แม้ฟังดูแปร่งๆ แต่ก็ใช่จะไร้เหตุผล มันสอดคล้องและเหมาะเจาะพอสมควร กล้าเลยเลิกตั้งข้อสงสัย และขอคำแนะนำ
“ เอ่อ….แล้วผมควรจะทำอะไรต่อไป ”
“ อืม….อย่างแรกคุณก็ต้องลอบเข้าไปในใจกลางโกดัง ซึ่งเป็นลานกว้างโล่งๆ บริเวณนั้นจะมีกล่องระเบิดวางอยู่ ให้เปิดมัน แล้วกดปุ่มแดง จากนั้นจะมีเวลาหนีประมาณหนึ่งนาที ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่รวดเร็วแบบคุณ” โยเฮสาธยายต่อเนื่องและราบรื่น ทำให้กล้าเข้าใจในทันที แต่เด็กหนุ่มยังคงติดขัดในบางจุด
“ โอเค…ครับ ว่าแต่……”
“ แต่อะ…อะไรหรือครับ…”โยเฮกล่าวติดขัด เพราะแอบใจเสียนิดๆ ด้วยกลัวว่าปลาตัวใหญ่จะไม่กินเบ็ด
“ คะ…คุณได้อพยพคนออกจากโกดังหมดรึยังครับ พะ….เพราะผมไม่อยากหะ…ให้ใครตายในครั้งนี้”
คำตอบของกล้า ทำให้โยเฮอึ้งไปชั่วขณะ เพราะขนาดตัวเองกำลังจะเสี่ยงอันตราย ยังเผื่อแผ่เป็นห่วงคนอื่น ความมากน้ำใจนี้ ทำให้นักเลงจอมเก๋าเริ่มไหวหวั่น
“ อะ….เอ่อ…..ผมไล่คนออกหมดแล้ว คุณเซย่าอย่าห่วงเลย”
“ ครับ….ฟู่…ค่อยยังชั่ว ขอให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี” กล้าเป่าปากระบายลม ประมาณว่าเริ่มสบายใจ แต่ก่อนที่เขาจะตัดสาย นักเลงจอมเก๋าก็ร้องทัก
“ เอ๊ะ! เดี๋ยวก่อนครับ คุณเซย่า…..”
“ ฮะ อะไรครับ คุณโยเฮ….”
“ อ่า…..ไม่มีอะไรครับ แค่จะบอกว่า…..โชคดี ” โยเฮเกือบจะเผยความจริงให้กล้ารู้ แต่สุดท้าย เขาก็หักใจปล่อยให้เด็กหนุ่มเป็นตัวหมากต่อไป
“ ตู้ด……”
สายถูกตัดไปแล้ว มีเพียงโยเฮที่กำลังเอนกายลงบนเก้าอี้ไม้ขนาดเล็ก ดวงตาฝ้าฟางตามวัยส่อแววอาลัยและสำนึกผิดเล็กน้อย
“ เฮ้อ….ก็หวังว่าคุณจะปลอดภัย และให้อภัยตาแก่ชั่วช้าอย่างผม ”
……………………………….
กล้ายอมรับว่ารู้สึกแปลกๆ มันดูเหมือนโยเฮอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็กหนุ่มวัย13 จึงไม่มีความคิดมากพอจะเข้าใจ และปล่อยวางไปในที่สุด
“ อืม…ถึงจะดูประหลาดหน่อยๆ แต่ก็ช่างมันเถอะ รีบไปจัดการตามแผนให้เสร็จสิ้นเถอะ สองปู่หลานจะได้ปลอดภัย ”
กล้าเตรียมจะโดดลงไป แต่พอมองไปยังเบื้องล่าง ก็พบว่าสูงมิใช่น้อย เลยแอบปอดลอยอยู่หน่อยๆ
“ เอ….ถึงจะได้ร่างกายของเซย่ามาใช้ แต่เขาก็คงไม่โดดลงไปตรงๆหรอกมั้ง เพราะมันก็สูงเอาเรื่อง ประมาณตึกสามชั้นเห็นจะได้ แบบนี้ต้องหาบันไดหรือไม่ก็ไต่ไปตามรางน้ำ”
แต่ในระหว่างที่กล้ามัวแต่งกๆเงิ่นๆ เท้าขวาดันไปสะดุดกับแอ่งน้ำขังแห่งหนึ่ง ทำให้พลัดตกลงจากตึก
“ เฮ้ย!......” กล้าร้องเสียงหลง กายเพรียวได้ส่วนร่วงหล่นลงสู่พื้น และด้วยความกลัวนี้เอง ทำให้เขารีบปิดตา สองมือปาดป่ายไปกลางอากาศ ท่วงท่าคล้ายแมวที่พยายามตะกายตึก
“ เหวอ….ซวยแล้ว พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย……ผมไม่น่าเซ่อเลย…..”
