เสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย...
ดาบของทหารพม่าสามเล่มเงื้อขึ้นสูง...พร้อมที่จะสับร่างของเจ้าพระยาเพชรพิไชยให้กลายเป็นชิ้นๆ
ในขณะที่ท่านเจ้าเมืองเองก็กำลังจะหมดแรงต้านทานขวานรบอันหนักอึ้งของแม่ทัพร่างยักษ์ที่อยู่เบื้องหน้า
ความพ่ายแพ้และความตายอยู่ห่างออกไปเพียงชั่วลมหายใจ...
แต่ในชั่วลมหายใจนั้นเอง...มัจจุราชที่แท้จริงก็ได้มาถึง!
คำอินทร์ซึ่งอยู่บนหลังคาอาคารใกล้เคียง...ตัดสินใจแล้ว!
เขาไม่ได้วิ่งไปตามกำแพง...นั่นมันช้าเกินไป! เขากลับวิ่งทะยานไปตามแนวสันหลังคาของอาคารบ้านเรือนที่อยู่ด้านในกำแพง!
"ย่างสามขุม!"
ร่างของเขาเบาหวิวราวกับปุยนุ่น...แต่กลับรวดเร็วดุจพายุ! เขากระโจนจากหลังคาหลังหนึ่งไปยังอีกหลังหนึ่ง...ข้ามผ่านความโกลาหลและเสียงกรีดร้องเบื้องล่างไปราวกับเป็นเพียงภาพเงา...ผู้คนและทหารที่อยู่บนพื้นดินไม่มีใครสังเกตเห็นเงาดำที่กำลังเคลื่อนที่อยู่เหนือศีรษะของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย!
ระยะทางที่คนปกติจะต้องใช้เวลาวิ่งหลายนาที...เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็มาถึงอาคารหลังสุดท้ายที่อยู่ติดกับแนวกำแพง...ตรงตำแหน่งที่เจ้าเมืองกำลังจะเสียท่าพอดี!
เขาคำนวณระยะทางและจังหวะในเสี้ยววินาที...แล้วทะยานร่างออกจากสันหลังคา...ลอยข้ามความว่างเปล่าที่อยู่ระหว่างตัวอาคารและกำแพงเมือง!
ฟุ่บ!
ร่างของคำอินทร์ร่อนลงบนยอดกำแพง...ด้านหลังของทหารพม่าทั้งสามนายที่กำลังจะลงมือสังหารเจ้าเมือง...อย่างเงียบกริบ!
ความเงียบ...ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง
ทหารพม่าทั้งสามยังไม่รู้ตัว...พวกมันยังคงมุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การสังหารเจ้าเมืองผู้เป็นเป้าหมายหลัก...
และนั่นคือความผิดพลาดสุดท้ายในชีวิตของพวกมัน
คำอินทร์ไม่เปล่งเสียง...ไม่แสดงตัว...เขาลงมือทันที!
ดาบในมือของเขากลายเป็นเพียงเส้นแสงสีเงินที่พุ่งวาบออกไปในความมืด...
ฉึก!
ปลายดาบอันแหลมคมแทงทะลุจากแผ่นหลัง...ทะลวงเกราะหนัง...และเสียบทะลุหัวใจของทหารพม่าที่อยู่ใกล้ที่สุด! มันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง...แล้วล้มฟุบลงไปกองกับพื้นโดยไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ!
ทหารอีกสองนายที่เหลือหันขวับมาทันทีเมื่อเห็นสหายของตนล้มลง...แต่ภาพที่พวกมันเห็น...คือคมดาบที่กำลังตวัดเข้ามาหาลำคอของพวกมัน!
ฉัวะ! ฉัวะ!
โลหิตสาดกระเซ็นเป็นสาย! ศีรษะของทหารทั้งสองนายหลุดกระเด็นออกจากบ่าแทบจะพร้อมกัน! ร่างไร้หัวของพวกมันยังคงยืนอยู่ชั่วอึดใจ...ก่อนจะล้มลงไปกองทับกัน...
ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาเพียงแค่สามลมหายใจ...
เจ้าพระยาเพชรพิไชยซึ่งเตรียมใจจะรับความตายแล้ว...กลับต้องตกตะลึงกับเหตุการณ์เบื้องหลัง! เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย...ใช้ดาบยันคมขวานของแม่ทัพร่างยักษ์เอาไว้...แล้วเหลือบมองกลับไป...
ท่านเห็นเพียงร่างของทหารพม่าสามนายที่นอนตายอย่างน่าสยดสยอง...และเด็กหนุ่มผมเผ้ารุงรังในชุดมอมแมมที่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางวงล้อมแห่งความตาย...ดาบในมือของเด็กหนุ่มคนนั้น...ยังคงมีหยาดโลหิตอุ่นๆ หยดลงสู่พื้น...
แม่ทัพร่างยักษ์ของพม่าเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน! มันคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวที่กับดักของตนถูกทำลายลงในพริบตา!
มันผลักร่างของเจ้าเมืองออกไป...แล้วหันมาเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนคนใหม่...ผู้ที่สังหารทหารกล้าตายของมันไปสามคนในชั่วพริบตา!
"มึง...เป็นใคร!" มันตวาดลั่นเป็นภาษาพม่าที่ห้วนกระด้าง
คำอินทร์ไม่ตอบถึงแม้เขาจะพอฟังออก...เขาเพียงแค่เหลือบมองไปยังเจ้าพระยาเพชรพิไชยที่กำลังเหนื่อยหอบและมีบาดแผลหลายแห่ง...แล้วหันกลับมาจ้องมองแม่ทัพร่างยักษ์ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า...
เขาขยับตัว...ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว...ยืนตระหง่านอยู่ระหว่างเจ้าเมืองชราและอสูรร้ายจากแดนพม่า...เป็นการประกาศตนอย่างชัดเจนว่า...หากจะฆ่าเจ้าเมืองผู้นี้...ก็ต้องข้ามศพของเขาไปก่อน!
บรรยากาศบนกำแพงพลันเงียบลงชั่วขณะ...การต่อสู้รอบด้านดูเหมือนจะหยุดชะงัก...ทุกสายตา...ทั้งของฝ่ายสยามและฝ่ายพม่า...ต่างจับจ้องมายังจุดศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งครั้งใหม่นี้...
การเผชิญหน้าระหว่างเด็กหนุ่มปริศนา...กับแม่ทัพอสูรแห่งพม่า
เจ้าพระยาเพชรพิไชยนั่งหอบหายใจอยู่กับพื้น...มองแผ่นหลังที่ดูบอบบางแต่กลับมั่นคงดุจขุนเขาของเด็กหนุ่มนิรนามผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย...ทั้งตกตะลึง...ทั้งสับสน...และทั้งรู้สึกขอบคุณอย่างสุดหัวใจ
แม่ทัพร่างยักษ์ยกขวานรบสองมือของมันขึ้นมาพาดบ่า...มันเลียริมฝีปาก...ดวงตาฉายแววแห่งความสนุกสนานอันโหดเหี้ยม
"ดี! ดีมาก! ไม่ว่ามึงจะเป็นใคร...แต่วันนี้...กูจะขยี้กระดูกของมึงให้แหลกคามือของกู!"
คำอินทร์ไม่เอ่ยวาจาใดๆ...เขาเพียงแค่ยกดาบในมือขึ้นมาตั้งตรงในระดับอก...ปลายดาบชี้ไปยังใบหน้าของศัตรู...
เปลวไฟจากคบเพลิงที่อยู่รอบๆ สะท้อนบนคมดาบ...เกิดเป็นประกายวูบวาบราวกับมีชีวิต...
สงครามระหว่างกองทัพได้หยุดลงชั่วคราว...และบัดนี้...มันได้กลายเป็นการดวลระหว่างยอดฝีมือ...การต่อสู้ที่แท้จริง...กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!