วัน 17 เดือน 3 ปีศักราชแห่งแสงที่ 473 สถาบันจักรพรรคดิแห่งที่2 กรุงซาเวียร์ เวลา 8.40 นาฬิกา
วันสอบปลายภาคเรียน
ลอร์เรนซ์ยืนอยู่ที่หน้าห้องประชุมแห่งหนึ่ง กำลังยืนตรวจสอบรายชื่อและลำดับที่นั่งร่วมกับคนอื่นๆด้านข้าง ด้วยรอบดวงตาที่ดูเหมือนจะคล้ามากขึ้นกว่าเดิม เด็กสาวกวาดสายตาผ่านอย่างรวดเร็วก่อนเจอชื่อตัวเองในที่สุด
ลอร์เรนซ์ อินโนเจนท์ แถว A ลำดับ 43
“อยู่ด้านข้างแหะ”เด็กสาวกระซิบก่อนจะปลีกตัวเดินออกมาจากพู้คนที่กำลังลุมล้อมกระดานประกาศ เธอยังไม่ได้เข้าไปในห้องสอบทันที่ แต่เลือกมุมที่นั่งตรงทางเดินที่ไม่ค่อยมีผู้คน วางกระเป้าลงก่อนจะหยิบสมุดจดออกมาทบทวนความรู้คร่าวๆ
‘ยังมีเวลาอีก20นาที น่าจะเก็บเพิ่มเติมได้อีกหน่อย....แสบตาจัง’ลอร์เรนซ์คิดพลางหยิบกระจกพับอันเล็กขึ้นมา ส่องหน้าของตัวเอง เด็กสาวสังเกตเห็นว่า ดวงตาเหลืองเล็กน้อยและมีเส้นเืฝอยขึ้นเป็จุดๆ ก่อนจะเก็บกระจกลงไปดังเดิม
‘ั้แ่ฝันเื่นั้นก็นอนไม่ค่อยหลับเลย แถมที่ผ่านมาเรานอนดึกซะด้วย ปู่เฮอร์แมนต้องบ่นแน่ๆ’
ลอร์เรนซ์ ไม่มีญาติพี่น้อง แต่สำหรับเธอ อาจารย์เฮอร์แมนก็เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งที่รู้จักมาเป็10ปี ในตอนที่พ่อแม่เธอยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาเป็เพื่อนบ้านกันโดยที่บ้านเธออยู่ด้านข้างบ้านของชายชราแค่ประตูรั้ว แต่หลังจากที่พ่อแม่เธอเสียชีวิต และมีเ้าหนี้ของพ่อแม่มาตามทวงหนี้สิน ชายชราเลยแนะนำให้เธอขายบ้านใช้หนี้ ก่อนจะช่วยขนย้ายข้าวของของเธอไปที่ ห้องพักถูกๆใกล้เคียง
ตอนที่เธออายุ 5 ขวบ เธอจำได้ว่าสีหน้าพ่อแม่ของเธอภาคภูมิใจขนาดไหนที่ซื้อบ้านติดที่ดินในกรุงซาเวียร์ที่ที่ ที่ดินแพงราวกับถูกปูด้วยทองคำ
ถึงจะไม่ได้ดูแล แต่ก็เป็เฮอร์แมนที่คอยช่วยจัดการเื่จุกจิกต่างๆในตอนแรกหลังจากพ่อแม่เธอตายในขณะที่เธออายุเพียง 12ปี
ลอร์เรนซ์ทราบว่า ชายชราค่อนข้างคาดหวังและเป็ห่วงเธอเสมอ เด็กสาวหาวขณะกวาดสายตาผ่านสมุดจดตรงหน้า จนกระทั้งถึงเวลาสอบวิชาแรก
ในภาคเช้าเธอจะสอบ3วิชา คือ ภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ชีววิทยา ภาคบ่ายของวันนี้จะมีวิชา คณิตศาสตร์ วิชาเดียว
ส่วนวันที่2หรือพรุ่งนี้ จะเป็วิชาเคมี ฟิสิกส์ และวิชาเฉพาะทางเช่น กลไกลเครื่องจักร บัญชีเบื้องต้น และอื่นๆ แล้วแต่ละคนจะลงเรียน
