[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 101 โชคดีเหลือเกิน ในใจเต็มไปด้วยความขมปร่า

    ตอนที่ 101 โชคดีเหลือเกิน ในใจเต็มไปด้วยความขมปร่า

            ตูม!

            เสียงกัมปนาทกึกก้อง ฟ้าดินสั่นสะเทือน เมื่อเงาร่างอันทรงพลังหลายสายปรากฏขึ้นกลางห้วงนภา กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ปกคลุมลงมา ดุจคลื่นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล

            “เกิดอันใดขึ้นกันแน่ นี่มันเกิดสิ่งใดขึ้น”

            “นั่นมัน… ผู้บำเพ็ญเพียรระดับผู้ศักดิ์สิทธิ์! ยังมีอยู่ถึงหลายท่าน!”

            เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรในนครโบราณนิลอัคนีต่างตกตะลึงพรึงเพริดจนสุดจะเอ่ย วินาทีนั้น ทุกสายตาล้วนต่างจับจ้องไปยังทิศทางนั้นเป็นจุดเดียว ราวกับมิอยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

            บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างโดยรอบพลันถล่มทลายลงมา กลายเป็นเศษซากแห่งความพินาศ

            ท่ามกลางซากปรักหักพัง หมอกอันเลือนรางพลันล่องลอย ส่องแสงระยิบระยับประหนึ่งแสงรุ่งอรุณ มันไหลเวียนราวกับสายน้ำแห่งทิพยสถาน พลุ่งพล่านจนกลายเป็นมังกรยาวเหยียด อักขระโบราณส่องประกายสลับซับซ้อน พวยพุ่งเข้าปกคลุมร่างของเย่หลิง

            ในชั่วพริบตานั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ราวกับจะแตกออกด้วยความเดือดดาลและสิ้นหวัง

            “ระหว่างพวกเราไร้ซึ่งความแค้นหรือความผิดใด ไยเจ้าต้องวางแผนสังหารข้าด้วย”

            เย่หลิงสีหน้าพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง ความตกตะลึงและโทสะท่วมท้นขึ้นในใจจนยากจะระงับ

            สายตาของเขาจับจ้องไปยังสตรีผู้หนึ่งซึ่งก้าวออกมาจากจวนแห่งนั้นอย่างเชื่องช้า นางมีรูปโฉมงดงามล้ำลึกเหนือสตรีทั้งปวง ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับเย็นชาและลึกล้ำราวกับห้วงนภา จับจ้องมองลงมาที่เขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ประหนึ่งมองดูมดปลวกตัวหนึ่ง

            “เจ้าครอบครองสิ่งที่มิใช่ของเจ้า เช่นนั้นก็ควรค่าแก่ความตาย”

            เยวี่ยหมิงคงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ปราศจากความลังเลหรือเสียเวลาพูดจาไร้สาระ

            สิ้นคำ นางสะบัดมือเรียวเบาๆ เหล่าผู้บำเพ็ญระดับผู้ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งยืนอยู่กลางอากาศทั้งสี่พลันเคลื่อนไหวพร้อมกัน หมายจะสังหารเย่หลิงลง ณ ที่แห่งนั้น

            เพื่อรับมือกับเย่หลิง เยวี่ยหมิงคงได้ระดมผู้แข็งแกร่งยอดยุทธ์เท่าที่นางจะสามารถเฟ้นหาได้ในยามนี้

            การส่งยอดฝีมือระดับผู้ศักดิ์สิทธิ์ออกมาถึงสี่คน บ่งบอกได้ชัดเจนถึงเจตนาสังหารที่แรงกล้าเพียงใด

            แม้เป็นการล่ากระต่าย ทว่าสิงโตก็ยังต้องทุ่มพลังทั้งหมดในการออกล่า

            เยวี่ยหมิงคงเข้าใจดีว่า เย่หลิงในฐานะผู้สืบทอดแห่งมหาเทพวัฏสงสาร ย่อมมีวิธีการปกป้องชีวิตที่มิธรรมดาอย่างแน่นอน

