หลินอู๋เฉินยังมีเวลาอีกมากกว่าลู่ซินหยีจะทำอาหารเสร็จ ดังนั้นจึงใช้เวลานี้เริ่มออกท่าทาง ฝึกซ้อมทักษะที่เพิ่งได้มา
ความจริงไม่ต้องก็ได้ เพราะั้แ่ลำแสงสีดำถูกยิงออกจากหน้าหนังสือเขาก็เป็ถึงระดับปรมาจารย์แล้ว
แน่นอนว่ามันยังอยู่ในขอบเขตของมนุษย์ เป็แค่ระดับสามัญ เทียบไม่ได้กับเทคนิคบ่มเพาะอันหลากหลาย
หลังจากนั้นสักพัก หลินอู๋เฉินจึงเดินออกมานอกห้อง
เป็จังหวะที่กลิ่นอาหารโชยเข้าจมูก ดูเหมือนหล่อนจะทำอาหารเสร็จแล้ว
นั่งลงบนเก้าอี้ มองข้าวในถ้วย อาหารบนโต๊ะมีหลากหลาย ขาหมูตุ๋นพะโล้ หมูผัดพริกไทย กะหล่ำหมูซอย หมูกระเทียม ฯลฯ อาหารที่อยู่บนโต๊ะแม้จะยังไม่ได้เข้าปาก แต่จากกลิ่นและสีสัน อาหารมื้อนี้คงจะมีรสชาติไม่เลว
หลินอู๋เฉินค่อนข้างแปลกใจเมื่อเห็นเธอก้มหน้า ซึ่งผิดวิสัยเมื่อดูจากความร่าเริงตามปกติ
“เป็อะไรของเธอ”
ลู่ซินหยีเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ “น้องชายของฉัน...เขาไปมีเื่ในบาร์ติงหวน...”
“โอ้...เธอก็เลยร้องไห้?” หลินอู๋เฉินหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเนื้อหมูเข้าปาก ท่าทางไม่ทุกข์ร้อน ยังกินอาหารได้หน้าตาเฉย
“รีบๆ กินสิ อาหารฝีมือเธอไม่เลวเลย ถ้าหากมัวแต่นั่งเดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก” หลินอู๋เฉินกล่าว
“ฉันดีใจนะคะที่คุณชอบอาหารฝีมือฉัน” ลู่ซินหยีเผยรอยยิ้มหน่อยนึง ก่อนจะหน้าบึ้งเสียงเปลี่ยน “ตอนนี้ลู่เหมินตกอยู่ในอันตราย ถ้าหากฉันไม่ได้เงินไปชดใช้ค่าเสียหายหนึ่งแสนหยวน พวกเขาบอกว่าจะทำให้น้องฉันพิการ คุณหลิน...คุณพอจะมีให้ยืมหน่อยไหมคะ ฉันสัญญาว่าจะหามาคืนภายในหนึ่งเดือน”
“หนึ่งเดือน? ลู่ซินหยีเธอเป็ผู้จัดการที่นี่ได้เงินเดือนเท่าไหร่เอง จะหามาได้ไงหนึ่งแสนหยวนโดยใช้เวลาสั้นๆ” หลินอู๋เฉินยังคงหยิบเนื้อหมูเข้าปาก ก้มหน้าก้มตากิน
“เอ่อ...” ลู่ซินหยีพูดไม่ออก ที่เขากล่าวมานั้นเป็ความจริง
“คุณหลิน ฉันหาเงินมาให้คุณได้ไม่ทันก็จริงแต่ว่า ร่างกายของฉันคุณสามารถทำอะไรก็ได้...เพราะงั้นได้โปรด นอกจากน้องชายและปู่แล้วฉันก็ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน”
ดวงตาเธอเปียกชื้น แก้มเป็สีแดงและจมูกเองก็เช่นกัน
ดูเหมือนน้องชายไร้ประโยชน์จะสำคัญกับเธอมาก แม้จะไม่ใช่สายเืเดียวกันก็ตาม