วิชาแรกภาษาศาสตร์ ลอร์เรนซ์กวาดสายตาสแกนข้อสอบก่อนจะถอนหายใจดูเหมือนจะไม่ยากมากนักสำหรับเธอ
----
“หมดเวลา นักเรียนทุกคนโปรดวางปากกาและดินสอลง” เสียงของผู้คุมสอบประกาศดังก้องไปทั่วห้องโถง และมีเด็กนักเรียนหลายคนเดินออกจากห้องร่วมถึงลอร์เรนซ์ที่มีสีหน้าขุ่นมัวต่างจากเมื่อเช้า เธอไม่ได้ไปพักเที่ยงรับประทานอาหารเหมือนแต่กลับไปนั่งอ่านสมุดจดของเธอ
-------
ลอร์เรนซ์กำดินสอในมือแน่นมองกระดาษที่เต็มไปด้วยสูตรสมการคณิตศาสตร์ตรงหน้า ด้วยสีหน้าว่างเปล่า ดวงตาสีหน้าตาลเข้มสั่นไหวมีน้ำตาคลอเบ้า
เด็กสาวเปิดกระดาษคำตอบของตนไปมา เห็นมากกว่าครึ่งของกระดาษหลายแผ่นว่างเปล่า ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองดู นาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งไวตามจุดต่างๆภายในห้องสอบ
14.53 นาฬิกา เหลือเวลาทำข้อสอบอีก 7 นาที
เมื่อเห็นดังนั้นลอร์เรนซ์พยายามสแกนหาคำถามที่ง่ายที่สุดที่เหลืออยู่ในกระดาษคำถาม หวังว่าจะใช้เวลาที่เหลือนี้ทำให้ได้เพิ่มอีกสักข้อก็ยังดี แต่เวลามักเดินทางเป็เส้นตรงไม่หักเห เด็กสาวที่ไม่ถนัดคณิตศาสตร์อย่างเธอเวลาเพียงเจ็ดนาที เพียงพอแค่ให้ลอร์เรนซ์แก้สมการได้ไม่กี่บรรทัด ไม่ใกล้เคียงถึงคำตอบเลยแม้แต่นิดเดียว
“หมดเวลา นักเรียนทุกคนโปรดวางปากกาและดินสอลงและออกจากห้องสอบได้” เสียงของผู้คุมสอบเหมือนกับมีดกรีดแทงเด็กสาว น้ำตาหนึ่งหยดไหลตกลงบนกระดาษคำตอบเงียบๆเปื้อนหมึกดำที่ยังไม่แห้งสนิทจนน้ำซึมเป็วง
ลอร์เรนซ์เก็บข้าวของและเดินก้มหน้าออกจากห้องสอบโดยไม่สนผู้คนรอบข้างที่กำลังพูดคุยจ้อแจ้ว เธอเพียงแต่อยากเดินออกจากตรงนี้ ไปหาที่เงียบๆนั่ง ผ่านไปสักพักลอร์เรนซ์นั่งลงตรงม้านั่งในสวนหย่อมที่ห่างไกลแห่งหนึ่งในสถาบัน เวลานี้ไม่มีคนอยู่รอบข้างเนื่องจากทุกคนต่างพากันยังไม่หายตื่นเต้นจากการสอบ หรือบางคนก็ไม่สนใจสิ่งไดมุ่งตรงกับบ้านทันที
วันนี้ลอร์เรนซ์ทำข้อสอบได้ไม่ดีโดยเฉพาะ่บ่ายเรียกได้ว่าแย่เลยทีเดียว เด็กสาวเสียใจมากเพราะมีเพียงแค่วิชาประวัติศาสตร์เท่านั้นที่เธอมั่นใจว่าทำได้ดีจริงๆ
ภาษาศาสตร์เธอทำได้แต่ไม่คิดว่าจะคะแนนจะโดดเด่น
