บทที่ 2 ช่วยรักษา
“จิวเอ๋อร์!”
เสียงทุ้มที่เจือไปด้วยความกระวนกระวายดังแว่วมาแต่ไกล ลู่จิวที่เดินมาสวนหลังเรือนสะดุ้งโหยงด้วยความใ ก่อนที่ เสียงหวานเล็กจึงะโกลับไป
“มีอะไรหรือเปล่าเ้าคะ?” เพียงเสียงแว่วหวานลอยมา เจียวจิ้นก็พุ่งไปทางนั้นทันที เขาคว้านางมากอดด้วยความรู้สึกหลากหลาย และไม่คุ้นชินกับการที่นางเดินไปไหนมาไหนได้ ทั้งที่ดวงตามืดบอดสนิท
“เ้า เฮ้อ...”
หญิงสาวยืนนิ่งให้สามีกอดด้วยความรู้สึกเก้อเขินและไม่คุ้นชิน แม้ว่าก่อนหน้าที่เขาจะเข้าร่วมกองทัพ เราทั้งสองจะมี่เวลาที่ได้อยู่ร่วมกันบ้าง ทว่าเวลาผ่านมานานแล้ว ทั้งยังไม่เคยได้แนบชิดถึงเพียงนี้
“สรุปแล้ว...”
“ช่างเถอะ กลับเข้าเรือนกัน พี่อุ่นหมั่นโถวเรียบร้อยแล้ว คราวหน้าคราวหลังก็อย่าเดินไปไหนมาไหนคนเดียวอีกนะ พี่เป็ห่วง หากจะทำอะไรก็บอกพี่ก่อน”
ลู่จิวเข้าใจเหตุผลในที่สุด แม้มองไม่เห็นทว่าก็รับรู้ถึงน้ำเสียงแปร่งซึ่งต่างไปจากเดิม นางจึงเอื้อมมือคลำหาแขนอีกฝ่ายก่อนจะลูบเพื่อปลอบโยน
“ข้าขอโทษเ้าค่ะ พี่จิ้นคงใมาก”
“ถ้าจำไม่ผิดเ้าต้องดื่มยาหลังอาหารใช่หรือไม่?”
“เ้าค่ะ ยาลูกกลอนวางอยู่บนโต๊ะ”
ชายหนุ่มเดินไปหยิบให้อย่างว่าง่าย เขาช่วยอำนวยความสะดวกให้นางทานยาง่ายขึ้น ก่อนจะจัดแจงพาเดินย่อยพร้อมส่งเข้านอน
“แล้วท่านไม่นอนหรือเ้าคะ?” ลู่จิวถามขึ้นเมื่อรับรู้ได้ว่าหลังจากสามีห่มผ้าให้เสร็จสับก็เตรียมจะเดินออกจากห้องไป
“เ้านอนเถอะ พี่จะออกไปนอนข้างนอก” เจียวจิ้นไม่อยากหักหาญน้ำใจ แม้ว่าพวกเราจะแต่งงานกันแล้ว และความรู้สึกของเขาที่มีต่อนางก็ชัดเจน แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจฉกฉวยโอกาสได้ เพราะสาเหตุที่แท้จริงในการแต่งงานเป็เพราะท่านปู่ลู่ฝากฝังนางไว้กับเขา
“ไม่ไปได้หรือไม่เ้าคะ?” ลู่จิวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มือเรียวบางคว้าอากาศอย่างสะเปะสะปะเพื่อหาร่างของสามี “สามีภรรยากันก็ต้องนอนด้วยกัน จะแยกกันทำไมเ้าคะ?”
