เซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope

    ตอนที่ 33 กล่องระเบิดที่หายไป

           แม้ฟังดูแปร่งๆ แต่ก็ใช่จะไร้เหตุผล  มันสอดคล้องและเหมาะเจาะพอสมควร กล้าเลยเลิกตั้งข้อสงสัย  และขอคำแนะนำ 


    “ เอ่อ….แล้วผมควรจะทำอะไรต่อไป ” 


    “ อืม….อย่างแรกคุณก็ต้องลอบเข้าไปในใจกลางโกดัง ซึ่งเป็นลานกว้างโล่งๆ  บริเวณนั้นจะมีกล่องระเบิดวางอยู่ ให้เปิดมัน  แล้วกดปุ่มแดง  จากนั้นจะมีเวลาหนีประมาณหนึ่งนาที  ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนที่รวดเร็วแบบคุณ” โยเฮสาธยายต่อเนื่องและราบรื่น  ทำให้กล้าเข้าใจในทันที แต่เด็กหนุ่มยังคงติดขัดในบางจุด 


    “ โอเค…ครับ ว่าแต่……” 


    “ แต่อะ…อะไรหรือครับ…”โยเฮกล่าวติดขัด  เพราะแอบใจเสียนิดๆ ด้วยกลัวว่าปลาตัวใหญ่จะไม่กินเบ็ด 


    “ คะ…คุณได้อพยพคนออกจากโกดังหมดรึยังครับ พะ….เพราะผมไม่อยากหะ…ให้ใครตายในครั้งนี้” 

                


           คำตอบของกล้า  ทำให้โยเฮอึ้งไปชั่วขณะ เพราะขนาดตัวเองกำลังจะเสี่ยงอันตราย  ยังเผื่อแผ่เป็นห่วงคนอื่น ความมากน้ำใจนี้  ทำให้นักเลงจอมเก๋าเริ่มไหวหวั่น 


    “ อะ….เอ่อ…..ผมไล่คนออกหมดแล้ว  คุณเซย่าอย่าห่วงเลย” 


    “ ครับ….ฟู่…ค่อยยังชั่ว  ขอให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี” กล้าเป่าปากระบายลม  ประมาณว่าเริ่มสบายใจ แต่ก่อนที่เขาจะตัดสาย  นักเลงจอมเก๋าก็ร้องทัก 


    “ เอ๊ะ!  เดี๋ยวก่อนครับ คุณเซย่า…..” 


    “ ฮะ  อะไรครับ คุณโยเฮ….” 


    “ อ่า…..ไม่มีอะไรครับ แค่จะบอกว่า…..โชคดี ” โยเฮเกือบจะเผยความจริงให้กล้ารู้ แต่สุดท้าย  เขาก็หักใจปล่อยให้เด็กหนุ่มเป็นตัวหมากต่อไป 


    “ ตู้ด……” 

              


            สายถูกตัดไปแล้ว  มีเพียงโยเฮที่กำลังเอนกายลงบนเก้าอี้ไม้ขนาดเล็ก ดวงตาฝ้าฟางตามวัยส่อแววอาลัยและสำนึกผิดเล็กน้อย 


    “ เฮ้อ….ก็หวังว่าคุณจะปลอดภัย และให้อภัยตาแก่ชั่วช้าอย่างผม ” 


    ……………………………….

              

            กล้ายอมรับว่ารู้สึกแปลกๆ  มันดูเหมือนโยเฮอยากพูดอะไรบางอย่าง  แต่ด้วยความที่เขาเป็นเด็กหนุ่มวัย13  จึงไม่มีความคิดมากพอจะเข้าใจ  และปล่อยวางไปในที่สุด 


    “ อืม…ถึงจะดูประหลาดหน่อยๆ แต่ก็ช่างมันเถอะ  รีบไปจัดการตามแผนให้เสร็จสิ้นเถอะ สองปู่หลานจะได้ปลอดภัย ” 

              


            กล้าเตรียมจะโดดลงไป  แต่พอมองไปยังเบื้องล่าง ก็พบว่าสูงมิใช่น้อย  เลยแอบปอดลอยอยู่หน่อยๆ 


    “ เอ….ถึงจะได้ร่างกายของเซย่ามาใช้ แต่เขาก็คงไม่โดดลงไปตรงๆหรอกมั้ง  เพราะมันก็สูงเอาเรื่อง ประมาณตึกสามชั้นเห็นจะได้  แบบนี้ต้องหาบันไดหรือไม่ก็ไต่ไปตามรางน้ำ” 