“ไร้สาระ ร่างกายของเธอเป็ของฉันอยู่แล้ว ฉันอยากจะทำอะไรกับเธอก็ได้เื่นี้เธอเองก็น่าจะรู้ หรือว่าเธอ้าบอกว่าไม่ใช่ผู้หญิงของฉัน?” หลินอู๋เฉินเลิกคิ้วหนึ่งข้าง
ลู่ซินหยีปัดไม้ปัดมือพัลวัน “ฉันไม่ได้คิดเป็อื่นเลยนะคะ ฉันรู้ว่าฉันเป็ผู้หญิงของคุณแต่น้องชายของฉันเองก็...ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าจะช่วยเขาได้ยังไง เพราะงั้นได้โปรด”
หลินอู๋เฉินวางตะเกียบลง เอื้อมมือไปดีดหน้าผากเธอทีหนึ่งตามด้วยกล่าว “ฉันช่วยอยู่แล้ว พาฉันไปที่นั่นสิ รัง(มด)น่ะ”
ลู่ซินหยีดีใจจนเข้ามากอดเขา ในชุดกันเปื้อนยังััได้ถึงหน้าอกขนาดใหญ่ที่กดทับลงมา แต่หลินอู๋เฉินต้องห้ามใจไว้ก่อน ไม่งั้นน้องชายของเขาได้ตื่นก่อนไปทำธุระพอดี
.......
รถ Lamborghini Huracan EVO RWD คันสีแดงส่งเสียงคำรามแล้วทะยานออกไปจากวิลล่า
หลินอู๋เฉินไม่ได้ขับหากแต่ให้ลู่ซินหยีขับ
เขาไม่กลัวว่าเธอจะทำรถเสียหาย ยังไงซะซูเปอร์คาร์คันนี้ก็แค่ 100 หยวน จะโยนทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ไม่จำเป็ต้องแคร์
......
ณ บาร์ติงหวน
ชายหนุ่มร่างผอมบางถูกซ้อมอยู่ในห้องลับๆ ร่างกายฟกช้ำดำเขียว ฟันแตกไปหลายสี ดวงตาคู่นั้นถูกต่อยดำคล้ำ สภาพดูไม่จืด
“เห้ยลู่เหมิน พี่สาวมึงจะมาแน่เหรอวะ มึงรู้ใช่ไหมว่าถ้าหากไม่มา มึงจะต้องนั่งรถเข็นตลอดชีวิต...” ชายผมทองถือมีดแสยะยิ้มมุมปาก รูปลักษณ์ไม่ต่างจากนักเลงทั่วไป
“มาสิ มาแน่นอน พี่สาวรักฉันมาก เธอต้องมาแน่ๆ!” ลู่เหมินตอบหนักแน่น
“ดี ถ้าหากพี่สาวแกไม่มา มีหวังทำให้พี่หยางฟางโกรธจนต้องฆ่าแก” ชายผมทองแกว่งมีดในมือ “อ้อจริงสิ ได้ข่าวว่าพี่สาวของแกสวยมาก งั้นคงไม่เป็ไรหรอกใช่ไหมหากลูกพี่ของฉันจะสนุกกับร่างกายของเธอ หึหึ”
“นี่แก!”
“แกอะไร มีแรงลุกขึ้นมาสู้หรือไง กินตีนกูนี่!” ชายผมทองเตะไปหนึ่งครั้ง ตามด้วยถ่มน้ำลายใส่หน้าลู่เหมิน
หยางฟางที่นั่งอยู่ในห้องเพียงมองด้วยหางตา ข้างกายเขามีผู้หญิงผิวขาวหน้าตาสวยหยาด หล่อนไม่ใช่เด็กนั่งดริ้งแต่เป็หนึ่งในหุ้นบาร์ติงหวนนี้ หยูชิหลิง
“นี่หยางฟาง ฉันว่าควรพอได้แล้วนะ” หยูชิหลิงกล่าว
“ไม่ได้” หยางฟางส่ายศีรษะ เทียบกับหยูชิหลิงที่จิตใจดี ตัวเขาก็คือคนอำมหิต
หยูชิหลิงหลับตาลง พยายามไม่รับรู้เื่ราว
.......