“ ตุ้บ……”
เสียงของหนักกระทบพื้นดังสู่โสตประสาทของเด็กหนุ่ม และจินตนาการแรกที่เกิดในหัวก็คือ….กระดูกขาที่หักสะบั้นจนแทงทะลุออกนอกเนื้อ พร้อมความเจ็บปวดที่เกินทน แต่ในความเป็นจริง มีเพียงความเงียบงันกับฉากหลังอันดำมืด
“ เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ ทำไมมันไม่เจ็บไม่ปวด ” กล้าเริ่มสงสัย จึงข่มใจลืมตาขึ้นดูเหตุการณ์ ทำให้พบกับภาพพื้นปูนกว้างโล่ง และโกดังใหญ่ตรงหน้า
“ เอ๋….นี่เราลงมาอยู่บนพื้นแล้วเหรอเนี่ย” สิ่งต่อมาที่กล้าทำคือสำรวจตัวเอง จึงรู้ว่ายังไม่มีบาดแผลใดบนร่างกาย
“ เอ…..แต่เราพลัดตกตึกมาเต็มๆเลยนี่ ทำไมถึงไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน นี่ก็แปลว่าระหว่างที่เสียขวัญจนหลับตาปี๋ ร่างกายของเซย่ามีสัญชาตญาณระวังภัย เลยพลิกกายลงเหยียบพื้นได้เองโดยอัตโนมัติ” และนี่เป็นสมมุติฐานเดียวที่กล้าคิดได้ แน่นอนว่ามันทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นอีกมากโข ดวงตาเหลือบมองแขนขาของตัวเอง
“ โห……แบบนี้ก็แปลว่า….เราแทบจะเป็นอมตะ ร่างกายของเซย่านี่ช่างสุดยอดฮะ ฮะ ฮะ…..” กล้ารู้สึกลิงโลด เพราะถ้าเป็นแบบนี้ ก็ไม่ต้องกังวลกับท่อน้ำทิ้งในโลกเก่าที่เขาเคยซุ่มซ่ามเหยียบพลาดจนหล่นลงไปถึงหลายหน
หลังจากกล้าสาแก่ใจอยู่นานสองนาน จิตสำนึกก็หวนคืนสู่ภารกิจหลักที่ต้องทำ นั่นก็คือบึมโกดังของบอสให้วอดวาย
“ ใช่แล้ว จะมัวแต่ดีใจไม่ได้ ต้องรีบหากล่องวางระเบิด ”
พอคิดได้ดังนั้น กล้าก็เริ่มออกวิ่ง เป้าหมายคือโกดังใหญ่ตรงหน้า และด้วยความรวดเร็วของฝีเท้าที่ใกล้เคียงเสือดาว จึงทำให้เขามาถึงจุดหมายในพริบตา
“ เอ……แล้วเราจะเข้าไปยังไงดีหว่า ก็ประตูโกดังถูกล็อกด้วยแม่กุญแจลูกโตนี่นา…..” กล้าเริ่มจนปัญญา แต่ไม่นาน เขาก็ฉุนเฉียวจนอยากเขกกะโหลกตัวเองเสียหนึ่งที
“ บ้าชะมัด แล้วจะมัวมองหาลูกกุญแจทำไม ในเมื่อตอนนี้ เรามีพลังของเซนต์อยู่ในมือนี่นา ล็อกแค่นี้ไม่น่าเป็นปัญหา ”
กล้ารีบใช้สองมือจับแม่กุญแจลูกโต ก่อนจะออกแรงง้างสุดกำลัง แต่มันก็ไร้ผล
“ เอ๊ะ! ทำไมคราวนี้ถึงหักเหล็กไม่ได้ แรงของเซย่าน่าจะมีมากกว่านี้สิ ” คิ้วของกล้าเริ่มขมวดนิ่ว ในใจแอบคิด…….หรือว่าแม่กุญแจนี้จะทำมาจากแร่ไวเบรเนี่ยมของวากานด้า