            พร้อมกันนั้น นางก็ลงมือด้วยเช่นกัน เพียงแค่นางสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ

            พลังลมพายุอันมหาศาลพลันแผ่พัดกระหน่ำออกไป ราวกับเกลียวคลื่นแห่งแสงพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า

            ฝ่ามือขาวผุดผ่องราวหยกไร้ที่ติพลันปรากฏขึ้น กดพุ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อบดขยี้เย่หลิงให้แหลกเป็นจุณ

            พลังฝ่ามือขนาดมหึมานี้แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายพลังอำนาจดั่งจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ แข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวจนยากจะต้านทาน ผู้ใดเห็นย่อมอดรู้สึกหวาดเกรงมิได้

            พร้อมกันนั้น เยวี่ยหมิงคงยังเรียกใช้กระบี่หยกใสดั่งอัญมณีเล่มหนึ่ง ซึ่งแผ่กระแสพลังดาบมหาศาลออกมาจนสุดขีด พลังอันน่าสะพรึงนี้พลันแปรเปลี่ยนเป็นสายธารแห่งดาราจักร เปี่ยมด้วยพลังทำลายล้างดุจการโจมตีเต็มพลังของผู้บรรลุถึงขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงสุด

            ท่ามกลางห้วงอากาศ เหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ลงมือพร้อมกัน ในขณะที่เยวี่ยหมิงคงซึ่งอยู่เบื้องหน้ายังโจมตีอย่างมิลังเล สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือกับดักสังหารที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้

            หากเป็นผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นเยาว์ระดับสูงคนใดก็ตาม ยกเว้นผู้ที่มีความสามารถเฉกเช่นนาง ย่อมมิมีทางรอดชีวิตจากสถานการณ์นี้ไปได้อย่างเด็ดขาด

            เยวี่ยหมิงคงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกสิ่งจะดำเนินไปตามที่คาดการณ์ไว้โดยไร้ซึ่งข้อผิดพลาดใดๆ

            ด้วยพลังทำลายล้างอันรุนแรงที่แผ่กระจายออกมาเช่นนี้ การถล่มนครโบราณนิลอัคนีให้กลายเป็นผุยผงย่อมทำได้อย่างง่ายดาย ทว่ายามนี้ นางกลับใช้มันเพื่อสังหารเย่หลิงโดยเฉพาะ

            “เจ้าเด็กเหลือขอ! รีบใช้ของสิ่งนั้นเดี๋ยวนี้ หากยังชักช้ารับรองได้ว่าเจ้าต้องสิ้นชีพแน่!”

            ในขณะนั้นเอง เสียงเร่งเร้าดังลั่นจากจี้หยกที่ห้อยอยู่บนคอของเย่หลิง เต่าชราภายในนั้นสีหน้าพลันแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง เร่งเร้าอย่างบ้าคลั่ง พร้อมความตื่นตระหนกที่มิอาจปิดบังได้

            เหตุใดองค์หญิงแห่งราชสำนักเซียนไร้เทียมทานจึงวางแผนการใหญ่โตถึงเพียงนี้ เพื่อมุ่งหวังจะหลอกล่อสังหารเย่หลิงหรอกหรือ

            ผู้ใดกันที่เป็นคนแพร่งพรายข่าวสารว่าเย่หลิงได้รับสืบทอดมรดกของมหาเทพวัฏสงสาร

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ใบหน้าของเย่หลิงพลันซีดเผือดราวกับไร้ซึ่งโลหิต ความโกรธแค้นฉายชัดในแววตา เขาจ้องมองเยวี่ยหมิงคงที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกและความปรารถนาที่เคยมี

            “หากวันนี้ข้ารอดชีวิตไปได้ วันหน้าเจ้าจะต้องชดใช้คืนเป็นร้อยเท่าพันทวี!” เย่หลิงคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับจะสลักความโกรธแค้นไว้ในห้วงวิญญาณ

            ตูม!

            ขณะกล่าวจบ เขาฉายสีหน้าราวกับเจ็บปวดใจอย่างถึงที่สุด ก่อนจะควักเอายันต์หยกสีดำสนิทชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ

            ทันทีที่ยันต์หยกนั้นปรากฏ กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวพลันแผ่กระจายออกมา กลิ่นอายแห่งวัฏสงสารสายหนึ่งส่องประกาย ราวกับถักทอเชื่อมโยงกับสรรพสิ่ง

            เพียงแค่กลิ่นอายนี้แผ่ซ่านออกมา ก็ทรงพลังเกินขอบเขตของระดับผู้ศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว และทะยานขึ้นไปแตะถึงขอบเขตมหาศักดิ์สิทธิ์!

            เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรทั่วทั้งนครโบราณต่างตื่นตะลึงจนแทบหยุดหายใจ พวกเขาแทบจะทรุดตัวลงคุกเข่าภายใต้แรงกดดันมหาศาลนั้น

            ขอบเขตมหาศักดิ์สิทธิ์! ผู้บำเพ็ญในระดับนี้แทบจะอยู่เหนือสามัญชนทั้งหมด ยิ่งกว่านั้นยังใกล้เคียงกับการถูกขนานนามให้เป็นผู้ทรงเกียรติ

            ในบรรดาตระกูลโบราณใหญ่โต บรรพชนผู้ครองพลังขอบเขตนี้ล้วนได้รับการยกย่องให้เป็นปูชนียบุคคล หรือแม้แต่เป็นผู้ก่อตั้งตระกูลเลยทีเดียว

            นี่คือพลังที่มิอาจพบเห็นได้ง่ายๆ ในโลกภายนอก

            “เกิดสิ่งใดขึ้นในที่แห่งนั้นกันแน่ เหตุใดจึงแผ่กลิ่นอายพลังที่น่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ออกมา”

            เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรต่างหวาดกลัวจนจิตใจสั่นสะท้าน มิอาจสงบลงได้

            “นี่มันคือสิ่งใดกัน!”

            “ถอยไป!”

            ทันทีที่เห็นยันต์หยกชิ้นนั้น สีหน้าที่เยือกเย็นและไร้อารมณ์ของเยวี่ยหมิงคงก็พลันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

            นางคาดมิถึงจริงๆ ว่าเย่หลิงจะครอบครองยันต์หยกที่มีพลังระดับมหาศักดิ์สิทธิ์ได้ ในชาติก่อนนางมิเคยได้ยินเลยว่าเขาเคยใช้สิ่งนี้มาก่อน

            อีกทั้งในฐานะรัชทายาทแห่งราชสำนักเซียนไร้เทียมทาน แม้แต่นางเองก็มีเพียงของป้องกันตัวในระดับนี้เท่านั้น

            กระทั่งนางยังมิสามารถครอบครองยันต์หยกที่ทรงพลังในระดับมหาศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้สำหรับการโจมตีได้เลย

            หรือบางที... ในชาติภพก่อน ผู้ใดก็ตามที่เคยล่วงรู้ถึงไพ่ตายของเย่หลิง ล้วนถูกเขาสังหารปิดปากไปจนหมดสิ้น

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของเยวี่ยหมิงคงก็ยิ่งมืดมนลงกว่าเดิม

            “น่าชังนัก! เย่หลิงผู้นี้ สมแล้วที่ครั้งหนึ่งเคยหนีรอดจากเงื้อมมือของสามีข้าไปได้ นี่จึงทำให้เขารอดชีวิตไปได้อีกครั้ง…”

            เหล่าผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่บนท้องนภาพลันถอยร่นออกไปอย่างรวดเร็ว มิมีผู้ใดกล้ารับพลังจากยันต์หยกของเย่หลิงโดยตรง

            เย่หลิงฉวยโอกาสนี้พาร่างที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นเร่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว และหายลับไปในพริบตา

            “ครั้งหน้า การจะสังหารเขาย่อมยากขึ้นกว่าเดิมเสียแล้ว”

            สีหน้าของเยวี่ยหมิงคงพลันมืดครึ้มลง นางกำหมัดแน่นด้วยความขุ่นเคือง

            มินึกเลยว่าในฐานะผู้ที่กลับชาติมาเกิดเช่นนาง กลับมิอาจสังหารมดปลวกตัวเล็กๆ อย่างเย่หลิงได้สำเร็จ

            ครืน!

            ในขณะนั้นเอง เยวี่ยหมิงคงพลันสัมผัสได้ถึงคลื่นความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวที่ถาโถมลงมาจากฟากฟ้า ราวกับมหาสมุทรเพลิงอันกว้างใหญ่ที่ก่อเกิดจากอักขระศักดิ์สิทธิ์

            คลื่นเพลิงนั้นพวยพุ่งออกมาดุจทะเลแห่งไฟ กลืนกินยันต์หยกของเย่หลิงไปในพริบตา ก่อนทำลายพลังโจมตีระดับมหาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดาย ราวกับเพียงแค่สะบัดมือ

            จากนั้น เงาร่างของสตรีผู้หนึ่งก็ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า นางสวมอาภรณ์กระโปรงสีแดงเพลิง ลักษณะสง่างามไร้ที่ติ ความงดงามของนางนั้นเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้ผู้คนมิอาจละสายตาได้

            นางยืนประจันหน้ากับเยวี่ยหมิงคงอย่างสงบนิ่ง

            “เจ้าเป็นผู้ใดกัน”

            เยวี่ยหมิงคงขมวดคิ้วเรียวเข้าหากัน ดวงหน้าเย็นชาและลึกล้ำ นางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายบางอย่างที่แปลกประหลาด

            เรื่องที่เย่หลิงหลบหนีไปได้ ทำให้นางจำต้องวางมันไว้ก่อนชั่วคราว แม้ว่าแผนการที่นางวางไว้นั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรรุ่นเยาว์ทั้งหลายแล้ว การเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ย่อมเป็นกับดักสังหารที่มิมีทางรอด

            ทว่าสุดท้าย เย่หลิงก็ยังคงหลุดรอดไปได้

            นอกจากจะยอมรับว่าชายผู้นั้นโชคดีเหลือเกินแล้ว นางก็มิรู้จะกล่าวอันใดได้อีก

            ทว่า ตอนนี้สตรีในอาภรณ์สีแดงเพลิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า กลับทำให้นางรู้สึกแปลกประหลาดใจอย่างบอกมิถูก

            พลังบำเพ็ญของอีกฝ่ายนั้นชัดเจนว่าอยู่ในขอบเขตมหาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งนางมิเคยพบเห็นมาก่อนเลย มิว่าจะในชาติภพก่อนหรือในชาติภพนี้

            ทว่าสตรีผู้นี้กลับปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันในวันนี้ อีกทั้งยังช่วยนางทำลายยันต์หยกของเย่หลิง

            เรื่องนี้ทำให้นางเต็มไปด้วยความสงสัยอย่างยิ่ง

            “น้อมคารวะองค์หญิงหมิงคง หม่อมฉันคือคนของคุณชายเพคะ ”

            ผู้ที่ปรากฏกายขึ้นตรงหน้านั้นย่อมเป็นเยี่ยนจีนั่นเอง นางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

            หลังจากได้รับคำสั่งจากกู้ฉางเกอ เยี่ยนจีก็ออกจากตำหนักเซียนมรรคาสวรรค์และเริ่มต้นติดตามข่าวคราวการเคลื่อนไหวของเยวี่ยหมิงคงไปทั่วทั้งดินแดนอนันต์สวรรค์

            ในที่สุดนางก็ตามรอยพบว่าเยวี่ยหมิงคงเดินทางมายังนครโบราณแห่งนี้

            ทว่าทันทีที่มาถึงนครโบราณนิลอัคนี นางก็ได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้พอดี จึงตัดสินใจลงมือช่วยปัดป้องการโจมตีให้เยวี่ยหมิงคง

            แน่นอนว่าเยี่ยนจีย่อมเข้าใจดีว่า ในฐานะรัชทายาทแห่งราชสำนักเซียนไร้เทียมทาน เยวี่ยหมิงคงย่อมมีวิธีการรับมือกับการโจมตีนี้ได้ด้วยตนเอง

            ทว่าในเมื่อเยวี่ยหมิงคงคือว่าที่คู่หมั้นของคุณชาย อีกทั้งในอนาคตนางก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นนายหญิงของนาง

            เยี่ยนจีจึงเลือกที่จะลงมือช่วยเหลือในครั้งนี้

            เยี่ยนจีเองก็คิดจะลงมือสกัดกั้นชายในอาภรณ์ดำผู้นั้นเช่นกัน ทว่ามิคาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีวิธีหนีเอาตัวรอดที่หลากหลาย เพียงพริบตาเดียวก็เก็บซ่อนกลิ่นอายจนหมดสิ้น ก่อนหลบหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            เรื่องนี้ทำให้เยี่ยนจีได้แต่ทอดถอนใจอย่างจนปัญญา

            “คุณชายหรือ คุณชายคนใดกัน”

            เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เยวี่ยหมิงคงหันมองเยี่ยนจีด้วยสายตาเย็นชา สีหน้าเรียบเฉย หากทว่าแฝงความมิพอใจเอาไว้อย่างชัดเจน

            สิ่งแรกที่นางคิดถึงก็คือ คงจะเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่หมายปองและคอยตามรังควานนาง

            เรื่องเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายและขยะแขยงยิ่งนัก พวกนั้นมิต่างสิ่งใดจากลูกอมเหนียวหนืดที่ต่อให้สะบัดเท่าไรก็มิหลุด

            เยวี่ยหมิงคงมิแม้แต่จะคิดเชื่อมโยงเรื่องนี้กับกู้ฉางเกอ

            เพราะในชาติภพก่อน กู้ฉางเกอมีนางแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น และสุดท้ายนางเองก็ยังถูกเขาลงมือสังหารอย่างไร้ปรานี

            บุรุษเช่นนั้น จะมีสตรีอื่นอยู่เคียงข้างได้อย่างไร

            ดังนั้น ในห้วงความคิดของเยวี่ยหมิงคง นางจึงตัดชื่อกู้ฉางเกอทิ้งไปตั้งแต่แรกเริ่ม

            “ย่อมต้องเป็นคุณชายกู้เพคะ ไยองค์หญิงหมิงคงจึงกล่าวเช่นนี้เล่า”

            เมื่อได้ยินคำตอบนี้ เยี่ยนจีพลันเผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

            จากคำเล่าลือทั้งหลาย เยวี่ยหมิงคงควรจะเป็นสตรีที่เฉลียวฉลาด วางอำนาจเหนือผู้คน และเด็ดขาดในการควบคุมความเป็นความตายของผู้อื่น ทว่าเหตุใดในตอนนี้กลับดูคล้ายกับเป็นผู้ซื่อตรงไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้

            นางถึงกับต้องถามว่า “คุณชายคนใด”

            สิ่งนี้ก็ย่อมเห็นได้อย่างชัดเจนแล้วมิใช่หรือ นอกจากคุณชายกู้แล้ว ยังจะมีผู้ใดอีกที่จะสนใจติดตามความเคลื่อนไหวของนางกัน

            “เป็นไปมิได้… ข้างกายเขามิมีทางมีสตรีอื่นใดนอกจากข้า”

            เยวี่ยหมิงคงส่ายหน้าทันที ก่อนเอ่ยปฏิเสธโดยมิต้องไตร่ตรอง ดวงตาหงส์เรียวยาวหรี่ลงเล็กน้อย สายตาเปล่งประกายแววมิเชื่อถือแม้แต่น้อย

            แม้ว่าพลังบำเพ็ญเพียรของนางจะมิอาจเทียบกับเยี่ยนจีได้ ทว่ายามที่เอ่ยถ้อยคำนี้ออกมา กลับแผ่รังสีบารมีแห่งจักรพรรดินีอันน่าเกรงขามโดยกำเนิด จนเยี่ยนจีเองอดรู้สึกสะท้านในใจมิได้

