ย้อนเวลากลับไปสู่โลกคู่ขนาน

    บทที่5 ระบบความชั่ว

    บทที่5 ระบบความชั่ว
    ท่ามกลางสายฝนมีร่างเปียกปอนของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเดินอย่างไร้จุดหมายเขามีผมสีครามและดวงตาสีคราม“บัดซบ! อ๊าก!”เขาร้องตะโกนอย่างไม่สนใจสิ่งใดท้องฟ้าที่มืดมิดแต่มีฝนตกได้เกิดประกายสายฟ้าขึ้นเปรี้ยง!“หึหึ เจ้าอยากได้พลังความสามารถหรือเปล่าล่ะ”ชายหนุ่มได้ยินเสียงทุ้มดังขึ้นในหัวของเขาเขาหันมองซ้ายขวาแต่ก็ไม่พบอะไร“แกเป็นใครออกมา!”ชายหนุ่มราวกับบ้าคลั่งเขาเป็นคนล้มเหลวในการงานและครอบครัวพังทลาย“แล้วเจ้าอยากได้มั้ยล่ะฮึฮึพลังและเงินทองน่ะ”เสียงยังคงดังอยู่ในหัวของชายหนุ่มดังขึ้นอีกครั้งทำให้เขายิ่งหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมแต่ก็ตอบกลับ“เออสิวะ กูอยากได้! ”ชายหนุ่มตะโกนเขาหงุดหงิดมากนี่มันเรื่องบัดซบอะไรกันหากได้พลังเงินทองอย่างนั้นมาจริงๆก็ดีสิ“หึหึข้าชอบคนแบบนี้แหละ งั้นจงรับไปสิ่งที่เจ้าขอ ‘ระบบความชั่ว’ จงทำความชั่วเสีย ฮ่าฮ่า”เสียงดังอยู่ในหัวของชายหนุ่มก่อนจะเลือนรางหายไปและแทนที่ด้วยเสียงบางอย่างติ้ง![ ระบบความชั่วทำงาน]“หืม?...”ชายหนุ่มชะงักค้างเมื่อเห็นโฮโลแกรมสีแดงสว่างและมีตัวหนังสือเบื้องหน้าของเขา“มันคือเหี้ย อะไร?...”ชายหนุ่มมองอย่างตกตะลึงแต่เขาก็ไม่ได้เกรงกลัวเพราะชีวิตเขาหาได้มีความเกรงกลัวแล้วไม่มันกำลังจะสูญสิ้นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้…..ภายในบ้านอันอบอุ่นบิลกำลังนั่งทานข้าวกับน้องสาวของเขาอยู่และดูโทรทัศน์ไปด้วยพ่อของพวกเขายังไม่กลับมาเพราะปกติจะนอนค้างเพื่อทำโอทีไปด้วยนานๆที่จะได้กลับมา อาทิตย์ หนึ่งก็ 2 ครั้ง 3 ครั้งเท่านั้น“พี่หล่อขึ้นหรือเปล่า? ฮิฮิ”มิ้วแกล้งแย่พี่ชายเล่นเถอะยิ้มออกมาอย่างน่ารักน่าชัง“หึ้ย! ปากหวานจังนะเรา”บิลยิ้มให้กับน้องสาวของเขาอย่างเอ็นดูมีน้องสาวน่ารักขนาดนี้เขาคงไม่ปล่อยให้เธอโดนใครทำร้ายแน่“ว่าแต่พ่อโทรมาบอกว่าจะไม่กลับบ้านอีกแล้วใช่มั้ย”บิลถามขึ้นเขาก็รู้สึกว่าผู้เป็นพ่อของเขาโหมงานจริงๆ“ใช่....”มิ้วหน้าเศร้าเธอไม่ค่อยได้มีเวลาอยู่กับพ่อมากนักจึงจะรู้เหงาและคิดถึงก็ไม่แปลก“เฮ้อ! นี่เอานี่ไปกิน”บิลตักอาหารให้เธอที่กำลังหน้าเศร้าอยู่พร้อมทำหน้าตลก“ฮิฮิ พี่มันน่าเกลียดมากเลย ฮ่าฮ่า”เสียงหัวเราะของพี่น้องก็ดังขึ้นไปหลายนาทีด้วยกันจนทานข้าวเสร็จ.....“เฮ้อ! เราต้องทำให้พ่อได้พักและใช้ชีวิตสุขสบายสินะ”เขาอดที่จะถอนหายใจไม่ได้ถ้าหากเป็นเด็กคนอื่นหากโดยปล่อยไว้อย่างน้องของเขาคงทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาไปแล้วแต่ดีที่เธอรู้จักแยกแยะและเป็นคนดี“เอาล่ะไหนลองร้องเทสสักเพลงหน่อยก็แล้วกันได้น้ำยาเสียงสวรรค์มาแล้ว”ในตอนนี้บิวได้กินน้ำยาสวรรค์เรียบร้องแล้วตอนนี้เขามีคะแนนความดีเหลืออยู่ 2 คะแนน“แม้ว่าความจริงมันจะโหดร้ายฉันก็ยังต้องทนแม้ว่าความจริงมันไม่ได้เป็นดังที่คิดเอาไว้ฉันก็ยังต้องเดินตามทางที่ฝันเอาไว้แม้ต้องแลกด้วยเลือดฉันก็จะเดินต่อไป……”บิลเริ่มร้องเพลงของเขาเสียงสวรรค์เริ่มส่งผลมันดังกังวานและปลุกอารมณ์ของคนไปตาเนื้อเพลงได้จนตกอยู่ในภวังค์ได้แน่หากมีคนได้ยิน...เวลาผ่านไปราว 3 นาทีกว่าเพลงก็จบลงในตอนนี้บิลแทบไม่เชื่อหูตนและเริ่มจะตื่นเต้นเพราะเสียงของเขามีเอกลักษณ์และไพเราะกว่าชาติก่อนอีกมันทั้งกังวานและนุ่มนวลในบางครั้งและในท่อนที่กินใจและแข็งแกร่งมันก็เป็นเสียงที่แข็งแกร่งและกังวานเช่นกันนี่มันเป็นอะไรที่นักร้องทั้งหลายต้องการมีอย่างแน่นอนถึงแม้เพลงของเขาไม่จำเป็นต้องมีเสียงอย่างนี้ก็ได้ติ้ง!“เจ้าหนูจงระวังตัวเอาไว้และรีบแข็งแกร่งและทำความดีเยอะๆหายนะจะเกิดขึ้นกับโลกในอีกไม่ช้าโลกต้องการเจ้า....”เสียงดังกังวานและอ่อนหวานนุ่มนวลยิ่งกว่าเสียงสวรรค์ของบิลเสียอีกดังขึ้นในหัวของบิลทำให้เขาต้องตกใจ“อะ อะไรกัน คะ คุณเป็นใคร?!”บิลตกใจเขารีบกล่าวออกมาอย่างงุนงงแต่ก็มีเพียงเสียงตอบกลับมาสั้นๆ“จงจงทำดีและแข็งแกร่งโลกต้องการเจ้า…”เสียงสวรรค์อย่างแท้จริงดังขึ้นและหายไปในที่สุดปล่อยให้บิลต้องขมวดคิ้วอย่างงุนงง“นี่คงไม่ใช่เทพเจ้า หรือ เทวดา ใช่ไหม?”บิลได้ครุ่นคิดกับสิ่งที่เสียงสวรรค์บอกเขามาแสดงว่าในอนาคตต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆไม่งั้นคงไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแน่ๆหากเป็นเช่นนั้นบิลจะทำตามคำแนะนำของเสียงสวรรค์เพราะเขามีครอบครัวที่ต้องปกป้องโดยเฉพาะน้องสาวผู้น่ารักของเขาบิลจะไม่ยอมให้เธอต้องเป็นอะไรไปแน่หากว่าในอนาคตกำลังจะเกิดหายนะแต่ในตอนนี้สิ่งสำคัญเขาต้องทำเพลงให้เสร็จสิ้นก่อนเพื่อให้ครอบครัวเขามีความสุขและได้พักผ่อนต่อจากนั้นเขาก็จะทำตามสิ่งที่เสียงสวรรค์บอกการทำความดีเพื่อจะได้คะแนนความดีมาและแข็งแกร่งขึ้น“มีหมวดอาวุธและทักษะวิเศษสินะพวกนี้น่าจะมีประโยชน์กับเรื่องนี้ไม่งั้น สวรรค์คงไม่ให้สิ่งนี้มา”จบ...ผิดพลาดประการใดขอโทษหลายๆครับผม...