับเป็ที่สะดุดตามาก
ทุกคนในหมู่บ้านรู้ดีว่าแม่เฒ่าเหยาตัดสินใจที่จะจัดการเื่การแต่งงานระหว่างทั้งสองครอบครัว แต่ไม่ว่าจะเป็การชำแหละหมูป่าเมื่อสองวันก่อน หรือวันครบรอบในวันนี้ ครอบครัวของหลิวต้าหย่งก็ไม่ได้โผล่หน้ามาช่วยเลยสักคน
หลิวซิ่วหงเดินกะโผลกกะเผลกเล็กน้อย ด้วยหลิวต้าหย่งไม่ยอมให้หวังซื่ออยู่ไฟด้วยซ้ำ ดังนั้นเขาจะปล่อยให้หลิวซิ่วหงนอนพักได้อย่างไร
เด็กสาวมองผ่านฝูงชน และเห็นเซียวหยวนหลางยืนอยู่ใต้ชายคา ดวงตาของนางพลันเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
ตัวนางถูกครอบครัวเซียวไล่ออกจากบ้าน ต้องร้องไห้กล้ำกลืนฝืนทน แต่เขากลับไม่ได้ตามออกมาดูนางด้วยซ้ำ
ถ้าตามมา นางก็คงไม่ล้มจนกระดูกหักเช่นนี้
ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของนังตัวเล็กนั่น!
เ้าก้อนแป้งไม่รู้ว่าตัวเองที่กำลังนอนอยู่ในบ้านจะกลายเป็แพะรับบาป
แต่ต่อให้รู้ นางก็ไม่สนใจอยู่ดี
หลังจากที่หลิวต้าหย่งเข้ามา เขาก็ทักทายแต่ละโต๊ะด้วยการเอามือไพล่หลัง
“กินอยู่หรือ?”
“อาหารอร่อย!”
“ไม่ต้องเกรงใจ กินเลย ๆ!”
ทำตัวราวกับอาหารจัดเลี้ยงครบรอบนี้จัดขึ้นเพื่อเขาอย่างไรอย่างนั้น
เซียวหย่งฝูยุ่งอยู่ตลอด เมื่อเขาออกมาพร้อมกับจานชาม ก็เห็นหลิวต้าหย่งแสร้งทำเป็เ้าบ้านกำลังพูดคุยกับคนอื่น ๆ
มีผู้คนอยู่กันเยอะ จะให้เมินเฉยก็ไม่เหมาะสักเท่าไร เขาจึงก้าวไปข้างหน้า “ต้าหย่งมาแล้วหรือ มากินเถอะ”
หลิวต้าหย่งมีสีหน้าเย่อหยิ่งและดูถูกเหยียดหยาม เขาโบกมือ “เ้าไปช่วยเถอะ ข้าจะอยู่รับแขกที่นี่เอง”
นี่คือการใช้แสงจากครอบครัวคนอื่นเพื่อเอาหน้า
เวลานั้นผู้คนรอบตัวต่างก็รู้สึกแบบเดียวกัน
หน้าไม่อาย!
เซียวหย่งฝูยิ้มอย่างอ่อนโยน “ต้าหย่ง นี่เป็งานครบรอบบุตรสาวของข้า ไม่รบกวนเ้ารับแขกให้หรอก รอเ้าให้กำเนิดบุตรชายพวกเราจะไปฉลองกับเ้าแน่”
ไม่มีใครไม่รู้ว่าหลิวต้าหย่งอยากได้ลูกชายเพียงใด คำพูดของเซียวหย่งฝูแทงเข้าไปในหัวใจของอีกฝ่ายอย่างจัง จนหน้าดำเป็ก้นหม้อ
เขาหันกลับไปหาหวังซื่อที่อยู่ด้านหลัง “หลีกทางไป เ้าไร้ประโยชน์”
สีหน้าของหวังซื่อถอดสี นางมองไปยังหลินซื่อที่กำลังอุ้มทารกไว้แนบอก ‘ความแค้นทั้งเก่าทั้งใหม่’ หลั่งไหลเข้ามาในใจของนาง
“รีบหาที่นั่งเถอะ พวกเ้ามาช้า คงต้องเบียดเสียดกันหน่อย”
หลิวต้าหย่งสีหน้าดูแทบไม่ได้ เดิมทีเขาอยากจะหันหลังเดินกลับไป แต่อาหารดูน่าอร่อยเช่นนี้ เขาจะจากไปได้อย่างไร?
สีหน้าทะมึนมองหาที่นั่ง และดื่มเหล้าจนเมามาย
หวังซื่อ ‘สนใจ’ แค่หลินซื่อ เมื่อเห็นอีกฝ่ายอุ้มลูกเข้าไปในบ้าน นางก็เช็ดปากลอบยิ้มและเดินตามเข้าไป
หลิวซิ่วหงสังเกตเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของมารดา ดังนั้นนางจึงจัดการน้องสาวให้เรียบร้อยแล้วแอบตามไป
ลานบ้านสนุกสนานครึกครื้นจนไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีคนหายไปสองคน
หวังซื่อเข้าไปในห้องหลัก และเห็นว่ามันเต็มไปด้วยเครื่องเรือนที่เพิ่งสร้างใหม่ เด็กน้อยสองคนถูกวางลงบนเตียงเตา
อาจเป็เพราะความเหนื่อยล้าจากการถูกอุ้มเป็เวลานาน ตอนนี้เด็กทั้งสองจึงหลับไปแล้ว
ผ้าสีแดงเมื่อตอนนั้นถูกหลินซื่อเอามาทำชุดตัวเล็ก ๆ ให้เ้าก้อนแป้ง
เสี่ยวลิ่วสวมชุดสีคราม มองแวบเดียวก็สามารถแยกได้ว่าคนไหนคือลูกชายและคนไหนคือลูกสาว
หวังซื่อมองไปยังเซียวลิ่วหลางตัวอวบอ้วน ราวกับว่ามีบางอย่างดลใจพลางพึมพำ “มันเป็เพราะเ้า ต้องโทษเ้าที่ทำให้ข้าต้องอับอายต่อหน้าผู้คน”
“ข้าอยากให้หลินซื่อลองลิ้มรสการที่ไม่มีลูกชายดูบ้าง!”
ขณะที่หวังซื่อพูด มือของนางก็ค่อย ๆ บีบคอเซียวลิ่วหลางที่กำลังหลับสนิท
ตอนนั้นเองกลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง “ท่านแม่ ท่านกำลังทำอะไร?”
[1] ไท่ซ่างเหล่าจวิน (太上老君) เป็หนึ่งในสามเทพเ้าสูงสุดแห่งลัทธิเต๋า
[2] กลายเป็สุนัขหอบ (累成了狗) แปลว่า เหนื่อยสุด ๆ