ประวัติศาสตร์ของปู่เฮอร์แมน คะแนนจะขึ้นอยู่กับความสมบรูณของรายละเอียดที่เขียน แน่นอนสำหรับเธอหรือคนที่ต้องใจเรียนห้องสอบย่อมทำได้อยู่แล้ว ไม่ต้องพูดเธอมีความรู้นอกห้องในเื่นี้ที่มากกว่าคนอื่นๆ
ชีววิทยาน่าจะได้คะแนนแค่กลางๆ
ส่วนคณิตศาสตร์เธอตอบไปแค่7-8ข้อทั้งทั้งหมด30ข้อเท่านั้นเรียกได้ว่าหากคะแนนรวมสุดท้ายออกมาไม่ถึงเกรณ์เธอมีสิทธิ์ตกได้
ในสถาบันแห่งนี้ไม่มีใครอยากให้เกรดตัวเองแย่ ไม่ต้องพูดถึงสอบตก ถ้ามีวิชาไดวิชาหนึ่งตกละก็หมดสิทธิ์ได้รับคำแนะนำจาก ‘ผู้สังเกตการณ์ได้เลย’
สำหรับเด็กยากจนอย่างเธอย่อมเชื่อข่าวลืมเื่ ผู้สังเกตการณ์ มันเป็ความหวังสู่อนาคตที่ร่มรื่นอย่างรวดเร็ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าการให้ผู้สังเกตการณ์สังเกตการณ์ สังเกตเห็นตัวเธอคงจะยาก
‘ทำไมเราต้องทุ่มเทขนาดนี้ด้วยนะ ’
‘เพราะอนาคตเหรอ’
‘หรือว่าพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว’
เด็กสาวคิดดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเืฝอยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เงยหน้ามองเมฆบนท้องฟ้าที่ลอยไปมา นึกถึงชีวิตประจำวันของตัวเอง ตื่นเข้าตั้งตัวไปเรียน ทำงานพิเศษและกลับมาอ่านหนังสือก่อนเข้านอน ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นรอบๆเหมือนคนอื่น เนื่องจากต้องประหยัด นอกจากชุดนักเรียน เสื้อผ้าตัวอื่นของเธอก็เป็ชุดเก่าๆมือสองที่ตกแฟชั่นไปนานแล้ว
สถาบันจักรพรรคดินั้นมีการเรียนการสอนที่ดีและครอบคลุมมากกว่าที่อื่นๆมีเพียงสถาบันของกระทรวงศึกษาธิการและสถาบันเอกชนในสาธารณรัฐไม่กี่แห่งที่สามารถเคียงคู่กันได้ นั้นรวมถึงมาตราฐานการสอบที่ยากเป็อันดับต้นๆของประเทศ
โดยปกติถ้าลอร์เรนซ์แล้วถ้า้าเกรดที่ดี สถาบันอื่นเป็ทางเลือกที่ดีกว่า แม้สถาบันจักรพรรคดิจะมีชื่อเสียงมากแค่ไหน แค่คนส่วนใหญ่ที่เรียนที่มักพอมีฐานะที่สามารถจ้าครูสอนพิเศษส่วนตัวเพื่อให้ตามทันบทเรียนที่รวดเร็วของสถาบัน
แต่ลอร์เรนซ์ ไม่มีสิ่งเ่าั้ ตลอดหนึ่งปีที่เข้ามาเรียนที่นี้ เธอเตรียมบทเรียนด้วยตัวเอง และใช้เวลาอ่านหนังสือวันล่ะ2ชั่วโมงทุกวัน ไม่เว้นแม้กระทั้งหลังจากทำงานพิเศษ วันหยุดก็หมกตัวอยู่ในห้อง ไม่ก็ห้องสมุด และั้แ่ในการสอบกลางภาคครั้งที่ผ่านมา เธอตั้งใจอ่านมากขึ้นโดยเฉพาะสองสัปดาห์ก่อนสอบ
