ภาพเวียงชัยต่อสายตาของเ้านางซอมพอแลอีเอื้องสาย นางข้าหลวงข้างกาย ทำเอาหัวใจของพวกนางหดหู่อย่างบอกไม่ถูก ทั้งเมืองตกอยู่ในความเศร้าหมองเงียบงันจนรู้สึกได้ เวียงแก้วเวียงชัยที่ผู้คนร่ำรือว่าเป็บ้านเมืองที่งดงามร่มเย็น ซ่อนตัวอยู่ทางตอนเหนือกลางป่าผืนใหญ่ และสายน้ำของที่เลี้ยวลดแลขนาบข้างด้วยผาสูงชันสวยงาม มาถึงยามนี้กลับไม่เหลือซึ่งความงามนั้นเลย นอกจากองค์เจดีใหญ่กลางเวียง ที่ยังคงสูงใหญ่สุกสกาวไปด้วยทองคำและอัญมณีบนยอดองค์ธาตุ
สองสาวทอดสายตาลงมองชาวบ้านรายทาง ที่พอเห็นช้างตัวใหญ่เดินผ่าน ก็รีบหลบหลีกทางให้มัน “ไม่คิดเลย ว่าาครานี้ จักทำให้เวียงชัยย่อยยับได้ถึงเพียงนี้ อีเอื้องมึงดูชาวบ้านผู้นั้น มึงมีอาหารพอปันนางเฒ่าผู้นี้ได้หรือไม่”
“มิได้นะเ้านาง ทรงดูนั่น! มิใช่มีเพียงนางที่ยากไร้ หากเ้านางส่งมอบอาหารให้อีไพร่ผู้นี้ คนที่เหลือเ่าั้จะพากันมาแย่งชิง จนอาจเป็เหตุจราจลวุ่นวายได้ เอาไว้เราไปถึงค่ายพักแรม ข้าเ้าจะตรวจดูเสบียงอาหาร ว่าเราพอจะแบ่งออกมาปันให้ชาวบ้านพวกนี้ได้หรือไม่”
“กูก็ลืมไปเสียสิ้น คนพวกนี้บ้านเรือนยุ้งฉางคงถูกเผาวายวอด ครอบครัวต้องพลัดพราก ถึงอดอยากลำบากแสนเข็ญถึงเพียงนี้ เอาตามที่มึงว่าเถิด อย่างน้อยปันข้าวสารให้พวกเขาไปบ้างก็ยังดี”
เ้าราชวงศ์ขุนอินทร์ถวายพร้อมผู้ติดตาม ที่มีเ้าโยนยางคำแลเ้าพรหมเสกร่วมติดตามมาด้วย เหล่าบุรุษใช้ม้าวิ่งตรวจตราดูความเรียบร้อยภายในกำแพงเวียงชัย ซึ่งมีทหารแลช่างฝีมือที่ถูกคัดเลือกมา กำลังทำการซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่พังลงเพราะาจากคราก่อน
ชาวบ้านหลายครัวเรือนตกอยู่ในความลำบากยากจนเพียงชั่วข้ามคืน คลังเสบียงหลวงถูกเปิดออก เพื่อแจกจ่ายข้าวปลาอาหารแลผ้าผ่อนให้แก่ชาวเมือง แต่คนลำบากมีมากในขณะที่เสบียงนั้นมีจำกัด ไหนเลยจะเพียงพอต่อผู้คน การจลาจลแย่งชิงอาหารจึงมีให้พบเห็นอยู่ทุกวี่วัน จำต้องจัดทหารเวรยามคอยเฝ้าระวังควบคุมภัย จากผู้คนภายในเวียงที่เห็นแก่ตัวเพราะความอดยากเป็เหตุ
“วันนี้แปลกนัก? เหตุใดถึงสงบเช่นนี้” เ้าโยนยางคำเอ่ยขึ้น เมื่อการลาดตระเวนผ่านไปหนึ่งรอบ
“คลังหลวงเปิดแจกจ่ายอาหารทุกวัน ผู้คนอาจอิ่มท้องแล้วกระมัง จึงไม่แย่งชิงเช่นวันวาน”
เบื้องหน้าห่างออกไปไม่ไกล ในจุดนั้นดูมีความวุ่นวายอยู่ แต่ไม่เอะอะต่อยตีแย่งชิง เหล่าบุรุษจึงบังคับม้าให้หันหน้ามุ่งไปยังจุดนั้น
เ้าขุนอินทร์ถวายชะลอฝีเท้าม้าลง ทรงทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านที่เป็ชาย มาช่วยเหล่าทหารขนย้ายก้อนอิฐที่พังทลายลง แล้วทำการแบ่งแยกออกเป็กอง ๆ ให้พวกช่างได้ใช้ก่อคืนขึ้นผนังกำแพง ชาวบ้านสตรีก็ช่วยกันตระเตรียมหุงหาอาหารอยู่อีกด้านไม่ไกลกันนัก
“ฝ่าพระบาทเ้า!” แสนเมืองสิงห์เอ่ยขึ้น “นั่นอะไรกันพระเ้าข้า?”
