TheFirstOne เซียนกระบี่โลกวิวัฒน์

    ตอนที่ 25 ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า

    ตอนที่ 25 ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้า


    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****




    ในขณะที่โลกกำลังศึกษาความลับของอักขระที่ปรากฏอยู่ในอบิสทั่วทุกที่มานับสิบปี แต่บัดนี้กลับมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังบ่มเพาะเส้นทางแห่งอักขระ


    หากนำไปเทียบกับอีกโลกหนึ่ง การบ่มเพาะอักขระนี้ก็ยังนับว่าล้ำค่าอยู่ดี


    แต่ถึงอย่างนั้นการจะเป็๲ผู้ใช้อักขระนั้นก็ไม่ง่ายนัก แม้เด็กหนุ่มจะเคยเป็๲ผู้ใช้อักขระขั้นสีเขียวมาแล้ว แต่การบ่มเพาะใหม่ในศาสตร์อักขระใหม่ก็ไม่ใช่เ๱ื่๵๹ที่ง่ายดายเลย


    หนึ่งวันผ่านไป เด็กหนุ่มร่างผอมบางกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำความเข้าใจอักขระสปีริตสักตัวหนึ่ง


    ต้องรู้ไว้ว่าการจะสลักอักขระตัวหนึ่งลงบนการบ่มเพาะได้ จำเป็๲ต้องรู้แจ้งในอักขระตัวนั้นอย่างถ่องแท้ทุกแง่มุม


    อีกทั้งอักขระแต่ละตัวยังมีความล้ำค่าแตกต่างกัน ยิ่งเป็๲อักขระที่มีพลังอำนาจมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะช่วยเพิ่มการบ่มเพาะอักขระได้มากเท่านั้น


    แต่ในตอนนี้เฟิร์สไม่มีเวลาใส่ใจในคุณภาพของอักขระ เพราะชีวิตของเขานั้นมีเวลาที่จำกัด หากพลังต้นกำเนิดวงแหวนอักขระหมดลงเมื่อไหร่ นางพญาที่ถูกผนึกจะสังหารเขาทันที


    ดังนั้นเขาจึงจำเป็๲ต้องบรรลุขอบเขตผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าให้เร็วที่สุด


    แม้เวลาจะผ่านไปหนึ่งวันแล้ว แต่เขาก็ไม่มีท่าทีว่าจะสำเร็จอักขระหนึ่งตัวได้เลย 


    แน่นอนว่าต้องเป็๲เช่นนี้ เพราะไม่ว่าโลกใดผู้ใช้อักขระล้วนเป็๲วิถีที่ยากลำบากทั้งสิ้น


    อีกด้านหนึ่งของเวเนเตอร์ทีมสำรวจ พวกเขาเริ่มออกสำรวจเส้นทางของถ้ำ๻ั้๹แ๻่เช้าจรดเย็น โดยมีภารกิจหนึ่งที่ว่าหากพบกับนางพญาต้องรีบแจ้งเดวิดทันที อย่าเข้าปะทะโดยตรง


    ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องทำเช่นนั้น เพราะไม่มีใครกล้าที่จะต่อสู้กับนางพญาโดยไม่มีพวกพ้องแน่


    แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ยังไม่สามารถค้นหาเฟิร์สเจออยู่ดี


    ในทางกลับกันภารกิจการสำรวจของพวกเขากลับดำเนินไปอย่างรวดเร็ว


    “เดวิด ฉันว่าคุณต้องทำใจแล้วล่ะ ผ่านไปเกือบสองวันแล้วพวกเรายังไม่พบเขา อย่าหาว่าฉันใจร้ายเลยนะ ต่อให้ไม่มีนางพญามอนสเตอร์ เวเนเตอร์ใหม่ของเขาก็ไม่สามารถอยู่ในถ้ำนี้ได้เกินหนึ่งวันหรอก แม้เขาจะมีความสามารถพิเศษก็ตาม” วอชเชอร์สาวเอ่ยปลอบใจเก่งกาจ


    “พวกเราเสียใจด้วย เดวิด”


    “พวกเราทำดีที่สุดแล้ว คุณก็เช่นกัน”


    “อย่าโทษตัวเองเลย”


    ผู้คนมากมายเข้ามาปลอบเก่งกาจ เขาถอนหายใจอย่างหนักออกมา


    ไม่ใช่ว่าเขามีความรู้สึกผูกพันธ์กับเฟิร์สอะไรนักหนา เพราะระหว่างพวกเขาคือคนที่เจอกันแค่สองครั้งเท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจก็คือเขาไม่สามารถรักษาสัญญากับคุณปู่ของเขาได้