อย่างรวดเร็วหลินอู๋เฉินมาถึงที่หมายพร้อมกับลู่ซินหยี
ภายในบาร์ติงหวนคึกคักด้วยผู้คน มันเป็หนึ่งในบาร์ระดับไฮเอนด์เมืองชุนเหลียน
พอเข้ามาข้างในด้วยความร้อนรนลู่ซินหยีไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อน มองไปทางไหนก็มีแต่คนเต้นรำและเสียงดนตรี เธอทำอะไรไม่ถูกได้แต่หันหน้าไปหาหลินอู๋เฉิน ขอความช่วยเหลือจากเขา
หลินอู๋เฉินเดินเข้าไปหาการ์ดในบาร์ โดยไม่มีการถามไถ่เขาซัดหมอนั่นกระเด็นไปหน้าเวทีทันที
เพียงแค่การโจมตีเดียวล้มการ์ดตัวใหญ่!
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากแต่ก็ทำให้ใครหลายคนหวาดกลัว!
“คุณหลิน!” ลู่ซินหยีใกลัว ไม่คิดเลยว่านี่คือวิธีของเขา
“นี่แกตั้งใจเข้ามาหาเื่ใช่ไหม รู้หรือเปล่าว่าบาร์ติงหวนเป็ของใคร!”
การ์ดหลายคนเดินเข้ามาล้อมหลินอู๋เฉิน พวกเขาอยู่ในท่าพร้อมสู้ แต่ละคนตัวใหญ่ส่งแรงคุกคาม ทำให้ลู่ซินหยีตัวสั่นเหมือนลูกนก
“แค่มดแต่กล้าขึ้นเสียงกับฉัน?” หลินอู๋เฉินขยับร่างกายปราดเปรียว เท้าว่องไวด้วยทักษะเทควันโดฟาดเข้าที่ศีรษะการ์ด จากนั้นหมุนตัวใช้ศอกและเข่าโจมตีการ์ดที่อยู่ใกล้ตัว
ทักษะการต่อสู้ระดับสามัญถูกงัดออกมาใช้ แน่นอนยังอยู่ในขอบเขตสามัญความเป็มนุษย์
แต่อย่างใดก็ตามนี่คือจุดสูงสุดของมนุษย์ ไม่มีใครต้านการโจมตีได้อยู่แล้ว!
ทีแรกแขกยังไม่วิ่งออกไปเพราะคิดว่ามันเป็เื่เล็กน้อย ไม่นานการ์ดคงเข้ามาจัดการ
แต่อย่างใดก็ตามดูเหมือนสถานการณ์จะเลวร้ายกว่าที่คิด ดังนั้นเวลานี้หลายคนจึงวิ่งจ้ำอ้าว หนีไปนอกร้านทันที
“นี่แกอยากตายมากนักใช่ไหม!” การ์ดตัวใหญ่ในชุดสูทมาพร้อมกับขวดเหล้าในมือ หมายมั่นทุบศีรษะหลินอู๋เฉินให้แตก
“คุณหลินระวัง!” ลู่ซินหยีะโด้วยความตื่นตระหนก
หลินอู๋เฉินตอบสนองด้วยการหยิบเก้าอี้ตัวเล็กขึ้นมาป้องกัน จากนั้นใช้ทักษะการต่อสู้หวิงชุนโต้ตอบ อ่อนสยบแข็งล้มชายตัวใหญ่ได้ไม่ยาก
คนหลายสิบคนเข้ามารุมล้อมหลินอู๋เฉิน ทุกคนมีอาวุธในมือ ท่าทางดุร้ายเหมือนกับสัตว์กำลังล่าเหยื่อ
“พวกมดปลวก เข้ามากันให้หมด ฉันจะได้ไม่ต้องตามเก็บทีละคน” หลินอู๋เฉินยืนอยู่ตรงนั้น แววตาที่แสดงออกมาเผยให้เห็นถึงปณิธานฆ่า!
ใช่เขา้าฆ่าคน!
