บทที่ 11: โลกที่แท้จริง
ภายในโพรงถ้ำอันเงียบสงัด มีเพียงเสียงประทุของกองไฟและเสียงลมที่หวีดหวิวอยู่ด้านนอก
หลี่เฟยกำลังนั่งขัดสมาธิอย่างสงบอยู่ข้างกองไฟ
ในมือของเขาคือปืนพก M1911 ที่เย็นเฉียบ เขากำลังใช้เศษผ้าที่ฉีกมาจากเสื้อของนักล่าที่ตายไปแล้ว ค่อยๆ บรรจงเช็ดทำความสะอาดมันอย่างประณีต
ทุกชิ้นส่วน... ทุกซอกมุม...
การกระทำของเขานุ่มนวลและชำนาญราวกับจิตรกรเอกกำลังดูแลพู่กันคู่ใจของตน มันเป็การแสดงความเคารพต่ออาวุธ... และเป็พิธีกรรมที่ช่วยให้จิตใจของเขาสงบนิ่ง
ตรงข้ามกับเขา คือหลินที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนพื้นดินเย็นๆ
าแของนางถูกปฐมพยาบาลอย่างหยาบๆ ด้วยสมุนไพรที่นายท่านคนใหม่ของนางสั่งให้ไปเก็บมา มันช่วยห้ามเืและบรรเทาความเ็ปได้บ้าง แต่ความบอบช้ำภายในนั้นยังคงอยู่
ทว่า... ความเ็ปทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความสับสนและหวาดผวาในจิตใจของนาง
'ผนึกทาสา' ที่ฝังอยู่ในิญญาทำให้นางไม่สามารถคิดร้ายหรือขัดขืนชายหนุ่มตรงหน้าได้เลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่นางพยายามจะตั้งคำถามกับอำนาจของเขา ความเ็ปอันแสนสาหัสก็จะแล่นพล่านขึ้นมาในหัวเป็เครื่องเตือนใจ
นางก้มหน้าลงต่ำ ไม่กล้าสบตากับดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับห้วงเหวนั้น
หลี่เฟยเช็ดปืนเสร็จ เขาวางมันลงข้างตัวอย่างแ่เบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองทาสาคนแรกของเขา
"ข้าไม่มีเวลามากนัก"
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย แต่กลับแฝงไว้ด้วยแรงกดดันที่ทำให้นางหายใจติดขัด
"ภารกิจแรกของเ้า... เล่าทุกสิ่งที่เ้ารู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ให้ข้าฟัง..."
เขาหยุดไปชั่วครู่ ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง
"...เริ่มจากสมาคมนักล่า 'วายุคำรณ' ของเ้า"
หลินสะดุ้งเล็กน้อย นางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อรวบรวมสติ ก่อนจะเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเทา
"เ้าค่ะ... นายท่าน"
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย แล้วจึงกล่าวต่อ
"สมาคมนักล่า 'วายุคำรณ' ที่ข้าสังกัดอยู่ มิใช่กลุ่มเล็กๆ แต่เป็องค์กรที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งทวีปัครามเ้าค่ะ พวกเรามีสาขาอยู่ในเมืองใหญ่แทบทุกแห่ง ทำหน้าที่เป็ตัวกลางในการรับและมอบหมายภารกิจต่างๆ"
"ภารกิจประเภทใด?" หลี่เฟยถามแทรกขึ้นมา
"ทุกประเภทเ้าค่ะ... ั้แ่การล่าสัตว์อสูรเพื่อเก็บเกี่ยววัตถุดิบ, การคุ้มกันกองคาราวานสินค้า, การสำรวจซากโบราณสถาน... หรือแม้กระทั่ง... การเข้าร่วมาในฐานะกองกำลังทหารรับจ้าง"
ดวงตาของหลี่เฟยเป็ประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง
ทหารรับจ้าง... องค์กรที่ทำทุกอย่างเพื่อเงิน... ช่างเป็แิที่เขาคุ้นเคยเสียจริง
"ทีมของพวกเ้า... มาที่นี่เพื่อล่าหมีอัสนีเขี้ยวทมิฬด้วยเหตุใด?"
"พวกเราได้รับภารกิจระดับเงินเ้าค่ะ... มีพ่อค้าโอสถผู้มั่งคั่งในเมืองศิลาแกร่ง้า 'แก่นอัสนี' ของมัน เพื่อนำไปปรุงยาเม็ดระดับสูงชนิดหนึ่ง" นางตอบอย่างรวดเร็ว "ท่านหัวหน้าไคจึงนำทีมของพวกเรามารับภารกิจนี้ แต่... แต่พวกเราประเมินความแข็งแกร่งของมันผิดพลาดไป"
"เมืองศิลาแกร่ง?" หลี่เฟยทวนคำ "ที่นี่คือที่ใดกันแน่? อาณาจักร? หรือทวีป?"