“กูมากับมึง เห็นพร้อมกัน มึงถามกูเยี่ยงนี้จักให้กูตอบเยี่ยงไร กูเองก็ใคร่รู้นัก มึงนั่นแลไอ้เมืองสิงห์ ไปดูทีว่าคนพวกนี้ทำอันใดกันอยู่”
เ้าแสนเมืองสิงห์โหนตัวลงจากหลังม้า วิ่งเข้าไปดูเหตุการณ์ชวนสงสัยนั่น เพียงครู่ก็วิ่งกลับมารายงาน
“พระบาทเ้า…นี่เป็ผลงานของเวียงสรวงพระเ้าข้า สตรีนางนั้น คือพระธิดาองค์ใหญ่ของผู้เฒ่าเวียงสรวง นางปันเสบียงที่นำติดกองทัพมา แจกจ่ายต่อชาวบ้าน เพียงแต่นางมิได้ให้เปล่า พวกเขาต้องเอาแรงมาแลกเปลี่ยนพระเ้าข้า”
“ใช้แรงแลกข้าวรึ น่าสนใจดีนี่ เป็เช่นนี้ก็ดี ทหารเรามีจำกัด หากจะเอามาซ่อมแซมบ้านเรือนทั้งหมด การทัพการศึกจะลำบากหากศัตรูบุกโจมตี เวียงสรวง…เหตุใดถึงมีสตรีร่วมทัพ ไอ้โยนหน้าที่มึงดูงานกองศึก รู้หรือไม่เหตุใดเวียงสรวงถึงมีนางร่วมทัพ”
“เ้าขุนหาญราชบุตรเวียงสรวง หากนับดูอายุของผู้นำทัพทุกคนแล้ว นับว่ามันผู้นี้อายุน้อยสุด แลเวียงสรวงก็มีมันเป็สายเืสืบราชสมบัติแค่เพียงหนึ่งเดียว ผู้เฒ่าเวียงสรวงทรงชรามิต่างจากพ่อท่านของพวกเรา นางเป็พี่สาวคนใหญ่ คงมีจิตคิดหวงน้อง จึงติดตามมาพระเ้าข้า”
“หวงน้องเช่นไรก็เป็เพียงสตรี แม่ญิงจะมีอันใดเทียบบุรุษเพศได้ นางควรอยู่พิมานเรือนนอนหาใช่มาทำศึกอยู่ชายแดนเยี่ยงนี้ไม่”
“เทียบมิได้…แต่นี่ก็เป็ผลงานของนางมิใช่ฤา บุรุษเช่นพวกเราหลายวันแล้ว ยังคิดทำเช่นนี้มิได้เลย” เ้าแสนเมืองสิงห์เอ่ยขึ้นลอย ๆ แต่กระแทกใจเ้าขุนอินทร์ถวาย ทำเอาพระองค์หันไปมองค้อนพระสหายในทันที
เ้าราชวงศ์ไม่สนใจสหาย ทรงฮ้อม้าเหยาะย่างเบา ๆ เข้าไปไกลพลับพลาโรงครัวชั่วคราว ที่เ้านางซอมพอกำลังสาละวนวุ่นวายต่อการลงครัวทำอาหาร เพื่อแจกจ่ายต่อผู้คนที่พากันมาช่วยงานแลกของกิน ที่มากขึ้นทุกวัน
“แม่ญิง อาหารของเ้าพอแบ่งปันแจกจ่ายหรือไม่”
“อาหารจากเวียงสรวงมีไม่มาก สามวันนี้ยังพอแบ่งปันกันได้ แต่พ้นสามวันนี้ไปแล้ว กูคงไม่พอแบ่งให้ดอกหนา ที่เหลือมึงคงต้องไปรอรับเอาจากคลังเสบียงหลวงเวียงชัยตามเดิม แต่ถ้าวันนี้มึงหิว กูยังแบ่งให้ได้ เพียงแต่มึงต้องช่วยกูขนอิฐเก่าพวกนั้นไปให้ทหารช่าง ถึงยามเพลก็มาต่อแถวรับข้าวปลาไปกินได้ แลตอนแลง(เย็น)ก็เช่นกัน” นางพูดโดยไม่ทันได้เงยหน้ามองคนเอ่ยถาม ด้วยการงานคามือวุ่นวายอยู่