              


            แต่ในระหว่างที่กล้ามัวแต่งกๆเงิ่นๆ  เท้าขวาดันไปสะดุดกับแอ่งน้ำขังแห่งหนึ่ง ทำให้พลัดตกลงจากตึก 


    “ เฮ้ย!......” กล้าร้องเสียงหลง กายเพรียวได้ส่วนร่วงหล่นลงสู่พื้น  และด้วยความกลัวนี้เอง ทำให้เขารีบปิดตา  สองมือปาดป่ายไปกลางอากาศ ท่วงท่าคล้ายแมวที่พยายามตะกายตึก 


    “ เหวอ….ซวยแล้ว พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกด้วย……ผมไม่น่าเซ่อเลย…..” 


    “ ตุ้บ……” 

              


            เสียงของหนักกระทบพื้นดังสู่โสตประสาทของเด็กหนุ่ม  และจินตนาการแรกที่เกิดในหัวก็คือ….กระดูกขาที่หักสะบั้นจนแทงทะลุออกนอกเนื้อ พร้อมความเจ็บปวดที่เกินทน  แต่ในความเป็นจริง มีเพียงความเงียบงันกับฉากหลังอันดำมืด 


    “ เอ๊ะ!  เดี๋ยวนะ ทำไมมันไม่เจ็บไม่ปวด ” กล้าเริ่มสงสัย จึงข่มใจลืมตาขึ้นดูเหตุการณ์  ทำให้พบกับภาพพื้นปูนกว้างโล่ง และโกดังใหญ่ตรงหน้า 


    “ เอ๋….นี่เราลงมาอยู่บนพื้นแล้วเหรอเนี่ย” สิ่งต่อมาที่กล้าทำคือสำรวจตัวเอง  จึงรู้ว่ายังไม่มีบาดแผลใดบนร่างกาย 


    “ เอ…..แต่เราพลัดตกตึกมาเต็มๆเลยนี่ ทำไมถึงไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน  นี่ก็แปลว่าระหว่างที่เสียขวัญจนหลับตาปี๋ ร่างกายของเซย่ามีสัญชาตญาณระวังภัย  เลยพลิกกายลงเหยียบพื้นได้เองโดยอัตโนมัติ” และนี่เป็นสมมุติฐานเดียวที่กล้าคิดได้  แน่นอนว่ามันทำให้เขามีความมั่นใจขึ้นอีกมากโข  ดวงตาเหลือบมองแขนขาของตัวเอง 


    “ โห……แบบนี้ก็แปลว่า….เราแทบจะเป็นอมตะ  ร่างกายของเซย่านี่ช่างสุดยอดฮะ  ฮะ  ฮะ…..” กล้ารู้สึกลิงโลด  เพราะถ้าเป็นแบบนี้ ก็ไม่ต้องกังวลกับท่อน้ำทิ้งในโลกเก่าที่เขาเคยซุ่มซ่ามเหยียบพลาดจนหล่นลงไปถึงหลายหน 

              


            หลังจากกล้าสาแก่ใจอยู่นานสองนาน  จิตสำนึกก็หวนคืนสู่ภารกิจหลักที่ต้องทำ นั่นก็คือบึมโกดังของบอสให้วอดวาย 


    “ ใช่แล้ว  จะมัวแต่ดีใจไม่ได้ ต้องรีบหากล่องวางระเบิด ” 

              


            พอคิดได้ดังนั้น  กล้าก็เริ่มออกวิ่ง เป้าหมายคือโกดังใหญ่ตรงหน้า  และด้วยความรวดเร็วของฝีเท้าที่ใกล้เคียงเสือดาว จึงทำให้เขามาถึงจุดหมายในพริบตา 


    “ เอ……แล้วเราจะเข้าไปยังไงดีหว่า ก็ประตูโกดังถูกล็อกด้วยแม่กุญแจลูกโตนี่นา…..” กล้าเริ่มจนปัญญา  แต่ไม่นาน  เขาก็ฉุนเฉียวจนอยากเขกกะโหลกตัวเองเสียหนึ่งที 


    “ บ้าชะมัด  แล้วจะมัวมองหาลูกกุญแจทำไม ในเมื่อตอนนี้  เรามีพลังของเซนต์อยู่ในมือนี่นา ล็อกแค่นี้ไม่น่าเป็นปัญหา ”  

                 


            กล้ารีบใช้สองมือจับแม่กุญแจลูกโต  ก่อนจะออกแรงง้างสุดกำลัง แต่มันก็ไร้ผล 


    “ เอ๊ะ!  ทำไมคราวนี้ถึงหักเหล็กไม่ได้ แรงของเซย่าน่าจะมีมากกว่านี้สิ ” คิ้วของกล้าเริ่มขมวดนิ่ว ในใจแอบคิด…….หรือว่าแม่กุญแจนี้จะทำมาจากแร่ไวเบรเนี่ยมของวากานด้า  


    “ เอ…..ไม่ใช่สิ แร่นั้นมันอยู่ในหนังของมาร์เวล  ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย และการที่เราหักแม่กุญแจไม่ได้  เป็นเพราะยังไม่ได้ดึงพลังคอสโม่ขึ้นมาใช้ ” ขณะที่กล้าเพ้อเรื่อยเปื่อย  เขาก็คิดออก จึงเริ่มสงบจิตใจ  ไม่นาน  ออร่าสีฟ้าอ่อนก็พวยพุ่งออกจากร่างกาย 


    “ เกร๊ง…….” แม่กุญแจหักเป็นสองส่วนอย่างง่ายดาย ด้วยกล้าได้ดึงพลังเหนือมนุษย์ออกมาใช้  มุมปากจึงเริ่มฉีกยิ้มด้วยความยินดี 


    “ เย้…ดีใจจัง นี่เป็นเพราะเราฝึกฝนการใช้คอสโม่มาหลายวัน  เลยคล่องตัวถึงเพียงนี้ ” 

              


             พอกล้ากระหยิ่มยิ้มย่องได้อึดใจหนึ่ง  เขาก็ละทิ้งความรู้สึกนี้ไป และเตรียมจะเคาะประตู  แต่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ 


    “ เอ๊ะ!  และจะเคาะประตูตามมารยาททำไม ก็ตอนนี้เราเป็นโจรที่กำลังจะลอบเข้าไปเผาโกดังนี่นา ” 

               


             กล้าอยากเตะตัวเองซักหลายๆที  เพราะที่ผ่านมา เขาเป็นเด็กเนิร์ดที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดี  จึงสุภาพสุดๆ  แต่เพื่อให้การใช้ชีวิตข้างหน้าเป็นไปอย่างราบรื่น เห็นทีต้องทิ้งความเป็นลูกคุณหนูไปบ้าง 


    “ เฮ้อ…..ขืนทำตัวเซื่องอยู่แบบนี้ เห็นทีจะไม่รอด  ต้องลองหัดกบฏดูบ้าง แต่จะเริ่มจากอะไรดีนา…..  อ้อ…ใช่แล้ว  แบบนี้ไง ” พอได้คำตอบ กล้าก็ยกเท้าขวาขึ้นถีบประตู  ทำให้ทวารเหล็กสูงสองเมตรหลุดจากขั้ว พร้อมกระเด็นไกลไม่ต่ำกว่าสิบก้าว 


    “ โครม………” 

                


           เสียงประตูพังดังสนั่นอย่างรุนแรง  เพราะนั่นคือเพลงเท้าที่แฝงพลังคอสโม่ อานุภาพของมันจึงมากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี  ชนิดที่แรงช้างถีบยังไม่อาจทัดเทียม  แต่นั่นก็ทำให้หัวใจของกล้าร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม 


    “ไอ้หย่า  แบบนี้ก็ห้าวเกินไป เสียงดังขนาดนั้นไม่กระจายไปสามบ้านแปดบ้านเลยรึ  แบบนี้แผนการลอบเข้ามาเผาโกดังก็แตกสนิทน่ะสิ  ไอ้คนอย่างเรามีอะไรดีบ้างมั้ยเนี่ย” กล้าด่าตัวเองอย่างหนักหน่วง  โทษฐานที่ไม่ระมัดระวัง ก่อนจะเผ่นไปหลบในมุมมืดตรงซอกตึก  ใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ แต่พอผ่านไปได้ซักหน่อย  ก็โล่งอกขึ้น ด้วยไม่เห็นมีใครโผล่ออกมาดูเหตุการณ์ 


    “ ฟู่…..ยังคงปลอดโปร่ง อาจเป็นเพราะโกดังนี้เป็นของมาเฟียใหญ่ประจำเมือง  เลยไม่มีใครมายุ่มย่าม ” 

                


           พอเห็นทางสะดวก  กล้าก็ค่อยๆออกจากที่ซ่อน แล้วย่องเข้าไปในโกดังอย่างระมัดระวัง 


    “ โอ้โห……มืดจังเลยแฮะ…..แทบจะมองอะไรไม่เห็นเลย ” ด้วยสภาพแวดล้อมที่วังเวง จึงทำให้กล้ารู้สึกหวาดกลัว  แต่เพื่อให้งานลอบเร้นสัมฤทธิ์ผล เขาจึงเลือกที่จะปิดไฟต่อไป 

              


           กล้าเดินดุ่มๆไปกลางความมืดเป็นระยะ  ทำให้เขาเผลอไปชนชั้นวางของ หรือไม่ก็ลังโน่นนี่นั่นที่วางระเกะระกะจนล้มลุกคลุกคลาน แต่ไม่นาน  สายตาของเด็กหนุ่มก็เริ่มชิน ทำให้พอมองเห็นสภาพแวดล้อมอยู่รำไร 


    “ โอ้…..ค่อยยังชั่ว พอจะมองเห็นนิดๆ  ทีนี้ก็ไม่เดินชนอะไรแล้ว” 

               


           กล้ามะงุมมะงาหราต่อไป  และพอคิดว่าจะไปผิดทาง เขาก็โทรสอบถามโยเฮ  ซึ่งก็ได้รับคำชี้แนะที่ค่อนข้างดี เนื่องจากนักเลงจอมเก๋าเคยมาเยี่ยมเยียนโกดังแห่งนี้อยู่หลายวาระ จึงรู้เส้นทางเป็นอย่างดี  ครึ่งชั่วโมงผ่านไป เด็กหนุ่มก็มาถึงจุดหมายปลายทาง 


    “ ฮ้า….ดูเหมือนผมจะเจอกล่องวางระเบิดแล้วนะครับ มันอยู่ตรงกลางโถงกว้างเหมือนที่คุณบอกเลย ” กล้ารีบรายงานโยเฮ 


    “ อ่า…กล่องสีแดงใช่มั้ยครับ ถ้าใช่  ก็ถูกต้อง  ทีนี้รบกวนคุณเปิดมัน  แล้วกดปุ่มตั้งเวลาตามแผน และอีกอย่าง  ระวังตัวด้วยนะครับ” นักเลงจอมเก๋ารีบเดินเรื่องต่อ  ซึ่งกล้าก็รับคำถี่รัว โดยไม่สำเหนียกเลยซักนิดว่าปลายเสียงของโยเฮดูห่วงใยขนาดไหน 


    “ ครับ…กล่องนั่นมีสีแดงจริงๆ ดีล่ะ  ผมจะรีบไปกดตั้งเวลา ” 

            


           กล้ารีบเปิดกล่อง  มันมีขนาดใหญ่กว่าหัวคนเล็กน้อย แต่แทนที่จะเห็นวัตถุระเบิด  กลับมีเพียงความว่างเปล่า เขาเลยอุทานเสียงดัง 


    “ เอ๊ะ!  คุณโยเฮ ไม่เห็นมีอะไรอยู่ในนั้นเลย  หรือว่าจะเปิดผิดกล่อง” 


    “ แป๊ก……” 

              


           สิ้นคำอุทาน  ไฟในโกดังก็พลันสว่างขึ้นมา ด้วยมีใครไปเปิดสวิตซ์  ทำให้สายตาของกล้าพร่ามัวไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาจับโฟกัสได้ตามปกติ  เลยพบกับกลุ่มคนในชุดสูทดำที่ห้อมล้อมเขาทุกทิศทาง 


    “ เอ๊ะ! นี่มันอะไรกัน  คุณโยเฮ  ผมถูกจับได้แล้ว…..” กล้าร้องเสียงหลง  ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัว  ปากก็ฟ้องนักเลงอาวุโสผู้วางแผน



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2


    คล้ายกับเรื่องเซนต์เซย่า ภาคนักรบคนสุดท้าย Saint Seiya The Last Hope ที่คุณอ่าน