คำถามของเขาทำให้นางประหลาดใจเล็กน้อย แต่ผนึกทาสาก็บังคับให้นางต้องตอบอย่างไม่มีเงื่อนไข
"นายท่าน... ที่นี่คือเขตชายแดนของ 'อาณาจักรเมฆา์' เ้าค่ะ เป็ส่วนหนึ่งของดินแดนอันกว้างใหญ่ที่เรียกว่า 'ทวีปัคราม' ตระกูลหลี่ที่นายท่านเคย... อาศัยอยู่ เป็เพียงตระกูลเล็กๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จักในแคว้นเมฆาหยกอันห่างไกลเท่านั้น"
ข้อมูลนี้ทำให้โลกทัศน์ของหลี่เฟยขยายออกไปในทันที
ที่ผ่านมา... เขาคิดว่าการล้างแค้นตระกูลหลี่คือเป้าหมายทั้งหมด แต่เมื่อได้ฟังความจริง... ตระกูลหลี่ก็ไม่ต่างอะไรกับฝุ่นผงที่อยู่ในมุมหนึ่งของโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้
"แล้วระดับพลังของผู้ฝึกยุทธ์เล่า?" ข้าถามต่อ "ที่ข้ารู้จักมีเพียงขั้นรวบรวมปราณ... แต่หัวหน้าของเ้าดูแข็งแกร่งกว่านั้นมาก"
หลินพยักหน้า
"เ้าค่ะ... เส้นทางของผู้ฝึกยุทธ์นั้นยาวไกลนัก ขั้นรวบรวมปราณเป็เพียงจุดเริ่มต้น... เป็การวางรากฐานเท่านั้น"
"เมื่อผ่านขั้นรวบรวมปราณทั้งเก้าระดับไปได้ ก็จะเข้าสู่ 'ขั้นหลอมรวมกายา' ซึ่งเป็การใช้พลังปราณชำระล้างและเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ท่านหัวหน้าไคอยู่ในขั้นหลอมรวมกายาระดับห้าเ้าค่ะ"
"เหนือกว่านั้น คือ 'ขั้นก่อเกิดแก่นแท้' เป็ขั้นที่ยอดฝีมือจะสามารถหลอมรวมพลังปราณทั้งหมดให้กลายเป็แก่นพลังงานที่มั่นคงภายในร่างกาย ผู้ที่ไปถึงระดับนั้นได้ถือเป็ปรมาจารย์ที่แท้จริง สามารถเป็เ้าสำนักหรือผู้าุโใหญ่ในตระกูลชั้นสูงได้"
"แล้วเหนือกว่านั้นเล่า?"
"ข้า... ข้าเองก็ทราบเพียงน้อยนิดเ้าค่ะ เคยได้ยินเพียงชื่อของ 'ขั้นิญญาแรกก่อ' และ 'ขั้นตัดิญญา' ซึ่งเป็ระดับพลังของเหล่าจักรพรรดิและเ้าแห่งหุบเขาโอสถเทวะเท่านั้น... มันเป็ตัวตนที่อยู่เหนือจินตนาการของคนธรรมดาเช่นข้า"
หลี่เฟยพยักหน้ารับฟังข้อมูลทั้งหมดอย่างเงียบงัน
สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ได้รับมาอย่างรวดเร็ว...
อาณาจักร... ทวีป... สมาคมนักล่า... ระดับพลังที่สูงขึ้นไปไม่สิ้นสุด...
เป้าหมายของเขา... มันใหญ่กว่าแค่การล้างแค้นให้เ้าของร่างเดิมแล้ว
การแก้แค้นตระกูลหลี่เป็เพียงหนี้ที่ต้องชำระ... เป็เพียงก้าวแรก...
แต่เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบใหม่ใบนี้!
ข้อมูลจากทาสาสอดคล้องกับฐานข้อมูลเบื้องต้นของระบบ
กำลังอัปเดตแผนที่...
เพิ่มตำแหน่งเมืองที่ใกล้ที่สุด: 'เมืองศิลาแกร่ง' (ที่ตั้งสาขาสมาคมนักล่าวายุคำรณ)
ระยะทาง: ประมาณ 80 ลี้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
แผนที่โฮโลแกรมปรากฏขึ้นในหัวของเขา แสดงเส้นทางจากตำแหน่งปัจจุบันไปยังจุดสีเขียวที่กะพริบอยู่
แผนการใหม่ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว
เขาจะไปยังเมืองศิลาแกร่ง...
เขาจะใช้สมาคมนักล่าเป็ฉากบังหน้า... เป็แหล่งข้อมูล... และเป็บันไดให้เขาก้าวขึ้นไปสู่จุดที่สูงขึ้น
ส่วนตระกูลหลี่...
"ข้าจะกลับไปแน่นอน... แต่จะกลับไปในวันที่ข้ามีพลังมากพอที่จะบดขยี้พวกมันให้แหลกเป็ผุยผงได้ด้วยนิ้วเดียว"
เขาตัดสินใจได้แล้ว
เขาหันไปมองหลินที่นั่งรอรับคำสั่งอย่างเงียบๆ
หลี่เฟยเปิดมิติเก็บของ นำเนื้อหมูป่าอสูรย่างที่เหลืออยู่ออกมา แล้วโยนไปให้นาง
นางรับมันไว้ด้วยความงุนงง
"กินซะ..."
เสียงของเขาดังขึ้นเรียบๆ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน
"...เ้าต้องมีแรงเดิน"
เขาไม่ได้แสดงความเมตตา... มันเป็เพียงความจริงเชิงปฏิบัติเท่านั้น ทาสที่มีประโยชน์คือทาสที่มีชีวิตและเคลื่อนไหวได้
หลี่เฟยลุกขึ้นยืน เดินไปที่ปากถ้ำแล้วมองออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้... ทิศทางของเมืองศิลาแกร่ง
ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความทะเยอทะยานอันไร้ขีดจำกัด... ราวกับจักรพรรดิผู้กำลังมองดูดินแดนผืนใหม่ที่รอให้ตนเองเข้าไปพิชิต
"สมาคมนักล่า... เมืองศิลาแกร่ง..."
"...ดูเหมือนว่าโลกใบนี้... จะน่าสนใจกว่าที่ข้าคิดไว้เยอะ"