“ เอ…..ไม่ใช่สิ แร่นั้นมันอยู่ในหนังของมาร์เวล ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย และการที่เราหักแม่กุญแจไม่ได้ เป็นเพราะยังไม่ได้ดึงพลังคอสโม่ขึ้นมาใช้ ” ขณะที่กล้าเพ้อเรื่อยเปื่อย เขาก็คิดออก จึงเริ่มสงบจิตใจ ไม่นาน ออร่าสีฟ้าอ่อนก็พวยพุ่งออกจากร่างกาย
“ เกร๊ง…….” แม่กุญแจหักเป็นสองส่วนอย่างง่ายดาย ด้วยกล้าได้ดึงพลังเหนือมนุษย์ออกมาใช้ มุมปากจึงเริ่มฉีกยิ้มด้วยความยินดี
“ เย้…ดีใจจัง นี่เป็นเพราะเราฝึกฝนการใช้คอสโม่มาหลายวัน เลยคล่องตัวถึงเพียงนี้ ”
พอกล้ากระหยิ่มยิ้มย่องได้อึดใจหนึ่ง เขาก็ละทิ้งความรู้สึกนี้ไป และเตรียมจะเคาะประตู แต่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้
“ เอ๊ะ! และจะเคาะประตูตามมารยาททำไม ก็ตอนนี้เราเป็นโจรที่กำลังจะลอบเข้าไปเผาโกดังนี่นา ”
กล้าอยากเตะตัวเองซักหลายๆที เพราะที่ผ่านมา เขาเป็นเด็กเนิร์ดที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดี จึงสุภาพสุดๆ แต่เพื่อให้การใช้ชีวิตข้างหน้าเป็นไปอย่างราบรื่น เห็นทีต้องทิ้งความเป็นลูกคุณหนูไปบ้าง
“ เฮ้อ…..ขืนทำตัวเซื่องอยู่แบบนี้ เห็นทีจะไม่รอด ต้องลองหัดกบฏดูบ้าง แต่จะเริ่มจากอะไรดีนา….. อ้อ…ใช่แล้ว แบบนี้ไง ” พอได้คำตอบ กล้าก็ยกเท้าขวาขึ้นถีบประตู ทำให้ทวารเหล็กสูงสองเมตรหลุดจากขั้ว พร้อมกระเด็นไกลไม่ต่ำกว่าสิบก้าว
“ โครม………”
เสียงประตูพังดังสนั่นอย่างรุนแรง เพราะนั่นคือเพลงเท้าที่แฝงพลังคอสโม่ อานุภาพของมันจึงมากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี ชนิดที่แรงช้างถีบยังไม่อาจทัดเทียม แต่นั่นก็ทำให้หัวใจของกล้าร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ไอ้หย่า แบบนี้ก็ห้าวเกินไป เสียงดังขนาดนั้นไม่กระจายไปสามบ้านแปดบ้านเลยรึ แบบนี้แผนการลอบเข้ามาเผาโกดังก็แตกสนิทน่ะสิ ไอ้คนอย่างเรามีอะไรดีบ้างมั้ยเนี่ย” กล้าด่าตัวเองอย่างหนักหน่วง โทษฐานที่ไม่ระมัดระวัง ก่อนจะเผ่นไปหลบในมุมมืดตรงซอกตึก ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ แต่พอผ่านไปได้ซักหน่อย ก็โล่งอกขึ้น ด้วยไม่เห็นมีใครโผล่ออกมาดูเหตุการณ์
“ ฟู่…..ยังคงปลอดโปร่ง อาจเป็นเพราะโกดังนี้เป็นของมาเฟียใหญ่ประจำเมือง เลยไม่มีใครมายุ่มย่าม ”
พอเห็นทางสะดวก กล้าก็ค่อยๆออกจากที่ซ่อน แล้วย่องเข้าไปในโกดังอย่างระมัดระวัง
“ โอ้โห……มืดจังเลยแฮะ…..แทบจะมองอะไรไม่เห็นเลย ” ด้วยสภาพแวดล้อมที่วังเวง จึงทำให้กล้ารู้สึกหวาดกลัว แต่เพื่อให้งานลอบเร้นสัมฤทธิ์ผล เขาจึงเลือกที่จะปิดไฟต่อไป
กล้าเดินดุ่มๆไปกลางความมืดเป็นระยะ ทำให้เขาเผลอไปชนชั้นวางของ หรือไม่ก็ลังโน่นนี่นั่นที่วางระเกะระกะจนล้มลุกคลุกคลาน แต่ไม่นาน สายตาของเด็กหนุ่มก็เริ่มชิน ทำให้พอมองเห็นสภาพแวดล้อมอยู่รำไร
“ โอ้…..ค่อยยังชั่ว พอจะมองเห็นนิดๆ ทีนี้ก็ไม่เดินชนอะไรแล้ว”
กล้ามะงุมมะงาหราต่อไป และพอคิดว่าจะไปผิดทาง เขาก็โทรสอบถามโยเฮ ซึ่งก็ได้รับคำชี้แนะที่ค่อนข้างดี เนื่องจากนักเลงจอมเก๋าเคยมาเยี่ยมเยียนโกดังแห่งนี้อยู่หลายวาระ จึงรู้เส้นทางเป็นอย่างดี ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เด็กหนุ่มก็มาถึงจุดหมายปลายทาง
“ ฮ้า….ดูเหมือนผมจะเจอกล่องวางระเบิดแล้วนะครับ มันอยู่ตรงกลางโถงกว้างเหมือนที่คุณบอกเลย ” กล้ารีบรายงานโยเฮ
“ อ่า…กล่องสีแดงใช่มั้ยครับ ถ้าใช่ ก็ถูกต้อง ทีนี้รบกวนคุณเปิดมัน แล้วกดปุ่มตั้งเวลาตามแผน และอีกอย่าง ระวังตัวด้วยนะครับ” นักเลงจอมเก๋ารีบเดินเรื่องต่อ ซึ่งกล้าก็รับคำถี่รัว โดยไม่สำเหนียกเลยซักนิดว่าปลายเสียงของโยเฮดูห่วงใยขนาดไหน
“ ครับ…กล่องนั่นมีสีแดงจริงๆ ดีล่ะ ผมจะรีบไปกดตั้งเวลา ”
กล้ารีบเปิดกล่อง มันมีขนาดใหญ่กว่าหัวคนเล็กน้อย แต่แทนที่จะเห็นวัตถุระเบิด กลับมีเพียงความว่างเปล่า เขาเลยอุทานเสียงดัง
“ เอ๊ะ! คุณโยเฮ ไม่เห็นมีอะไรอยู่ในนั้นเลย หรือว่าจะเปิดผิดกล่อง”
“ แป๊ก……”
สิ้นคำอุทาน ไฟในโกดังก็พลันสว่างขึ้นมา ด้วยมีใครไปเปิดสวิตซ์ ทำให้สายตาของกล้าพร่ามัวไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาจับโฟกัสได้ตามปกติ เลยพบกับกลุ่มคนในชุดสูทดำที่ห้อมล้อมเขาทุกทิศทาง
“ เอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน คุณโยเฮ ผมถูกจับได้แล้ว…..” กล้าร้องเสียงหลง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว ปากก็ฟ้องนักเลงอาวุโสผู้วางแผน
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