สิ้นเสียงของหญิงสาว ภายในห้องจึงเงียบทันที ชั่วอึดใจลู่จิวกังวลไปต่าง ๆ นานาว่าที่เขาปฏิเสธนางเช่นนี้ก็เพราะรังเกียจที่ตนนั้นพิการตาบอด
แต่ก่อนที่จะเข้าใจผิดไปไกล เจียวจิ้นกลับโพล่งออกมาเพราะรับรู้ได้ถึงห้วงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของฮูหยิน
“ไม่ใช่ จิวเอ๋อร์อย่าเข้าใจพี่ผิด พี่เพียง...” กลัวห้ามใจตนเองไม่ได้
“หากไม่ใช่ก็นอนลงข้าง ๆ ข้าเ้าค่ะ” ว่าพลางก็ขยับเข้าไปนอนเตียงด้านใน พร้อมตบที่ว่างเบา ๆ เพื่อส่งสัญญาณให้เขานอนลงอย่างเอาแต่ใจ
“ก็ได้ ๆ”
สุดท้ายเจียวจิ้นก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับท่าทางแสนน่ารักน่าชังของลู่จิว ซึ่งไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ไม่เคยขัดใจนางได้สักครั้ง
เมื่อเห็นว่าสามียอมตามใจ นางก็ระบายยิ้มกว้างออกมาทันที เพียงเขาเอนกายนอนร่างเล็กก็ขยับตัวขึ้นไปทับบนตัวของเขาทันที
“จิวเอ๋อร์!” เจียวจิ้นสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ผละออก ร่างนุ่มนิ่มแนบชิดกาย กลิ่นหอมเย็นที่ลอยมาแตะจมูกไม่ได้ทำให้เขาสงบลงแม้แต่น้อย กลับกันมันปลุกปั่นให้เ้าลูกชายผงาดขึ้น ยากที่จะสงบลง
“คิก ๆ สามีไม่ต้องเขินอาย เื่เหล่านี้เป็ธรรมดาของสามีภรรยา”
“แก่แดดนัก” คนตัวโตบ่นพึมพำ ก่อนจะตั้งสติหายใจเข้าออกอย่างอดกลั้น หวังเพียงให้เ้าลูกชายยอมสงบลงเสียที
“ป้าจางเป็คนสอนข้าเ้าค่ะว่าต้องเอาใจสามีให้มาก ๆ สามีจะได้รักได้หลง” ลู่จิวเอ่ยขึ้นพร้อมซุกใบหน้าเข้าที่อกแกร่งอย่างออดอ้อน
“...” เขาเกร็งตัวขึ้นทันที ปกตินางก็น่ารักน่าเอ็นดูอยู่แล้ว ยิ่งมาอ้อนเช่นนี้เขาจะไปไหนรอด จึงเป็เหตุให้ลมหายใจของเขาขาด่จนลู่จิวััได้
เพราะร่างที่แนบชิดกันทำให้หญิงสาวรับรู้ถึงความแข็งบางอย่างที่ทิ่มอยู่ต้นขานาง ดังนั้นมือบางจึงเอื้อมไปจับมันทันทีโดยไม่ถามให้มากความ
“พี่จิ้นอึดอัดใช่หรือไม่เ้าคะ เดี๋ยวข้าจะช่วยรักษาให้ท่านเอง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างใจกล้า นางบีบคลึงเ้าสิ่งนั้นจนมันแข็งสู้มือกว่าเดิม
ที่ผ่านมาแม้ไม่เคยมีประสบการณ์เื่พวกนี้มาก่อน ทว่านางฟังเื่เล่าจากเหล่าฮูหยินมามากมายขณะซักผ้า ลอบเก็บเกี่ยวความรู้เรื่อยมาเพื่อนำมาใช้กับสามี ทั้งยังมีป้าจางคอยบอกกล่าวตลอด จึงค่อนข้างมั่นใจว่าสามารถทำได้แน่นอน
แต่เหตุใดเมื่อได้ปฏิบัติจริงกลับเขินอายเช่นนี้เล่า!?