เธอแทบพักผ่อนไม่เพียงพอจากการอ่านนังสือหามรุ่มหามค่ำ แต่ดูเหมือนว่าผลตอบแทนจะไม่ได้เป็ดั่งที่คาดหวัง
เธอรู้สึกเหนื่อย ที่มากว่านั้นคือรู้สึกเบื่อหน่าย และไม่มีความสุข
เหมือนกลับเธอขาดแก่นสารของอะไรบ้างอย่าง
ตอนนี้เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทีผ่านมาทำไมเธอถึงต้องตั้งใจกับการเรียนมากขนาดนี้
ทันไดนั้นเองลอร์เรนซ์พลันรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอหันไปมอง
“ปู่...เฮอร์แมน” ในตอนนั้นเองน้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้ม เฮอร์แมนที่บังเอิญเดินผ่านมาพอดี ตั้งใจจะเข้ามาทักทาย ใบหน้าทรงภูมิก็ออกอาการหลอหราทำตัวไม่ถูก รีบเข้ามานั่งด้านข้างใช่มือจับไหล่ของเด็กสาว
“หนู....หนูขอโทษค่ะที่ทำให้ปู่ผิดหวัง”
เอ้ะ
ชายชราหยุดนิ่งไปชั่วขณะ รู้สึกสับสน ครุ่นคิดว่าเด็กสาวจริงหน้ากล่าวถึงเื่ได ร้อยวันพันปีแทบไม่เคยเห็นเด็กสาวแสดงอาการแบบนี้ให้เห็นต่อหน้าโดยเฉพาะการร้องไห้ เขาจึงทำตัวไม่ถูก
“หนูขอโทษที่เข้ามาเรียนที่นี้ตามความคาดหวังของปู่ แล้วยังทำคะแนนได้ไม่ดีอีก”
เฮอร์แมนเข้าใจในที่สุด
‘ดูเหมือนฉันเองสินะ ที่เป็ต้นตอของปัญหา ’ชายชราที่ได้ยินคำพูดของเด็กดวงตาพลันฉายแววอ่อนโยน เขาลืมไปว่ายัยหนูนี้มีน็อตในหัวไม่ครบ มีความที่ ‘บกพร่อง’ เล็กๆคงอยู่ขนาดที่หากไม่ได้ใกล้ชิดก็จะไม่ได้สังเกตเห็น
“ไม่เป็ไรหรอก ไม่ดีก็ไม่เป็ไร” เฮอร์แมนลูบหัวเด็กสาว
“แต่ปู่บอกว่า ถ้าหนู้าเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเอง หนูต้องเป็เด็กที่โดดเด่นกว่าคนอื่น เข้าเรียนที่สถาบันจักรพรรคดิ ในอนาคตถึงจะมีชีวิตที่ดีนี่ค่ะ” ลอร์เรนซ์ปาดน้ำตาและเงยหน้ามองดูใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปริ้วรอยด้านข้าง
‘อ่า ฉันเคยพูดแบบนั้นจริงๆด้วยสินะ’เฮอร์แมนหรี่ตาลงก่อนจะถอนหายใจดังๆ ใน่แรกๆหลังจากที่พ่อแม่ของลอร์เรนซ์ตาย ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดว่าสิ่งที่เขาพูดจะกลายเป็ที่สิ่งทับถมจิตใจของเด็กสาวโดยไม่รู้ตัว ในตอนที่เด็กสาวมาบอกมาสอบชิงทุนจากสถาบันได้ เขาก็ไม่ได้คิดถึงเื่นี้ด้วยซ้ำ
“นั้นเป็ประโยคที่คนในวัยปู่ มักพูดกับลูกหลานด้วยความหวังดีน่ะนะ ปู่ผิดเองๆ”
“แต่ปู่ไม่มีลูกนี่? หรือว่าปู่มี?”