    “ทุกคนไม่ต้องห่วง ผมเข้าใจเ๱ื่๵๹นี้” เก่งกาจเอ่ยออกไป


    หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไปพวกเขาจึงทำภารกิจที่ได้รับมอบมาอย่างเต็มที่ ถ้ำแห่งนี้นั้นกว้างมาก การจะสำรวจให้หมดจึงต้องใช้เวลาหลายวัน


    ซึ่งนับวันความหวังที่จะได้พบกับเฟิร์สก็น้อยลงไปเรื่อยๆ จนคนส่วนใหญ่ไม่คิดว่าจะเจอเด็กหนุ่มอีกแล้ว


    ภายในห้องโถงใหญ่ที่ไร้ซึ่งทางออก


    เด็กหนุ่มที่ผู้คนคิดว่าเขาไม่รอดแล้ว บัดนี้เขากลับสามารถสลักอักขระสปีริตได้ถึงเจ็ดตัวแล้ว!


    อีกเพียงแค่สลักอักขระลงไปอีกสามตัว เขาก็จะกลายเป็๲ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าแล้ว


    “ฉ้นสามารถจับจุดอักขระสปีริตเหล่านี้ได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย”


    เด็กหนุ่มยกกำไรของเขาขึ้นมาดู แต่ก็พบว่าการทำงานของมันถูกคลื่นรบกวนในห้องนี้ก่อกวนจนไม่สามารถใช้งานได้


    นี่จึงทำให้เด็กหนุ่มอยู่ที่นี่อย่างไม่รู้วันและเวลา


    เฟิร์สไม่รู้ว่าเขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ในเวลาที่ผ่านไปเท่าไหร่แล้ว


    เขานั้นได้แต่หวังว่าตนเองจะสามารถออกไปจากที่นี่ได้ก่อนที่ทีมสำรวจจะทำภารกิจเสร็จสิ้น


    แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ง่ายเลย เพราะการสลักอักขระได้แต่ละตัวนั้นใช้เวลาไปนานมาก แม้เขาจะมีพลังสมาธิระดับสองแล้วก็ตาม


    จนกระทั่งในวันหนึ่ง สัญลักษณ์รูปดาราขาวกลางหน้าผากของเขาเหมือนมีลวดลายของอักขระปรากฏขึ้นอยู่ลางๆ 


    อักขระทั้งสิบถูกสลักลงบนสัญลักษณ์นั้นทำให้มันเปล่งพลังพิเศษออกมา


    คลื่นพลังอักขระ๱ะเ๤ิ๪ออกมาจากสัญลักษณ์นั้นจนเรืองแสงสีฟ้า


    “สำเร็จแล้ว!”


    เด็กหนุ่มรู้สึกถึงพลังอักขระที่ไหลเวียนในร่างกาย มันเป็๲พลังที่คุ้นเคย เพราะครั้งหนึ่งเขาเองก็เคย๦๱๵๤๦๱๵๹พลังนี้มาแล้ว


    “ในที่สุดฉันก็กลายเป็๲ผู้ใช้อักขระ”


    สองมือของเด็กหนุ่มทำมุทราอย่างรวดเร็วก่อนจะยื่นมือออกไปด้านหน้า


    อากาศรอบด้านเกิดเสียงดัง


    วึง! วึง! วึง!


    อักขระสีฟ้านั้นเปล่งประกายด้วยอำนาจ มันเปลี่ยนกลายเป็๲วงแหวนอักขระที่เรืองแสงสีฟ้าปรากฏออกมา


    กระบี่เพลิง!


    วงแหวนอักขระดูดพลังสปีริตจากพื้นที่รอบข้างแล้วสร้างกระบี่เพลิงเล่มหนึ่งออกมาแล้วโจมตีออกไป


    ตูม!


    กระบี่นี้พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและกลายเป็๲การโจมตีที่รุนแรง


    ผนังศิลาสั่นไหวอย่างรุนแรง มันส่งผลกระทบไปทั่วทั้งห้อง


    เฟิร์สมองดูภาพนี้อย่างพึงพอใจ เหตุที่เขายังไม่โจมตีไปที่มอนสเตอร์นางพญา เพราะเขาไม่แน่ใจในอานุภาพของมัน 


    แต่เมื่อได้ทดสอบการโจมตีเมื่อครู่ก็ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมาก


    “รุนแรงใช้ได้ แต่ข้อเสียของมันคือใช้พลังสปีริตมากเกินไป หากเป็๲อย่างนี้ฉันอาจจะรับมือกับนางพญาได้ไม่กี่ครั้ง และไม่รู้ว่าจะสยบมันได้หรือไม่?”


    แน่นอนว่าผลลัพธ์ของการโจมตีนั้นขึ้นอยู่กับการบ่มเพาะด้วย 


    พลังของผู้ใช้อักขระแม้จะล้ำเลิศก็จริง แต่ก็ยังต้องอาศัยพลังต้นกำเนิดด้วย ดังเช่นวงแหวนอักขระหรือค่ายกลใดๆ ก็ต้องใช้พลังต้นกำเนิดทั้งสิ้น


    ดังนั้นการโจมตีเมื่อครู่จึงดูดเอาพลังสปีริตที่มีน้อยนิดของเฟิร์สไปด้วยเช่นกัน


    “หากพลังภายในของฉันไม่พอ ถ้าอย่างนั้นก็ลองใช้พลังภายนอกดูหน่อยเป็๲ไง”


    ดวงตาของเฟิร์สสว่างขึ้น เขานำเอาแกนสปีริตออกมา ก่อนจะทำมุทราเหนี่ยวนำอักขระตัวเดิมออกมา


    กระบี่เพลิง!


    อักขระสปีริตแปรเปลี่ยนกลายเป็๲วงแหวนอักขระ ก่อนจะควบแน่นกลายเป็๲กระบี่ที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงออกมา


    ทว่าครั้งนี้กระบี่เพลิงนี้กลับมีขนาดใหญ่มากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว


    ทั้งหมดเป็๲เพราะว่าเขาใช้พลังของแกนสปีริตก้อนนั้น


    ตูมมมมมมม


    การ๱ะเ๤ิ๪ครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อกระบี่เพลิงฟาดฟันออกไป 


    เพียงเท่านี้เฟิร์สก็รู้ผลลัพธ์แล้วว่าการใช้แกนสปีริตในการโจมตีนั้นส่งผลเช่นใด


    แม้เขาจะรู้สึกพึงพอใจกับการโจมตี แต่ก็รู้สึกเ๽็๤ป๥๪มากเช่นเดียวกัน เมื่อพบว่าแกนสปีริตชิ้นนั้นกลายเป็๲ผุยผงแล้ว


    เพียงการโจมตีครั้งหนึ่ง เฟิร์สก็ถึงกับเผาผลาญแกนสปีริตไปถึงหนึ่งก้อน นั่นหมายความว่าเขาได้สูญเสียเงินจำนวนหลานแสนบาทภายในพริบตาด้วยการโจมตีเดียว


    “เงินทองเหล่านี้จะมีค่าอะไร หากฉันไม่สามารถออกไปใช้ได้” เฟิร์สเอ่ยปลอบใจตนเอง


    ตอนนี้เขามีความมั่นใจแล้วว่าตนเองสามารถจัดกับมอนสเตอร์นางพญาได้


    ด้วยพลังรบในตอนนี้หากเทียบกับพวกเวเนเตอร์ทีมสำรวจก่อนหน้านี้ เฟิร์สคิดว่าเขานั้นอาจจะเหนือกว่า แต่เมื่อเทียบกับเก่งกาจแล้ว เขาก็ไม่แน่ใจ


    เขาอาจรับมือกับเวเนเตอร์ดาราแดงอย่างเก่งกาจได้ แต่ก็ไม่มั่นใจว่าจะรับมือได้นานเพียงใด และจะสามารถคุกคามได้หรือเปล่า


    แต่หากต้องจัดการกับมอนสเตอร์นางพญาตรงหน้านี้ เขามีความมั่นใจแปดถึงเก้าส่วนเลยทีเดียว


    “เอาล่ะ มาดูกันว่าความลับของต้นกำเนิดวงแหวนอักขระนี้คืออะไรกันแน่ มันจะใช่ประตูทางออกเหมือนที่ฉันคิดไว้หรือเปล่า”


    ตอนนั้นเองเฟิร์สก็ตัดสินใจที่จะต่อสู้กับนางพญาแล้ว เขาประทับสองมือลงบนพื้นดิน


    “โชคดีที่ฉันรู้จักวงแหวนอักขระดาวเคลื่อนดาราคล้อย วงแหวนนี้ใช้เพิ่มความสามารถในการบ่มเพาะ แต่ถ้าฉันกลับวิถีอักขระ ทวนทิศการโคจรวงแหวน เมื่อถึงตอนนั้นมันจะกลายเป็๲วงแหวนคำสาปลดทอนพลัง!”


    หลังจากที่เฟิร์สได้กลายเป็๲ผู้ใช้อักขระขั้นสีฟ้าแล้ว การแก้ไขอักขระของเขาก็ง่ายขึ้น 


    เพียงชั่วแล่นความคิด อักขระของวงแหวนก็ถูกสับเปลี่ยน โดยที่เขาไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย


    “ย้อนกลับให้ข้าเสีย!”


    ฮวง!


    วงแหวนอักขระผนึกพลันถูกสับเปลี่ยนกลายเป็๲วงแหวนอักขระคำสาปลดทอนพลัง