“ซี๊ดดด” เจียวจิ้นที่ถูกมือนุ่มจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวครางต่ำออกมาด้วยความเสียวซ่าน
คนข้างบนได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งได้ใจ ข่มความขวยเขินของตนเอาไว้ ล้วงมือเข้าไปใต้ร่มผ้าเพื่อัักับมันโดยตรง นวดคลึงส่วนหัวไปมา ก่อนจะชักแท่งร้อนขึ้นลงเป็จังหวะเนิบนาบ และเร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนลมหายใจของคนเป็สามีขาดห้วง เขาจมลึกไปกับความเสียวกระสันที่ภรรยามอบให้อย่างไม่ทันตั้งตัว จนบางคราเพราะกระแทกสวนกลับไป
“อืม ซี๊ดดด”
แม้ว่าลู่จิวจะมองไม่เห็นว่าตอนนี้สามีแสดงสีหน้าเช่นไร ทว่าเมื่อฟังจากน้ำเสียงทำให้นางรับรู้ได้ว่าเขาใกล้จะถึงฝั่งฝันดังที่ท่านป้าจางเคยสอนเอาไว้แล้ว จึงเร่งจังหวะให้เร็วยิ่งขึ้น บีบคลึงไปที่ส่วนหัวเน้น ๆ
“จิวเอ๋อร์ใจเย็นก่อน อ๊า” เสียงทุ้มขาดหายไปมาเพราะความเสียวที่ถาโถมเข้ามา ไม่นานก็รู้สึกถึงน้ำที่ก่อตัวอยู่ปลายแท่ง ก่อนจะแตกพุ่งออกมาเปรอะเปื้อนไปทั่วมือบางและกางเกง
“อ๊ะ อ๊าาาส์” เขาปลดปล่อยออกมาอย่างสุขสม เจียวจิ้นไม่เคยคิดว่าคนที่เขาชอบทำให้จะเสียวกว่ามือของตนที่มากขนาดนี้ และหลังจากนี้เขาจะทำเช่นไรในเมื่อติดใจนางไปแล้ว
คงต้องรีบรักษาให้หายเสียแล้ว ในเมื่อฮูหยินยั่วยวนเขาขนาดนี้ คนเป็สามีก็ไม่ควรปล่อยผ่าน เพียงแต่เขา้าให้ครั้งแรกนั้น นางเห็นและรับรู้ทุกอย่าง ทั้งเต็มใจให้ความร่วมมือ
ซึ่งคาดว่าอีกไม่กี่วันท่านหมอหลวงที่เขายอมแลกกับความดีความชอบทั้งหมดคงเดินทางมาถึง
“ชอบหรือไม่เ้าคะ?” ลู่จิวถามขึ้น เพราะหลังจากที่เขาครางออกพร้อมน้ำเหนียวข้นที่พุ่งออกมาจากส่วนนั้น คนตัวโตก็ไม่กล่าวสิ่งใดอีกเลย จึงเกิดความกังวลว่าเขาอาจจะโกรธนาง แต่เท่าที่รู้สึกได้กลับไม่ใช่
แล้วเหตุใดเขาถึงเงียบไปเล่า หรือเป็เพราะนางยังไม่เก่งมากพอจึงทำให้เขามีความสุขอย่างที่ควรไม่ได้
“หากไม่ชอบ ขอเพียงพี่จิ้นให้โอกาส ข้าจะฝึกให้เก่งขึ้นแน่นอนเ้าค่ะ”
“ตัวแสบ” เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นจึงกระชับอ้อมกอดทันที “ดึกแล้ว นอน!”
ลู่จิวที่ถูกกอดจมอกไม่อาจขัดขืนได้ แม้ว่าจะคาใจกับคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบก็ตาม คล้ายว่าเขาจะพยายามเลี่ยงจึงได้แต่คิดเอาเองว่าชอบก็แล้วกัน
น้องแค่ขอโอกาสเองค่ะ ทำไมพี่ถึงไม่ให้???? ขอบคุณที่ติดตามนะคะ????????