            สิ่งนี้คืออำนาจบารมีโดยกำเนิดแห่งจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่

            และเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น เยี่ยนจีก็พลันเข้าใจถึงสถานการณ์ได้อย่างแจ่มชัดในทันที

            จากนั้นนางจึงอธิบายขึ้นว่า “หม่อมฉันคือเยี่ยนจี ผู้ที่คุณชายกู้รับมาจากโลกเบื้องล่าง ในตอนนั้นหม่อมฉันมีเพียงเศษเสี้ยววิญญาณที่หลงเหลืออยู่ ทว่าก็เพราะความช่วยเหลือของคุณชาย หม่อมฉันจึงสามารถสร้างกายเนื้อกลับคืนมาได้เพคะ...”

            เยี่ยนจีเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนได้พบกับกู้ฉางเกออย่างย่นย่อ

            เมื่อฟังจบ ความเย็นชาและแววสงสัยในดวงตาของเยวี่ยหมิงคงก็พลันเลือนหายไป ก่อนจะแทนที่ด้วยความประหลาดใจอย่างมิคาดคิด

            นางได้ยินมิผิดไปใช่หรือไม่

            กู้ฉางเกอผู้ที่นิสัยเย็นชาและโหดเหี้ยม กลับยื่นมือเข้าช่วยเหลือผู้อื่นอย่างนั้นหรือ

            ตามเหตุผลแล้ว บุรุษผู้นี้มิใช่หรือที่โปรดปรานการกลืนกินพลังวิญญาณต้นกำเนิดของผู้แข็งแกร่ง เพื่อเพิ่มพูนพลังของตนเอง

            เช่นนั้นแล้ว เหตุใดเขาถึงยอมช่วยเหลือสตรีผู้นี้กัน

            ในขณะนี้ ความคิดของเยวี่ยหมิงคงพลันเต็มไปด้วยข้อสงสัย เรื่องที่เย่หลิงหลบหนีไปได้ถูกโยนทิ้งออกไปจากใจโดยสิ้นเชิง

            สำหรับนางในเวลานี้ เรื่องของเยี่ยนจีดูจะสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด

            กู้ฉางเกอช่วยนางด้วยเหตุอันใด เขามีเจตนาใดแอบแฝงอยู่หรือไม่

            โดยมิรู้ตัว สายตาของเยวี่ยหมิงคงก็ทอดมองไปยังใบหน้าอันงดงามและเรือนร่างของเยี่ยนจี

            ยิ่งพินิจพิจารณา นางก็ยิ่งพบว่าเยี่ยนจีช่างงดงามจนยากจะหาผู้ใดเทียบเคียง ทั้งยังแฝงไปด้วยความลึกลับ อีกทั้งดูเหมือนว่านางจะมิใช่เผ่ามนุษย์

            หรือว่า… จะเป็นเพราะเหตุนี้

            ในยามนี้ เยวี่ยหมิงคงพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ในใจเต็มไปด้วยความขมปร่า ทั้งน้อยเนื้อต่ำใจและมิยินยอม

            มิว่าจะเป็นรูปโฉมอันงดงามหรือรูปร่างอันสมบูรณ์แบบ นางมิได้ด้อยไปกว่าสตรีผู้นี้เลยแม้แต่น้อย

            แล้วด้วยเหตุใดกัน กู้ฉางเกอถึงมิเคยสนใจนางสักนิด ทว่ากลับยื่นมือช่วยเหลือสตรีตรงหน้าจนกระทั่งสร้างกายเนื้อกลับคืนมาได้

            ในชาติภพก่อน ข้างกายกู้ฉางเกอมีเพียงนางผู้เดียวเท่านั้น มิมีสตรีอื่นใดอีกเลย

            ทว่าในยามนี้ ข้างกายเขากลับปรากฏสตรีที่ทั้งแข็งแกร่งและงดงามถึงเพียงนี้อยู่เคียงข้าง