เฮอร์แมนสะอึก ดูเหมือนแม้แต่ตอนนี้อีกฝ่ายก็ยังเหมือนเดิม
“เธอก็เหมือนหลานฉันนั้นแหละน่า” ชายชรากล่าวพลางขยี้หัวของลอร์เรนซ์เมื่อเห็นว่าเธอดูดีขึ้นกว่าเมื่อกี้นี้แล้ว
“ไม่ต้องกังวลมากเื่การเรียนหรอก ชีวิตยังคงมีอะไรน่าสนใจอีกเยอะ ภายใต้ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ผืนนี้ เธอจะต้องค้นพบสิ่งที่เธอ้าอย่างแน่นอน” ชายชรากล่าวพร้อมมองท้องฟ้า ดวงตาสั่นไหวไปมาราวกับนึกถึงบางสิ่งเมื่อนานมาแล้ว
“รีบกลับไปพักผ่อนได้แล้ว คืนนี้ก็ไม่อ่านหนังสือล่ะ ส่วนฉันขอตัวไปทำธุระก่อน” เฮอร์แมนลูบหัวลอร์เรนซ์อีกรอบก่อนจะลุกขึ้นยืน
“ขอบคุณคะคุณปู่เฮอร์แมน” เด็กสาวรีบปาดน้ำตาที่เหลืออยู่ก่อนที่จะลุกขึ้นขอบคุณ ชายชราโบกมือไปมาก่อนจะเดินจากไป ภายใต้การจ้องมองของเด็กสาวไล่หลังจนลับ ดวงตาน้ำตาลเข้มไร้ประกายของลอร์เรนซ์ดูเหมือนจะมีระลอกคลื่นแล่นผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง
“สิ่งที่เรา้า..มันคืออะไรกันล่ะ”เด็กสาวพึมพำ
ครืดๆ
“ใครอยู่ตรงนั้นนะ!” ลอร์เรนซ์ใหันหน้าะโอย่างรวดเร็วเมื่อได้เสียงการเคลื่อนไหวที่มุมหนึ่งของพุ่มไม้ใกล้ๆ
สีหน้าที่มักเรียบเฉยราวกับน้ำแข็งฉายของเธอแววตื่นตระหนกขึ้นเป็ครั้งแรก
ไม่มีใครรู้ความสัมพันธ์ของอาจารย์สอนประวัติศาสตร์หรือปู่เฮอร์แมนกับเธอ และเธอก็ไม่เคยพูดเื่ใคร แม้จะว่าปู่เฮอร์แมนจะไม่เคยพูดว่าต้องเก็บเป็ความลับ ทว่าเธอก็ไม่อยากให้คนอื่นร็ว่าคนใจดีแบบเขามีความเกี่ยวข้องกับเด็กมืดมนที่มีปัญหาเฉกเช่นตัวเธอ
ว้าย!
แต่ดูว่ามันนี้โชคชะตาจะไม่เป็ตามคำขอของเธอเพราะเหมือนว่าเธอจะะโเสียงดังเกินไปทำให้อีกฝ่ายที่ซุ่มซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้ใสะดุดล้มลงมาต่อหน้า
ลอร์เรนซ์มองร่างที่ล้มลงผ่าพาดกลางพุ่มไม้ประดับ อีกฝ่ายเป็เด็กสาวอายุไร่เรี่ยและสูงพอๆกับเธอ ผมสีน้ำตาลสว่างจนเกือบเป็สีทอง ใบหน้าส่องสว่างสวยงามไร้ติ
ลอร์เรนซ์ รู้จักเธอคนนี้
แคโรไลน์ หญิงสาวที่ถูกกล่าวขานว่าเป็เทพธิดาประจำสถาบัน และเป็ที่ต้องตาจากใครหลายคน ดูเหมือนอีกฝ่ายพึ่งสดุดกิ่งไม้ล้มลงคร่อมพุ่มไม้
“อูย เจ็บๆ แขนถลอกไหมเนี่ย” เด็กสาวผู้มาใหม่บ่นพลางยกแขนของตนขึ้นมาดูว่ามีาแหรือไม่
โอ้ะ
เหมือนอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวในที่สุด ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลอันสดใสมองขึ้นประสานกับดวงตาสีน้ำตาลดำไร้ประกายของลอร์เรนซ์
“ไง..สวัสดี แหะๆ” แคโรไลน์ยิ้มแห้ง