ลับคมก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็ผู้บ่มเพาะพลัง!
จะโทษว่าเขาโหดร้ายก็ไม่ได้ ใครใช้ให้มด(มัน)ขวางทางล่ะ งั้นมันก็ควรรับความโกรธเกรี้ยวของทวยเทพ!
รับความตายไปซะ!
การ์ดวิ่งเข้ามาพร้อมกับยกอาวุธสู้โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่
ซึ่งสำหรับหลินอู๋เฉินคนพวกนี้อ่อนแอมาก แค่ใช้ทักษะเพียงนิดหน่อยก็จัดการได้แล้ว แถมการโจมตีทุกครั้งยังมุ่งไปที่จุดตาย ซึ่งง่ายและง่ายมาก ร่างกายของมนุษย์ไม่แข็งดุจหินผา ภายใต้การโต้กลับของหลินอู๋เฉินบรรดาการ์ดก็ไม่ต่างจากฟองเต้าหู้
“คุณหลินเก่งขนาดนี้เชียว...” ลู่ซินหยีตกตะลึง ในขณะเดียวกันหัวใจของเธอก็เต้นโครมคราม
อย่างรวดเร็วการ์ดทุกคนล้มไปกองบนพื้น ในสภาพหายใจรวยริน
หลินอู๋เฉินถามหนึ่งในคนที่ยังมีชีวิต “เ้าของที่นี่อยู่ไหน ถ้าไม่อยากตายก็รีบๆ พูดมาซะ”
“อยู่ในห้องด้านหลังร้าน มันเป็ห้องลับต้องผ่านครัวครับ!”
“ขอบใจ”
“ขอบคุณครับ ผมรอดชีวิตแล้วใช่ไหมครับ ฮ่าฮ่า”
“ฉันสัญญาหรือเปล่าล่ะ?” หลินอู๋เฉินใช้เท้าเหยียบศีรษะทีเดียว จากนั้นเดินต่อไปโดยไม่หันกลับมามองอีก
ลู่ซินหยีกลัวจนตัวสั่น แต่ต้องเดินตามเขาเข้าไปข้างใน ไม่งั้นก็เลือกอยู่กับศพพวกนี้
ในครัวไม่มีพ่อครัวอยู่แล้ว เนื่องจากข้างนอกชุลมุนวุ่นวาย เป็ใครใครก็ต้องกลัวจนหนีไป
หลินอู๋เฉินเจอห้องลับที่ว่า
หลังจากเปิดประตูเข้าไปด้วยการเตะก็พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่นอนซมอยู่กลางห้อง
ดูเหมือนว่านั่นจะเป็ลู่เหมิน
“พี่สาว พี่สาว ฉันอยู่ที่นี่ ฉันอยู่ตรงนี้!” ลู่เหมินพยายามส่งเสียงะโ แต่ต้องหุบปากสนิทเพราะชายผมทองเอามีดจ่อคอ
หยางฟางขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทำไมคนของเขาถึงได้ปล่อยให้คนข้างนอกเข้ามา ทั้งที่ห้องนี้เป็ห้องลับไม่ใช่ใครก็เข้ามาได้
“ว้าว พี่สาวของนายสวยดีนี่นา หน้าอกโตๆ บั้นท้ายกลมกลึง เห็นแล้วอยากหม่ำชะมัด” ชายผมทองแสดงความหิวกระหายออกมาชัดเจน
“นายเป็ใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง?” หยางฟางถาม ลักษณะเตรียมพร้อมต่อสู้กับชายปริศนาตรงหน้า
“เป็แค่(มด)แต่กล้าแหกปาก?” หลินอู๋เฉินหัวเราะเยาะ ใช้ทักษะเทควันโดระดับปรมาจารย์ฟาดเท้าเข้าที่ศีรษะหยางฟาง คอหักตายคาที่
ชายหัวทองใกลัวจนมือไม้สั่น แต่กว่าจะรู้ตัวแก้วก็ลอยมาจากไหนไม่รู้ แล้วสติก็ดับวูบไป