            เยี่ยนจีเองหาได้รู้ไม่ว่า ในขณะนี้ความคิดในหัวของเยวี่ยหมิงคงสับสนวุ่นวายเพียงใด

            นางเพียงนึกถึงคำสั่งของกู้ฉางเกอ และกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “องค์หญิงหมิงคง คุณชายฝากข้อความให้หม่อมฉันมาแจ้งว่า หากท่านมิไปพบคุณชายด้วยตนเอง คุณชายจะเป็นฝ่ายมาจับตัวท่านไปเสียเองเพคะ”

            “ข้ารู้แล้ว”

            เยวี่ยหมิงคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา 

            ในใจของเยวี่ยหมิงคงพลันรู้สึกหมดเรี่ยวแรง ทั้งอ่อนล้า ขุ่นข้อง และมิยินยอม ทว่าที่ท่วมท้นกว่าสิ่งใดคือความรู้สึกไร้ซึ่งหนทาง ราวกับความสิ้นหวังค่อยๆ กัดกินหัวใจของนาง

            นางเองก็คาดมิถึงว่าเพียงมาถึงดินแดนอนันต์สวรรค์ได้มินาน ก็ถูกกู้ฉางเกอรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวเข้าเสียแล้ว

            ในเมื่อถึงขั้นส่งผู้บำเพ็ญระดับมหาศักดิ์สิทธิ์มาจับกุมตัวนาง นางยังจะมีโอกาสหลบหนีไปได้อีกหรือ

            ในฐานะผู้กลับชาติมาเกิด นางสมควรที่จะก้าวนำผู้อื่นไปหนึ่งก้าวเสมอ ทุกสิ่งควรจะอยู่ในกำมือของนาง ทว่ายามเมื่อเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับกู้ฉางเกอขึ้นมา นางกลับไร้ซึ่งหนทางใดๆ ให้เลือกได้เลย

            ความแค้นที่นางสั่งสมมาตั้งแต่ชาติภพก่อน ดูท่าจะมิมีวันได้ชำระ อีกทั้งในชีวิตนี้ เกรงว่านางจะมิอาจหลีกหนีพ้นจากชะตากรรมอันโหดร้ายเช่นเดียวกับชาติภพก่อน

            แม้การกระทำของกู้ฉางเกอในชาตินี้จะดูแตกต่างออกไปบ้าง ทว่าสิ่งหนึ่งที่มิเคยเปลี่ยนแปลงเลยก็คือ นิสัยใจคอของเขา ที่ยังคงเย็นชาและน่าหวาดหวั่นดังเช่นเดิม

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เยวี่ยหมิงคงพลันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพร่าเลือนราวกับหมอกหนาทึบ การกลับชาติมาเกิดของนางมีความหมายอันใดกันแน่ ในเมื่อสุดท้ายแล้วก็มิอาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใดได้

            จะต้องทอดสายตาเฝ้าดูโศกนาฏกรรมในชาติภพก่อนหวนกลับมาซ้ำรอยอีกครั้งหรือ

            สุดท้าย นางจะยังคงถูกกู้ฉางเกอสังหารอีกครั้งเหมือนเดิมหรือไม่

            นางกำมือเรียวแน่น คิดย้อนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมินานมานี้ ณ ตระกูลกู้แห่งชีวิตอันยืนยง ความสับสนก็หวนกลับมาอีกครั้ง

            กู้ฉางเกอ... จุดมุ่งหมายของเขาคือสิ่งใดกันแน่

            ทว่าหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เยวี่ยหมิงคงก็พยายามสงบจิตใจลง

            นางหลบเลี่ยงกู้ฉางเกอมานานหลายวันแล้ว ทว่าครั้งนี้มิว่าอย่างไรก็มิมีทางหลบพ้นอีกต่อไป

            กระนั้น เมื่อมองไปยังเยี่ยนจีที่ยืนอยู่ตรงหน้า นางกลับอดมิได้ที่จะรู้สึกแปลบปลาบขึ้นมาในใจ คล้ายกับมีความขมขื่นเอ่อท้นขึ้นมาอย่างเงียบงัน

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] I Am Fated Villain ยึดครองใต้หล้าด้วยระบบมารร้ายแห่งโชคชะตา ที่คุณอ่าน

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246