“อาหารจากเวียงสรวงฤา เช่นนั้นกูจักเบิกคลังเสบียงสุวรรณโคมคำมาช่วยเสริม แลจะส่งทหารคนครัวมาช่วยงานแม่ญิงด้วยอีกแรง เช่นนี้แม่ญิงคงพอมีเวลาเงยหน้ามองกูได้แล้วกระมัง”
มือที่กำลังสาละวนคนอาหารในเตาไฟหยุดลง เ้านางซอมพอที่ยามนี้ใบหน้าเปื้อนเปรอะเขม่าควันไฟ แลเหงื่อไคลก็ไหลย้อย ค่อย ๆ เงยหน้ามองคนจากสุวรรณโคมคำด้วยความรู้สึกกริ่งเกรง
“แม่ญิง…มาเถิดให้ข้าเ้าทำต่อเอง” สตรีชาวบ้านผู้หนึ่ง เข้ามารับหน้าที่คนครัวต่อจากนาง อีเอื้องที่เห็นเหตุการณ์แต่แรก รีบเข้ามายืนประชิดผู้เป็นาย หากเกิดเหตุไม่พึ่งประสงค์ขี้ข้าเช่นนาง ก็พร้อมจะรับโทษเอาไว้เอง
เ้าขุนอินทร์ถวายนั่งอยู่บนหลังม้า แม้แสงแดดจะแยงตาจนเห็นพระองค์ได้เพียงเงา แต่ก็พอรับรู้ได้ว่าชายผู้นี้ทั้งทรงอำนาจแลงามสง่ายิ่งนัก “ขออภัยฝ่าพระบาท ข้าเ้าหารู้ไม่ว่าเป็พระองค์ กล่าววาจาล่วงเกินออกไป หามีเจตนาไม่เพคะ”
“กูสิที่ต้องรู้สึกผิด แม่ญิงกำลังวุ่นวายงานครัวแลช่วยชาวบ้าน แต่ตัวกูก็ยังจะสอดชวนคุย ขออภัยด้วยหนา เพียงแต่กูแค่คิดแปลกใจ ว่าเหตุใดเวียงสรวง จึงส่งพระธิดามาทำศึกเคียงกูเท่านั้นดอก จึงเข้ามาเสวนาด้วยเ้า”
“เวียงสรวงหาได้ส่งข้าเ้ามาไม่ ข้าเ้าหนีมาเอง?” คำตอบของนางทำเอาคนบนหลังม้าถึงกับในิ่งเงียบไป
“ทำไมน้องนางถึงใจกล้าเด็ดเดี่ยวเยี่ยงนี้ เป็สตรีไยคิดออกมาทำศึก แทนที่จะอยู่แต่เพียงในรั้วในเวียง”
“ทูลพระบาทเ้า อันเวียงสรวงมีราชบุตรแค่เพียงขุนหาญ น้องข้าอายุเพียงสิบห้าชันษา สำหรับฝ่าพระบาทที่มีชัยเหนือหมีป่าั้แ่สิบห้าชันษาจนเป็ที่เลื่องลือโจษจัน คงมองว่าสิบห้านั้นใหญ่แล้ว แต่สำหรับข้าเ้าเขานั้นยังละอ่อนน้อยนัก ข้าเ้าผู้เป็พี่สาว จึงไม่อาจวางใจให้น้องน้อยต้องเผชิญศึกาได้เพียงลำพัง”
เ้าราชวงศ์ได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับพระสรวลออกมา ทำเอาผู้ติดตามต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงงสงสัย ว่าหนึ่งบุรุษแลสตรีคู่นั้น กำลังพูดคุยการใดต่อกัน ถึงทำให้เ้าราชวงศ์ที่นิ่งขรึมมาหลายวันเพราะสูญเสียพี่ชาย กลับมาหัวเราะได้อีกครา จึงพากันชักม้าเดินย่างเยาะเข้าไปใกล้ หมายได้ยินบทสนทนา
“คิดไม่ถึงเลยว่าเื่ฆ่าหมี จะดังไกลไปถึงเวียงสรวง หลายปีแล้วหนา ทำไมน้องนางยังจำได้”
มีอีบุ๊ค 3 เล่มจบ
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH